กีฬาโอลิมปิก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ห่วงห้าห่วงซึ่งถูกออกแบบใน พ.ศ. 2456 ถูกใช้ในปี พ.ศ. 2457 และถูกแสดงครั้งแรกที่เกมส์ที่แอนท์เวิร์ป พ.ศ. 2463 (ค.ศ. 1920)

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก (Olympic Games) หรือ โอลิมปิกส์ (Olympics) เป็นการแข่งขันกีฬาหลายชนิด จากหลายประเทศทั่วโลก โดยจัดขึ้นทุก 4 ปี และมีการแบ่งออกเป็น โอลิมปิกฤดูร้อน และ โอลิมปิกฤดูหนาว

เนื้อหา

[แก้] การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในสมัยโบราณ

ก่อนหน้าคริสตกาลกว่า 1,000 ปี การแข่งขันกีฬาได้ดำเนินการกันบนยอดเขา “โอลิมปัส” ในประเทศกรีซ โดยนักกีฬาจะต้องเปลือยกายเข้าแข่งขัน เพื่อประกวดความสมส่วนของร่างกาย และยังมีการต่อสู้บางประเภท เช่น กีฬาจำพวกมวยปล้ำ เพื่อพิสูจน์ความแข็งแรง ผู้ชมมีแต่เพียงผู้ชาย ห้ามผู้หญิงเข้าชม ดังนั้นผู้ชมจะต้องปีนขึ้นไปบนยอดเขา ครั้นต่อมามีผู้นิยมมากขึ้น สถานที่บนยอดเขาจึงคับแคบเกินไป ไม่เพียงพอที่จุทั้งผู้เล่นและผู้ชมได้ทั้งหมด

ดังนั้น เมื่อ 776 ปีก่อนคริสตกาล ชาวกรีกได้ย้ายที่แข่งขันลงมาที่เชิงเขาโอลิมปัส และได้ปรับปรุงการแข่งขันเสียใหม่ให้ดีขึ้น โดยให้ผู้เข้าแข่งขันสวมกางเกง พิธีการแข่งขันจัดอย่างเป็นระเบียบเป็นทางการ มีการบันทึกการแข่งขันอย่างชัดเจน มีจักรพรรดิมาเป็นองค์ประธาน อนุญาตให้สตรีเข้าชมการแข่งขันได้ แต่ไม่อนุญาตให้เข้าแข่งขัน ประเภทกรีฑาที่แข่งขันที่ถือเป็นทางการในครั้งแรกนี้ มี 5 ประเภท คือ วิ่ง, กระโดด, มวยปล้ำ, พุ่งแหลน และขว้างจักร ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่ง ๆ จะต้องเล่นทั้ง 5 ประเภท โดยผู้ชนะจะได้รับรางวัล คือ มงกุฎที่ทำด้วยกิ่งไม้มะกอกซึ่งขึ้นอยู่บนยอดเขาโอลิมปัสนั่นเอง และได้รับเกียรติเดินทางท่องเที่ยวไปทุกรัฐ ในฐานะตัวแทนของพระเจ้า

การแข่งขันได้จัดขึ้น ณ เชิงเขาโอลิมปัส แคว้นอีลิส ที่เดิมเป็นประจำทุก ๆ สี่ปี และถือปฏิบัติติดต่อกันมาโดยไม่เว้น เมื่อถึงกำหนดการแข่งขัน ทุกรัฐจะต้องให้เกียรติ หากว่าขณะนั้นกำลังทำสงครามกันอยู่ จะต้องหยุดพักรบ และมาดูนักกีฬาของตนแข่งขัน หลังจากเสร็จจากการแข่งขันแล้ว จึงค่อยกลับไปทำสงครามกันใหม่ ประเภทของการแข่งขันได้เปลี่ยนแปลงไปบ้างในระยะต่อ ๆ มา โดยมีการพิจารณาและลดประเภทของกรีฑาเรื่อยมา อย่างไรก็ดีในระยะแรก ๆ นี้กรีฑา 5 ประเภทดังกล่าวที่จัดแข่งขันกันในครั้งแรกก็ยังได้รับเกียรติให้คงไว้ ซึ่งเรียกกันว่า เพ็นตาธรอน หรือ ปัญจกรีฑา ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการรำลึกถึงกำเนิดของกรีฑา ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีการแข่งขันกันอยู่ แต่ประเภทของปัญจกรีฑาได้เปลี่ยนไปตามเวลา

