โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา
ACN150Logo.jpg
LABOR OMNIA VINCIT
ข้อมูล
ชื่ออังกฤษ Assumption College Nakhonratchasima
อักษรย่อ อสช (ACN)
ประเภท โรงเรียนเอกชน
ก่อตั้ง พ.ศ. 2510 (ค.ศ. 1967)
เพลง สดุดีอัสสัมชัญ
เว็บไซต์
ภาพเมืองโคราชมุมสูง มองจากโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา

โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา (อังกฤษ: Assumption College Nakhonratchasima) (อักษรย่อ: อสช, ACN) เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ของจังหวัดนครราชสีมา ก่อตั้งโดยโดยมูลนิธิคณะภราดาเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 1967 (พ.ศ. 2510) เป็นโรงเรียนลำดับที่ 13 ของมูลนิธิคณะภราดาเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย

โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา ตั้งอยู่ที่เลขที่ 3 ถนน เซนต์เมรี่ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

ประวัติ[แก้]

โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา เป็นโรงเรียนในเครือมูลนิธิคณะภราดาเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำเนิดและดำเนินการสอนสืบเนื่องมา โดยนักบุญหลุยส์ มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ต ได้สถาปนาขึ้น ในปี ค.ศ. 1705 (พ.ศ. 2248) ณ ประเทศฝรั่งเศส มีจุดมุ่งหมายแรกเริ่มที่จะสอนให้เยาวชนอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น และมีหลักศาสนาเป็นแนวทางให้ประพฤติตนเป็นคนดี เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นก่อนประถมศึกษา ถึง มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนมุ่งมั่นพัฒนาเยาวชนไทยให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของนักบุญหลุยส์มารี กรีญอง เดอ มงฟอร์ต

ในปี พ.ศ. 2509 คณะภราดาเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ได้รับเชิญจากมุขนายก อาแลง วังกาแวร์ แห่งสังฆมณฑลจังหวัดนครราชสีมา ให้มาเปิดโรงเรียนสายสามัญขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา โดยยกที่ดินให้ดำเนินการ 51 ไร่ 26.5 ตารางวา ณ บ้านเลขที่ 3 ถนนเซนต์เมรี่ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

โรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา ได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการให้เปิดการสอนได้เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2510 ในสมัย ภราดาอำนวย ปิ่นรัตน์ ดำรงตำแหน่งอธิการเจ้าคณะแขวงประเทศไทย ซึ่งท่านได้แต่งตั้งให้ ภราดาซีเมออน เปอร์ติโต เป็นอธิการคนแรกในปีดังกล่าวโรงเรียนเริ่มเปิดสอน 8 ห้องเรียน มีครู 13 คน และนักเรียน 330 คน

ปีการศึกษา 2512 ภราดาอารมณ์ วรศิลป์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอธิการคนต่อมา โรงเรียนได้ขยายชั้นเรียนมาเป็น 21 ห้องเรียน มีครู 25 คน และนักเรียน 684 คน ในสมัยของภราดาอารมณ์ วรศิลป์ ได้มีการก่อสร้างโรงอาหารเสร็จสมบูรณ์และเริ่มก่อสร้างอาคารเรียนที่ 2

ในปีการศึกษา 2515 ในสมัยของท่านอธิการ ภราดาเลอชัย ลวสุต ได้ขยายชั้นเรียนเป็น 28 ห้อง มีครู 40 คน และนักเรียน 1,092 คน ได้สร้างอาคารเรียนที่ 2 ( อาคารคาเบรียล ) จนเสร็จสมบูรณ์

ตั้งแต่ปีการศึกษา 2524 เป็นต้นมาโรงเรียนได้เจริญก้าวหน้าขึ้นในทุก ๆ ด้าน โดยได้รับรองวิทยฐานะในปี 2525 ได้ขยายนักเรียนครบทุกระดับชั้นตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 และเริ่มรับสมัครนักเรียนหญิง ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในปี 2526 มีนักเรียนประมาณ 2,000 คน ครู 94 คน และนักเรียน 47 ห้อง

