โรงเรียนเซนต์คาเบรียล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เซนต์คาเบรียล)
โรงเรียนเซนต์คาเบรียล
สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน
Labor Omnia Vincit
"ความอุตสาหะวิริยะเป็นหนทางไปสู่ความสำเร็จ"
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Saint Gabriel’s College
อักษรย่อ ซ.ค. หรือ S.G.
ประเภท โรงเรียนเอกชน
ก่อตั้ง พ.ศ. 2463 (ค.ศ. 1920)
สี          น้ำเงิน และขาว
เพลง มาร์ชเซนต์คาเบรียล
เว็บไซต์

โรงเรียนเซนต์คาเบรียล (อังกฤษ: St. Gabriel's College) เป็นโรงเรียนเอกชนขนาดใหญ่โรงเรียนชายล้วน ในเครือคณะภราดาเซนต์คาเบรียล ซึ่งเป็นคณะนักบวชนิกายโรมันคาทอลิก ตั้งอยู่บนถนนสามเสน กรุงเทพมหานคร เปิดสอนนักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 คำว่า 'เซนต์คาเบรียล' ในชื่อโรงเรียนนั้น จึงมาจากชื่อคณะภราดาเซนต์คาเบรียล ผู้ก่อตั้งโรงเรียน โรงเรียนเซนต์คาเบรียลเป็นโรงเรียนที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในประเทศ เป็นที่ยอมรับในด้านคุณภาพการศีกษาโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ และคุณภาพของนักเรียนและศิษย์เก่าที่จบไป

โรงเรียนเซนต์คาเบรียล เป็นโรงเรียนในเครือโรงเรียนเดียวที่ ใช้สีประจำสถาบันคือ น้ำเงินขาว และมีเพียงวิทยาเขตเดียว เช่นเดียวกับ โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัยและโรงเรียนเซนต์หลุยส์ ที่ไม่ได้ชื่อโรงเรียนว่า "อัสสัมชัญ" นำหน้า ปัจจุบันโรงเรียนเซนต์คาเบรียลมีอายุได้ 94 ปี เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่เก่าแก่ที่สุดในย่านดุสิต

ประวัติ[แก้]

ในปี พ.ศ. 2461 ภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 สงบลง โรงเรียนอัสสัมชัญได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เจษฎาจารย์มาร์ติน เดอ ตูรส์ และคณะที่ปรึกษา มีแนวความคิดที่จะเปิดโรงเรียนแห่งใหม่ในกรุงเทพ เพื่อรองรับการขยายตัวของโรงเรียนอัสสัมชัญ ประกอบกับท่านได้รับข้อเสนอ จากบาทหลวงบรัวซา อธิการโบสถ์นักบุญฟรังซิสซาเวียร์ เสนอให้ที่ดินบริเวณถนนสามเสน เป็นสถานที่ก่อสร้าง

การขยายตัวมาเปิดโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ในฐานะสาขาที่สองของคณะภราดาเซนต์คาเบรียล มิได้เกิดขึ้นท่ามกลางสภาพบ้านเมืองปกติ แม้ว่าประเทศไทยจะอยู่ห่างจากสงครามครั้งนั้นมาก แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม ทำให้วัสดุที่จำเป็นสำหรับการก่อสร้างขาดแคลน และมีราคาแพง ขณะที่แรงงานกรรมกรก็เป็นสิ่งหายากเช่นกัน

เจษฎาจารย์มาร์ตินจึงได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงเรียนเซนต์คาเบรียล ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1920 โดยท่านเป็นนายช่างสถาปนิกออกแบบให้คำปรึกษาเอง และมีนายเบเกอแลง (Mr. Be'quelin) เป็นวิศวกร ในขณะที่ดำเนินการก่อสร้างโรงเรียนอยู่นั้น ได้ใช้บ้านของนายเบอลี่ เป็นโรงเรียนชั่วคราว ในปีแรกมีนักเรียนทั้งสิ้น 141 คน

