พอล แบเรอร์
| พอล แบเรอร์ | |
|---|---|
| ข้อมูล | |
| ฉายา | Mr. X The Embalmer Dr. Rigor Mortis Percival Pringle III Percy Pringle III พอล แบเรอร์[1] |
| ความสูง | 5 ฟุต 10 นิ้ว (1.78 ม.) |
| น้ำหนัก | 250 ปอนด์ (110 kg) |
| เกิด | 10 เมษายน ค.ศ. 1954 Mobile, Alabama |
| เสียชีวิต | 5 มีนาคม ค.ศ. 2013 (58 ปี) Mobile, Alabama |
| พำนัก | Mobile, Alabama |
| เปิดตัว | มิถุนายน ค.ศ. 1974 |
เพอร์ซี พริงเกิล มีชื่อจริงว่า วิลเลียม อัลวิน "บิล" มู้ดดี้ เกิดวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 1954 เป็นผู้จัดการมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกัน ทำงานกับสมาคม เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ หรือ ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ในวงการมวยปล้ำมีชื่อว่า พอล แบเรอร์ เป็นเจ้าของกระปุกสถิตวิญญาณที่เขาถืออยู่ตลอดเวลา และเป็นผู้จัดการของ ดิอันเดอร์เทเกอร์ และ เคน ปัจจุบันพอลได้เสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยโรคประจำตัวหลายอย่าง เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2013 ขณะที่มีอายุได้ 58 ปี
เนื้อหา |
ประวัติ [แก้]
พอล แบเรอร์ หรือชื่อจริง วิลเลียม อัลวิน "บิล" มูดดี เริ่มเข้ามาสู่วงการมวยปล้ำตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่นโดยการเป็นช่างกล้องข้างเวที หลังเรียนจบเขาได้รับราชการทหาร และมักจะขึ้นปล้ำที่ค่ายอิสระในระหว่างเป็นทหารตลอด 4 ปี หลังจากนั้นในปี 1979 เขาได้เริ่มเป็นผู้จัดการให้กับนักมวยปล้ำโดยใช้ชื่อ เพอร์ซีวอล "เพอร์ซี" พริงเกิล, ที่ 3 ในค่ายมวยปล้ำอิสระทางตะวันออกเฉียงใต้ แต่เมื่อลูกชายเขาถือกำเนิดขึ้น เขาจึงออกจากวงมวยปล้ำหันมาทำธุรกิจของตัวเอง นั่นคือการจัดงานศพรวมไปถึงทุกๆ อย่างที่อยู่ในวงการธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องความตาย
ก่อนที่พอลจะเข้ามาใน WWE เขาได้กลับไปเป็นผู้จัดการให้กับนักมวยปล้ำอีกครั้งที่สมาคม FCW WCCW และ USWA ตามลำดับ มีนักมวยปล้ำหลายคนมากที่มีพอลในคาแรคเตอร์ของพริงเกิลเป็นผู้จัดการให้ แต่คงไม่มีนักมวยปล้ำคนไหน ที่โดดเด่น และเป็นที่ตรึงตาตรึงใจแฟนๆ มวยปล้ำเท่ากับบุรุษที่มีชื่อว่า ดิอันเดอร์เทเกอร์ อีกแล้ว
พอลเข้าสู่สมาคม WWE ในช่วงทศรรษที่ 90 จากการพูดถึงของ ริค รู๊ด ไปเข้าหูของ วินซ์ แม็กแมน โดยวินซ์ได้ใช้การที่พอลมีธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องศพ ซึ่งเป็นธุรกิจในชีวิตจริงของพอลมาใช้่ในวงการมวยปล้ำ โดยทางวินซ์ให้พอลมาเป็นผู้จัดการให้กับนักมวยปล้ำที่มีกิมมิคลึกลับ น่ากลัวอยู่ที่ชื่ออันเดอร์เทเกอร์
