ศาสนาคริสต์
|
บทความที่เกี่ยวข้องกับ
ศาสนาคริสต์
|
|---|
| พระเจ้า |
| พระตรีเอกภาพ: พระบิดา • พระเยซู (การตรีงกางเขน • คืนพระชนม์) • พระจิต |
| ความเชื่อ |
| เทววิทยา • การตกในบาป • ความรอด • การพิพากษาครั้งสุดท้าย • หลักข้อเชื่อของอัครทูต |
| คัมภีร์ |
| ไบเบิล: เดิม • ใหม่ • พระวรสาร |
| นิกาย |
| ตะวันตก คาทอลิก • โปรเตสแตนต์ (แองกลิคัน • ลูเทอแรน • เพรสไบทีเรียน • เมทอดิสต์ • แบปทิสต์ • แอดเวนติสต์) ตะวันออก อีสเติร์นออร์โธด็อกซ์ • โอเรียนทัลออร์โธด็อกซ์ อตรีเอกภาพนิยม พยานพระยะโฮวา • มอรมอน |
| ประวัติ |
| ประวัติศาสนาคริสต์ • นักบุญเปาโล • ยุคแรก • สภาสังคายนาสากล • มหาศาสนเภท • สงครามครูเสด • การปฏิรูปศาสนา |
| อื่น ๆ |
| สถานที่สำคัญทางศาสนา • วันสำคัญ • บุคคล • นักบุญ • ศิลปะ • อภิธานศัพท์ศาสนาคริสต์ |
|
|
ศาสนาคริสต์ (อังกฤษ: Christianity) หรือที่ราชบัณฑิตยสถานให้เรียกว่า คริสต์ศาสนา[1] เป็นศาสนาประเภทเอกเทวนิยม ตั้งอยู่บนชีวิตและการสอนของพระเยซูดังที่ได้ปรากฏในพระวรสารในสารบบ (canonical gospel) และงานเขียนพันธสัญญาใหม่อื่น ๆ[2] ผู้นับถือศาสนาคริสต์เรียก คริสต์ศาสนิกชน
คริสต์ชนนั้นเชื่อว่าพระเยซูเป็นบุตรของพระเจ้า พระเจ้าทรงลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์และทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอด ด้วยเหตุนี้ คริสต์ชนจึงมักเรียกพระเยซูโดยทั่วไปว่า พระคริสต์หรือพระเมสสิยาห์ (Messiah) [3] ศาสนาคริสต์ปัจจุบันแบ่งเป็นสามนิกายใหญ่ คือ คริสตจักรโรมันคาทอลิก คริสตจักรออร์ทอดอกซ์ และนิกายโปรเตสแตนต์ซึ่งมีนิกายย่อยอีกหลายนิกาย เขตอัครบิดรโรมันคาทอลิกและออร์ทอดอกซ์แยกออกจากกันในช่วงศาสนเภทตะวันออก-ตะวันตก (East–West Schism) ใน ค.ศ. 1054 และนิกายโปรแตสแตนต์เกิดขึ้นหลังการปฏิรูปศาสนาในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ซึ่งแยกตัวออกจากคริสตจักรโรมันคาทอลิก[4]
ศาสนาคริสต์ในช่วงแรกถือเป็นนิกายหนึ่งของศาสนายูดาห์เมื่อกลางคริสต์ศตวรรษที่ 1[5][6] โดยถือกำเนิดขึ้นในชายฝั่งเมดิเตอร์เรเนียนทางตะวันออกของตะวันออกกลาง (ปัจจุบัน คือ อิสราเอลและปาเลสไตน์) ไม่นานก็แผ่ขยายไปยังซีเรีย เมโสโปเตเมีย เอเชียไมเนอร์และอียิปต์ ศาสนาคริสต์มีขนาดและอิทธิพลเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ทศวรรษ และจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 4 ได้กลายมาเป็นศาสนาประจำชาติในจักรวรรดิโรมัน[7] ระหว่างยุคกลาง ดินแดนยุโรปที่เหลือส่วนมากรับศาสนาคริสต์แล้ว นอกจากนี้ ยังเป็นศาสนิกชนกลุ่มน้อยขนาดใหญ่ในตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ เอธิโอเปีย และบางส่วนของอินเดีย[8][9] หลังยุคสำรวจ ศาสนาคริสต์ได้แผ่ขยายไปยังทวีปอเมริกา ออสตราเลเซีย แอฟริกาซับสะฮารา และส่วนที่เหลือของโลกผ่านงานมิชชันนารีและการล่าอาณานิคม