โรงเรียนสร้างเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1922 มีตึกหลังใหญ่เรียกว่า "ตึกแดง" โดยส่วนที่เป็นไม้ใช้ไม้สักทั้งสิ้น ซึ่งบริษัทบอมเบย์เบอรม่า เป็นผู้ติดต่อส่งวัสดุต่าง ๆ ในการก่อสร้าง คิดตามบัญชีที่บันทึกไว้ทั้งสิ้นเป็นเงินประมาณ หนึ่งแสนเศษ เมื่อโรงเรียนเปิดรับสมัคร มีนักเรียนมาสมัครปีแรกจำนวน 150 คน

ปรัชญาการศึกษา[แก้]

ปรัชญาการศึกษาของโรงเรียนมี 2 อย่าง คือ

  1. จุดหมายของชีวิต คือ การรู้จักสัจธรรม ความจริง และ การเข้าถึงธรรมอันสูงส่ง อันเป็นบ่อเกิดของชีวิต
  2. มนุษย์ทุกคนต้องทำงาน ความอุตสาหวิริยะเป็นหนทางไปสู่ความสำเร็จ (Labor Omnia Vincit)

อนึ่ง คำว่า "Labor Omnia Vincit" ดังที่ปรากฏอยู่ในตราประจำคณะภราดาเซนต์คาเบรียล เป็นคำจากภาษาละติน

ตราประจำโรงเรียน[แก้]

ตราประจำโรงเรียนใช้ตราของคณะภารดาเซนต์คาเบรียล ซึ่งสถาบันการศึกษาในเครือคณะภราดาเซนต์คาเบรียลทั้งหมดใช้ตรานี้เป็นตราประจำสถาบันร่วมกัน ตรงกลางตราเป็นรูปโล่แบ่งสี่ซีก มีสัญลักษณ์ดังนี้

A.M. และ ช่อดอกซ่อนกลิ่นสีขาว[แก้]

A.M. มาจากคำละตินว่า "Ave Marie" หมายถึง "วันทา มารี" มารดาของพระเยซูคริสต์ หรืออีกนัยหนึ่ง A.M. หมายถึง "Alma Mater" หมายถึง "โรงเรียนแม่" — ส่วนดอกซ่อนกลิ่น แสดงถึงความบริสุทธิ์ผุดผ่อง ที่นักเรียนทุกคนต้องพยายามทำตนให้เป็นผู้บริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา และ ใจ อยู่เสมอไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม — ในส่วนนี้จึงมีความหมายรวมว่า โรงเรียนเปรียบเสมือนบ้านเกิดที่ทุกคนเป็นสมาชิกในครอบครัว มีพระนางมารีอาเป็นที่รักเคารพและบูชาร่วมกันไม่แยกแยะว่าใครมีหรือจน ความรักและความสุขที่มีต่อครอบครัว ต่อแม่ที่มีร่วมกันเป็นความบริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา และใจเสมอ ไม่ว่าอยู่ ณ ที่แห่งใด

รูปเรือใบ และ ดาวเหนือเรือ[แก้]

เปรียบได้กับ "นาวาชีวิต" ที่จะต้องต่อสู้คลื่นลมและแสงแดดไปจนถึงฝั่ง เป็นคติให้ได้คิดเสมอว่า "ชีวิตคือการต่อสู้" มีดวงดาวอยู่ในท้องฟ้าเหนือเรือที่กำลังสู้คลื่นลม หมายถึงแสดงแห่งความหวัง ได้แก่ แสงธรรมแห่งศาสนา กับแสดงแห่งปัญญา จากสรรพวิทยาการที่ได้รับจากโรงเรียนรวมกันเป็นดวง ประทีป ส่องนำชีวิต (คือคนที่อยู่ในเรือ) ไปสู่จุดหมายปลายทางได้ด้วยคุณธรรม และปัญญา

อักษร DS และไม้กางเขน[แก้]

