ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพถ่ายจากดาวเทียมปากแม่น้ำไนล์
ภาพถ่ายจากดาวเทียมปากแม่น้ำคงคา
ภาพถ่ายจากดาวเทียมปากแม่น้ำสาละวิน

ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ (อังกฤษ: River Delta) ดินดอนปากแม่น้ำจะเกิดเฉพาะกับแม่น้ำที่พัดพาเอาตะกอนขนาดเล็กๆ จำพวกทรายละเอียด และ โคลนมากับลำน้ำเป็นปริมาณมาก แล้วมาตกตะกอนทับถมกันบริเวณปากแม่น้ำเท่านั้นเมื่อแม่น้ำไหลลงสู่ทะเลหรือทะเลสาบ ความเร็วของน้ำในแม่น้ำจะลดลงและตะกอนที่แม่น้ำพัดมาจะค่อยๆ สะสมตัวบริเวณตังกล่าว ในบางแห่งขณะน้ำขึ้นน้ำลง กระแสน้ำจะพัดพาเอาทรายและโคลนออกไปสู่ทะเลไกลออกไปจึงไม่มีดินดอนปากแม่น้ำเกิดขึ้น ถ้าในกรณีที่กระแสน้ำขึ้นลง ไม่อิทธิพลรุนแรง แม่น้ำก็จะพัดพาเอาตะกอนมาสะสมอยู่เรื่อยๆ โดยทรายหยาบจะตกตะกอนลงเป็นพวกแรก และนานๆ เข้าก็จะปรากฏเป็นสันทรายบริเวณปากแม่น้ำและในที่สุดแม่น้ำก็จะแตกแขนงออกเป็นสองสาขาในเวลาต่อมา และในเวลาต่อมาแม่น้ำทั้งสองสาขาก็จะถูกปิกกันด้วยสันทราย ทำให้สาขาแม่น้ำแตกออกเป็นสาขาลำน้ำย่อยลงไปอีก ดินดอนโดยทั่วไปมักมีสาขาของลำน้ำที่แตกแขนงจากแม่น้ำใหญ่ โคลนเนื้อละเอียดจะถูกพัดพาไปไกลจากสันทราย และตกตะกอนสะสมตัวกันแผ่คลุมท้องทะเลหรือทะเลสาบในบริเวณที่กว้างขวางเป็นรูปคล้ายพัด หรือ งอกตัวลงทะเลตลอดเวลา โดยธรรมดาแล้วแม่น้ำทุกสายที่ไหลลงทะเลหรือทะเลสาบจะมีดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเกิดขึ้นเสมอ ที่เราเรียกกันว่า "เดลต้า" (Delta) เพราะว่าบริเวณดังกล่าวมีรูปร่างคล้ายสามเหลี่ยม ซึ่งถึงแม้ว่าดินดอนจะไม่เป็นรูปสามเหลี่ยมนักภูมิศาสตร์โดยทั่วไปก็เรียกว่า "เดลต้า" แม่น้ำสายใหญ่ๆ เช่นในเอเชียเช่น แม่น้ำไทกรีสและยูเฟรตีสในอิรัก ซึ่งเดิมเมืองโบราณชื่ออัวร์ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 6,000 ปีที่แล้วอยู่ติดทะเลแต่ปัจจุบันเมืองดังกล่าวอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดิน 240 กิโลเมตร[ต้องการอ้างอิง] แม่น้ำพรหมบุตรในอินเดียและบังคลาเทศ ดินดอนบริเวณปากแม่น้ำคงคาและแม่น้ำพรหมบุตร แผ่ลงไปในทะเลมีระยะทางยาวกว่า 320 กิโลเมตร[ต้องการอ้างอิง] ส่วนแม่น้ำอิระวดีในพม่า ตะกอนพัดมาสะสมโดยบริเวณดังกล่าวทำให้แผ่นดินงอกออกไปในทะเลปีละประมาณ 55 เมตร[ต้องการอ้างอิง] เป็นต้น

ประเภท[แก้]

มีการจำแนกตามตัวควบคุมหลักในการตกสะสมตัวของตะกอน ซึ่งโดยปกติจะเป็นทั้ง แม่น้ำ คลื่น (Wave) และกระแสน้ำขึ้นลง (Tide)[1] ปัจจัยในการควบคุมเหล่านี้มีผลต่อรูปร่างของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ

การกระทำของคลื่นที่โดดเด่น

มีการกัดเซาะเนื่องจากอิทธิพลของคลื่นเป็นตัวควบคุมรูปร่างของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ แม้ว่าจะมีการกัดเซาะ แต่เมื่อเทียบปริมาณการสะสมตัวของตะกอนกับการถูกกัดเซาะ ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำก็ยังสามารถสะสมตะกอนออกสู่ทะเลได้ ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่มีการกระทำของคลื่นที่โดดเด่น เช่น ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนล์ มักมีรูปลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม

การกระทำของกระแสน้ำขึ้นลงที่โดดเด่น

การกัดเซาะมีความสำคัญต่อดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่มีความโดดเด่นของกระแสน้ำขึ้นลง ด้วยเช่นกัน อย่างเช่น สามเหลี่ยมปากแม่น้ำคงคา ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่จะอยู่ใต้น้ำ และจะมีแนวสันทรายที่เด่นชัด ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่เกิดจากการกระทำของกระแสน้ำขึ้นลง มีความแตกต่างจากการกระทำของคลื่น และแม่น้ำ กล่าวคือ จะมีการแตกแขนงของแม่น้ำสายหลักไม่มาก ในขณะที่คลื่น หรือแม่น้ำ จะมีการแตกสาขาของทางน้ำที่มีตะกอนทรายละเอียดมาปิดทับ หรือเป็นทางน้ำที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ การแตกสาขาของทางน้ำบนดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ จะเกิดในช่วงที่บริเวณโดยรอบมีปริมาณน้ำมาก เช่น น้ำท่วม หรือการเกิดพายุ ทำให้เกิดการสะสมของตะกอนทรายละเอียด อย่างช้าๆ จนกระทั่งมีอัตราการสะสมตะกอนคงที่

อ้างอิง[แก้]