ฮิโระชิมะ (เมือง)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฮิโระชิมะ
広島
เมืองโดยข้อบังคับ
広島市 · นครฮิโระชิมะ
จากบนซ้าย: ปราสาทฮิโระชิมะ, สนามกีฬาเบสบอลฮิโระชิมะ, โดมปรมาณู, ย่านเอะบิสึยามราตรี, อนุสาวรีย์สันติภาพเยาชน
จากบนซ้าย: ปราสาทฮิโระชิมะ, สนามกีฬาเบสบอลฮิโระชิมะ, โดมปรมาณู, ย่านเอะบิสึยามราตรี, อนุสาวรีย์สันติภาพเยาชน
ธงของฮิโระชิมะ
ธง
ที่ตั้งของฮิโระชิมะ ใน จังหวัดฮิโระชิมะ
ที่ตั้งของฮิโระชิมะ ใน จังหวัดฮิโระชิมะ
ฮิโระชิมะ (เมือง) is located in Japan
ฮิโระชิมะ
ฮิโระชิมะ
 
พิกัดภูมิศาสตร์: 34°23′7″N 132°27′19″E / 34.38528°N 132.45528°E / 34.38528; 132.45528พิกัดภูมิศาสตร์: 34°23′7″N 132°27′19″E / 34.38528°N 132.45528°E / 34.38528; 132.45528
ประเทศ ญี่ปุ่น
ภูมิภาค ชูโงะกุ, ซันโย
จังหวัด ฮิโระชิมะ
การปกครอง
 • นายกเทศมนตรี คะซุมิ มะสึอิ
พื้นที่
 • ทั้งหมด 905.01 กม.2 (349.43 ตร.ไมล์)
ประชากร (พ.ค. 2014)
 • ทั้งหมด 1,184,565 คน
 • ความหนาแน่น 1,310คน/กม.2 (3,400คน/ตร.ไมล์)
เขตเวลา เวลามาตรฐานญี่ปุ่น (UTC+9)
- ต้นไม้ Camphor Laurel
- ดอกไม้ ยี่โถ
โทรศัพท์ 082-245-2111
ที่อยู่ 1-6-34 Kokutaiji,
Naka-ku, Hiroshima-shi 730-8586
เว็บไซต์ Hiroshima City

นครฮิโระชิมะ (หรือ ฮิโรชิม่า) (ญี่ปุ่น: 広島市 Hiroshima-shi ?) คือเมืองเอกของจังหวัดฮิโระชิมะ และยังเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในภูมิภาคชูโงะกุทางตะวันตกของเกาะฮนชู และยังเป็นเมืองแรกของโลกที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ โดยเครื่องบิน บี-29 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้นครฮิโระชิมะเป็นที่ตั้งของอนุสรณ์สันติภาพฮิโระชิมะ และอนุสาวรีย์ของเด็กหญิงซะดะโกะผู้ทำให้เกิดประเพณีการพับนกกระเรียนกระดาษพันตัว เพื่อภาวนาให้หายป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บ นามของเมืองว่า "ฮิโระชิมะ" (広島) นั้น มีความหมายว่า "เกาะที่กว้างใหญ่ไพศาล"

ประวัติศาสตร์[แก้]

ยุคเซ็งโงะกุ (ค.ศ. 1589–1871)[แก้]

ดูบทความหลักที่: ยุคเซ็งโงะกุ

ค.ศ. 1589 ก่อนการจัดตั้งรัฐบาลเอะโดะเพียงไม่นาน ฮิโระชิมะจัดตั้งขึ้นบนชายฝั่งสามเหลี่ยมปากแม่น้ำของ ทะเลเซะโตะใน ด้วยบัญชาของขุนพล โมริ เทะรุโมะโตะ เขาสร้างนครฮิโระชิมะ เพื่อเป็นเมืองหลวงของดินแดนในอิทธิพลของเขา ภายหลังจากที่เขาย้ายออกมาจากปราสาทโคริยะมะในเขตอะกิ ในการขึ้นเมืองใหม่นี้ ปราสาทฮิโระชิมะถูกบัญชาให้สร้างขึ้นจนแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1592 และในอีก 8 ปีต่อมาในยุทธการเซะกิงะฮะระ ขุนพลเทะรุโมะโตะได้พ่ายแพ้ต่อกองทัพของโทะกุงะวะ อิเอะยะซุ ทำให้เขา ต้องสูญเสียหัวเมืองต่างๆจำนวนมาก[1]ตลอดจนนครฮิโระชิมะ

ยุคจักรวรรดิ (ค.ศ. 1871–1939)[แก้]