การแข่งขันได้ดำเนินติดต่อกันมานับเป็นเวลาถึง 1,200 ปี จนมาในปี พ.ศ. 936 (ค.ศ. 393) จักรพรรดิธีโอดอซิดุชแห่งโรมันได้ทรงประกาศให้ยกเลิกการแข่งขันนั้นเสีย เพราะเกิดมีการว่าจ้างกันเข้ามาเล่นเพื่อหวังรางวัล และผู้เล่นปรารถนาสินจ้างมากกว่าการเล่นเพื่อสุขภาพของตน รวมทั้งมีการพนันขันต่อ อันเป็นทางวิบัติซึ่งผิดไปจากวัตถุประสงค์เดิม คือ ผู้เข้าแข่งขันทั้งหลายต่างก็อยากได้ช่อลอเรลซึ่งเป็นรางวัลของผู้ชนะ ด้วยเหตุนี้เอง พระองค์จึงสั่งให้ล้มเลิกการแข่งขันนี้เสีย

ตลอดระยะเวลาที่มีการแข่งขันนั้น ได้จัดขึ้น ณ บริเวณที่แห่งเดียว คือ เชิงเขาโอลิมปัส แคว้นอีลิส จึงเรียกการแข่งขันตามชื่อของสถานที่ว่า “การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก”


[แก้] โอลิมปิกสมัยใหม่

บารอน ปิแอร์ เดอ ดูเบอร์แตง ต้องการให้การพลศึกษา และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศดีขึ้น สิ่งเหล่านี้รวบรวมอยู่ในกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่
การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ครั้งแรกถูกจัดขึ้นในสนามหินอ่อนในกรุงเอเธนส์, กรีซ

หลังจากโอลิมปิกโบราณได้ล้มเลิกไปเป็นเวลาถึง 15 ศตวรรษ โอลิมปิกยุคใหม่ก็เกิดขึ้น โดยมีนักกีฬาคนสำคัญของฝรั่งเศสชื่อ ปิแอร์ เดอ ดูเบอร์แตง ท่านขุนนางผู้นี้เกิดในกรุงปารีส เมื่อ 1 มกราคม พ.ศ. 2406 (ค.ศ. 1863) สนใจประวัติศาสตร์ ปัญหาการเมืองและสังคม ในปี พ.ศ. 2432 (ค.ศ. 1889) ท่านอายุได้ 26 ปี ได้เกิดความคิดที่จะฟื้นฟูการแข่งขันโอลิมปิก ซึ่งได้ล้มเลิกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 936 (ค.ศ. 393) โดยติดต่อกับบุคคลสำคัญของประเทศอังกฤษ, สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส เป็นเวลาถึง 4 ปี ในที่สุดได้เปิดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการขึ้น ที่ตำบลซอร์บอนน์ ในกรุงปารีส เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2435 (ค.ศ. 1892) และประกาศ ณ ที่นั้นว่า การแข่งขันโอลิมปิกซึ่งได้หยุดมานานกว่า 15 ศตวรรษ จักได้พื้นขึ้นใหม่เป็นการปัจจุบัน และแผนการของงานโอลิมปิกปัจจุบันนั้น ได้เป็นที่ตกลงกันในที่ประชุมจำนวน 15 ประเทศ ณ ตำบลซอร์บอนน์ ประเทศฝรั่งเศส

คณะกรรมการผู้ริเริ่ม ได้ลงมติว่า ให้ทำการเปิดการแข่งขันโอลิมปิกปัจจุบันขึ้น โดยกำหนด 4 ปีต่อ 1 ครั้ง โดยให้ประเทศสมาชิกหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพ แต่การเปิดแข่งขันครั้งแรกให้เริ่ม ณ กรุงเอเธนส์ ใน พ.ศ. 2439 (ค.ศ. 1896) เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการกำเนิดกีฬาโอลิมปิกเมื่อครั้งโบราณ จากนั้นเป็นต้นมา การแข่งขันและวิธีเล่นกรีฑาก็พัฒนาไปอย่างกว้างขวาง และการแข่งขันทุก ๆ ครั้ง ให้ถือเอากรีฑาเป็นกีฬาหลัก ซึ่งจะขาดเสียมิได้ในการแข่งขันแต่ละครั้ง