คริสต์ศาสนิกชนเชื่อว่าพระเยซูคือพระเมสสิยาห์ที่มีพยากรณ์ไว้ในคัมภีร์ฮีบรู ซึ่งในศาสนาคริสต์เรียก "พันธสัญญาเดิม" พื้นฐานเทววิทยาของศาสนาคริสต์นั้นแสดงออกมาในหลักข้อเชื่อสากล (ecumenical creed) ที่มีมาตั้งแต่ศาสนาคริสต์ยุคแรก และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในบรรดาผู้นับถือศาสนาคริสต์ การประกาศความเชื่อนี้มีอยู่ว่า พระเยซูทรงทุกข์ทรมาน สิ้นพระชนม์ และถูกฝังไว้ ก่อนทรงเป็นขึ้นมาจากความตายเพื่อให้ชีวิตนิรันดร์แก่ผู้เชื่อในพระองค์และไว้วางใจพระองค์ว่าเป็นผู้ไถ่บาป[10] พวกเขายังยึดมั่นต่อไปว่า พระวรกายของพระเยซูเสด็จสู่สวรรค์ที่ซึ่งพระองค์ทรงควบคุมและปกครองรวมกับพระเจ้าพระบิดา นิกายส่วนมากสอนว่า พระเยซูจะกลับมาพิพากษามนุษย์ทุกคน ทั้งคนเป็นและคนตาย และให้ชีวิตนิรันดร์แก่สาวกของพระองค์[11] พระองค์ทรงถูกองว่าเป็นแบบอย่างของชีวิตอันดีงาม และเป็นทั้งผู้เผยพระวจนะและเป็นพระเจ้าลงมารับสภาพมนุษย์[12]
จนถึงต้นคริสต์ศตรวรรษที่ 21 ศานาคริสต์มีผู้นับถือประมาณ 2.2 พันล้านคนทั่วโลก[13][14] คิดเป็นหนึ่งในสี่ถึงหนึ่งในสามของประชากรโลก และเป็นศาสนาที่มีผู้นับถือมากที่สุดในโลก[15][16] ทั้งยังเป็นศาสนาประจำชาติในหลายประเทศ
เนื้อหา |
[แก้] นิกาย
-
ดูบทความหลักที่ นิกายในศาสนาคริสต์
มนุษย์ได้แบ่งศาสนาคริสต์ให้เป็นนิกายต่างๆ ซึ่งแปรไปตามพื้นที่, วัฒนธรรม และความคิดของตน นิกายที่สำคัญมี 3 นิกายคือ
- โรมันคาทอลิก แปลว่าสากล เป็นนิกายดั้งเดิมที่ยึดมั่นในหลักคำสอนของพระเยซูคริสต์เคารพพระนางมารีย์และนักบุญต่าง ๆ ภายในโบสถ์ของนิกายนี้จะมีรูปเคารพพระเยซูคริสต์ พระแม่มารีย์ และนักบุญต่างๆ มีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่นครรัฐวาติกัน มีพระสันตะปาปาเป็นประมุข โดยสืบทอดมาตั้งแต่สมัยอัครทูตกลุ่มแรก โดยถือว่านักบุญเปโตรหรือนักบุญปีเตอร์คือพระสันตะปาปาพระองค์แรก ซึ่งได้รับการยินยอมจากพระเจ้าให้ปกครองศาสนจักรทั้งมวลและสืบทอดมาถึงสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 องค์ปัจจุบันเป็นองค์ที่ 265 คาทอลิกจะมีนักบวช เรียกว่าบาทหลวง และผู้อุทิศตนทำงานให้ศาสนจักรถ้าเป็นชายเรียกว่าบราเดอร์ (brother) หญิงเรียกว่าซิสเตอร์ (sister) ชาวไทยจะเรียกผู้นับถือนิกายนี้ว่า "คริสตัง"ตามเสียงอ่านภาษาโปรตุเกสผู้เผยแพร่ยุคแรกๆมีผู้นับถือนิกายนี้ประมาณ 1000 ล้านคน นิกายนี้ถือว่าบาทหลวงเป็นสื่อกลางระหว่างพระเจ้าและมนุษย์ (ตัวแทนพระเจ้าในโลกนี้)
