เดฟ บาทิสตา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เดฟ บาทิสตา
An image of เดฟ บาทิสตา.
ข้อมูล
ฉายา บาทิสตา (Batista)
เดฟ บาทิสตา (Dave Batista)
ดีคอน บอติสตา (Deacon Bautista)
เลเวียธาน (Leviathan)
คาห์น (Kahn)[1]
ความสูง ฟุต 4 นิ้ว (1.93 ม.)[2]
น้ำหนัก 278 ปอนด์ (126 กก.)[2]
เกิด 18 มกราคม พ.ศ. 2512 (45 ปี)
วอชิงตัน ดี. ซี.[3]
พำนัก ลอสแอนเจลิส, รัฐแคลิฟอร์เนีย
มาจาก วอชิงตัน ดี. ซี.[2]
ฝึกหัดโดย อฟา อโนอาอี[1]
แมร์รีส ครัมป์
เปิดตัว ค.ศ. 1997
เว็บไซต์ Demon-Wrestling.com

เดฟ ไมเคิล บาติสตา, จูเนียร์ (อังกฤษ: David Michael Bautista, Jr.)[4] เกิดวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2512[5] เป็นนักมวยปล้ำอาชีพเชื้อสายฟิลิปปินส์-อเมริกัน มีฉายาว่า "ดิ แอนิมอล" (The Animal) เซ็นสัญญาปล้ำสังกัดสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ในชื่อว่า บาติสตา (อังกฤษ: Batista) เป็นอดีต แชมป์โลกเฮฟวี่เวท 4 สมัย แชมป์ WWE 2 สมัย แชมป์แทคทีม 4 สมัย และเป็นผู้ชนะในศึก รอยัลรัมเบิล ประจำปี 2005 และ 2014

ประวัติ[แก้]

ในศึก รอยัลรัมเบิล 2005 บาติสตาเอาชนะ จอห์น ซีนา ได้ในรอบชิงชนะเลิศ จึงได้รับสิทธิ์เข้าไปชิงแชมป์โลก ในศึก เรสเซิลเมเนีย 21 โดยมีแชมป์โลกอีก 1 คนของค่าย สแมคดาวน์ คือ เจบีแอล นั่นเองซึ่งเป็นเจ้าของแชมป์ WWE ในขณะนั้นมาเสนอให้ท้าชิงแชมป์เพราะ JBL ขับรถชน บาติสตาแต่เขาก็รอดชีวิตจากการช่วยเหลือของ ทริปเปิล เอช จนทำให้เขาแค้นมากแต่เขาก็ไม่ไว้ใจ ทริปเปิล เอช ด้วยเช่นกัน เพราะ ทริปเปิล เอช ใช้ บาติสตาเป็นเครื่องทุ่มแรงในการปล้ำอยู่เสมอ บาติสตาจึงตัดสินใจทำสัญญาท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท จาก ทริปเปิล เอช ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21 สุดท้าย บาติสตาก็เป็นฝ่ายเอาชนะ ทริปเปิล เอช และคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวท สมัยแรกมาได้สำเร็จ ภายหลังจากล้างแค้นได้สำเร็จในเวลาต่อมา บาติสตาถูกให้ย้ายสังกัดไป สแมคดาวน์ สลับกับ จอห์น ซีนา ซึ่งเป็นแชมป์ WWE ที่ได้แชมป์มาจาก JBL ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21 ไปสังกัดค่ายรอว์ ต่อมาในปลายปี 2005 เขาต้องรับการผ่าตัด จึงมีความจำเป็นต้องสละตำแหน่งแชมป์ให้กับ เคิร์ต แองเกิล พอเขากลับมาในปี 2006 เขาได้เอาชนะ บูเกอร์ ที เขาก็ได้เข็มขัดกลับมาอย่างสมใจ

ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 23 บาติสตาก็เสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ให้กับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ (เป็นครั้งแรกที่เสียแชมป์โลก) เขาก็มีโอกาสกลับมาชิงแชมป์ในได้แชมป์จาก เดอะ เกรท คาลี อีกครั้ง ในศึก อันฟอร์กิฟเว่น 2007 นั้นเอง บาติสตาก็เสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ให้กับ เอดจ์ ในศึก อาร์มาเกดดอน 2007

บาติสตาได้เปิดศึกกับ ชอว์น ไมเคิลส์ เพราะ ชอว์น เป็นต้นเหตุที่ทำให้ ริก แฟลร์ อดีตคู่หูกลุ่ม เอฟโวลูชั่น และครูผู้ฝึกสอนของเขาต้องเลิกปล้ำ และท้าเจอกันในศึก แบคแลช (2008) สุดท้ายบาติสตาก็เป็นฝ่ายแพ้ไปให้กับชอว์นไปในที่สุด

ช่วงศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2008) บาติสตาก็ได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกคืนจาก เอดจ์ อีกครั้ง แต่ เอดจ์ ให้ด่านทดสอบ บาติสตาว่าจะให้ปล้ำแทคทีม 8 คน โดย บาติสตาไม่มีคู่ปล้ำ แต่ วิคกี เกอร์เรโร อาสาเลือกคู่ปล้ำให้ โดยเลือก นุนซิโอ, ฟูนากิ และ โคลิน เดลานีย์ ซึ่งเป็นนักมวยปล้ำรุ่น ไลท์เฮฟวี่เวท ล้วนๆ ฝั่งของ เอดจ์ มี ชาโว่ เกอร์เรโร่, เคิร์ท ฮอว์กินส์และแซค ไรเดอร์ และ เอดจ์ สุดท้าย บาติสตาก็สามารถเอาชนะทีมของ เอดจ์ ได้ทั้งหมด แม้ว่าจะเป็นรุ่น เฮฟวี่เวท ทั้งสิ้น ภายหลังศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ นั้นทำให้ บาติสตามีความโกรธเคืองอย่างหนักจากที่ เอดจ์ ใช้กลโกง และไม่ทันได้แก้แค้นก็ถูกย้ายไปสังกัดค่ายรอว์ ในทันทีจากการดราฟตัว ไม่นานโอกาสที่ได้แก้แค้นมาถึงเมื่อ เอดจ์ เดินทางไปประกาศชัยชนะ ณ เวทีของรอว์ บาติสตาจึงออกมาลอบทำร้าย ทำให้ เอดจ์ ไม่อยู่ในสภาพที่จะลุกขึ้นได้ จึงจากเวทีไป เป็นโอกาสที่ทำให้ ซีเอ็ม พังก์ เจ้าของกระเป๋าเอกสารสิทธิ์ Money In The Bank เดินสวนทางออกมาโดยใช้สิทธิ์นั้นทันที เป็นผลกรรมที่ เอดจ์ เคยใช้สิทธิ์นี้ ต้องเสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวทไป

บาติสตาได้เปิดศึกกับ นักมวยปล้ำขั้นเทพที่มีฝีมือและดีกรีสูสีกับเขาในยุคนี้ คือ จอห์น ซีนา เนื่องจากมีปัญหาเข้าใจผิดที่ซีนาจะใช้เก้าอี้ตีใส่ JBL แต่ JBL หลบได้ เลยพลาดไปถูกบาติสตา ทำให้คู่นี้กลายเป็นคู่กรณีกันโดย 2 คนนี้ถูกให้จับคู่กันเพื่อไปชิงแชมป์แทคทีมกับ เดอะเลกาซี (โคดี โรดส์ และ เท็ด ดิบิอาซี่) ซึ่งก็สามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ แต่เป็นเพราะคู่นี้เป็นคู่กรณีกัน จึงไม่มีความสามัคคี ทำให้อีก 1 อาทิตย์ต่อมา ต้องเสียแชมป์กลับคืนให้กับเลกาซี จากนั้นคู่นี้ก็ได้เจอกันอย่างสมใจ เมื่อศึกใหญ่อย่าง ซัมเมอร์สแลม (2008) มาถึง ผลปรากฏว่า ซีนาโดน บาติสตา บอมบ์ ท่าไม้ตายของบาติสตาแพ้ไปอย่างหมดรูป ทำให้ซีนาต้องพักการปล้ำไปนานพอควรเลยทีเดียว แมตช์นี้ถือได้ว่าเป็นการพบกันของ 2 นักมวยปล้ำชั้นนำของ WWE ซึ่งไม่เคยได้เจอกันแบบตัวต่อตัว นับแต่พวกเขาได้เข้ามาในวงการถึง 6 ปี