ย่อจากภาษาฝรั่งเศส "Dieu Seul" หมายความว่า จะทำงานทุกอย่างเพื่อเป็นสิริมงคลแก่พระเจ้า เป็นคติพจน์ของนักบุญหลุยส์ มารี กรียอง เดอ มงฟอร์ต ผู้สถาปนาคณะเซนต์คาเบรียล — โดยอีกนัยหนึ่ง D หรือ Divinity หมายถึงศาสนา ซึ่งเราทุกคนต้องมีศาสนาเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ, เครื่องหมายไม้กางเขน เป็นเครื่องหมายแห่งความรัก และความเสียสละ ดังที่พระคริสต์ได้ทรงสละชีวิตของพระองค์ด้วยความรัก ที่จะช่วยไถ่บาปให้แก่มวลมนุษย์, S หรือ Science หมายถึงวิทยาการ ความรู้ที่ทำให้เรามีเหตุผล เราทุกคนควรจะมุ่งหาความรู้อยู่เสมอ ยิ่งเรามีความรู้ฝ่ายโลกมากขึ้นเท่าได เราก็ยิ่งควรสนใจหาความรู้ฝ่ายธรรมให้มากขึ้นเท่านั้น

สำหรับพวงดอกไม้ที่ประดับโล่ เป็นมาลัยเกียรติยศที่จะเตือนใจทุกคนให้กระทำความดีให้เชิดชู และจรรโลงไว้ซึ่งเกียรติยศ ชื่อเสียงของสถาบันมิให้เสื่อมสูญสลายไป

ส่วนคำว่า Labor Omnia Vincit ดูที่นี่

สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ภายในโรงเรียน[แก้]

  1. ตึกมาร์ติน เดอ ตูรส์ หรือ ตึกแดง เป็นตึก 3 ชั้นเก่าแก่ที่สุด สร้างเมื่อ พ.ศ. 2463 โดยท่านเจษฎาจารย์มาร์ติน เดอ ตูรส์ อธิการท่านแรกเป็นผู้ออกแบบก่อสร้างเองด้วยสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก บัดนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของโรงเรียนเซนต์คาเบรียลไปแล้ว ซึ่งได้รับการบูรณะและอนุรักษ์ไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่โรงเรียน ปัจจุบันใช้เป็นที่ทำการของหน่วยสนับสนุนการเรียนการสอน พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง และห้องประชุมแบบครบวงจร
  2. ตึก 90 ปี เซนต์คาเบรียล เป็นอาคาร 5 ชั้น สร้างเมื่อ พ.ศ. 2553 เป็นห้องโสตฯ ห้องทำงานภราดาอำนวย ปิ่นรัตน์ ชั้นบนใช้เป็นห้องวารสารโรงเรียน
  3. ตึกเดอ มงฟอร์ต เป็นอาคาร 4 ชั้น ชั้นล่าง และชั้นสองเป็นโรงอาหารนักเรียน และหอประชุม มีห้องสมุดกลาง และพิพิธภัณฑ์ของภราดาอำนวย ปิ่นรัตน์
  4. ตึกจอห์น แมรี่ เป็นอาคารที่พักของอาจารย์ชาวต่างชาติ มีประตูเชื่อมจากภายนอกโรงเรียน
  5. ตึกเกรก ยิมเนเซี่ยม เป็นตึก 5 ชั้น สร้างเมื่อ พ.ศ. 2514 มีสนามบาสเกตบอลพร้อมอัฒจันทร์เชียร์ใช้เป็นห้องเรียนชั้น ป.5 - 6 และสนามเทนนิสซึ่งเป็นสนามอเนกประสศ์ของนักเรียน ป.5 ป.6
  6. ตึกฟาติมา ร.ศ.200 เป็นตึก 7 ชั้น สร้างเมื่อ พ.ศ. 2523 เป็นอาคาร 7 ชั้น โดยอาคารหลังนี้ใช้เป็นห้องเรียนชั้น ป.1 - 2ทุกห้องติดแอร์, สนามเทนนิส และสนามบาสเกตบอล รวมทั้งห้องคอมพิวเตอร์ระดับประถม ห้องกิจกรรมภาษาอังกฤษ ชั้นบนเดิมที่เป็นสนามเทนนิส ปัจจุบันก็กลายเป็นลานเอนกประสงค์
  7. ตึกฮิวเบิร์ต เมโมเรียล สร้างเมื่อ พ.ศ. 2529 เป็นอาคาร 4 ชั้น มีที่จอดรถครู ห้องงานซ่อมบำรุง และสระว่ายน้ำ
  8. ตึกแอนดรู เมโมเรียล 2000 เป็นตึก 6 ชั้น สร้างเมื่อ พ.ศ. 2544 ใช้เป็น ห้องเรียนม.1 - 2 มีห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ มัธยมต้น ห้องคอมพิวเตอร์ และห้องพักคณะภราดา
  9. ตึกแม่พระ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2550 เพื่อทดแทนตึกแม่พระหลังเดิม และตึกวิทยาศาสตร์ซึ่งทรุดโทรมลงตามกาลเวลา และหมดสภาพการใช้สอย เป็นอาคารเรียน 6 ชั้น รวมรวมชั้นใต้ดิน ภายนอกประดิษฐานรูปปั้นพระแม่มารีทรงเยื้องพระหัตถ์ประทานพรงดงามมาก ภายในอาคารเป็นห้องเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 - 6 มีโรงยิมเนเซี่ยม ซึ่งมีสนามบาสเกตบอลในร่มขนาดมาตรฐาน โต๊ะกิจกรรมกีฬาปิงปอง และสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ สำหรับ นักเรียน ประถม โถงชั้นใต้ดินสามารถใช้เข้าแถวและจัดกิจกรรมอื่นๆได้ มีห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ครบวงจร ห้องกิจกรรมแล็ป (แล็ปในที่นี้หมายถึง ภาษาอังฤษ) ห้องสมุด ห้องออดิทอเรียม ห้องปฏิบัติธรรม (มีพระบรมสารีริกธาตุ) ห้องคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีของระดับชั้นมัธยมศึกษา รวมทั้ง ห้องปกครอง และ ห้องศิลปะ ห้องพลศึกษา
  10. ตึก Anunciation สร้างแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2555 เป็นสถานที่เรียนของระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-4
  11. สนามมาตินเดอร์ตูส์สเตเดียม สนามฟุตบอลหญ้าเทียมขนาดใหญ่ที่ใช้หญ้าอย่างดี ลงทุนกว่าเจ็ดล้านบาท

ศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียง[แก้]

ตัวอักษร SG หมายถึง หมายเลขประจำตัวโรงเรียนของผู้นั้น

เจษฏาธิการและผู้บริหารโรงเรียน[แก้]

ภาพพาโนรามาโรงเรียนเซนต์คาเบรียล เมื่อมองจากทางเดินไปโรงอาหาร (ก่อนสร้างอาคารเรียนใหม่) ถ่ายไว้เมื่อปี พ.ศ. 2548

รายนามเจษฏาธิการและผู้บริหารโรงเรียน[แก้]

ที่ตั้ง[แก้]

เลขที่ 565 ถนนสามเสน แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

ที่ตั้งโรงเรียนมีบริเวณติดต่อกับชุมชนที่หลากหลายมาก โดยอาณาเขตด้านหลังโรงเรียนติดกับโรงเรียนเซนต์ฟรังซิสซาเวียร์คอนแวนต์ อ้อมมาทางด้านซ้าย ทางซอยมิตรคาม (สามเสน13) จะติดกับที่ดินของโบสถ์เซนต์ฟรังซิสซาเวียร์ ซึ่งจะมีบ้านเรือนร้านค้าทางด้านติดถนนสามเสน แล้วถัดมาในซอยมิตรคามก็จะเป็นสุสานของโบสถ์ฯ และที่พัก ฝั่งตรงข้ามกับเขตโรงเรียนเดิม ก็รายล้อมด้วยสถานศึกษาอื่น ๆ ในละแวกโรงเรียนได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โรงเรียนวัดราชาธิวาส สมาคมนักเรียนเก่าเบญจมบพิตรในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]