- ออร์ทอดอกซ์ แปลว่าถูกต้อง นับถือในประเทศทางฝั่งยุโรปตะวันออก เช่น กรีซ รัสเซีย โดยแยกตัวออกไปจากศาสนจักรตะวันตก เพราะไม่อยากอยู่ภายใต้อำนาจของสันตะปาปาซึ่งมีอำนาจมากสูงกว่ากษัตริย์ (คือมีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนกษัตริย์ได้) ในสมัยนั้น โดยที่มิได้เปลี่ยนแปลงข้อความเชื่อ ข้อความเชื่อของนิกายออทอดอกซ์เหมือนกับข้อความเชื่อของนิกายโรมันคาทอลิก มีอัครบิดรเป็นประมุข นิกายออทอดอกซ์ยังมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า คริสตจักร (หรือศาสนจักร) ตะวันออก มีศาสนิกชนรวมกันประมาณ 500 ล้านคน
- โปรเตสแตนต์ แยกตัวมาจากนิกายโรมันคาทอลิกในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 เป็นนิกายที่ถือว่าศรัทธาของแต่ละคนที่มีต่อพระเจ้าสำคัญกว่าพิธีกรรม ซึ่งยังแตกย่อยออกเป็นหลายร้อยคณะ เนื่องจากมีความเห็นแตกต่างเกี่ยวกับพระคัมภีร์ และการปฏิบัติในพิธีกรรม นิกายนี้ไม่มีนักบวชเชื่อว่าทุกคนสามารถเข้าถึงพระเจ้าได้โดยมิต้องอาศัยบาทหลวงและถือว่าพระเยซูได้ทรงไถ่บาปแก่ศาสนิกทุกคนไปเมื่อถูกตรึงกางเขนแล้ว นิกายนี้มีเพียงไม้กางเขนเป็นเครื่องหมายแห่งศาสนาเท่านั้น มีผู้นับถือรวมกันทุกนิกายย่อยประมาณ 500 ล้านคน
[แก้] พิธีกรรมสำคัญในศาสนาคริสต์
พิธีกรรมในศาสนานี้ มีสำคัญๆอยู่ 7 พิธี เรียกว่า พิธีรับศีลศักดิ์สิทธิ์ มีดังนี้
- ศีลล้างบาปหรือการรับบัพติสมา เป็นพิธีแรกที่คริสตชนต้องรับ โดยบาทหลวงจะใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์เทลงบนศีรษะพร้อมเจิมน้ำมันคริสมาที่หน้าผาก
- ศีลอภัยบาป เป็นการสารภาพบาปกับพระเจ้าโดยผ่านบาทหลวง บาทหลวงจะเป็นผู้ตักเตือนสั่งสอนไม่ให้ทำบาปนั้นอีก และทำการอภัยบาปให้ในนามพระเจ้า
- ศีลมหาสนิท เป็นพิธีกรรมรับศีลโดยรับขนมปังและเหล้าองุ่นมารับประทาน โดยความเชื่อว่าพระกายและพระโลหิตของพระเยซู
- ศีลกำลัง เป็นพิธีรับศีลโดยการเจิมหน้าผาก เพื่อยืนยันความเชื่อว่าจะนับถือศาสนาคริสต์ตลอดไปและได้รับพระพรของพระจิตเจ้า ทำให้เข้มแข็งในความเชื่อมากขึ้น
- ศีลสมรส เป็นพิธีประกอบการแต่งงาน โดยบาทหลวงเป็นพยาน เป็นการแสดงความสัมพันธ์ว่าจะรักกันจนกว่าชีวิตจะหาไม่
- ศีลบวช สงวนไว้เฉพาะผู้ที่จะบวชเป็นบาทหลวงและเป็นชายเท่านั้น
