ข้ามไปเนื้อหา

มณฑลนครไชยศรี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก มณฑลนครชัยศรี)
มณฑลนครไชยศรี
มณฑลเทศาภิบาล
พ.ศ. 2438 – 2475
Flag of มณฑลนครไชยศรี
ธงประจำกองลูกเสือ
(พ.ศ. 2459 – 2475)

เมืองหลวงนครปฐม
การปกครอง
  ประเภทสมุหเทศาภิบาลต่างพระเนตรพระกรรณ
สมุหเทศาภิบาล 
 พ.ศ. 2438–2441
พระยามหาเทพ (บุตร บุณยรัตพันธุ์) (คนแรก)
 พ.ศ. 2441–2458
เจ้าพระยาศรีวิไชยชนินทร์ (ชม สุนทรารชุน)
 พ.ศ. 2458–2460
พระยามหาอำมาตยาธิบดี (เส็ง วิรยศิริ)
 พ.ศ. 2466–2468
พระยาสุนทรบุรีศรีพิชัยสงคราม (อี้ กรรณสูต)
 พ.ศ. 2468–2475
หม่อมเจ้าธำรงศิริ ศรีธวัช (คนสุดท้าย)
ยุคทางประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์
 จัดตั้ง
พ.ศ. 2438
 เป็นส่วนหนึ่งของมณฑลภาคตะวันตก
29 มีนาคม พ.ศ. 2459 – 31 มีนาคม พ.ศ. 2469
 ยุบรวมกับมณฑลราชบุรี
1 เมษายน พ.ศ. 2475
ก่อนหน้า
ถัดไป
เมืองนครไชยศรี
เมืองสุพรรณบุรี
เมืองสมุทรสาคร
มณฑลราชบุรี
ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ ไทย

มณฑลนครไชยศรี เป็นมณฑลที่ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2438 เป็นมณฑลขนาดเล็กประกอบด้วยเมืองสุพรรณบุรี เมืองสมุทรสาคร และเมืองนครไชยศรี[1]

ประวัติ

[แก้]

หลังจากที่สยามได้ยกเลิกการปกครองหัวเมืองเอก โท ตรี จัตวา มาเป็นการบริหารราชการเป็นกระทรวงเพื่อให้แต่ละเมืองมีฐานะเท่า ๆ กัน ภายใต้การดูแลบังคับบัญชาของกระทรวงมหาดไทย แต่ละเมืองมีผู้กินเมืองส่งไปจากส่วนกลาง จัดให้มีการปกครองส่วนมณฑลเทศาภิบาล ซึ่งเป็นการรวมหัวเมืองในเขตเดียวกัน

มีพระยามหาเทพ (บุตร บุณยรัตพันธุ์) เป็นข้าหลวงใหญ่คนแรก มีที่บัญชาการมณฑลอยู่ที่เมืองนครไชยศรี ตรงบริเวณโรงพยาบาลนครไชยศรี ในปัจจุบัน ต่อมา พ.ศ. 2441 ได้ย้ายที่บัญชาการมณฑลมายังบริเวณอำเภอเมืองนครปฐมในปัจจุบัน โดยได้ซ่อมแซมวังปฐมนครซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวครั้งที่ทำการบูรณะองค์พระปฐมเจดีย์ แล้วใช้เป็นที่บัญชาการมณฑล[2]

พ.ศ. 2475 ได้มีการประกาศยกเลิกมณฑนครไชยศรี โดยรวมเข้ากับมณฑลราชบุรี[3]

การปฏิรูป

[แก้]

เมืองนครไชยศรีแบ่งออกเป็น 5 อำเภอ คือ อำเภอตลาดใหม่ อำเภอบางปลา อำเภอพระปฐมเจดีย์ อำเภอกำแพงแสน และอำเภอเมือง เมืองสุพรรณบุรีแบ่งออกเป็น 4 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอบางปลาม้า อำเภอบางลี่ และอำเภอบ้านทึง เมืองสมุทรสาครแบ่งออกเป็น 3 อำเภอ คือ อำเภอกระทุ่มแบน อำเภอบางโทรัด และอำเภอเมือง[4]

มณฑลนครไชยศรี ได้มีประกาศจัดศาลมณฑลเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2441 (ร.ศ. 117)[5] มีการวางผังเมืองนครปฐมใหม่ สร้างเมืองใหม่ขึ้นทั้งเมือง ย้ายเมืองไปที่ตำบลพระปฐมเจดีย์ (ระบุว่าย้ายเมื่อ พ.ศ. 2444) ทำที่ป่าให้เป็นถนนหนทาง เช่น ถนนเทศะ ถนนหน้าพระ ถนนขวาพระ และถนนหลังพระ เป็นต้น สร้างที่ทำงานสำหรับราชการ สร้างบ้านพักราชการ สร้างตลาด สร้างเรือนจำกลางและสถานกักกันนครปฐมเมื่อ พ.ศ 2441[6]

ด้านการศึกษา พ.ศ. 2452 จัดให้มีโรงเรียนหลวง มีการจัดการเรียนการสอนในวัดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นอยางเป็นแบบแผนในระดับประถมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนพิณพิทยาคาร โรงเรียนวัดพระปฐมเจดีย์ โรงเรียนมณฑล โรงเรยนอุตรบำรุง โรงเรียนบรรหารพิทยาคม โรงเรียน วัดไร่ขิง และโรงเรียนวัดบางปลา มีโรงเรียนเชลยศักดิ์ที่เปิดสอนหนังสือไทยและอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2449 ชื่อว่า โรงเรียนบำรุงวิทยาพระปฐมเจดีย์ และจัดตั้งโรงเรียนประจำมณฑลเมื่อ พ.ศ. 2452 ปัจจุบันคือ โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย[7]

อ้างอิง

[แก้]
  1. มณฑลเทศาภิบาล : วิเคราะห์เปรียบเทียบ, 14.
  2. "มณฑลนครไชยศรี" (PDF).
  3. จังหวัดนครปฐม. (2533). ประวัติมหาดไทยส่วนภูมิภาคจังหวัดนครปฐม. 1.
  4. "รายงานข้าหลวงเทศาภิบาล มณฑลนครไชยศรี" (PDF). ราชกิจจานุเบกษา.
  5. "ประวัติศาลจังหวัดนครปฐม". ศาลจังหวัดนครปฐม. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-08-21. สืบค้นเมื่อ 2021-08-21.
  6. "ประวัติความเป็นมาของเรือนจำกลางและสถานกักกันนครปฐม". สถานกักกันนครปฐม. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-08-21. สืบค้นเมื่อ 2021-08-21.
  7. โรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย. (2532). 80 ปี พระปฐมวิทยาลัย 2452 - 2532. หน้า 3.

บรรณานุกรม

[แก้]