[แก้] เจ้าภาพ

การกำหนดว่าประเทศใดจะได้เป็นเจ้าภาพในครั้งต่อไปนั้น กระทำขึ้น ณ สถานที่ที่การแข่งขันครั้งล่าสุดดำเนินอยู่นั้นเอง คณะกรรมการโอลิมปิกสากลจะพิจารณาบรรดาประเทศสมาชิกที่เสนอขอจัด และมีอำนาจเด็ดขาดที่จะลงมติให้ประเทศใดเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการในวันพิธีเปิดการแข่งขันครั้งล่าสุดนั้น ประเทศที่ได้รับพิจารณาให้เป็นเจ้าภาพถือได้ว่าเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้รับความไว้วางใจ อันก่อให้เกิดความภาคภูมิใจต่อปวงชนทั้งประเทศ

[แก้] สมาชิก

ในปัจจุบัน ประเทศทั่วโลกเป็นสมาชิกโอลิมปิก 197 ประเทศ แต่บางประเทศไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน เพราะเป็นประเทศเล็ก ขาดความพร้อมในเรื่องตัวนักกีฬา ท่านบารอน ปิแอร์เดอ ดูเบอร์แตง ได้ให้นิยามการเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกว่า ผู้เข้าร่วมการแข่งขันนั้นไม่เลือกผิวพรรณ ศาสนา ลัทธิการปกครอง แต่อย่างใด ความหมายการแข่งขันเพื่อให้นักกีฬาชาติต่าง ๆ ได้มาร่วมชุมนุมกัน ตัวนักกีฬาเปรียบเสมือนทูตสันถไมตรีส่งมาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ร่วมเล่นสนุกสนานด้วยความเห็นอกเห็นใจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดทั้งสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน อันนำมาซึ่งความสามัคคีและเพื่อสันติภาพของโลก การแพ้หรือชนะไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การเข้าร่วม”

[แก้] รางวัล

รางวัลของการแข่งขันในสมัยโบราณผู้ที่ชนะจะได้รับการสรรเสริญมาก รางวัลที่ให้แก่ผู้ชนะในสมัยนั้น คือ กิ่งไม้มะกอกซึ่งตัดมาจากยอดเขาโอลิมปัส อันเป็นที่สิงสถิตของพระเจ้าซีอูซ แล้วทำเป็นวงคล้ายมงกุฎ จักรพรรดิจะเป็นผู้พระราชทานครอบลงบนศีรษะของผู้ชนะนั้น ๆ พร้อมทั้งได้สร้างอนุสาวรีย์ไว้ให้ชนรุ่นหลังศึกษาและชื่นชมต่อไป

สำหรับการแข่งขันโอลิมปิกสมัยปัจจุบันแบ่งรางวัลเป็นสามระดับ คือ เหรียญทอง, เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง ให้แก่ผู้ชนะเลิศ, ผู้ชนะเลิศที่สอง และที่สามตามลำดับ ส่วนอันดับที่สี่ไปถึงอันดับที่หก จะได้ประกาศนียบัตรการเข้าร่วมการแข่งขัน

[แก้] คบเพลิงโอลิมปิก

ดูบทความหลักที่ คบเพลิงโอลิมปิก
ก่อนกีฬาโอลิมปิกหลายเดือน จะมีผู้วิ่งถือคบเพลิงโอลิมปิกจากเขาโอลิมเปียมาสู่พิธีเปิด

โคมไฟโอลิมปิก เมื่อมีการแข่งขันโอลิมปิกจะมีการจุดไฟกองใหญ่ขึ้นบนยอดเขาโอลิมปัส เพื่อให้ความสว่างไสว และเพื่อเป็นสัญญาณประกาศให้คนทั่วไปได้ทราบว่า การเฉลิมฉลองได้เริ่มขึ้นแล้ว พิธีการจุดไฟนั้น เริ่มแรกทำบนยอดเขาโอลิมปัส โดยใช้แว่นรวมแสงอาทิตย์ไปยังเชื้อเพลิง เมื่อติดไฟแล้ว จึงนำตะเกียงต่อเอาไว้ ไฟกองใหญ่จะคงลุกโชติช่วงต่อไปจนตลอดงานฉลอง ส่วนตะเกียงนั้นจะมีการวิ่งถือไปทั่วทุกนครรัฐ ด้วยการส่งต่อกันไปเป็นทอด ๆ จากนักวิ่ง คนละ 2 ไมล์ หากผ่านทะเลหรือแม่น้ำก็จะลงเรือข้ามฟากโดยไฟไม่ดับ ไฟนี้ชาวกรีก ถือว่าเป็นไฟศักดิ์สิทธิ์ และความสงบสุขของชาวกรีก ซึ่งพระเจ้าจะทรงพระพิโรธต่อบุคคลที่ไม่สนใจในกิจการนี้

