สงครามกลางเมืองจีน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สงครามกลางเมืองจีน
วันที่ 12 เมษายน 1927 – กันยายน 1937[1]
31 มีนาคม 1946 – 1 พฤษภาคม 1950[2]
สถานที่ จีน
สถานะ
  • ไม่มีการลงนามการสงบศึกหรือสนธิสัญญาสันติภาพ[3][4]
  • ชัยชนะทางทหารของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในจีนแผ่นดินใหญ่
  • สาธารณรัฐประชาชนจีนได้รับการสถาปนาขึ้นบนจีนแผ่นดินใหญ่
  • รัฐบาลสาธารณรัฐจีนย้ายไปยังกรุงไทเป
คู่ขัดแย้ง
Naval Jack of the Republic of China.svg พรรคก๊กมินตั๋ง
Flag of the Republic of China.svg สาธารณรัฐจีน
หลังปี 1949:
Flag of the Republic of China สาธารณรัฐจีนบนเกาะไต้หวัน
Flag of the Chinese Communist Party.svg พรรคคอมมิวนิสต์จีน
Flag of the Chinese Communist Party.svg จีนโซเวียต
หลัง 1949:
Flag of the People's Republic of China จีน
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
สาธารณรัฐจีน (2455-2492) เจียง ไคเช็ค

สาธารณรัฐจีน (2455-2492) Tsou Hong Da
สาธารณรัฐจีน (2455-2492) Bai Chongxi
สาธารณรัฐจีน (2455-2492) Chen Cheng
สาธารณรัฐจีน (2455-2492) Li Zongren
สาธารณรัฐจีน (2455-2492) Yan Xishan
สาธารณรัฐจีน (2455-2492) He Yingqin

ประเทศจีน เหมา เจ๋อตุง
ประเทศจีน Zhu De
ประเทศจีน Peng Dehuai
ประเทศจีน Lin Biao
ประเทศจีน He Long
กำลัง
4,300,000 (กรกฎาคม 1945)[5]
3,650,000 (มิถุนายน 1948)
1,490,000 (มิถุนายน 1949)
1,200,000 (กรกฎาคม 1945)[5]
2,800,000 (มิถุนายน 1948)
4,000,000 (มิถุนายน 1949)
กำลังพลสูญเสีย
1928–1936: ความสูญเสียทางทหาร ~2 ล้านนาย

1945–1949: เสียชีวิต ~1-3 ล้านคน [6]

สงครามกลางเมืองจีน (ค.ศ. 1927-1950) เป็นสงครามกลางเมือง สู้รบกันระหว่างพรรคก๊กมินตั๋ง พรรคปกครองสาธารณรัฐจีน ฝ่ายหนึ่ง กับพรรคคอมมิวนิสต์จีนอีกฝ่ายหนึ่ง[7] เพื่อแย่งชิงการควบคุมประเทศจีน ซึ่งลงเอยด้วยการแตกออกเป็นสองประเทศ คือ สาธารณรัฐจีนบนเกาะไต้หวัน กับสาธารณรัฐประชาชนจีนบนแผ่นดินใหญ่ สงครามเริ่มขึ้นในเดือนเมษายน ค.ศ. 1927 ท่ามกลางการกรีฑาทัพขึ้นเหนือ (Northern Expedition)[8] และสิ้นสุดลงเมื่อยุทธการสำคัญที่ดำเนินอยู่จบลงใน ค.ศ. 1949-1950 อย่างไรก็ดี มีการถกเถียงกันว่า สงครามได้หยุดลงอย่างเป็นทางการแล้วหรือยัง[9] ความขัดแย้งยังดำเนินต่อในรูปของการขู่ใช้กำลังทหารและการกดดันทางการเมืองและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสถานะทางการเมืองของไต้หวัน ความตึงเครียดที่ดำเนินต่อมานั้นถูกเรียกว่าเป็น ความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ สงครามกลางเมืองจีนเป็นสงครามใหญ่ที่สุดอันดับสามที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ รองจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสงครามโลกครั้งที่สอง

สงครามนี้เป็นสัญลักษณ์ของความแตกแยกทางอุดมการณ์ระหว่างพรรคก๊กมินตั๋งชาตินิยมกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน ในจีนแผ่นดินใหญ่ปัจจุบัน สามปีสุดท้ายของสงคราม (ค.ศ. 1947-1949) เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปในชื่อ สงครามปลดปล่อย หรืออีกชื่อหนึ่งว่า สงครามปฏิวัติภายในที่สาม (第三次国内革命战争) ในไต้หวัน สงครามยังรู้จักกันในชื่อ สงครามต่อต้านการก่อการกำเริบต่อคอมมิวนิสต์ (戡亂戰爭) ก่อน ค.ศ. 1991 หรือโดยทั่วไปคือ สงครามกลางเมืองชาตินิยม-คอมมิวนิสต์ (國共內戰) สำหรับทั้งสองฝ่าย

