ฟุตบอลทีมชาติเวลส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เวลส์
Shirt badge/Association crest
ฉายา The Dragon มังกรแดง
(เวลส์: Y Dreigiau)
สมาคม สมาคมฟุตบอลเวลส์ (FAW)
สมาพันธ์ ยูฟ่า (ยุโรป)
หัวหน้าผู้ฝึกสอน คริส โคลแมน
ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน คิท ไซมอนส์
กัปตัน แอชลีย์ วิลเลียมส์
ติดทีมชาติสูงสุด เนวิลล์ เซาท์ธอลล์ (92)
ทำประตูสูงสุด เอียน รัช (28)
สนามเหย้า คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ สเตเดี้ยม
คาร์ดิฟฟ์
รหัสฟีฟ่า WAL
อันดับฟีฟ่า 41[1]
อันดับฟีฟ่าสูงสุด 27 (สิงหาคม 2536)
อันดับฟีฟ่าต่ำสุด 117 (สิงหาคม 2554)
อันดับอีแอลโอ 63[2]
อันดับอีแอลโอสูงสุด 3 (2419-2428)
อันดับอีแอลโอต่ำสุด 88 (25 พฤษภาคม 2554)
ทีมเหย้า สี
ทีมเยือน สี
เกมระดับนานาชาติครั้งแรก
ธงชาติสกอตแลนด์ สกอตแลนด์ 4 - 0 เวลส์ เวลส์
(กลาสโกว์, สก็อตแลนด์; 26 มีนาคม 1876)
ชนะสูงสุด
เวลส์ เวลส์ 11 - 0 ไอร์แลนด์ Flag of Ireland
(เร็กซ์แฮม, เวลส์; 3 มีนาคม 1888)
แพ้สูงสุด
ธงชาติสกอตแลนด์ สกอตแลนด์ 9 - 0 เวลส์ เวลส์
(กลาสโกว์, สก็อตแลนด์; 23 มีนาคม 1878)
ฟุตบอลโลก
เข้าร่วม 1 (ครั้งแรกใน 1958)
ผลงานดีที่สุด รอบ 8 ทีมสุดท้าย, ฟุตบอลโลก 1958

ฟุตบอลทีมชาติเวลส์ เป็นทีมฟุตบอลของเวลส์ บริหารงานโดยสมาคมฟุตบอลเวลส์ (FAW) เป็นทีมฟุตบอลทีมชาติที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอันดับที่ 3 แต่เคยผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายในรายการสำคัญๆเพียงแค่ครั้งเดียวคือฟุตบอลโลกปี 1958 ทีมชาติเวลส์มีฉายาในภาษาไทยว่า "มังกรแดง"

แม้ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในสหราชอาณาจักร แต่เวลส์ก็มีทีมฟุตบอลของตนเองเข้าร่วมแข่งขันในรายการสำคัญต่างๆทุกรายการ ยกเว้นการแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิกที่ต้องแข่งในชื่อของสหราชอาณาจักร

ทีมชาติเวลส์อยู่ในกลุ่ม เอ ในการแข่งขันรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2014 โดยอยู่ร่วมกลุ่มกับทีมชาติเซอร์เบีย, ทีมชาติโครเอเชีย, ทีมชาติเบลเยียม, ทีมชาติสกอตแลนด์ และ ทีมชาติมาซิโดเนีย ซึ่งทีมชาติเวลส์ แข่ง 10 นัด ชนะ 3 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้ถึง 6 นัด ได้อันดับรองสุดท้ายของกลุ่ม จึงไม่ได้ไปแข่งขันฟุตบอลโลก ในปี 2014

ประวัติ[แก้]

ช่วงแรก[แก้]

ทีมชาติเวลส์ลงแข่งขันฟุตบอลนัดแรกเมื่อวันที่ 25 มีนาคม ปี 1876 โดยแข่งกับทีมชาติสก็อตแลนด์ที่สนามแฮมิลตัน เครสเซนต์ ซึ่งเป็นสนามของทีมคริกเก็ตในเมืองกลาสโกว์ ทำให้เป็นทีมฟุตบอลทีมชาติที่มีอายุมากที่สุดในโลกอันดับที่ 3 โดยการแข่งขันในนามทีมชาติเป็นครั้งแรกของเวลส์จบลงด้วยการแพ้สก็อตแลนด์ถึง 4-0

ปีต่อมาเกมส์คู่เดิมกลับมาแข่งกันอีกครั้งที่เวลส์และถือเป็นการเล่นในบ้านของตัวเองนัดแรก โดยเกมส์นัดนี้แข่งที่สนามเรสคอส กราวน์ที่เมืองเร็กซ์แฮมในวันที่5 มีนาคม ปี 1877 และสก็อตแลนด์เอาชนะไปได้อีกครั้งที่สกอร์ 2-0

