อันวาร์ อิบราฮิม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อันวาร์ อิบราฮิม
ผู้นำฝ่ายค้านมาเลเซีย
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
28 สิงหาคม พ.ศ. 2551
กษัตริย์ สุลต่านมีซาน ไซนัล อาบิดีน
อับดุล ฮาลิม
นายกรัฐมนตรี อับดุลละห์ อะห์มัด บาดาวี
นาจีบ ราซะก์
สมัยก่อนหน้า วันอาซีซะห์ วันอิสมาอิล
อยู่ในวาระ
เริ่มดำรงตำแหน่ง
28 สิงหาคม 2551
สมัยก่อนหน้า วันอะซีซะห์ วันอิสมาอิล
คะแนนเสียง 15,671
ดำรงตำแหน่ง
2525–2542
สมัยก่อนหน้า ซาบิดี อาลี
สมัยถัดไป วันอาซีซะห์ วันอิสมาอิล
รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซียคนที่ 7
ดำรงตำแหน่ง
1 ธันวาคม พ.ศ. 2536 – 2 กันยายน พ.ศ. 2541
นายกรัฐมนตรี มหาเธร์ โมฮัมหมัด
สมัยก่อนหน้า ฆาฟาร์ บาบา
สมัยถัดไป อับดุลละห์ อะห์มัด บาดาวี
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 10 สิงหาคม พ.ศ. 2490
จโระก์ ตก กุน รัฐปีนัง สหภาพมาลายา
พรรคการเมือง PR – PKR (2006–ปัจจุบัน)

BN – UMNO (1982–1998)

คู่สมรส วันอาซีซะห์ วันอิสมาอิล
บุตร นูรุล อิซซะห์ อันวาร์
เอะห์ซาน อันวาร์
นูรุล นูฮา อันวาร์
คนอื่นๆ 3 คน
ศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยมาลายา
วิชาชีพ นักการเมือง
ศาสนา อิสลามนิกายซุนนีย์

ดาโต๊ะ ซรี อันวาร์ บิน อิบราฮิม (เกิด 10 สิงหาคม พ.ศ. 2490) เป็นนักการเมืองมาเลเซีย ผู้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีมาเลเซียตั้งแต่ พ.ศ. 2536 ถึง 2541 ในการทำงานการเมืองช่วงแรก เขาเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ โมฮัมหมัด แต่ภายหลังได้กลายเป็นนักวิจารณ์รัฐบาลมหาเธร์คนสำคัญที่สุด

ใน พ.ศ. 2542 เขาถูกตัดสินจำคุกหกปีด้วยข้อหาคอร์รัปชัน และใน พ.ศ. 2543 ถูกตัดสินจำคุกอีกเก้าปีด้วยข้อหาร่วมเพศทางทวารหนัก ใน พ.ศ. 2547 ศาลสหพันธรัฐกลับการพิพากษาลงโทษที่สองและเขาได้รับการปล่อยตัว ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2551 เขาถูกจับกุมจากข้อกล่าวหาว่า เขาร่วมเพศกับเพื่อนร่วมงานชายคนหนึ่งทางทวารหนัก แต่ศาลพิพากษายกฟ้องในเดือนมกราคม พ.ศ. 2555[1]

วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2551 อันวาร์ชนะการเลือกตั้งซ่อมในเขตเปอร์มาตังปาอูห์ (Permatang Pauh) และกลับคืนสู่รัฐสภาในฐานะผู้นำฝ่ายค้านมาเลเซีย เขาได้แถลงความต้องการเปิดเสรี รวมทั้งตุลาการที่เป็นอิสระและสื่อเสรี เพื่อต่อสู้กับการคอร์รัปชันประจำถิ่นซึ่งเขามองว่าถ่วงให้มาเลเซียเข้าใกล้สถานะรัฐที่ล้มเหลว[2]

ข้อกล่าวหาทางเพศ[แก้]

ที่การประชุมใหญ่องค์การสหมาเลย์แห่งชาติ มีการแจกจ่ายหนังสือ 50 Dalil Kenapa Anwar Tidak Boleh Jadi PM ("50 เหตุผลว่าทำไมอันวาร์จึงเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ได้") ซึ่งมีเนื้อหากล่าวหาชัดเจนเช่นเดียวกับกล่าวโทษอันวาร์ว่าคอร์รัปชัน หนังสือนี้เขียนขึ้นโดย คาลิด จาฟรี อดีตบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์อูตูซานมาเลเซียซึ่งรัฐบาลควบคุม และอดีตบรรณาธิการฮาเรียนเนชันแนลที่ล้มเหลว อันวาร์ได้คำสั่งห้ามจากศาลมิให้จำหน่ายหนังสืออีกและดำเนินคดีต่อผู้เขียนในข้อหาหมิ่นประมาท ตำรวจแจ้งข้อหาตีพิมพ์ข่าวเท็จโดยเจตนาร้ายต่อผู้เขียนหนังสือ[3] ในบรรดาข้อกล่าวหาในหนังสือ หนึ่งในนั้นคือ อันวาร์เป็นพวกรักร่วมเพศ ตำรวจได้รับการชี้แจงให้สอบสวนความถูกต้องของการอ้างนี้ อันวาร์ถูกแจ้งข้อหาร่วมเพศทางทวารหนัก ถูกตัดสินโทษจำคุก 15 ปี ซึ่งซิดนีย์มอร์นิงแฮโรลเรียกว่า "การจัดฉากทางการเมืองอย่างโจ๋งครึ่ม"[4]

