ถ้ำ
ถ้ำ คือโพรงที่ลึกเข้าไปในภูเขา[1] หรือเป็นช่องที่เป็นโพรงลึกเข้าไปในพื้นดินหรือภูเขา มีขนาดใหญ่พอที่มนุษย์สามารถเข้าไปได้ เกิดขึ้นตามธรรมชาติ[2] โดยทั่วไปถ้ำเกิดในหินปูนที่มีน้ำใต้ดินไหลผ่านกัดเซาะ ซึ่งมักพบตามภูเขาหินปูนหรือ ภูเขาชายฝั่งทะเล นอกจากนี้ยังมีถ้ำที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์อีกด้วย
เนื้อหา |
[แก้] ประเภทของถ้ำ
[แก้] แบ่งตามลักษณะและทิศทาง
- ถ้ำแนวนอน ทอดตัวยาวลึก
- ถ้ำชั้น ภายในแบ่งเป็นหลายๆ ชั้น
- ถ้ำแนวตั้ง ทอดตัวแนวตั้งลึกลงไปในดิน
- ถ้ำแนวลาด ทอดตัวลาดเท ไม่ขนานหรือตั้งฉากกับระดับพื้น [ต้องการอ้างอิง]
[แก้] แบ่งตามโครงสร้าง
- ถ้ำหินปูน เกิดจากการกัดเซาะของน้ำใต้ดินและน้ำฝนจนทำให้เกิดเป็นโพรงถ้ำ
- ถ้ำน้ำแข็ง เป็นถ้ำในแถบขั้วโลก ส่วนใหญ่เกิดจากการละลายในธารน้ำแข็ง สามารถเกิดได้ในเขตหุบเขาที่อุณหภูมิต่ำตลอดปีด้วยเช่นกัน
- โพรงหินชายฝั่ง เกิดจากคลื่นทะเลที่กัดเซาะหินผาจนเกิดเป็นโพรงถ้ำ
- ถ้ำภูเขาไฟ เกิดจากการเย็นตัวของลาวาขณะไหลทะลักออกมาจากภูเขาไฟ [ต้องการอ้างอิง]
[แก้] สิ่งที่น่าสนใจในถ้ำ
[แก้] หินงอก
ตะกอนหินปูนที่จัดตัวเป็นแท่งสูงจากพื้นถ้ำขึ้นไปหาเพดานถ้ำ เกิดจากหยดน้ำที่ไหลออกจากหินย้อยเมื่อหล่นถึงพื้นถ้ำจะเกิดการสูญเสียคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้สารประกอบคาร์บอเนตเกิดการสะสมตัวและค่อยๆ สูงขึ้นจากพื้นถ้ำ
[แก้] หินย้อย
ตะกอนหินปูนที่จับตัวเป็นแท่งหรือแผ่นย้อยลงมาจากเพดานถ้ำ เกิดจากน้ำใต้ดินที่มีหินปูนละลายอยู่หยดลงมาจากรอยแตกบนเพดานถ้ำ และเมื่อน้ำสูญเสียก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปก็จะทำให้เกิดสารประกอบคาร์บอเนตเริ่มสะสมตัวทีละน้อย และพอกยาวลงมาจากเพดานเรื่อยๆ โดยปกติมักมีลักษณะเป็นหลอดกลวงอยู่ตรงกลาง
[แก้] เสาหิน
ลักษณะของหินที่เป็นแท่งหรือเสายาวจากพื้นถ้ำจรดเพดานถ้ำ เกิดจากหินงอกหินย้อยมาบรรจบกัน
[แก้] หลอดหินย้อย
สารหินปูนที่จัดตัวเป็นหลอดหรือท่อย้อยลงมาจากเพดานถ้ำ สารประกอบคาร์บอเนตที่เกิดจะมีการเรียงตัวของผลึกในแนวยาวและย้อยลงมาทำให้มีความยาวเพิ่มขึ้น ทำให้ดูคล้ายหลอดกลวงที่มีน้ำหยดออกมา
[แก้] หินปูนฉาบ
ตะกอนที่เกิดจากน้ำที่มีสารประกอบคาร์บอเนตไหลเป็นแผ่นบางๆ บนพื้นผิวของพื้นถ้ำ ซึ่งมักจะประกอบไปด้วยหินทราเวอร์ทีน ซึ่งเป็นอีกรูปหนึ่งของสารประกอบคาร์บอเนต
[แก้] ม่านถ้ำ
เกิดจากน้ำที่มีสารคาร์บอเนตสูงที่ไหลตามผนังที่เอียงซึ่งเกิดจากแรงตึงผิวของน้ำ เมื่อน้ำเกิดสูญเสียก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จึงทำให้เกิดการตกตะกอนของสารประกอบคาร์บอเนต มีลักษณะเป็นแผ่นบางๆ ย้อยลงมาจากผนังถ้ำดูคล้ายม่าน บางแห่งจะมีสีน้ำตาลแดงสลับกับสีขาวหรือเหลืองอ่อนมีชื่อเรียกเฉพาะว่า ม่านเบคอน