ทีมชาติเวลส์แข่งกับทีมชาติอังกฤษเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 มกราคม ปี ค.ศ.1879 ที่สนามดิ โอวัล ในกรุงลอนดอน และแพ้ไป 2-1

ปีค.ศ. 1882 ทีมชาติเวลส์ได้ลงแข่งกับทีมชาติไอร์แลนด์เป็นครั้งแรก ที่เมืองเร็กซ์แฮม และชนะไป 7-1 (ในสมัยนั้นไอร์แลนด์ยังไม่ได้แยกเป็นไอร์แลนด์เหนือและสาธารณรัฐไอร์แลนด์)

วอลเตอร์ ร็อบบินส์ ผู้ยิงประตูให้ทีมชาติเวลส์ในเกมส์นอกสหราชอาณาจักรได้เป็นคนแรก

สมาคมฟุตบอลเวลส์เข้าร่วมเป็นสมาชิกของฟีฟ่าครั้งแรกในปี 1906 แต่ด้วยความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีนักระหว่างฟีฟ่าและสมาคมฟุตบอลของประเทศในเครือสหราชอาณาจักร ทำให้สมาคมฟุตบอลเวลส์ต้องถูกถอดถอนออกจากการเป็นสมาชิกฟีฟ่าในปี 1928 และไม่มีสิทธิ์ร่วมแข่งขันในฟุตบอลโลกสามครั้งแรกที่จัดขึ้น

โดยการเดินทางออกไปแข่งขันภายนอกสหราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกของทีมชาติเวลส์ เกิดขึ้นในปี 1933 เมื่อนักเตะทีมชาติเวลส์เดินทางไปกรุงปารีส เพื่อแข่งขันกับทีมชาติฝรั่งเศส ในวันที่ 23 พฤษภาคม ซึ่งผลจบลงด้วยการเสมอกันที่สกอร์ 1-1 และ วอลเตอร์ ร็อบบินส์ กองหน้าสังกัดสโมสรเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นนักเตะทีมชาติเวลส์ที่ยิงประตูให้ทีมชาติ ในการแข่งขันนอกสหราชอาณาจักรได้เป็นคนแรก

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี 1946 สมาคมฟุตบอลเวลส์ได้กลับเข้ามาเป็นสมาชิกของฟีฟ่าอีกครั้ง พร้อมๆกับสมาคมฟุตบอลของประเทศในเครือสหราชอาณาจักรอื่นๆ และลงแข่งขันรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 1950 แต่ทีมชาติเวลส์จบอันดับสุดท้ายของกลุ่ม

อย่างไรก็ตามในยุค 50 ถือเป็นยุคทองของทีมชาติเวลส์ เมื่อทีมชาติในยุคนั้นอุดมไปด้วยดารานักเตะดังๆแทบจะทั้งทีมเช่น อิวอร์ ออลเชิร์ช,คลิฟฟ์ โจนส์,เทรเวอร์ ฟอร์ด,จอห์น ชาร์ลส์

ฟุตบอลโลก 1958[แก้]

ทีมชาติเวลส์ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งแรกและครั้งเดียวในฟุตบอลโลก 1958 ที่ประเทศสวีเดน ภายใต้การคุมทีมของ จิมมี่ เมอร์ฟี่ โดยในรอบแบ่งกลุ่มถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่ 3 ร่วมกับทีมชาติสวีเดน ที่เป็นเจ้าภาพ ,ทีมชาติฮังการี และทีมชาติเม็กซิโก

โดยการแข่งฟุตบอลโลกนัดแรกในประวัติศาสตร์ของทีมชาติเวลส์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 1958 ที่สนามเจิร์นวัลเล่น เมืองแซนด์ไวเค่น เป็นการแข่งขันในรอบแรกระหว่างทีมชาติฮังการี และ ทีมชาติเวลส์ ผลจบลงด้วยการเสมอกันไป 1-1 ฮังการีได้ประตูขึ้นนำก่อนจากโจเซฟ บอสซิก ส่วนเวลส์ตีเสมอได้จาก จอห์น ชาร์ลส์ กองหน้าสังกัดยูเวนตุส ทำให้จอห์น ชาร์ลส์ ถูกบันทึกว่าเป็นนักเตะทีมชาติคนแรกของเวลส์ที่ยิงประตูได้ในฟุตบอลโลก

นัดต่อมาเวลส์เสมอกับทีมชาติเม็กซิโก 1-1 โดยเวลส์ได้ประตูขึ้นนำก่อนจากลูกยิงของอิวอร์ ออลเชิร์ช ก่อนที่ไคเม่ เบลมอนเต้จะตีเสมอให้เม็กซิโก