จากนั้นต่อมา บาติสตาได้กลายมาเป็นคู่ปรับกับนักมวยปล้ำหนุ่มผู้กวาดล้างนักมวยปล้ำที่เป็นตำนาน นามว่า แรนดี ออร์ตัน ซึ่งเคยเป็นเพื่อนเก่าของบาติสตา ในกลุ่ม อีโวลูชั่น เนื่องจากมีความแค้นส่วนตัวที่ออร์ตันถูกหักหลังและโดนไล่ออกจากกลุ่มนั่นเอง ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2008) คู่นี้ได้ปะทะกันในรูปแบบแทคทีม 5 คน ในชื่อ อิลิมิเนชั่น แทค แมตช์ ซึ่งใครแพ้ต้องถูกคัดออก ผลปรากฏว่า บาติสตาเป็นฝ่ายแพ้ให้กับออร์ตัน โดยมี โคดี โรดส์ ลูกน้องของออร์ตัน คอยช่วยอยู่ในฐานะสมาชิกแทคทีมของเขา จนกระทั่งในศึกส่งท้ายปีอย่าง อาร์มาเกดดอน (2008) คู่นี้ก็ได้เจอกันอีกครั้ง คราวนี้ บาติสตาได้เอาคืนออร์ตัน โดยการเอาชนะล้างตาไปได้ แต่ในศึกรอว์ ออร์ตันก็ได้เล่นงานบาติสตาสารพัดและจบด้วยการเตะศีรษะบาติสตาจนต้องพักการปล้ำไปนานถึง 4 เดือน

4 เดือนต่อมาหลังศึกเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25 บาติสตาได้กลับมาเพื่อทวนแค้นกับ แรนดี ออร์ตัน ซึ่งแพ้ ทริปเปิล เอช มาหมาดๆ จากการชิงแชมป์ WWE ซึ่งคราวนี้ บาติสตาจะได้จับคู่แทคทีมกับ ทริปเปิล เอช และ เชน แมคแมน เจอกับ แรนดี ออร์ตัน และ เดอะเลกาซี ในการปล้ำแทคทีม 6 คน ในศึก แบคแลช (2009) ซึ่งหากทีม ออร์ตัน ชนะ ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายจับกดใครได้ก็ตาม แรนดี ออร์ตัน จะกลายเป็นแชมป์ WWE ไปในทันที ผลปรากฏว่า บาติสตาไม่อาจคุ้มครองลูกพี่เก่าเพื่อรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้จนต้องเสียแชมป์ WWE ให้กับ แรนดี ออร์ตัน

ในศึกรอว์ บาติสตาได้เจอกับ บิ๊กโชว์ เพื่อหาผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE ซึ่ง บาติสตาได้เอาชนะ บิ๊กโชว์ ไปได้จากความช่วยเหลือของ จอห์น ซีนา ที่เข้ามารบกวน บิ๊กโชว์ ระหว่างแมตซ์ ทำให้ บาติสตาได้ไปชิงแชมป์ WWE กับ แรนดี ออร์ตัน เพื่อชำระแค้นกันอีกครั้ง ในศึก จัดจ์เมนท์เดย์ (2009) เมื่อถึงวันปล้ำ แรนดี ออร์ตัน ได้ทำให้ตัวเองถูกจับแพ้ฟาวล์เพื่อรักษาตำแหน่งเอาไว้อีกครั้ง ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2009) บาติสตาก็สามารถกระชากแชมป์จาก ออร์ตัน ได้ในแมตช์การปล้ำในกรงเหล็ก แต่ บาติสตาก็ต้องสละแชมป์ WWE และพักการปล้ำไปเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่แขน

