ปฏิบัติการดาวน์ฟอล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ปฏิบัติการดาวน์ฟอล
A map outlining the Japanese and U.S. (but not other Allied) ground forces scheduled to take part in the battle for Japan. Two landings were planned: (1) Olympic—the invasion of the southern island, Kyūshū, (2) Coronet—the invasion of the main island, Honshū.
แผนที่แสดงภาพร่างของกองกำลังภาคพื้นของญี่ปุ่นและสหรัฐ (ไม่ร่วมฝ่ายสัมพันธมิตรประเทศอื่น) กำหนดการที่จะเข้าบุกญี่ปุ่น การยกพลขึ้นบกแบ่งเป็น 2 ส่วน:
(1) โอลิมปิก—บุกเกาะตอนใต้, เกาะคิวชู,
(2) โคโรเนต—บุกแผ่นดินใหญ่, เกาะฮนชู
วัตถุประสงค์ บุกญี่ปุ่น
ผลลัพธ์ ถูกยกเลิกหลังญี่ปุ่นยอมจำนนในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1945

ปฏิบัติการดาวน์ฟอล เป็นแผนการโดยรวมของฝ่ายสัมพันธมิตรเพื่อบุกญี่ปุ่นในช่วงใกล้จะสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ปฏิบัติการถูกยกเลิกเมื่อญี่ปุ่นได้ยอมจำนนหลังจากโดนทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ที่เมืองฮิโระชิมะและนะงะซะกิ และสหภาพโซเวียตประกาศร่วมสงครามต่อต้านญี่ปุ่น

ปฏิบัติการดาวน์ฟอลแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยกันคือ: ปฏิบัติการโอลิมปิก (Operation Olympic) และ ปฏิบัติการโคโรเนต (Operation Coronet) ปฏิบัติการจะเริ่มต้นในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1945 ปฏิบัติการโอลิมปิกมีวัตถุประสงค์เพื่อยึดดินแดนหนึ่งในสามทางใต้ของดินแดนตอนใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น เกาะคีวชู และเกาะโอะกินะวะที่พึ่งยึดได้เพื่อใช้เป็นพื้นที่รองรับการรุกคืบต่อไป

ต่อมาในฤดูใบไม้ผลิปี ค.ศ. 1946 ปฏิบัติการโคโรเนตถูกวางแผนไว้สำหรับบุกที่ราบคันโต ใกล้กับโตเกียว บนเกาะฮนชู สนามบินบนเกาะคีวชูที่ยึดได้ในปฏิบัติการโอลิมปิกจะเป็นฐานสนับสนุนปฏิบัติการโคโรเนต

ภูมิศาสตร์ของญี่ปุ่นทำให้ฝ่ายญี่ปุ่นทราบถึงแผนการบุกนี้เช่นกัน ญี่ปุ่นสามารถทำนายแผนการบุกของฝ่ายสัมพันธมิตรได้ถูกต้องและได้ทำการปรับแผนป้องกัน ปฏิบัติการเคะสึโง (Operation Ketsugō) ญี่ปุ่นวางแผนป้องกันเกาะคีวชูทั้งหมดด้วยกองหนุนเพียงน้อยนิดสำหรับปฏิบัติการป้องกันใดๆที่ตามมา

มีการคาดการณ์ถึงผู้บาดเจ็บล้มตายในจำนวนหลากหลายต่างกันไป แต่ก็เป็นจำนวนที่สูงมากสำหรับทั้งสองฝ่ายขึ้นกับระดับการต่อต้านของประชาชนญี่ปุ่นในการบุก คาดกันว่าอาจมีผู้บาดเจ็บล้มตายถึงหนึ่งล้านคนสำหรับฝ่ายสัมพันธมิตร[1] และสิบล้านคนสำหรับฝ่ายญี่ปุ่น

อ้างอิง[แก้]

เชิงอรรถ[แก้]

  1. Frank, Downfall, p. 340.

บรรณานุกรม[แก้]

  • Allen, Thomas B.; Polmar, Norman (1995). Code-Name Downfall. New York: Simon & Schuster. ISBN 0684804069. 
  • Drea, Edward J. (1998). "Japanese Preparations for the Defense of the Homeland & Intelligence Forecasting for the Invasion of Japan". In the Service of the Emperor: Essays on the Imperial Japanese Army. Nebraska: University of Nebraska Press. ISBN 0803217080. 
  • Day, David (1992). Reluctant Nation: Australia and the Allied Defeat of Japan, 1942–1945. New York: Oxford University Press. ISBN 0195532422. 
  • Feifer, George (2001). The Battle of Okinawa: The Blood and the Bomb. Guilford, CT: The Lyons Press. ISBN 1585742155. 
  • Frank, Richard B. (1999). Downfall: The End of the Imperial Japanese Empire. New York: Random House. ISBN 067941424X. 
  • Nichols, Kenneth (1987). The Road to Trinity: A Personal Account of How America's Nuclear Policies Were Made. New York: Morrow. ISBN 068806910X. 
  • Silkett, Wayne A. (1994). Downfall: The Invasion that Never Was (Autumn). p. 119. สืบค้นเมื่อ December 26, 2009. [ลิงก์เสีย]
  • Spector, Ronald H. (1985). Eagle against the sun : the American war with Japan. Random House. ISBN 978-0394741017.  Unknown parameter |unused_data= ignored (help)
  • Skates, John Ray (1994). The Invasion of Japan: Alternative to the Bomb. Columbia, SC: University of South Carolina Press. ISBN 0872499723. 
  • Thomas, Evan (March 2007). "The Last Kamikaze". World War II Magazine: 28. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]