ดูบทความหลักที่: จักรวรรดิญี่ปุ่น

ภายหลัง ระบอบเจ้าขุนมูลนายที่เรียกว่า ฮัง ได้ถูกล้มเลิกลงในยุคเมจิในปี ค.ศ. 1871 นครฮิโระชิมะ ได้กลายเป็นเมืองเอกของจังหวัดฮิโระชิมะ ตลอดจนกลายเป็นเมืองศูนย์กลางที่สำคัญในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นเปลี่ยนจากวิถีชนบทเป็นวิถีอุตสาหกรรมในตัวเมือง ระหว่างทศวรรษที่ 1870 หนึ่งในเจ็ดของโรงเรียนรัฐบาลภาคภาษาอังกฤษได้ถูกจัดตั้งขึ้นในนครฮิโระชิมะ[2] ในทศวรรษที่ 1880 มีการก่อสร้างท่าเรืออุจินะขึ้นจากความพยายามของผู้ว่าราชการ ซะกะอะกิ เซ็นดะ ซึ่งได้ทำให้ฮิโระชิมะกลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญ

ทางรถไฟได้ขยายมาถึงฮิโระชิมะ ในปี ค.ศ. 1894 นอกจากนี้ทางรถไฟจากสถานีฮิโระชิมะไปยังท่าเรืออุจินะ ก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อการทหารในช่วงสงครามจีน–ญี่ปุ่นครั้งที่หนึ่ง ในช่วงสงคราม รัฐบาลญี่ปุ่น ต้องย้ายที่ทำการเป็นการชั่วคราวมายังฮิโระชิมะ และจักรพรรดิเมจิ ก็ทรงย้ายมาประทับที่ปราสาทฮิโระชิมะ ตั้งแต่กันยายน ค.ศ. 1894 ถึง เมษายน ค.ศ. 1895[3] ความสำคัญของนครฮิโระชิมะที่มีต่อรัฐบาลญี่ปุ่นนั้น เราสามารถเห็นได้จากข้อเท็จจริงที่ว่า การเจรจาสงบศึกระหว่างผู้แทนของจีนและญี่ปุ่นครั้งแรก ก็ถูกจัดขึ้นที่ฮิโระชิมะ ในต้นเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1895

โรงงานอุตสาหกรรมยุคใหม่ อาทิโรงงานฝ้ายถูกจัดตั้งขึ้นในฮิโระชิมะในปลายศตวรรษที่ 19[4] และยังมีการกำเนิดขึ้นของอุตสาหกรรมมากมายอีกในฮิโระชิมะ ในระหว่างสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่น ในปี ค.ศ. 1904 ซึ่งญี่ปุ่นจำเป็นต้องพัฒนาและเพิ่มการผลิตยุทธภัณฑ์ นอกจากนี้ ศูนย์แสดงสินค้าการพาณิชย์ประจำจังหวัดฮิโระชิมะ ก็ถูกก้อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1915 เพื่อเป็นศูนย์กลางการค้าขายตลอดจนการจัดแสดงสินค้าใหม่ๆ ซึ่งปัจจุบันได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมประจำจังหวัดฮิโระชิมะ (Hiroshima Prefectural Industrial Promotion Hall)[5]

สงครามโลกครั้งที่สองและการทิ้งระเบิดปรมาณู (ค.ศ. 1939–1945)[แก้]

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง กองพลทหารราบที่ 2 และ กองทัพภาคชูโงะกุ ได้ตั้งฐานทัพในฮิโระชิมะ ในขณะที่กองทัพเรือก็ตั้งฐานทัพที่ท่าเรืออุจินะเช่นเดียวกัน ในตัวเมืองยังมีแหล่งยุทธปัจจัยมากมาย ถือได้ว่า เป็นศูนย์กลางทางการลำเลียงที่สำคัญ

การทิ้งระเบิดโตเกียวและเมืองอื่นๆของญี่ปุ่นระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ได้ทำลายล้างพื้นที่ไปอย่างกว้างขวางและมีผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคน เช่นที่ เมืองโทะยะมะ บ้านเรือนกว่า 128,000 หลังคาเรือนได้ถูกทำลายจนสิ้น และการทิ้งระเบิดที่โตเกียวได้คร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่าหนึ่งแสนคน อย่างไรก็ตาม ไม่ได้มีการทิ้งระเบิดเพลิงในฮิโระชิมะ ถึงกระนั้น ฮิโระชิมะก็มีการป้องกันภัยจากระเบิดเพลิงเป็นอย่างดี มีการระดมนักเรียนอายุระหว่าง 11–14 ปีมาช่วยรื้อถอนบ้านและสร้างแนวกันไฟขึ้น