พอลปรากฏตัวครั้งแรกต่อสาธรณะชนเมื่อต้นปี 1991 จากการแนะนำของ บราเธอร์ เลิฟ มีกิมมิคทีึลึกลับไม่แพ้ตัวอันเดอร์เทเกอร์ มีกระปุกสถิตวิญญาณอยู่ข้างกายอยู่กับอันเดอร์เทเกอร์ มาตลอด 6 ปี จนหักหลังอันเดอร์เทเกอร์โดยไปอยู่กับ แมนไคน์ จากนั้นก็เริ่มเรื่องราวระหว่างอันเดอร์เทเกอร์กับตัวเขา โดยมีเรื่องใหม่เข้ามา นั่นคือน้องชายของอันเดอร์เทเกอร์ ที่ชื่อว่า เคน
เมื่อเคนเข้ามาสู่วงการมวยปล้ำเกิดเป็นศึกสายเลือดระหว่างพี่กับน้องพอลก็ไปอยู่้ข้างเคน แต่พอเวาล่วงเลยไปก็กลับมาอยู่กับอันเดอร์เทเกอร์ อีกครั้งและสร้างกระทรวงแห่งความมืด หรือ Ministry of Darkness ขึ้นมาเพื่ออที่จะยึดครองสมาคม ก่อนที่กลายเป็น Coperate Ministry และแยกจากกันไปในที่สุด
พอลกลับมาอีกครั้งในช่วงปี 2000 โดยมาเป็นผู้จัดการของเคน แต่ก็หมดบทบาทในช่วงหลังศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 16 เขาจึงผันมาทำงานเบื้องหลังแทนจนสัญญาหมดในปี 2002 และไม่ต่อสัญญาแต่อย่างใด ย้ายไป TNA ช่วงนั้นๆโดยใช้กิมมิค เพอร์ซี พริงเกิล ที่ 3 ซึ่งเป็นกิมมิคดั้งเดิมของเขาเอง
พอลได้กลับมาอีกครั้งในปี 2003 และได้เปิดตัวการกลับมาเป็นผู้จัดการของอันเดอร์เทเกอร์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 ปีถัดมา ถือเป็นการเปลี่ยนกิมมิคของอันเดอร์เทเกอร์ จาก Big Evil มาเป็น The Phenom เหมือนเดิมด้วย เรียกได้ว่าการกลับมารวมกันครั้งนี้สุดแสนจะยิ่งใหญ่ อลังการงานสร้างเอามากๆเลย ทว่าสุดท้ายก็เป็นอันเดอร์เทเกอร์ที่เป็นคนจัดการพอลฝังโบกกับคอนกรีตในศึึก เดอะเกรทอเมริกันแบช ปี 2004 ในปีนั้นเองพอลก็มาทำงานเป็นเบื้อหลังให้กับทางสมาคมต่อไปก่อนที่จะสิ้นสุดสัญญาลงในปี 2005
ในปี 2010 พอลได้กลับเข้าสู่สมาคมอีกครั้ง โดยกลับมาเป็นผู้จัดการให้กับอันเดอร์เทเกอร์ที่มีปัญหาอยู่กับเคน แต่ไม่นานก็หักหลังไปอยู่กับเคน และได้มีบทบาทร่วมกับ เอดจ์ จนสุดท้ายถูกเอดจ์เล่นงานหัวทิ่มลงพื้นซีเมนต์ข้างล่าง บทนี้เองที่ทำให้หายจากจอไป หลังจากนั้นอีก 2 ปีพอลได้ปรากฏตัวอีกครั้งแบบสั้นๆ ในเรืื่องระหว่าง แรนดี ออร์ตัน กับ เคนโดนจับยัดอยู่ในห้องแช่แข็งก่อนที่เคนจะช่วยเหลือออกมา โดยทำทีเป็นช่วย แต่สุดท้ายเคนก็จับเข้าไปใหม่ถือเป็นการสิ้นสุดเรื่องราวและเป็นการปรากฏตัวครั้งสุดท้ายในสมาคม WWE จนกระทั่งพอลได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2013
ผลงานทั้งหมด [แก้]
- Cauliflower Alley Club
- Other honoree (2003)
- Gulf Coast Wrestlers Reunion
- Pioneer Award 2001 Member of the Board of Directors
- Pro Wrestling Illustrated
- Manager of the Year (1998)
อ้างอิง [แก้]
- ↑ Stone Cold Steve Austin. The Stone Cold Truth (p.81)