โอลิมปิกปัจจุบันก็ยังคงรักษาประเพณีเรื่องการจุดไฟไว้ดังเดิมทุกประการ กล่าวคือ ก่อนจะมีการแข่งขันจะมีพิธีจุดไฟ ณ เขาโอลิมปัส ผู้จุดคือ สาวพรหมจารีย์ผู้บริสุทธิ์ เป็นผู้ต่อไฟจากแว่นรวมแสงของดวงอาทิตย์ด้วยคบเพลิง และไฟนี้จะถูกแจกจ่ายไปยังประเทศสมาชิกทั่วโลก และข้ามน้ำข้ามทะเลไปสู่ประเทศเจ้าภาพ และมีการวิ่งถือคบเพลิงส่งต่อกันไปจุดที่กระถางใหญ่บริเวณงานในวันแรกของพิธีเปิดการแข่งขัน ไฟจะต้องไม่ดับตั้งแต่เริ่มจุด ณ ภูเขาโอลิมปัส จนกว่าจะสิ้นสุดการแข่งขันโอลิมปิกในครั้งนั้น ๆ

[แก้] สัญลักษณ์โอลิมปิก

ดูบทความหลักที่ สัญลักษณ์โอลิมปิก
ธงโอลิมปิก

ธงโอลิมปิกมีผืนธงเป็นสีขาว ขนาดมาตรฐานยาว 3 เมตร กว้าง 2 เมตร ส่วนเครื่องหมายห้าห่วงคล้องกันอยู่บนกลางธง ขนาด 2 เมตร คูณ 0.60 เมตร มีสีฟ้า สีเหลือง สีดำ สีเขียว สีแดง ตามลำดับจากซ้ายไปขวา คล้องไขว้กันอยู่ตรงกลางสองแถว แถวบน 3 ห่วง แถวล่าง 2 ห่วง ห่วงสีที่คล้องกันอยู่ตรงกลางธงบนพื้นธงสีขาว รวมเป็น 6 สี โดยแท้จริงแล้ว ห้าห่วงหมายถึง ห้าส่วนของโลกที่อยู่ในโอบอ้อมของ “โอลิมปิกนิยม” มิเจาะจงเป็นห้าทวีปในโลกอย่างที่เข้าใจกัน แต่บังเอิญห้าทวีปนี้ก็เป็นห้าส่วนของโลกก็เลยอนุโลมกันไปเช่นนั้น ส่วนสีที่ห่วง 5 สี มิได้หมายถึงสีประจำทวีป ซึ่งสีทั้งหมด 6 สี รวมทั้งสีขาวที่เป็นพื้นธง หมายความว่า ธงชาติของประเทศต่าง ๆ ในโลกประกอบด้วยสีใดสีหนึ่งหรือมากกว่านั้นในจำนวนหกสีนั้น และไม่มีธงชาติของประเทศใดที่มีสีนอกเหนือไปจากหกสีนี้

ด้านล่างของห่วงมีคำอยู่ 3 คำ ซึ่งเป็นภาษาโรมัน แต่ละคำมีความหมายดังต่อไปนี้

Citius (swifter) : ความเร็ว ผู้เข้าร่วมการแข่งขันต้องวิ่งให้เร็วที่สุด
Altius (higher) : ความสูง ผู้เข้าร่วมการแข่งขันต้องทำให้สูงที่สุด
Fortius (stronger) : ความแข็งแรง ผู้เข้าร่วมการแข่งขันต้องมีความแข็งแกร่งที่สุด

[แก้] สนามกีฬาโอลิมปิก

ดูบทความหลักที่ สนามกีฬาโอลิมปิก

[แก้] พิธีสำคัญ

[แก้] พิธีเปิด

ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกนั้นจะจัดให้มีพิธีเปิดวันหนึ่ง และพิธีปิดอีกวันหนึ่ง ซึ่งจะไม่มีการแข่งขันกีฬาในวันพิธีเปิด

