พอล แบเรอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พอล แบเรอร์
An image of พอล แบเรอร์.
ข้อมูล
ฉายา Mr. X
The Embalmer
Dr. Rigor Mortis
Percival Pringle III
Percy Pringle III
พอล แบเรอร์[1]
ความสูง ฟุต 10 นิ้ว (1.78 ม.)
น้ำหนัก 250 ปอนด์ (110 กก.)
เกิด 10 เมษายน ค.ศ. 1954(1954-04-10)
Mobile, Alabama
เสียชีวิต 5 มีนาคม ค.ศ. 2013 (58 ปี)
Mobile, Alabama

เพอร์ซี พริงเกิล มีชื่อจริงว่า วิลเลียม อัลวิน "บิล" มู้ดดี้ (10 เมษายน ค.ศ. 1954 - 5 มีนาคม ค.ศ. 2013) เป็นผู้จัดการมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกัน ทำงานกับสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ในชื่อว่า พอล แบเรอร์ และ เพอร์ซีวัล พริงเกิล ที่ 3 เป็นเจ้าของกระปุกสถิตวิญญาณที่เขาถืออยู่ตลอดเวลา และเป็นผู้จัดการของ ดิอันเดอร์เทเกอร์ และ เคน ปัจจุบันได้เข้าสู่ หอเกียรติยศดับเบิลยูดับเบิลยูอี ประจำปี 2014

ประวัติ[แก้]

พอล แบเรอร์ หรือชื่อจริง วิลเลียม อัลวิน "บิล" มูดดี เริ่มเข้ามาสู่วงการมวยปล้ำตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่นโดยการเป็นช่างกล้องข้างเวที หลังเรียนจบเขาได้รับราชการทหาร และมักจะขึ้นปล้ำที่ค่ายอิสระในระหว่างเป็นทหารตลอด 4 ปี หลังจากนั้นในปี 1979 เขาได้เริ่มเป็นผู้จัดการให้กับนักมวยปล้ำโดยใช้ชื่อ เพอร์ซีวอล "เพอร์ซี" พริงเกิล, ที่ 3 ในค่ายมวยปล้ำอิสระทางตะวันออกเฉียงใต้ แต่เมื่อลูกชายเขาถือกำเนิดขึ้น เขาจึงออกจากวงมวยปล้ำหันมาทำธุรกิจของตัวเอง นั่นคือการจัดงานศพรวมไปถึงทุกๆ อย่างที่อยู่ในวงการธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องความตาย

ก่อนที่พอลจะเข้ามาใน WWE เขาได้กลับไปเป็นผู้จัดการให้กับนักมวยปล้ำอีกครั้งที่สมาคม FCW WCCW และ USWA ตามลำดับ มีนักมวยปล้ำหลายคนมากที่มีพอลในคาแรคเตอร์ของพริงเกิลเป็นผู้จัดการให้ แต่คงไม่มีนักมวยปล้ำคนไหน ที่โดดเด่น และเป็นที่ตรึงตาตรึงใจแฟนๆ มวยปล้ำเท่ากับบุรุษที่มีชื่อว่า ดิอันเดอร์เทเกอร์ อีกแล้ว

พอลเข้าสู่สมาคม WWE ในช่วงทศรรษที่ 90 จากการพูดถึงของ ริค รู๊ด ไปเข้าหูของ วินซ์ แม็กแมน โดยวินซ์ได้ใช้การที่พอลมีธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องศพ ซึ่งเป็นธุรกิจในชีวิตจริงของพอลมาใช้ในวงการมวยปล้ำ โดยทางวินซ์ให้พอลมาเป็นผู้จัดการให้กับนักมวยปล้ำที่มีกิมมิคลึกลับ น่ากลัวอยู่ที่ชื่ออันเดอร์เทเกอร์

พอลปรากฏตัวครั้งแรกต่อสาธรณะชนเมื่อต้นปี 1991 จากการแนะนำของ บราเธอร์ เลิฟ มีกิมมิคทีลึกลับไม่แพ้ตัวอันเดอร์เทเกอร์ มีกระปุกสถิตวิญญาณอยู่ข้างกายอยู่กับอันเดอร์เทเกอร์ มาตลอด 6 ปี จนหักหลังอันเดอร์เทเกอร์โดยไปอยู่กับ แมนไคน์ จากนั้นก็เริ่มเรื่องราวระหว่างอันเดอร์เทเกอร์กับตัวเขา โดยมีเรื่องใหม่เข้ามา นั่นคือน้องชายของอันเดอร์เทเกอร์ ที่ชื่อว่า เคน

