บาทหลวง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

บาทหลวง (อังกฤษ: priest)[1] เป็นศาสนบุคคลในคริสต์ศาสนา พบได้ในทุกนิกาย แต่แต่ละนิกายจะกำหนดลักษณะของบาทหลวงแตกต่างกันออกไป

เนื้อหา

[แก้] บาทหลวงในนิกายคาทอลิก

[แก้] นิกายโรมันคาทอลิก

ซ้าย-บาทหลวงดนัย วรรณะ (ออร์ทอดอกซ์) และ ขวา-บาทหลวงสมเกียรติ บุญอนันตบุตร (โรมันคาทอลิก)

ในคริสตจักรโรมันคาทอลิก บาทหลวงหมายถึงบุรุษที่ได้รับศีลอนุกรม (เรียกอีกอย่างว่าศีลบวช) ขั้นที่ 2 คือขั้นบาทหลวง (priesthood) มีหน้าที่เป็นผู้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ชาวคาทอลิกถือว่าบาทหลวงเป็นตัวแทนของพระเยซูและอัครทูตของพระองค์ ผู้ที่เป็นบาทหลวงในนิกายนี้ในพิธีบวชต้องปฏิญาณตน 3 อย่างชั่วชีวิต[1] คือ 1. เชื่อฟังผู้บังคับบัญชา 2. ถือโสด 3. ดำรงชีวิตแบบเรียบง่าย หากบาทหลวงนั้นสังกัดคณะนักบวชคาทอลิก จะต้องปฏิญาณเพิ่มอีก 1 ข้อ คือ ไม่ถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินใด ชาวคาทอลิกจะเรียกบาทหลวงว่า “คุณพ่อ” (Father) เพราะถือว่าเป็นบิดาทางฝ่ายจิตวิญญาณ ที่คอยแนะนำสั่งสอนและให้พรต่างๆ เพื่อความเจริญฝ่ายจิตวิญญาณ

บาทหลวงในนิกายคาทอลิกยังแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ บาทหลวงประจำมุขมณฑล (diocesan/secular priest) และบาทหลวงประจำคณะนักบวช (regular priest)

บาทหลวงประจำมุขมณฑลจะขึ้นตรงต่อมุขนายกประจำมุขมณฑล (diocesan bishop) เมื่อบุรุษคนใดจะเป็นบาทหลวงประเภทนี้ จะต้องเข้ารับการอบรมที่เซมินารีจนครบตามเวลาที่กำหนด และจะได้รับศีลบวชเป็นลำดับขั้นไป จนถึงขั้นพันธบริกร (deacon) จึงถือว่าเป็นเคลริก (cleric) โดยสมบูรณ์ เมื่อได้รับศีลบวชขั้นบาทหลวงจึงได้เป็นบาทหลวง บาทหลวงประเภทนี้จะต้องทำงานให้กับมุขมณฑลตามคำสั่งของมุขนายกประจำมุขมณฑลที่ตนอยู่ (โดยมุขนายกประเภทมุขนายกปริมุขมณฑลอยู่ใต้การปกครองของอัครมุขนายกผู้เป็นมุขนายกมหานคร) ส่วนมุขนายกประจำมุขมณฑลจะขึ้นตรงต่อพระสันตะปาปา

บาทหลวงประจำคณะนักบวชจะขึ้นตรงต่ออธิการ (abbot/superior) เมื่อบุคคลใดไม่ว่าชายหรือหญิงจะเข้าเป็นนักบวชจะต้องเข้าอบรมในอารามของคณะนักบวชในฐานะโปสตูลันต์ (postulant) เป็นเวลาประมาณ 6 เดือน จากนั้นเป็นโนวิซ (novice) อีกประมาณ 2 ปี แล้วปฏิญาณถวายตัวชั่วคราวเป็นเวลา 1-3 ปี แล้วจึงทำการปฏิญาณถวายตัวตลอดชีพ เมื่อได้ปฏิญาณตนแล้วจึงถือว่าเป็นนักบวชในคณะโดยสมบูรณ์[1] หากเป็นนักบวชชายจะถูกเรียกว่าภราดาหรือบราเดอร์ (brother) หากเป็นนักบวชหญิงจะเรียกว่าภคินีหรือซิสเตอร์ (sister)