บาติสตาได้กลับมาอีกครั้งหลังจากเจ็บที่แขนไปยาวนาน และในศึก แบรกกิ้ง ไรท์ส (2009) บาติสตาได้ปล้ำในแมตช์ 4 เส้า ในการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท จาก ดิอันเดอร์เทเกอร์ ร่วมด้วย เรย์ มิสเตริโอ และ ซีเอ็ม พังก์ ซึ่ง อันเดอร์เทเกอร์ เป็นฝ่ายป้องกันแชมป์ไว้ได้ ทำให้บาติสตาโมโห จึงทำร้ายเรย์ จากนั้นก็ประกาศตัดเพื่อนกับเรย์ และกลายเป็นฝ่ายอธรรม ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2009) บาติสตากับเรย์ ก็ได้เจอกัน ผลปรากฏว่า บาติสตาเป็นฝ่ายชนะ ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2009) บาติสตาได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ อันเดอร์เทเกอร์ ผลปรากฏว่าในตอนแรก บาติสตาชนะและได้แชมป์โลกเฮฟวี่เวท แต่ ทีโอดอร์ ลอง ผู้จัดการทั่วไปของฝั่งสแมคดาวน์ ออกมาบอกว่าให้เริ่มใหม่อีกครั้ง และอันเดอร์เทเกอร์ก็สามารถป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท เอาไว้ได้สำเร็จ

ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2010) บาติสตาได้มาลอบทำร้าย จอห์น ซีนา และสามารถกระชากแชมป์ WWE ไปจากซีนา หลังจากได้แชมป์จาก เชมัส ต่อมา บาติสตาก็เล่นงานซีนาตลอดทั้งสัปดาห์และก็บอกว่า ซีนาไม่เคยชนะตนได้แม้แต่ครั้งเดียว แต่ว่าในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 บาติสตาก็เสียแชมป์ WWE คืนให้กับซีนา และเป็นการพ่ายแพ้ให้กับซีนาครั้งแรกด้วย ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2010) บาติสตาได้ขอท้าซีนา ชิงแชมป์ WWE อีกครั้ง แต่ บาติสตาก็แพ้ให้กับซีนาไปอีกเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน ในศึก โอเวอร์เดอะลิมิต (2010) บาติสตาได้ขอท้าซีนา ชิงแชมป์ WWE อีกครั้ง สุดท้ายบาติสตาก็แพ้ไปอีกเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน แล้วก็อกหักอีกตามเคย และบาติสตาได้รับบาดเจ็บสาหัส ในศึกรอว์คืนต่อมา บาติสตาได้ตัดสินใจประกาศลาออกจาก WWE

ในศึกรอว์ (20 มกราคม 2014) บาติสตาได้กลับมาใน WWE อีกครั้ง โดยเปิดตัวออกมาก้มลงจูบพื้นเวที จากนั้นก็สวมกอดกับ ทริปเปิล เอช บาติสตาทักทายออร์ตัน และบอกว่านายมีปัญหาสินะที่เขากลับมา เพราะฉะนั้นจะขอบอกให้ชัดๆ เลยว่าเขากลับมาเพื่อจะเป็น แชมป์ WWE เวิลด์เฮฟวี่เวท เขาไม่สนใจว่าหลังจบศึก รอยัลรัมเบิล (2014) ใครจะเป็นแชมป์ระหว่าง ออร์ตัน, ซีนา หรือใครก็ช่าง เขากลับมาเพื่อชนะ รอยัลรัมเบิล และเป็นคู่เอก เรสเซิลเมเนีย จงทำใจซะเถอะ!! ในศึก รอยัลรัมเบิล บาติสตา ก็ได้เป็นผู้ชนะในแมตช์ รอยัลรัมเบิล อีกครั้ง และได้สิทธิ์ไปชิงแชมป์ WWE เวิลด์เฮฟวี่เวท ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30 ต่อมาได้เปิดศึกกับ อัลเบร์โต เดล รีโอ และได้ท้าเจอกันในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2014) สุดท้ายบาติสตาก็เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้สำเร็จ ในศึก เรสเซิลเมเนีย บาติสตาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ โดยเป็น แดเนียล ไบรอัน ที่คว้าแชมป์ไปได้