ในปีการศึกษา 2526 ในสมัยของอธิการ ภราดาสุรสิทธิ์ สุขชัย ได้มีการก่อสร้างอาคารสัพพัญญูเพื่อให้มีห้องเสริมหลักสูตร และห้องกิจกรรมต่างๆ เพื่อจะได้จัดการศึกษาให้สอดคล้องกับหลักสูตรใหม่ในสมัยนั้น งบประมาณของอาคารสัพพัญญูนั้น ได้รับความอนุเคราะห์จากมูลนิธิเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย นักเรียนและผู้ปกครองตลอดทั้งผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป

ปีการศึกษา 2547-2549 ภราดาดร.พีระนันท์ นัมคณิสรณ์ รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน มีคณะภราดาร่วมบริหาร 2 ท่าน คือ ภราดาอนุชา การุณย์ภรต และภราดาทินกร บุญสว่าง จัดการศึกษาโดยเน้นที่การเสริมสร้างศักยภาพของผู้เรียนในทุกด้านด้วยวิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพสังคมการเมืองและเศรษฐกิจในบรรยากาศที่เอื้อต่อการจัดการศึกษา ด้านการบริหารเน้นให้ครูมีส่วนร่วมและปฏิบัติหน้าที่ที่สอดคล้องกับจริยธรรม ส่งเสริมให้นักเรียนรับผิดชอบต่อตนเอง และทำประโยชน์เพื่อสังคม รู้จัก แสวงหา พัฒนาความรู้ด้วยตนเอง ตั้งอยู่ในกรอบแห่งวินัยในตนเอง ให้มีความวิริยะ อุตสาหะในการทำงาน

ปีการศึกษา 2550-ปัจจุบัน ภราดาวีรยุทธ บุญพราหมณ์ เป็นผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการและหัวหน้าฝ่ายธุรการ-การเงิน มีคณะผู้ร่วมบริหาร 3 ท่าน คือ ภราดาวิหาร ศรีหาพล ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการและหัวหน้าฝ่ายนักเรียนประจำ ภราดาชานุวัฒน์ บุระพันธ์ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาและหัวหน้าแผนกปฐมวัย ภราดาอนุชา การุณย์ภรต ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา ปัจจุบันมีครูไทย 269 คน ครูต่างชาติ 32 คน พนักงาน 93 คน และนักเรียน 3,149 คน นอกจากนี้ โรงเรียนยังรับนักเรียนประจำชาย-หญิง ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 260 คน นักกีฬาช้างเผือกกรีฑาและบาสเกตบอล 46 คน มีอาคารเรียน 8 หลัง อาคารประกอบการเรียนการสอน 8 หลัง อาคารที่พักอาศัย 2 หลัง อาคารหอพักนักเรียนประจำ 2 หลัง ___________________________________________________________________________________________________

โรงเรียนอัสสัมชัญ นครราชสีมาโรงเรียนเจริญก้าวหน้าขึ้นทุกๆปี ด้วยความร่วมแรงร่วมใจกันจากการทำงานอย่างหนักของคณะครู และความร่วมมือของผู้ปกครองและศิษย์เก่า ทำให้โรงเรียนมีผลสัมฤทธิ์ออกมาเป็นที่ยอมรับของสังคมด้านการศึกษามากมาย จะเห็นได้จากผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน ม.6 ผลการแข่งทางด้านวิชาการของกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ รวมทั้งผลงานทางด้านกีฬา ที่ได้รับรางวัลมากมายทั้งระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ สิ่งเหล่านี้เป็นการแสดงออกทางด้านศักยภาพครูและนักเรียนที่ร่วมกันสร้างชื่อเสียง สร้างเกียรติยศที่ดีๆ ให้กับสถาบันอันทรงเกียรติแห่งนี้

ชื่อ "อัสสัมชัญ"[แก้]