นักบวชหญิงในนิกายคาทอลิกจะไม่มีสิทธิ์รับศีลบวช จึงมีสถานะสูงสุดที่ซิสเตอร์ ไม่สามารถเป็นบาทหลวงหญิงได้ แต่นักบวชชายสามารถรับศีลบวชเป็นบาทหลวงได้ เมื่อเป็นบาทหลวงแล้วก็ยังคงอยู่ในสังกัดคณะนักบวชอยู่ โดยมีอธิการเป็นหัวหน้า อธิการคณะจะขึ้นตรงต่อมหาธิการ (superior general) อีกต่อหนึ่ง และมหาธิการ (บางคณะก็เรียกว่าอัคราธิการ) จะขึ้นตรงต่อพระสันตะปาปาถ้าคณะนั้นเป็นสิทธิของพระสันตะปาปา (pontifical right) หรือขึ้นต่อมุขนายกเขตมิสซังถ้าเป็นคณะที่เป็นสิทธิของเขตมิสซัง (diocesan right)

บาทหลวงโรมันคาทอลิกชาวไทยคนแรก คือ บาทหลวงอันโตนีโอ ปินโต ลูกครึ่งโปรตุเกส-สยาม ศึกษาที่วิทยาลัยกลาง กรุงศรีอยุธยา เรียนจบแล้วไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยโปรปากันดาฟีเด กรุงโรม รับศีลบวชขั้นบาทหลวงในปี ค.ศ. 1682 แล้วกลับมาปฏิบัติศาสนกิจที่สยามจนถึงแก่กรรมในวันที่ 24 สิงหาคม1696[2]

[แก้] นิกายออร์ทอดอกซ์

บาทหลวงในคริสตจักรออร์ทอดอกซ์มีลักษณะคล้ายกับในคริสตจักรโรมันคาทอลิก คือเป็นนักบวชที่ผ่านการรับศีลบวช โดยในขั้นต้นต้องบวชเป็นพันธบริกรก่อน และทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการประกอบพิธีกรรม เมื่อผ่านการฝึกฝนในลำดับต่อมาแล้วจึงจะรับศีลบวชขั้นบาทหลวงได้ และมีหน้าที่เป็นผู้ประกอบพิธีกรรมโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ตามที่กฎหมายศาสนจักรอนุญาต ข้อแตกต่างระหว่างทั้งสองคริสตจักรคือชายที่แต่งงานแล้วยังบวชเป็นบาทหลวงออร์ทอดอกซ์ได้ แต่จะแต่งงานหลังผ่านพิธีบวชไม่ได้ (ขณะที่นิกายโรมันคาทอลิกจารีตละตินไม่อนุญาตเลย) แต่กรณีขั้นบิชอป คริสตจักรออร์ทอดอกซ์จะอนุญาตเฉพาะบาทหลวงที่ถือโสดมาตลอดชีพเท่านั้นให้รับศีลบวชขั้นบิชอปได้

ชาวไทยคนแรกที่ได้บวชเป็นบาทหลวงออร์ทอดอกซ์ คือ บาทหลวงดาเนียล ดนัย วรรณะ สังกัดศาสนจักรออร์โธดอกซ์รัสเซียซึ่งได้รับศีลบวชเป็นบาทหลวงเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ที่โบสถ์ตรีเอกานุภาพแห่งผู้มอบชีวิตอันศักดิ์สิทธิ์แห่งกรุงมอสโคว โดยมีบิชอป มาร์ค อีกาเรฟสกี้ เป็นผู้โปรดศีลบวช[3]