ผลจากการที่นัดสุดท้ายในรอบแรก ทีมชาติเวลส์เสมอกับเจ้าภาพสวีเดน 0-0 ทำให้สวีเดนผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม ส่วนเวลส์ มี 3 คะแนนเท่ากับฮังการี ต้องตัดสินด้วยการเพลย์ออฟ เพื่อหาทีมที่จะเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป

การแข่งขันเพลย์ออฟ ระหว่างเวลส์และฮังการี่ ทีมชาติเวลส์เสียประตูก่อนในครึ่งแรก แต่มายิงคืนได้ 2 ประตูรวดจากอิวอร์ ออลเชิร์ช ที่ยิงตีเสมอ และได้ประตูชัยจากเทอร์รี่ เมดวิน ปีกจากสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในช่วงท้ายเกมส์ ทำให้ผ่านเข้าไปสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป

ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเวลส์ต้องพบกับทีมชาติบราซิล และจอห์น ชาร์ลส์ กองหน้าตัวสำคัญของทีมก็ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งในที่สุดเวลส์ก็แพ้บราซิลไป 1-0 โดยผู้ที่ยิงประตูให้ทีมชาติบราซิลได้ในแมตช์ดังกล่าวเป็นนักเตะหนุ่มที่อายุเพียง 17 ปี ของสโมสรซานโต๊ส และประตูนี้เป็นประตูแรกของเขาในนามทีมชาติบราซิล อีกทั้งยังส่งผลให้เขาเป็นเจ้าของสถิติผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูได้ในฟุตบอลโลกจนถึงปัจจุบัน หลังจบทัวนาเมนต์บราซิลคว้าตำแหน่งแชมป์โลกไปครองได้สำเร็จ และนักฟุตบอลหนุ่มที่ยิงประตูได้ในแมตช์นี้กลายเป็นกองหน้าระดับตำนานของวงการฟุตบอลในเวลาต่อมา นักฟุตบอลหนุ่มคนนี้มีชื่อเล่นว่า "เปเล่"

ผู้เล่น[แก้]

ผู้เล่นทีมชาติชุดใหญ่[แก้]

รายชื่อผู้เล่นทีมชาติที่คริส โคลแมน ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันเลือกมาติดทีมชุดแข่งกระชับมิตรกับทีมชาติฮอลล์แลนด์ ในวันที่ 4 มิถุนายน ปี 2014 ที่สนามอัมสเตอร์ดัม อารีน่า กรุงอัมสเตอร์ดัม , ฮอลล์แลนด์ (จบเกมส์ฮอลล์แลนด์ชนะ 2-0)

ในนัดนี้ทีมชาติเวลส์ได้เรียกคริส กันเทอร์, เลวิน เอ็นยาตังก้า และ ฮาล ร็อบสัน คานูกลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง แต่ไม่มีชื่อของแกเร็ธ เบล และแจ็ก คอลลิสันที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน รวมถึงโบอาซ มายฮิลล์ และเคร็ก เบลลามี่ ที่เพิ่งประกาศแขวนสตั๊ด