แรกเริ่มโรงเรียนของคุณพ่อกอลมเบต์ (บาทหลวงเอมิล กอลมเบต์) ได้ใช้ชื่อเป็น ภาษาฝรั่งเศส "Le College De L'Assomption" ซึ่งคุณพ่อได้ใช้ชื่อในภาษาไทยว่า "โรงเรียนอาซมซาน กอเล็ศ" แต่คนทั่ว ๆ ไปมักเรียก และเขียนผิด ๆ กันไปตามถนัด ดังนั้นในวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2453 ภราดาฮีแลร์จึงได้มี จดหมายไปยังกระทรวงธรรมการ กรมคึกษา ขอเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็น "อาศรมชัญ" เพื่อให้เป็นภาษาไทย ตามนโยบายของทางกรมฯ วันที่ 26 กันยายน 2453 พระยาวิสุทธิสุริยศักดิ์ อธิบดีกรมศึกษาก็ได้ตอบกลับมา ว่า ควรเปลี่ยนเป็น"อัสสัมชัญ"เพราะได้เสียงใกล้เคียง ของเดิม และความ หมายก็คงไว้ตาม "อาศรมชัญ" ดังนั้นชื่อ "อัสสัมชัญ" จึงได้เริ่มใช้กัน ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2453 เป็นต้นมา ซึ่งคำๆนี้ให้เสียงเป็นคำไทย และ คล้ายกับภาษาอังกฤษว่า "Assumption" ซึ่งทั้งคำแปลก็เหมาะ สมที่จะเป็นชื่อ ของโรงเรียน โรงสวดกุฏิที่ถือศีลเป็นอันมากเพราะคำว่า "อัสสัมชัญ" ก็ได้แก่ ศัพท์ในภาษาบาลี มคธว่า "อัสสโม" แผลงเป็นไทยว่า "อาศรม" ซึ่งหมายความถึง "กุฏิที่ถือศีลกินพรต" ส่วนคำว่า "ชัญ" ก็ จะแยกตาม ชาติศัพท์เดิม ก็ได้แก่ ่ธาตุศัพท์ว่า"ช" ซึ่งแปลว่า เกิด และ "ญ" ซึ่งแปลว่าญาณ ความรู้ รวมความได้ว่า "ชัญ" คือที่สำหรับเกิด ญาณความรู้ ครั้นรวมสองศัพท์ มาเป็นศัพท์เดียวกันแล้ว ได้ว่า "อัสสัมชัญ" คือ "ตำแหน่งที่สำหรับระงับบาปและหาวิชาความรู้" นั่นเอง และความหมาย คำว่า อัสสัมชัญ ภาษาอังกฤษ แปลว่า แม่พระได้รับเกรียติยกขึ้นสวรรค์ทั้งกายละวิญญาณ ซึ่งตรงกับวันที่ 15 สิงหาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันหยุดของโรงเรียนอัสสัมชัญ ทุกปี

ตึกสัพพัญญู


สิ่งปลูกสร้างภายในโรงเรียน[แก้]

