ไทยเชื้อสายอินเดีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชาวไทยเชื้อสายอินเดีย
Sawika Chaiyadech 2009.jpg Yardthip Rajpal.jpg
Chalida Vijitvongthong.jpg Mamee 28072007 BKKIFF.jpg
สาวิกา ไชยเดช · หยาดทิพย์ ราชปาล
ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง · นภคปภา นาคประสิทธิ์
จำนวนประชากรทั้งหมด

ประมาณ 85,000 คน[1]

ดินแดนที่ให้การรับรองชาติพันธุ์
กรุงเทพมหานคร, จังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดภูเก็ต
ไทย ประเทศไทย
ภาษา
ภาษาไทย, ภาษาฮินดี, ภาษาปัญจาบ, ภาษาทมิฬ
ศาสนา
ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู, ศาสนาซิกข์, ศาสนาพุทธ, ศาสนาอิสลาม, ฯลฯ

ชาวไทยเชื้อสายอินเดีย หรือคนไทยเรียกกันห้วนๆว่า "แขก" หรือ "อาบัง" ในประเทศไทยนอกจากใช้เรียกชาวมุสลิมแล้ว ยังเรียกใช้เรียกอีก 3 กลุ่ม ได้แก่ แขกซิกข์ แขกนามธารี และแขกพราหมณ์ ซึ่งอพยพหนีความยากลำบากจากอินเดีย มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของไทย

คำว่า "อาบัง" นั้นไว้ใช้เรียกพี่น้องชาวไทยมุสลิมเท่านั้น ซึ่งมีความหมายว่า พี่ชาย ส่วนคำว่า "ป๋า" นั้นไว้ใช้เรียกชาวไทยซิกข์ และซิกข์นามธารี ซึ่งมีความหมายว่า พี่ชาย เช่นเดียวกัน (แต่ควรใช้คำเรียกให้ถูกกับกลุ่มด้วย หากไม่มั่นใจก็เรียก พี่ ไว้ก่อนเพราะพวกเขาก็ล้วนเป็นคนไทยเหมือนกับเรา)[ต้องการอ้างอิง]

การแบ่งกลุ่ม[แก้]

การแบ่งกลุ่มชาวไทยเชื้อสายอินเดีย แบ่งได้ 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่

ชาวซิกข์[แก้]

ซิกข์ ชาวซิกข์จะมีการแต่งกายที่มีจุดเด่นคือ ผู้ชายจะโพกหัว และมีคำลงท้ายว่า สิงห์ ชาวซิกข์ทุกคนมีสัญลักษณ์ประจำกาย 5 อย่าง ได้แก่ 1 คือ เกศ คือไว้ผมให้ยาว ไม่ตัดเด็ดขาด 2 คือ กังฆะ คือ หวีอันเล็ก 3 การ่า หมายถึงกำไลข้อมือเหล็กสวมที่ข้อมือขวา 4 กาช่า คือ กางเกงในขาสั้น 5 กรีปาน หมายถึงมีดดาบโค้ง นอกจากนี้ยังห้ามกินเนื้อวัว และไม่มีรูปเคารพ แต่เมื่อมาอยู่เมืองไทย กต้องเปลี่ยนตัวเองตามสังคม เช่น มีดมีขนาดเล็กลง ยาวเพียงไม่กี่นิ้ว บางคนทำเป็นจี้ห้อยคอ บางคนเปลี่ยนจากกำไลเหล็กเป็นกำไลทอง

ชาวซิกข์เดินทางจากรัฐปัญจาบเข้ามาในไทยตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยเข้ามาทางมาเลเซีย โดยผ่านภาคใต้ หรือมาทางบกโดยผ่านจากพม่า หลายคนเข้ามาเป็นพลตระเวน (ตำรวจ) แต่ส่วนใหญ่นิยมทำการค้า คนไทยจึงเรียกกันติดปากว่า แขกขายผ้า ชาวซิกข์ที่เปิดเป็นล่ำเป็นสันอยู่ที่บ้านหม้อ สมัยนั้นเรียก ร้านแขก เมื่อการค้าเจริญขึ้น จึงได้ชักชวนญาติพี่น้องเข้ามามากขึ้น และรวมกลุ่มตั้งแหล่งทำกินที่พาหุรัด เมื่อพาหุรัดแออัด ชาวซิกข์จึงหาที่อยู่ใหม่แถบ ท่าพระ บางแค สุขุมวิท หรือคลองตัน และที่สี่แยกบ้านแขกในเฉพาะซอยสารภี 2 ถือเป็นชนกลุ่มใหญ่ นอกจากขายผ้า ชาวซิกข์ นิยมปล่อยเงินกู้ หรือขายของเงินผ่อนด้วย