พิธีเริ่มต้นด้วยขบวนนักกีฬาจากประเทศต่างๆที่เข้าร่วมการแข่งขัน เดินเข้าสู่สนามตามลำดับตัวอักษร (ปกติใช้ภาษาอังกฤษ) นำโดยผู้ถือป้ายชื่อประเทศ ผู้ถือธงชาติของประเทศนั้น ขบวนนักกีฬาของประเทศเจ้าภาพจะเดินเข้าสู่สนามเป็นลำดับสุดท้าย

ตามด้วยขบวนแห่ธงโอลิมปิกสากล โดยนายกเทศมนตรีที่เป็นเจ้าภาพครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ทำพิธีมอบให้นายกเทศมนตรีเมืองเจ้าภาพปัจจุบัน แล้วนำธงโอลิมปิกสากลขึ้นสู่เสา

พิธีจุดคบเพลิง นักกีฬาคนสุดท้ายที่วิ่งคบเพลิงจะเป็นผู้วิ่งนำคบพลิงไปจุดบนกระถางคบเพลิง

ประธานในพิธี (ปกติเป็นประมุขของประเทศเจ้าภาพ) กล่าวเปิด แล้วปล่อยนกพิราบ (สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ)

นักกีฬากล่าวคำปฏิญาณตน ผู้ตัดสินก็กล่าวคำปฏิญาณตนเช่นกันว่า "จะตัดสินกีฬาครั้งนี้ด้วยใจเป็นธรรม" นักกีฬาเดินออกนอกสนาม

ปิดท้ายด้วยการแสดงในลักษณะลีลาการเต้นรำหรือฟ้อนรำหรือกายบริหาร ซึ่งแสดงออกในทางพิธีกรรมถวายแก่เทพเจ้าซีอุสในสมัยโบราณ หรือแสดงออกถึงกิจกรมทางการกีฬาก็ได้

[แก้] พิธีปิด

[แก้] กีฬาในโอลิมปิก

ดูบทความหลักที่ กีฬาในโอลิมปิก

[แก้] กระบวนการโอลิมปิก

ดูบทความหลักที่ กระบวนการโอลิมปิก

[แก้] กีฬาโอลิมปิกกับประเทศไทย

ประเทศไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งแรก ในการแข่งขันครั้งที่ 15 ณ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ระหว่างวันที่ 19 กรกฎาคม -- 3 สิงหาคม ค.ศ. 1952 (พ.ศ. 2495) และได้เข้าร่วมแข่งขันเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ยกเว้น การแข่งขันครั้งที่ 22 ณ กรุงมอสโก สหภาพโซเวียต (ประเทศรัสเซียในปัจจุบัน) เมื่อปี ค.ศ. 1980 (พ.ศ. 2523) เพราะปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ ที่ไทยผูกพันกับสหรัฐอเมริกา จึงร่วมกันบอยคอตหรือคว่ำบาตร (Boycott) สหภาพโซเวียต ชาติมหาอำนาจของค่ายคอมมิวนิสต์ ทำให้กองทัพนักกีฬาไทยงดเว้นไม่เข้าร่วมแข่งขันในครั้งนั้น[1]

[แก้] สถานที่จัดการแข่งขันโอลิมปิกในยุคปัจจุบัน

ในด้านการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ผ่านมา จะมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนให้ประเทศสมาชิกต่างๆ ในแต่ละทวีปเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน และหากได้พิจารณาข้อมูลย้อนหลังนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1964 เป็นต้นมา ได้มีการพิจารณาตามเกณฑ์การกระจายแบบ Geographic Distribution


กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน กีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว
ปี
(ค.ศ.)
ครั้งที่ เมืองเจ้าภาพ ประเทศเจ้าภาพ ครั้งที่ เมืองเจ้าภาพ ประเทศเจ้าภาพ
1896 I เอเธนส์ กรีซ (1822-1969) และ (1975-1978) กรีซ
1900 II ปารีส Flag of ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
1904 III เซ็นต์หลุยส์ สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา
1906 จัดพิเศษ เอเธนส์ กรีซ (1822-1969) และ (1975-1978) กรีซ
1908 IV ลอนดอน Flag of the United Kingdom สหราชอาณาจักร
1912 V สตอกโฮล์ม Flag of สวีเดน สวีเดน
1916 VI [2] เบอร์ลิน จักรวรรดิเยอรมัน เยอรมนี
1920 VII Antwerp Flag of เบลเยียม เบลเยียม
1924 VIII ปารีส Flag of ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส I Chamonix Flag of ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
1928 IX อัมสเตอร์ดัม Flag of the Netherlands เนเธอร์แลนด์ II St Moritz Flag of สวิตเซอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์
1932 X ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา III เลกแพลซิด Flag of the United States สหรัฐอเมริกา
1936 XI เบอร์ลิน เยอรมนี เยอรมนี IV Garmisch-Partenkirchen เยอรมนีเยอรมนี
1940 XII [3] โตเกียวเฮลซิงกิ Flag of ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น
Flag of ฟินแลนด์ ฟินแลนด์
V [3] Garmisch-Partenkirchen เยอรมนี เยอรมนี
1944 XIII [3] ลอนดอน อังกฤษ Flag of the United Kingdom สหราชอาณาจักร V [3] คอร์ตีนาดัมเปซโซ Flag of อิตาลี อิตาลี
1948 XIV ลอนดอน Flag of the United Kingdom สหราชอาณาจักร V St Moritz Flag of สวิตเซอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์
1952 XV เฮลซิงกิ Flag of ฟินแลนด์ ฟินแลนด์ VI ออสโล Flag of นอร์เวย์ นอร์เวย์
1956 XVI เมลเบิร์น + สตอกโฮล์ม Flag of ออสเตรเลีย ออสเตรเลีย +
Flag of สวีเดน สวีเดน
VII คอร์ตีนาดัมเปซโซ Flag of อิตาลี อิตาลี
1960 XVII โรม Flag of อิตาลี อิตาลี VIII สคอว์วัลเลย์ Flag of the United States สหรัฐอเมริกา
1964 XVIII โตเกียว Flag of ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น IX Innsbruck Flag of ออสเตรีย ออสเตรีย
1968 XIX เม็กซิโกซิตี Flag of เม็กซิโก เม็กซิโก X Grenoble Flag of ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
1972 XX มิวนิก Flag of เยอรมันตะวันตก เยอรมนีตะวันตก XI ซัปโปะโระ Flag of ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น
1976 XXI มอนทรีออล Flag of แคนาดา แคนาดา XII Innsbruck Flag of ออสเตรีย ออสเตรีย
1980 XXII มอสโก Flag of the Soviet Union สหภาพโซเวียต XIII เลกแพลซิด Flag of the United States สหรัฐอเมริกา
1984 XXIII ลอสแอนเจลิส Flag of the United States สหรัฐอเมริกา XIV ซาราเยโว Flag of ยูโกสลาเวีย ยูโกสลาเวีย
1988 XXIV โซล Flag of เกาหลีใต้ เกาหลีใต้ XV Calgary Flag of แคนาดา แคนาดา
1992 XXV บาร์เซโลนา Flag of สเปน สเปน XVI Albertville Flag of ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
1994 XVII Lillehammer Flag of นอร์เวย์ นอร์เวย์
1996 XXVI แอตแลนตา Flag of the United States สหรัฐอเมริกา
1998 XVIII นะงะโนะ Flag of ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น
2000 XXVII ซิดนีย์ Flag of ออสเตรเลีย ออสเตรเลีย
2002 XIX ซอลต์เลกซิตี Flag of the United States สหรัฐอเมริกา
2004 XXVIII เอเธนส์ Flag of กรีซ กรีซ
2006 XX ตูริน Flag of อิตาลี อิตาลี
2008 XXIX ปักกิ่ง Flag of the People's Republic of China จีน
2010 XXI แวนคูเวอร์ Flag of แคนาดา แคนาดา
2012 XXX ลอนดอน Flag of the United Kingdom สหราชอาณาจักร
2014 XXII โซชิ Flag of รัสเซีย รัสเซีย

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ ความรู้รอบตัว, สำนักพิมพ์พัฒนาศึกษา, พิมพ์ที่ โรงพิมพ์เพิ่มทรัพย์การพิมพ์, หน้า 75, ISBN 974-521-567-8
  2. ^ ยกเลิกเนื่องจากสงครามโลกครั้งที่ 1
  3. ^ 3.0 3.1 3.2 3.3 ยกเลิกเนื่องจาก สงครามโลกครั้งที่ 2

เครื่องมือส่วนตัว