  1. ตึกอัสสัมชัญ (2510) เป็นตึกสีขาว 3 ชั้น เป็นตึกแรกสุดของโรงเรียน เป็นตึกที่จะเห็นได้เมื่อเข้าไปในบริเวณโรงเรียน เป็นที่ทำการของสำนักอธิการ,แผนกธุรการ และการเงิน,ฝ่ายประชาสัมพันธ์,สำนักทะเบียน และเป็นอาคารเรียนของนักเรียนระดับชั้น ม.5 และ ม.6
  2. ตึกมงฟอร์ต (2519) เป็นตึก 2 ชั้นสีขาว หน้าอาคารเป็นลานอนุสาวรีย์นักบุญหลุยส์มารีย์ กรีญอง เดอ มงฟอร์ต ตึกมงฟอร์ต เป็นตึกเรียนหลักของระดับชั้น ม.4 ด้านล่างเป็น Stationery เชื่อมต่อกับตึกสัพพัญญู และ ศาลารุ่น 5
  3. ตึกคาเบรียล (2515) เป็นตึก 3 ชั้น เป็นอาคารเรียนของระดับ ม.ต้น และบางส่วนของ อัสสัมชัญแผนกประถม
  4. ตึกสัพพัญญู (2526) เป็นตึก 5 ชั้น ชั้นล่างเชื่อมต่อกับ ตึกมงฟอร์ต และทางชั้น 2เชื่อมต่อกับตึกคาเบรียล ปัจจุบันชั้นล่าง ของตึกสัพพัญญู เป็นห้องพักครู แผนกวิชาการฝ่ายมัธยม, ฝ่ายปกครอง ,และฝ่ายกิจกรรม และห้องประชุมฝ่าย ชั้นอื่นๆ เป็นห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ชีววิทยา ฟิสิกส์ และเคมี ห้องนาฏศิลป์,ห้องพระพุทธศาสนา,ห้องคำสอน, ห้องปฏิบัติการทางภาษา ชั้นบนสุดเป็นห้องประชุม นอกจากนี้ ชั้นใต้ดินของตึกสัพพัญญูยังใช้เป็นห้องดนตรีพื้นบ้าน
  5. ตึกหิรัญญสมโภช (2534) เป็นที่ทำการของแผนกอนุบาล และห้องพยาบาล
  6. ตึกสมาคมศิษย์เก่า (2535) เป็นตึกที่อยู่หน้าสุดของโรงเรียน เป็นที่ทำการของ สมาคมศิษย์เก่า สมาคมผู้ปกครองและครู
  7. ยิมเนเซียม ซีเมออน (2540) ตั้งชื่อเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ ภราดา ซีเมออน เปอร์ติโต้ เป็นโรงยิมขนาดใหญ่ ใช้ประกอบศาสนกิจและใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ ด้วย
  8. หอพักเซนต์หลุยส์ (2539) ใช้เป็นหอพักของนักเรียนประจำชาย
  9. สระว่ายน้ำอัสสัมชัญ (2544) เป็นสระว่ายน้ำขนาด 25 เมตร และชั้นล่างเป็นห้องศิลปะ ดนตรีไทย ห้องซ้อมร้องเพลง
  10. ตึกอาแลง วังกาแวร์ (2546) เป็นอาคารเรียนและที่ทำการของ แผนก English Program ทุกระดับชั้น และแผนกมัธยมบางส่วน
  11. อาคารสิรินธร(2554) เป็นอาคารศูนย์การเรียนรู้ที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน ประกอบไปด้วย ACN Canteen,ฝ่ายบริการ,ห้องสมุดขนาดใหญ่ St.Louis Marie Memorial Library,ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์และห้อง Robot, IT Genius Club,St.Charle Meeting Room และหอประชุมขนาดใหญ่ Ave Maria Hall
  12. อาคารเรียนมัธยมปลายเรยีนา แชลี Regina Coeli (2555) เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา ที่มุ่งมั่นพัฒนาระบบการเรียนการสอน ตอบรับกับความทันสมัย สะดวก สบาย และเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เรียนมากที่สุด อาคารนี้มีความสูงถึง 6 ชั้น ประกอบไปด้วย ชั้น G เป็นลานอเนกประสงค์ ในการจัดกิจกรรมสันทนาการของนักเรียน ชั้น 2 เป็น Administration Office สำนักฝ่ายบริหารชั้น 3-5เป็นห้องเรียนระดับชั้นมัธยมปลายทั้งหมด ชั้น 6 เป็นส่วนของห้องปฏิบัติการ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา วิทย์กายภาพ และห้องคอมพิวเตอร์

อาคารเซนต์อันนา อาคารหอพักนักเรียนหญิงและนักเรียนช้างเผือก

ความหมายของตราประจำโรงเรียน[แก้]

ตรา ACN

เครื่องหมายโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมามีลักษณะ เป็นตราโล่ (Arm) สีแดงคาดสีขาวตรงกลาง
มีตัวอักษร ACN สีน้ำเงินไขว้กันอยู่ตรงกลาง และปีคริสต์ศักราช 1967 สีนำเงินอยู่ใต้ตัวอักษร ซึ่งเป็นปีที่ก่อตั้งโรงเรียน

ความหมาย
ตราโล่ เครื่องป้องกันศาสตราวุธทั้งปวง
สีขาว ความบริสุทธิ์
สีแดง ความกล้าหาญในการต่อสู้อุปสรรคต่างๆ
ACN ย่อมาจาก ASSUMPTION COLLEGE NAKHONRATCHASIMA

สีที่ปรากฏบนโล่ยังเตือนใจให้รำลึกถึงชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

บุคคลที่มีชื่อเสียงที่จบจากโรงเรียนอัสสัมชัญนครราชสีมา[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]


อ้างอิงผิดพลาด: มีป้ายระบุ <ref> อยู่ แต่ไม่พบป้ายระบุ <references/>