สงครามกลางเมืองดำเนินไปเป็นพักๆ กระทั่งสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สองนำพาให้ทั้งสองพรรคร่วมกันจัดตั้งแนวร่วมที่สอง การทัพของญี่ปุ่นพ่ายแพ้ใน ค.ศ. 1945 เป็นการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง และสงครามกลางเมืองเต็มขั้นของจีนดำเนินต่อมาใน ค.ศ. 1946 หลังจากสี่ปี ค.ศ. 1950 ได้มีการยุติความเป็นปรปักษ์ทางทหารสำคัญ โดยสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เพิ่งก่อตั้งใหม่ควบคุมจีนแผ่นดินใหญ่ (รวมทั้งไห่หนาน ส่วนย่อยของมณฑลกวางตุ้งขณะนั้น กระทั่ง ค.ศ. 988) และเขตอำนาจของสาธารณรัฐจีนซึ่งถูกจำกัดเฉพาะเกาะไต้หวัน เผิงหู หมู่เกาะจินเหมิน หมู่เกาะหมาจู่และหมู่เกาะห่างไกลอีกมาก มีการสังเกตว่า ขบวนการสัตยาบันหยานอัน (Yan'an Rectification Movement) ซึ่งก่อร่างพรรคคอมมิวนิสต์จีนขึ้นใหม่ การหยุดยิงเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1946 ที่ทูตพิเศษของสหรัฐอเมริกา จอร์จ มาร์แชลล์ เรียกร้องนั้น ขัดขวางความพยายามของจีนในการเอาชนะคอมมิวนิสต์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ปัญหาสังคมและเศรษฐกิจที่ทวีความเลวร้ายในพื้นที่ซึ่งฝ่ายชาตินิยมควบคุมอยู่ การที่กองทัพโซเวียตส่งมอบปืนใหญ่ที่ยึดได้จากกองทัพคันโตให้แก่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (ตามคำอธิบายเพิ่มเติมในข้อมติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติที่ 505) และการให้ความช่วยเหลือแก่ฝ่ายชาตินิยมที่ขัดแย้งกันของอเมริกา ทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยสู่ความพินาศของสาธารณรัฐจีนบนจีนแผ่นดินใหญ่ในเวลาไม่ถึง 5 ปี

จวบจนทุกวันนี้ เนื่องจากไม่มีการลงนามการสงบศึกหรือสนธิสัญญาสันติภาพ สาธารณรัฐประชาชนจีนจึงยังอ้างสิทธิ์เหนือไต้หวันเป็นอาณาเขตส่วนหนึ่งของตน และยังขู่ใช้กำลังทหารต่อไต้หวัน ฝ่ายสาธารณรัฐจีนเองก็มีการอ้างสิทธิ์เหนือจีนแผ่นดินใหญ่ และทั้งสองยังต่อสู้กันเหนือในการรับรองทางการทูต สงครามด้วยอาวุธได้เปลี่ยนไปเป็นสงครามน้ำลาย ทุกวันนี้ สงครามเกิดขึ้นในแนวรบการเมืองและเศรษฐกิจในรูปของความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ สาธารณรัฐประชาชนจีนขู่ว่าจะใช้กำลังทหารรุกรานหากประกาศเอกราชไต้หวันอย่างเป็นทางการ โดยเปลี่ยนชื่อและได้รับการรับรองจากนานาชาติเป็นสาธารณรัฐไต้หวัน ทว่า รัฐทั้งสองที่แยกกันโดยพฤตินัยบนสองฟากของช่องแคบไต้หวันมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใกล้ชิดกัน[10]

อ้างอิง[แก้]

  1. "China". Encyclopædia Britannica. Encyclopædia Britannica, Inc. 15 November 2012. 
  2. Gui, Heng Bin (2008). Landing on Hainan Island. China: Great Wall Press. ISBN 9787548300755. 
  3. Tsang, Steve. Government and Politics. p. 241. 
  4. Tsang, Steve. The Gold War's Odd Couple: The Unintended Partnership Between the Republic of China and the UK, 1950–1958. p. 62. 
  5. 5.0 5.1 Hsiung, James C. Levine, Steven I. [1992] (1992). M.E. Sharpe publishing. Sino-Japanese War, 1937–1945. ISBN 1-56324-246-X.
  6. http://www.scaruffi.com/politics/massacre.html
  7. Gay, Kathlyn. [2008] (2008). 21st Century Books. Mao Zedong's China. ISBN 0-8225-7285-0. pg 7
  8. Hutchings, Graham. [2001] (2001). Modern China: A Guide to a Century of Change. Harvard University Press. ISBN 0-674-00658-5.
  9. Leslie C. Green. The Contemporary Law of Armed Conflict. p. 79. 
  10. So, Alvin Y. Lin, Nan. Poston, Dudley L. Contributor Professor, So, Alvin Y. [2001] (2001). The Chinese Triangle of Mainland China, Taiwan and Hong Kong. Greenwood Publishing. ISBN 0-313-30869-1.