ระหว่างการคุมขังของตำรวจใน พ.ศ. 2541 อันวาร์ถูกทุบตีโดยเราะฮิม นูร์ ซึ่งขณะนั้นเป็นจเรตำรวจ ภายหลังเราะฮิมถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงฐานทำร้ายร่างกายและถูกจำคุกสองเดือนใน พ.ศ. 2543 เขาขอโทษอย่างเป็นทางการต่ออันวาร์และจ่ายค่าเสียหายไม่ทราบจำนวน[5]

ใน พ.ศ. 2542 อันวาร์แจ้งความดำเนินคดีต่อนายกรัฐมนตรีมหาเธร์ในข้อหาหมิ่นประมาทที่กล่าวหาว่าประพฤติผิดศีลธรรมและเรียกอันวาร์ว่าพวกรักร่วมเพศในการแถลงข่าวในมาเลเซีย[6]

คำตัดสินนี้ถูกพลิกบางส่วนใน พ.ศ. 2547 เป็นผลให้อันวาร์ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ ผู้เขียนหนังสือดั้งเดิมเสียชีวิตใน พ.ศ. 2548 ด้วยภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน แต่ไม่ก่อนหน้าที่ศาลสูงจะพิพากษาว่าเขามีความผิดฐานหมิ่นประมาทและต้องจ่ายค่าชดเชยแก่อันวาร์หลายล้านริงกิต[7] ศาลสหพันธ์พิพากษาเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553 ว่า การที่มหาเธร์ปลดอันวาร์จากตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีของเขาชอบตามรัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมาย หมายความว่า อันวาร์ล้มเหลวในการต่อสู้คัดค้านการปลดเขาออกจากตำแหน่ง[8][9][10]

ข้อกล่าวหาการร่วมเพศทางทวารหนัก[แก้]

วันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2551 เว็บท่าข่าวออนไลน์มาเลเซียกินีรายงานว่า ผู้ร่วมงานของอันวาร์ อิบราฮิมฟ้องรายงานตำรวจโดยอ้างว่า เขาถูกอันวาร์ร่วมเพศทางทวารหนัก[11] อันวาร์กล่าวว่า โทษจำคุกจากข้อหานี้ที่เป็นไปได้นั้นอาจถูกมองได้ว่าเป็นความพยายามปลดเขาจากตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านหลังเขาได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้นและชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อม เขายังยืนยันความบริสุทธิ์ของตนอีกและอ้างหลักฐานในแบบรายงานการแพทย์ด้วย[2]

ศาลตัดสินยกฟ้องในวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2555 เกือบสองปีหลังการพิจารณาเริ่มขึ้น ซึ่งผู้พิพากษาเห็นว่าหลักฐานดีเอ็นเอที่อัยการส่งมานั้นเชื่อถือไม่ได้ และยกฟ้องอันวาร์[12]

อ้างอิง[แก้]

  1. *"Anwar Ibrahim found not guilty of sodomy". Aljazeera. 9 January 2012. สืบค้นเมื่อ 9 January 2012. 
  2. 2.0 2.1 "Interview with Anwar Ibrahim". The-diplomat.com. สืบค้นเมื่อ 9 January 2012. 
  3. "Judge gives reasons for ruling in favour of Anwar". Daily Express (UK). 26 January 2005. สืบค้นเมื่อ 3 February 2010. 
  4. Hartcher, Peter (23 February 2010). "Outdated political thuggery embarrasses Malaysia". The Sydney Morning Herald. 
  5. "Apology ends Anwar's suit over beating". nytimes.com. 4 August 2005. สืบค้นเมื่อ 11 January 2012. 
  6. "Anwar vs Dr M: Two of three judges recuse themselves (Updated)". The Star. 1 March 2010. สืบค้นเมื่อ 1 March 2010. 
  7. "What is RM100 million?". Malaysian Insider. 28 May 2009. สืบค้นเมื่อ 30 January 2010. 
  8. "Court: Anwar's sacking from cabinet posts is valid". The Malay Mail. 8 March 2010. สืบค้นเมื่อ 8 March 2010. 
  9. "Anwar's Sacking From Cabinet Posts In 1998 Is Valid, Federal Court Rules". Bernama. 8 March 2010. สืบค้นเมื่อ 8 March 2010. 
  10. "Update Anwar's sacking was lawful, rules Federal Court". TheEdge. 8 March 2010. สืบค้นเมื่อ 8 March 2010. 
  11. "Aide alleges sodomy: Report lodged". Malaysiakini (Mkini Dotcom Sdn Bhd). 28 June 2008. สืบค้นเมื่อ 28 June 2008. 
  12. "Malaysia court finds Anwar Ibrahim not guilty of sodomy". BBC News Asia. 9 January 2011. สืบค้นเมื่อ 9 January 2012. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]