ราชวงศ์เหงียน
| ราชวงศ์เหงียน Việt Nam (1804–39) Đại Nam (1839–1945) |
|||||
| ราชอาณาจักร, จักรวรรดิ | |||||
|
|||||
|
|||||
| เพลงชาติ Đăng Đàn Cung |
|||||
| เมืองหลวง | พู่ซาน | ||||
| ภาษา | เวียดนาม | ||||
| ศาสนา | ลัทธิขงจื๊อใหม่ | ||||
| รัฐบาล | สมบูรณาญาสิทธิราช | ||||
| จักรพรรดิ | |||||
| - 2345 - 2363 | จักรพรรดิยาลอง | ||||
| ประวัติศาสตร์ | |||||
| - จักรพรรดิยาลองขึ้นครองราชย์ | 1 มิ.ย.2345 พ.ศ. 2345 | ||||
| - อินโดจีนฝรั่งเศส | 1 ก.ย. 2401 | ||||
| - การรุกรานของฝ่ายอักษะ | 22 ก.ย. 2483 | ||||
| - จักรพรรดิบ๋าว ดั่ย สละตำแหน่งจักรพรรดิ | 30 ส.ค. 2488 พ.ศ. 2488 | ||||
| - การสถาปนาสาธารณรัฐเวียดนาม | 2 ก.ย. 2488 | ||||
ราชวงศ์เหงียน (เวียดนาม: Nhà Nguyễn; ค.ศ. 1802-1945) เป็นจักรพรรดิราชวงศ์สุดท้ายของ จักรวรรดิราชวงศ์เหงียน ก่อนถูกผนวกเข้าอินโดจีนของฝรั่งเศส
องค์ชายเหงียนแอ๋งหรือจักรพรรดิยาลอง จักรพรรดิพระองค์แรกของราชวงศ์เหงียนเริ่มฟื้นฟูประเทศ เวียดนามมีอาณาเขตใกล้เคียงกับปัจจุบัน ดินแดนภาคใต้ขยายไปถึงปากแม่น้ำโขงและชายฝั่งอ่าวไทย ทรงรักษาสัมพันธ์กับชาวตะวันตกโดยเฉพาะฝรั่งเศสที่ช่วยรบกับพวกเตยเซิน นายช่างฝรั่งเศสช่วยออกแบบพระราชวังที่เว้และป้อมปราการเมืองไซ่ง่อน
ราชวงศ์เหงียนรุ่งเรืองที่สุดในสมัยจักรพรรดิมินหมัง จักรพรรดิพระองค์ที่ 4 ทรงเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น ด่ายนาม ขยายแสนานุภาพไปยังลาวและกัมพูชา ผนวกกัมพูชาฝั่งตะวันออก ทำสงครามกับสยามต่อเนื่องเกือบยี่สิบปี แต่ภายหลังต้องถอนตัวจากกัมพูชาหลังถูกชาวกัมพูชาต่อต้านอย่างรุนแรง สมัยนี้เวียดนามเริ่มใช้นโยบายต่อต้านการเผยแพร่คริสต์ศาสนาของบาทหลวงชาวตะวันตก มีการจับกุมและประหารบาทหลวงชาวตะวันตกอย่างต่อเนื่อง รวมถึงชาวเวียดนามที่นับถือคริสต์ศาสนา จนถึงรัชกาลจักรพรรดิองค์ที่ 4 คือจักรพรรดิตึดึ๊ก ทรงต่อต้านชาวคริสต์อย่างรุนแรงต่อไป จนในที่สุดบาทหลวงชาวฝรั่งเศสขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลของตนให้ช่วยคุ้มครอง พ.ศ. 2420 เรือรบฝรั่งเศสเข้ามาถึงน่านน้ำเมืองดานัง (หรือตูราน) ฐานทัพเรือใกล้เมืองหลวงเว้ นำไปสู่การสู้รบกันของทั้งฝ่าย กองทัพเรือเวียดนามถูกทำลายเกือบทั้งหมด ต่อมากองกำลังฝรั่งเศสบุกโจมตีดินแดนภาคใต้ จักรพรรดิตึดึ๊กยอมสงบศึกและมอบดินแดนภาคใต้ 12 จังหวัดให้แก่ฝรั่งเศส
ชาวเวียดนามเริ่มต่อต้านการยึดครองของฝรั่งเศสแต่ไม่อาจต่อสู้กับแสนยานุภาพที่เหนือกว่าได้ จนในปี พ.ศ. 2422 จักรพรรดิห่ามงี นำการต่อต้านฝรั่งเศสแต่ต้องพ่ายแพ้ กองทหารฝรั่งเศสยึดพระราชวังและกรุงเว้ได้ จักรพรรดิเสด็จหนีแต่ถูกจับได้และถูกเนรเทศไปยังแอลจีเรีย ฝรั่งเศสจึงเข้าควบคุมเวียดนามอย่างจริงจังมากขึ้นและแบ่งเวียดนามออกเป็น 1 ส่วน คือตังเกี๋ยในภาคเหนือ เวียดนามยังมีจักรพรรดิเช่นเดิมแต่ต้องผ่านการร่วมคัดเลือกโดยข้าหลวงฝรั่งเศสและมีฐานะเป็นสัญลักษณ์ อำนาจในการบริหารการคลัง การทหารและการทูตสูงสุดเป็นของฝรั่งเศส ถือว่าเวียดนามสิ้นสุดฐานะเอกราชนับแต่นั้น