- ศีลเจิมคนไข้ เป็นพิธีเจิมคนไข้โดยบาทหลวงจะเจิมน้ำมันลงบนหน้าผากและมือทั้งสองข้างของผู้ป่วย ให้ระลึกว่าพระเจ้าจะอยู่กับตนและให้พลังบรรเทาอาการเจ็บป่วย
สำหรับนิกายโรมันคาทอลิกและนิกายออร์ทอดอกซ์ จะมีพิธีกรรมทั้ง 7 พิธี แต่สำหรับนิกายโปรเตสแตนต์ จะมีเพียง 2 พิธี คือ พิธีบัพติสมาและพิธีมหาสนิท
[แก้] ศาสนาคริสต์ในประเทศไทย
สำหรับในประเทศไทยศาสนาคริสต์ได้เข้ามาก่อนเมื่อปี พ.ศ. 2052 คือเข้ามาพร้อมกับมิชชั่นนารีในสมัยอยุธยา โดยบาทหลวงคนแรกชื่อบาทหลวงพอล มิชชั่นนารีที่เป็นที่รู้จักคือหมอบรัดเลย์ผู้นำแท่นพิมพ์เข้ามาในประเทศไทยเป็นคนแรก, หมอแมคคอมิคผู้อุทิศตัวแก่ประชาชนในเมืองเชียงใหม่ และตั้งโรงพยาบาลแมคคอมิคในเมืองเชียงใหม่ ในปัจจุบัน คริสตจักรโปรเตสแตนท์ในไทยทั้งหมดมีจำนวนสมาชิกร่วมกันประมาณ หนึ่งแสนคนรวมกับคาทอลิกประมาณ 260,000 (ในปี พ.ศ. 2546) มีคริสตจักรต่างๆ เช่น คริสตจักรความหวัง,คริสตจักรใจสมาน, คริสตจักรสามัคคีธรรมกรุงเทพ, คริสตจักรร่มเย็น,คริสตจักรสืบสัมพันธวงศ์, คริสตจักรน้ำพระทัย, คริสตจักรสะพานเหลือง, คริสตจักรไมตรีจิต, คริสตจักรเทียนสั่ง, คริสตจักรอิมมานูเอล,คริสตจักรพระพร เป็นต้น ซึ่งการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในประเทศไทยสามารถตั้งศูนย์ศาสนาคริสต์ต่างๆในเชียงใหม่ได้ถึง 2000 กว่าศูนย์
ปัจจุบันกรมศาสนา ประเทศไทย รับรององค์กรศาสนาคริสต์ 5 องค์กร[ต้องการอ้างอิง] คือ
- สภาประมุขแห่งบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย
- สภาคริสตจักรในประเทศไทย
- สหกิจคริสเตียน (รวมทั้งแองกลิกัน ลูเทอรัน)
- สหคริสตจักรแบ๊บติสต์
- เซเว่นเดย์แอดเวนติส
นอกจากนั้นยังมีคริสตจักรอิสระอีกหลายแห่งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เช่น คริสตจักรคณะพระกิตติคุณสมบูรณ์, คริสตจักรคณะคริสเตียนสัมพันธ์ (assambly of God) เป็นต้น
[แก้] อ้างอิง
- ^ ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, พิมพ์ครั้งที่ 3, ราชบัณฑิตยสถาน, 2548, หน้า 156
- ^ BBC, BBC—Religion & Ethics—566, Christianity
- ^ Briggs, Charles A. The fundamental Christian faith: the origin, history and interpretation of the Apostles' and Nicene creeds. C. Scribner's sons, 1913. Books.Google.com
- ^ S. T. Kimbrough, ed (2005). Orthodox and Wesleyan Scriptural understanding and practice. St Vladimir's Seminary Press. ISBN 9780881413014. http://books.google.com/books?id=q-vhwjamOioC&pg=PA23&dq=anagignoskomena#v=onepage&q=anagignoskomena&f=true.