[แก้] ปุโรหิตในนิกายโปรเตสแตนต์

ในคัมภีร์ไบเบิลฉบับของชาวโปรเตสแตนต์เรียกบาทหลวง (priest) ว่าปุโรหิต และถือว่าคริสตชนทุกคนเป็นปุโรหิตของพระเจ้าอยู่แล้ว ตามข้อความในคัมภีร์ไบเบิล ในพระธรรม 1 เปโตร ความตอนหนึ่งว่า

“ท่านทั้งหลายเป็นชาติที่พระองค์ทรงเลือกไว้แล้ว เป็นพวกปุโรหิตหลวง...” (you are a chosen generation, a royal priesthood,”…) [4]

จึงถือว่าคริสเตียนทุกคนเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าโดยเท่าเทียมกัน

[แก้] นิกายแองกลิคัน

แม้ว่าคริสตจักรฝ่ายโปรเตสแตนต์ส่วนมากจะมีทัศนะข้างตน แต่นิกายแองลิกัน (ทั้งที่เป็นโปรเตสแตนต์) ก็ถือจารีตแบบเดียวกับนิกายคาทอลิก ในนิกายนี้จึงมีปุโรหิตที่มีลักษณะอย่างบาทหลวง คือต้องผ่านการบวช (ordination) ซึ่งเรียกว่าการสถาปนา[5] และยังมีการแต่งกายและหน้าที่ในศาสนพิธีคล้ายบาทหลวงโรมันคาทอลิก ปุโรหิตในนิกายแองกลิคันจึงเป็นนักบวช ไม่ใช่คริสตชนทุกคนดังที่คริสตจักรอื่นๆ ในนิกายโปรเตสแตนต์ถือ

ข้อแตกต่างของนักบวชทั้งสองนิกายคือนิกายแองกลิคันอนุญาตให้นักบวชที่สังกัดเขตมิสซังแต่งงานได้ ขณะที่บาทหลวงคาทอลิก (ไม่ว่าสังกัดเขตมิสซังหรือสังกัดคณะนักบวช) มีกฎให้ต้องถือโสดตลอดชีวิต นอกจากนี้คริสตจักรส่วนใหญ่ในนิกายแองกลิคันยังอนุญาตให้บวชสตรีเป็นนักบวชหญิง (priestess) ได้ ซึ่งเริ่มอนุญาตมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1971[6]

ชาวไทยคนแรกที่รับสถาปนาเป็นนักบวชแองกลิคันท้องถิ่น (local Anglican priest) คือ ศาสนาจารย์ไพโรจน์ เปี่ยมเมตตาวัฒน์ ได้รับการสถาปนาเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 ที่คริสตจักรไคร้สตเชิช กรุงเทพฯ โดยมีอาร์ชบิชอป จอห์น ชิว (John Chew) เป็นผู้สถาปนา[7]

[แก้] ดูเพิ่ม

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ 1.0 1.1 1.2 ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, ราชบัณฑิตยสถาน, 2548, หน้า 387-8
  2. ^ วรยุทธ กิจบำรุง, บาทหลวง, บาทหลวง, กรุงเทพฯ: สื่อมวลชนคาทอลิกประเทสไทย, 2546, หน้า 21-2, 460
  3. ^ ข่าวพิธีบวชบาทหลวงดาเนียล. มูลนิธิคริสต์ศาสนิกชนดั้งเดิมออร์โธดอกซ์ในประเทศ.
  4. ^ จดหมายของเปโตร ฉบับที่ 1, พระคริสตธรรมคัมภีร์, บทที่ 2, ข้อที่ 9
  5. ^ การสถาปนาของคริสตจักรแองลิกัน 1. คริสตจักรไคร้สตเชิช กรุงเทพฯ. เรียกข้อมูลวันที่ 15 ก.ย. 2554
  6. ^ Emma John. "Should women ever be bishops?", 04 กรกฎาคม 2010 (2010-07-04)
  7. ^ The Anglican Church of Thailand ordains its first Thai priest. The Diocese of Singapore. เรียกข้อมูลวันที่ 15 ก.ย. 2554
เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น