ซิกข์-นามธารี[แก้]

นามธารี (Namdhari) เป็นนิกายหนึ่งในศาสนาซิกข์โดยองค์พระศาสดา ศิริ สัตคุรุ ราม ซิงห์ (พระศาสดาองค์ที่ 12) เมื่อ พ.ศ. 2400 นอกจากการปฏิบัติตามหลักศาสนาซิกข์แล้ว ยังต้องถือบัญญัติขององค์พระศาสดา ศิริ สัตคุรุ ราม ซิงห์ ด้วย เช่น ห้ามกินเนื้อสัตว์ และไข่ทุกชนิด ต้องสวดมนต์ระลึกถึงพระนามของพระผู้เป็นเจ้า "นาม ซิมราน" (Nam Simran) ทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง ชายต้องโพกศีรษะด้วยผ้าสีขาวเท่านั้น ผู้หญิงห้ามใช้เครื่องประดับหรือแต่งหน้าทาปาก เน้นชีวิตเรียบง่าย ถิ่นที่คนกลุ่มนี้อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากคือ สุขุมวิท สี่แยกบ้านแขก

พราหมณ์-ฮินดู[แก้]

แขกพราหมณ์ฮินดู บรรพบุรุษชาวพราหมณ์ฮินดูในไทยส่วนใหญ่เป็นชาวปัญจาบ และอุตตรประเทศ จากอินเดีย ชาวฮินดูที่อพยพมาจากรัฐปัญจาบนิยมกิจการค้าผ้าที่พาหุรัด ส่วนที่มาจากอุตตรประเทศเกือบทั้งหมดเป็นแขกยาม ก่อนที่จะลดจำนวนเมื่อทางการประกาศห้ามคนต่างด้าวทำอาชีพนี้

ชาวพราหมณ์ฮินดูนิยมตั้งถิ่นฐานในกรุงเทพมากกว่าที่อื่นๆ พวกที่มาจากรัฐปัญจาบนิยมตั้งชุมชนแถบพาหุรัด สี่แยกบ้านแขก และถนนสุขุมวิท โดยที่สี่แยกบ้านแขกอยู่หนาแน่นนับร้อยครัวเรือนในซอยสารภี 2 และกระจายตามซอยในถนนอิสรภาพ ได้แก่ซอยอิสรภาพ 3,6,8,12 และ 15 ส่วนที่มาจากรัฐอุตตรประเทศตั้งถิ่นฐานแถบหัวลำโพง

ภาษา[แก้]

ภาษาของชาวไทยเชื้อสายอินเดียในปัจจุบันเหลือจำนวนผู้พูดน้อย เนื่องจากชาวไทยเชื้อสายอินเดีย ร้อยละ 80 เกิดในแผ่นดินไทย หลายคนจึงหันมาพูดภาษาไทยกัน แต่ก็ยังมีส่วนน้อยที่สามารถพูดภาษาดั้งเดิมของตนเองได้ และบางคนก็ผสมกลมกลืนกับชาวไทยทั่วไป ชาวไทยเชื้อสายอินเดียบางส่วนที่ทำงานทางด้านเศรษฐกิจ บางส่วนสามารถพูดภาษาจีนได้ โดยเฉพาะภาษาจีนแต้จิ๋วซึ่งถือเป็นภาษากลางในการสื่อสารของคนจีนในไทย [2]

ชาวไทยเชื้อสายอินเดียที่มีชื่อเสียง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Overseas Indian - SOUTHEAST ASIA
  2. อดุลย์ รัตนมั่นเกษม. กำเนิดและวิวัฒนการของคนแต้จิ๋วอดีตถึงปัจจุบัน.กรุงเทพฯ:สำนักพิมพ์ขุนเขา. หน้า 209