หมายเลข ตำแหน่ง ผู้เล่น วันเกิด (อายุ) ลงเล่น ประตู สโมสร
1 GK เวย์น เฮนเนสซีย์ 24 มกราคม ค.ศ. 1987 (27 ปี) 43 0 อังกฤษ คริสตัล พาเลซ
21 GK คอนเนอร์ โรเบิร์ทส์ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1992 (21 ปี) 0 0 ไม่มีสังกัด
12 GK โอเวน ฟอน วิลเลียม 17 มีนาคม ค.ศ. 1987 (27 ปี) 0 0 อังกฤษ ทรานเมียร์ โรเวอร์ส
15 DF เลวิน เอ็นยาตังก้า 18 สิงหาคม ค.ศ. 1988 (25 ปี) 34 0 อังกฤษ บาร์นสลี่ย์
2 DF คริส กันเทอร์ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 1989 (25 ปี) 53 0 อังกฤษ เรดดิ้ง
5 DF แดนนี แกบบิดอน 8 สิงหาคม ค.ศ. 1979 (34 ปี) 49 0 ไม่มีสังกัด
16 DF แจ๊ส ริชาร์ดส์ 12 เมษายน ค.ศ. 1991 (23 ปี) 4 0 เวลส์ สวอนซี ซิตี้
6 DF เจมส์ เชสเตอร์ 23 มกราคม ค.ศ. 1989 (25 ปี) 1 0 อังกฤษ ฮัลล์ ซิตี้
3 DF นีล เทย์เลอร์ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1989 (25 ปี) 16 0 เวลส์ สวอนซี ซิตี้
17 DF พอล ดัมเมตต์ 26 กันยายน ค.ศ. 1991 (22 ปี) 1 0 อังกฤษ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
18 DF เดเคลน จอห์น 30 มิถุนายน ค.ศ. 1995 (19 ปี) 2 0 เวลส์ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี
4 MF โจ เลดลี่ย์ 23 มกราคม ค.ศ. 1987 (27 ปี) 51 3 อังกฤษ คริสตัล พาเลซ
22 MF เดวิด วอห์น 18 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1983 (31 ปี) 38 1 อังกฤษ น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์
8 MF ฮาล ร็อบสัน - คานู 25 พฤษภาคม ค.ศ. 1989 (25 ปี) 21 1 อังกฤษ เรดดิ้ง
14 MF โอเวน ทิวดอร์ โจนส์ 15 ตุลาคม ค.ศ. 1984 (29 ปี) 7 0 สกอตแลนด์ ฮิเบอร์เนี่ยน
10 MF แอนดี้ คิง 29 ตุลาคม ค.ศ. 1988 (25 ปี) 24 2 อังกฤษ เลสเตอร์ ซิตี้
23 MF เอเมียร์ ฮูวส์ 30 กันยายน ค.ศ. 1993 (20 ปี) 2 0 อังกฤษ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
7 MF โจ อัลเลน (c) 14 มีนาคม ค.ศ. 1990 (24 ปี) 17 0 อังกฤษ ลิเวอร์พูล
11 MF โจนาธาน วิลเลียมส์ 9 ตุลาคม ค.ศ. 1993 (20 ปี) 6 0 อังกฤษ คริสตัล พาเลซ
13 MF จอร์จ วิลเลียมส์ 7 กันยายน ค.ศ. 1995 (18 ปี) 1 0 อังกฤษ ฟูแล่ม
20 FW เจอร์เมน อีสต์เตอร์ 15 มกราคม ค.ศ. 1982 (32 ปี) 12 0 อังกฤษ มิลล์วอลล์
19 FW ทอม ลอว์เรนซ์ 13 มกราคม ค.ศ. 1994 (20 ปี) 0 0 อังกฤษ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
9 FW ไซม่อน เชิร์ช 10 ธันวาคม ค.ศ. 1988 (25 ปี) 26 2 อังกฤษ ชาร์ลตัน แอธเลติก


ผู้เล่นที่ติดทีมชาติมากที่สุด[แก้]

สถิติล่าสุดวันที่ 4 มิถุนายน 2014 [3] (นักเตะที่ยังเล่นให้ทีมชาติอยู่ ตัวหนา):

# ซื่อ เกมแรก-เกมสุดท้าย นัด ประตู
1 เนวิลล์ เซาท์ธอลล์ 1982–1998 92 0
2 แกรี่ สปีด 1990–2004 85 7
3 เคร็ก เบลลามี 1998–2013 76 19
4 ดีน ซอนเดอร์ส 1986–2001 75 22
5 ปีเตอร์ นิโคลัส 1979–1991 73 2
เอียน รัช 1980–1996 28
7 มาร์ค ฮิวจ์ส 1984–1999 72 16
โจอี้ โจนส์ 1975–1986 1
9 อิวอร์ ออลเชิร์ช 1950–1966 68 23
10 ไบรอัน ฟลินน์ 1974–1984 66 7


ดาวยิงทีมชาติ[แก้]

ถึงวันที่ 4 มิถุนายน 2014 (ผู้เล่นที่ยังเล่นทีมชาติอยู่ ตัวหนา):

# ซื่อ ประตู นัด
1 เอียน รัช 28 73
2 เทรเวอร์ ฟอร์ด 23 38
อิวอร์ ออลเชิร์ช 68
4 ดีน ซอนเดอร์ส 22 75
5 เคร็ก เบลลามี 19 76
6 โรเบิร์ต เอิร์นชอว์ 16 58
คลิฟฟ์ โจนส์ 59
มาร์ค ฮิวจ์ส 72
9 จอห์น ชาร์ลส์ 15 38
10 จอห์น ฮาร์ทสัน 14 51

สถิติด้านอายุ[แก้]

  • ผู้เล่นทีมชาติที่มีอายุน้อยที่สุด :แฮร์รี่ วิลสัน (16 ปี 207 วัน)
  • ผู้เล่นทีมชาติที่มีอายุมากที่สุด :บิลลี่ เมเรดิธ (45 ปี 229 วัน)
  • ผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในการแข่งฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย :รอย เวอร์นอน (21 ปี 42 วัน)
  • ผู้เล่นอายุมากที่สุดในการแข่งฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย :เดฟ โบเวน (30 ปี 1 วัน)

อ้างอิง[แก้]

  1. "FIFA World Ranking". FIFA. 
  2. ELO Ratings
  3. Alpuin, Luis Fernando Passo (20 February 2009). "Wales – Record International Players". Rec.Sport.Soccer Statistics Foundation. สืบค้นเมื่อ 10 March 2009.