- ^ Robinson, Essential Judaism: A Complete Guide to Beliefs, Customs and Rituals, p. 229.
- ^ Esler. The Early Christian World. p. 157f.
- ^ Religion in the Roman Empire, Wiley-Blackwell, by James B. Rives, page 196
- ^ Catholic encyclopedia New Advent
- ^ McManners, Oxford Illustrated History of Christianity, pp. 301–03.
- ^ Sheed, Frank. Theology and Sanity. (Ignatius Press: San Francisco, 1993), pp. 276.
- ^ "Christianity". Knowledge Resources. Berkley Center for Religion, Peace, and World Affairs. http://berkleycenter.georgetown.edu/resources/traditions/christianity. เรียกข้อมูลเมื่อ 2011-11-22.
- ^ McGrath, Christianity: An Introduction, pp. 4–6.
- ^ "The List: The World’s Fastest-Growing Religions". foreignpolicy.com. 2007-03. http://www.foreignpolicy.com/story/cms.php?story_id=3835. เรียกข้อมูลเมื่อ 2010-01-04.
- ^ "Major Religions Ranked by Size". Adherents.com. http://www.adherents.com/Religions_By_Adherents.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2009-05-05.
- ^ Hinnells, The Routledge Companion to the Study of Religion, p. 441.
- ^ Zoll, Rachel. "Study: Christian population shifts from Europe", December 19, 2011. สืบค้นวันที่ 19 December 2011
- Gill, Robin (2001). The Cambridge companion to Christian ethics. Cambridge, UK: Cambridge University Press. ISBN 0521779189.
- Gunton, Colin E. (1997). The Cambridge companion to Christian doctrine. Cambridge, UK: Cambridge University Press. ISBN 0-521-47695-X.
- MacMullen, Ramsay (2006). Voting About God in Early Church Councils. New Haven, CT: Yale University Press. ISBN 0300115962.
- Padgett, Alan G.; Sally Bruyneel (2003). Introducing Christianity. Maryknoll, N.Y.: Orbis Books. ISBN 1570753954.
- Price, Matthew Arlen; Collins, Michael (1999). The story of Christianity. New York: Dorling Kindersley. ISBN 0-7513-0467-0.
- Ratzinger, Joseph (2004). Introduction To Christianity (Communio Books). San Francisco: Ignatius Press. ISBN 1586170295.
- Tucker, Karen; Wainwright, Geoffrey (2006). The Oxford history of Christian worship. Oxford [Oxfordshire]: Oxford University Press. ISBN 0-19-513886-4.
- Wagner, Richard (2004). Christianity for Dummies. For Dummies. ISBN 0764544829.
- Webb, Jeffrey B. (2004). The Complete Idiot's Guide to Christianity. Indianapolis, Ind: Alpha Books. ISBN 159257176X.
- Woodhead, Linda (2004). Christianity: a very short introduction. Oxford [Oxfordshire]: Oxford University Press. ISBN 0192803220.
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- ศาสนาคริสต์ ประวัติความเป็นมา