เมื่อเคนเข้ามาสู่วงการมวยปล้ำเกิดเป็นศึกสายเลือดระหว่างพี่กับน้องพอลก็ไปอยู่ข้างเคน แต่พอเวาล่วงเลยไปก็กลับมาอยู่กับอันเดอร์เทเกอร์ อีกครั้งและสร้างกระทรวงแห่งความมืด หรือ Ministry of Darkness ขึ้นมาเพื่ออที่จะยึดครองสมาคม ก่อนที่กลายเป็น Coperate Ministry และแยกจากกันไปในที่สุด

พอลกลับมาอีกครั้งในช่วงปี 2000 โดยมาเป็นผู้จัดการของเคน แต่ก็หมดบทบาทในช่วงหลังศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 16 เขาจึงผันมาทำงานเบื้องหลังแทนจนสัญญาหมดในปี 2002 และไม่ต่อสัญญาแต่อย่างใด ย้ายไป TNA ช่วงนั้นๆโดยใช้กิมมิค เพอร์ซี พริงเกิล ที่ 3 ซึ่งเป็นกิมมิคดั้งเดิมของเขาเอง

พอลได้กลับมาอีกครั้งในปี 2003 และได้เปิดตัวการกลับมาเป็นผู้จัดการของอันเดอร์เทเกอร์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 ปีถัดมา ถือเป็นการเปลี่ยนกิมมิคของอันเดอร์เทเกอร์ จาก Big Evil มาเป็น The Phenom เหมือนเดิมด้วย เรียกได้ว่าการกลับมารวมกันครั้งนี้สุดแสนจะยิ่งใหญ่ อลังการงานสร้างเอามากๆเลย ทว่าสุดท้ายก็เป็นอันเดอร์เทเกอร์ที่เป็นคนจัดการพอลฝังโบกกับคอนกรีตในศึก เดอะเกรทอเมริกันแบช ปี 2004 ในปีนั้นเองพอลก็มาทำงานเป็นเบื้อหลังให้กับทางสมาคมต่อไปก่อนที่จะสิ้นสุดสัญญาลงในปี 2005

ในปี 2010 พอลได้กลับเข้าสู่สมาคมอีกครั้ง โดยกลับมาเป็นผู้จัดการให้กับอันเดอร์เทเกอร์ที่มีปัญหาอยู่กับเคน แต่ไม่นานก็หักหลังไปอยู่กับเคน และได้มีบทบาทร่วมกับ เอดจ์ จนสุดท้ายถูกเอดจ์เล่นงานหัวทิ่มลงพื้นซีเมนต์ข้างล่าง

หลังจากนั้นอีก 2 ปีพอลได้ปรากฏตัวอีกครั้งแบบสั้นๆ ในเรื่องระหว่าง แรนดี ออร์ตัน กับเคน โดยถูกจับยัดอยู่ในห้องแช่แข็งก่อนที่เคนจะช่วยเหลือออกมา โดยทำทีเป็นช่วย แต่สุดท้ายเคนก็จับเข้าไปใหม่ถือเป็นการสิ้นสุดเรื่องราวและเป็นการปรากฏตัวครั้งสุดท้ายในสมาคม WWE จนกระทั่งพอลได้เสียชีวิตลงอย่างกะทันหันด้วยโรคประจำตัวหลายอย่าง เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2013 ขณะที่มีอายุได้ 58 ปี ต่อมาพอลได้รับการบรรจุชื่อเข้าสู่ หอเกียรติยศดับเบิลยูดับเบิลยูอี ประจำปี 2014

ผลงานทั้งหมด[แก้]

  • Cauliflower Alley Club
    • Other honoree (2003)
  • Gulf Coast Wrestlers Reunion
    • Pioneer Award 2001 Member of the Board of Directors
  • Pro Wrestling Illustrated
    • Manager of the Year (1998)

อ้างอิง[แก้]

  1. Stone Cold Steve Austin. The Stone Cold Truth (p.81)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]