[แก้] สัตว์ในถ้ำ
สัตว์ในถ้ำแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่
- ทร็อกโลไบต์ จะอาศัยอยู่ในถ้ำตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่สามารถดำรงชีวิตนอกถ้ำได้ มักอยู่ในส่วนลึกของถ้ำ หาอาหารในถ้ำ เช่น จิ้งโกร่ง แมลงสองง่าม
- ทร็อกโลไฟล์ ดำรงชีวิตอยู่ได้ทั้งในถ้ำ และภายนอก เช่น แมงมุม
- สัตว์ถ้ำชั่วคราว ปกติใช้ชีวิตอยู่นอกถ้ำ แต่มักมีพฤติกรรมเข้าๆ ออกๆ จากถ้ำบ่อยๆ เช่น ค้างคาว ผีเสื้อกลางคืน หมี
[แก้] มนุษย์ในถ้ำ
มนุษย์เริ่มอาศัยอยู่ในถ้ำตั้งแต่ยุคหินเก่า เพื่อให้เป็นที่หลบภัยธรรมชาติ และภัยจากสัตว์ร้าย ปัจจุบันก็ยังพบว่ามีชาวจีนภาคเหนือหลายร้อยคนอาศัยอยู่ในบ้านถ้ำบนที่ราบสูงดินเลิสส์
[แก้] การเตรียมตัวสำรวจถ้ำ
[แก้] อุปกรณ์
- เครื่องแต่งกาย
- ไฟฉายติดศีรษะ
- หมวกนิรภัย
- ชุดสำรวดถ้ำไม่มีกระเป๋า
- สนับศอก
- สนับเข่า
- ถุงมือ
- รองเท้าปีนเขา
- อุปกรณ์พื้นฐาน
- อุปกรณ์มืออาชีพ
- รองเท้าบู๊ตยาง
- เรือยางพับเก็บได้
- บันไดเชือก
- เชือก
[แก้] สิ่งสำคัญ
- เราจะไม่กลัว ถ้าศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับถ้ำ
- ไม่ควรสำรวจถ้ำคนเดียว ควรไปเป็นหมู่คณะ และมีผู้เชี่ยวชาญนำสำรวจ
- ก่อนสำรวจ ควรแจ้งสถานีตำรวจ และศูนย์ท่องเที่ยวในบริเวณนั้น
- การสำรวจถ้ำเสี่ยงต่อการหลงทาง จึงห้ามเดินพลัดหลงคนเดียว
- ถ้าจะปีนหน้าผา หรือเก็บรังนก ควรฝึกการปีนบันไดเชือกให้แม่นยำก่อน
- เตรียมอุปกรณ์ข้างต้นให้พร้อมก่อนเดินทาง
- ระมัดระวังตัว
[แก้] กฎและข้อห้าม
- ห้ามนำหินงอกหินย้อยออกจากถ้ำ
- ห้ามขีดเขียนผนังถ้ำ
- ห้ามทิ้งขยะในถ้ำ และแหล่งน้ำในถ้ำ
[แก้] ที่สุดของถ้ำ
- ถ้ำที่กว้างที่สุดในโลก
ถ้ำเถิงหลวง มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน - ถ้ำที่ลึกที่สุดในโลก
ถ้ำครูเบรา ดินแดนอับฮาเซีย ประเทศจอร์เจีย - ถ้ำที่ยาวที่สุดในโลก
ถ้ำแมมมอธ รัฐเคนทักกี สหรัฐอเมริกา - ถ้ำน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ถ้ำไอส์รีเซนเวลต์ ประเทศออสเตรีย
[แก้] อ้างอิง
- ^ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542
- ^ พจนานุกรมศัพท์ธรณีวิทยาฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2544
- วิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ เรื่อง สำรวจถ้ำ
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- Australian Speleological Federation (ASF), AU (อังกฤษ)
- British Caving Association (BCA), UK (อังกฤษ)