ผลงานภาพยนตร์[แก้]

ปี ชื่อเรื่อง รับบท หมายเหตุ
2006 Relative Strangers Cameo role Direct-to-video
2009 My Son, My Son, What Have Ye Done? Police Officer Direct-to-video
2010 Wrong Side of Town Big Ronnie 'B.R.' Direct-to-video
2011 House of the Rising Sun Ray Direct-to-video
2012 The|Scorpion King 3: Battle for Redemption Argomael Direct-to-video
2012 The|Man with the Iron Fists Brass Body
2013 Riddick Diaz
2014 Guardians of the Galaxy Drax the Destroyer Pre-production

เกี่ยวกับมวยปล้ำ[แก้]

บาติสตาใช้ท่า Batista Bomb เล่นงาน ฟินเลย์
บาติสตาใช้ท่า Spinebuster เล่นงาน เอดจ์
  • ท่าไม้ตาย
    • Batista Bite (Crossface / Scissored armbar combination) – 2010
    • Batista Bomb (WWE) / Demon Bomb (OVW) (Sitout powerbomb)
  • ท่าเอกลักษณ์
    • Big boot
    • Elevated single leg Boston crab – as Leviathan
    • Hammerlock / armbar combination
    • Multiple powerslam variations
    • Front
    • Swinging side
    • Vertical suplex
    • Running clothesline
    • Shoulder block
    • Spear
    • Spinebuster
    • Two-handed chokelift
  • ฉายา
    • "The Animal"
    • "Evolution's Animal"
  • เพลงเปิดตัว
    • "Voodoo" โดย Godsmack (WWE) (2000–2002) (used as part of The Disciples of Synn)
    • "Eyes of Righteousness" (WWE) โดย Jim Johnston (2002) (used while teaming with Reverend D-Von)
    • "Line in the Sand" โดย Motörhead (WWE) (used as part of Evolution) (2003–2005)
    • "I Walk Alone" โดย Saliva (WWE) (2005–2010)

ผลงานทั้งหมด[แก้]

  • Ohio Valley Wrestling
    • OVW Heavyweight Championship (1 time)
  • Pro Wrestling Illustrated
    • PWI Most Improved Wrestler of the Year (2005)
    • PWI Wrestler of the Year (2005)
    • PWI ranked him #1 of the 500 best singles wrestlers in the PWI 500 in 2005
  • World Wrestling Entertainment
    • WWE Championship (2 times)
    • World Heavyweight Championship (4 times)
    • WWE Tag Team Championship (1 time) – with Rey Mysterio
    • World Tag Team Championship (3 times) – with Ric Flair (2) and John Cena (1)
    • Royal Rumble (2005)
    • Royal Rumble (2014)
  • Wrestling Observer Newsletter awards
    • Feud of the Year (2005) vs. Triple H
    • Feud of the Year (2007) vs. The Undertaker
    • Most Overrated (2006)

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 Batista's Online World of Wrestling profile. Online World of Wrestling. Black Pants. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-07-15
  2. 2.0 2.1 2.2 "Batista Bio". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2007-12-30. 
  3. "The Demon FAQ (Frequently Asked Questions)". Demon Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2007-11-13. 
  4. Batista, Dave; Roberts, Jeremy. Batista Unleashed. Simon & Schuster. pp. p. 6. ISBN 1-4165-4410-4 Check |isbn= value (help).  Unknown parameter |origmonth= ignored (help)
  5. "About Dave". Demon Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2008-08-03. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]