ในเช้าวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1945 ระเบิดนิวเคลียร์ ลิตเติลบอย ได้ถูกทิ้งสู่ฮิโระชิมะ โดยเครื่องบินทิ้งระเบิด บี-29 ซึ่งขับโดย พันเอก พอล ทิบเบ็ตส์ การระเบิดได้คร่าชีวิตชาวเมืองไปในทันทีกว่า 80,000 คน และสถิติในสิ้นปีเดียวกันได้บันทึกไว้ว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้ได้รับผลข้างเคียงจากกัมมันตรังสีกว่า 90,000–140,000 คน จากประชากรของเมืองก่อนการระเบิด อยู่ที่ราว 340,000 คน อาคารบ้านเรือนราว 69% ของเมือง ถูกทำลายลงอย่างราบคาบ ในขณะที่ 7% ได้รับความเสียหายอย่างหนัก

ภูมิศาสตร์[แก้]

ฮนโดริ เป็นย่านช็อปปิงในฮิโระชิมะ
ชุกเก-เอ็ง เป็นสวนที่มีชื่อเสียงมาก

ฮิโระชิมะตั้งอยู่ระหว่างสามเปลี่ยมปากแม่น้ำโอตะ โดยมีอ่าวฮิโระชิมะ หันหน้าออกสู่ทะเลเซะโตะในทางด้านทิศใต้

เขตการปกครอง[แก้]

นครฮิโระชิมะ แบ่งออกเป็น 8 เขต (ญี่ปุ่น: กุ ?) ด้วยกัน คือ

เขต ประชากร พื้นที่
(กม.²)
ความหนาแน่น
(คน/กม.²)
แผนภาพ
เขตอะกิ 78,176 94.01 832 Hiroshima wards (th).png
เขตอะซะกิตะ 156,368 353.35 443
เขตอะซะมินะมิ 220,351 117.19 1,880
เขตฮิงะชิ 122,045 39.38 3,099
เขตมินะมิ 138,138 26.09 5,295
เขตนะกะ
(เขตศูนย์กลาง)
125,208 15.34 8,162
เขตนิชิ 184,881 35.67 5,183
เขตซะเอะกิ 135,789 223.98 606
ข้อมูลประชากรเมื่อ ตุลาคม ค.ศ. 2006

ภูมิอากาศ[แก้]

ข้อมูลภูมิอากาศของนครฮิโระชิมะ (ค.ศ. 1981-2010)
เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ทั้งปี
อุณหภมูิสูงสุดที่เคยบันทึก °C (°F) 18.8
(65.8)
21.5
(70.7)
23.7
(74.7)
29.0
(84.2)
31.5
(88.7)
34.4
(93.9)
38.7
(101.7)
37.9
(100.2)
36.9
(98.4)
31.2
(88.2)
26.3
(79.3)
22.3
(72.1)
38.7
(101.7)
อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) 9.7
(49.5)
10.6
(51.1)
14.0
(57.2)
19.7
(67.5)
24.1
(75.4)
27.2
(81)
30.8
(87.4)
32.5
(90.5)
29.0
(84.2)
23.4
(74.1)
17.4
(63.3)
12.3
(54.1)
20.9
(69.6)
อุณหภูมิเฉลี่ยแต่ละวัน °C (°F) 5.2
(41.4)
6.0
(42.8)
9.1
(48.4)
14.7
(58.5)
19.3
(66.7)
23.0
(73.4)
27.1
(80.8)
28.2
(82.8)
24.4
(75.9)
18.3
(64.9)
12.5
(54.5)
7.5
(45.5)
16.3
(61.3)
อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) 1.7
(35.1)
2.1
(35.8)
4.8
(40.6)
9.9
(49.8)
14.7
(58.5)
19.4
(66.9)
23.8
(74.8)
24.8
(76.6)
20.8
(69.4)
14.2
(57.6)
8.5
(47.3)
3.7
(38.7)
12.4
(54.3)
อุณหภมูิต่ำสุดที่เคยบันทึก °C (°F) -8.5
(16.7)
-8.3
(17.1)
-7.2
(19)
-1.4
(29.5)
1.8
(35.2)
6.6
(43.9)
14.1
(57.4)
13.7
(56.7)
8.6
(47.5)
1.5
(34.7)
-2.6
(27.3)
-8.6
(16.5)
-8.6
(16.5)
หยาดน้ำฟ้า มม (นิ้ว) 44.6
(1.756)
66.6
(2.622)
123.9
(4.878)
141.7
(5.579)
177.6
(6.992)
247.0
(9.724)
258.6
(10.181)
110.8
(4.362)
169.5
(6.673)
87.9
(3.461)
68.2
(2.685)
41.2
(1.622)
1,537.6
(60.535)
ปริมาณหิมะ ซม (นิ้ว) 5
(2)
4
(1.6)
1
(0.4)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
0
(0)
3
(1.2)
12
(4.7)
ความชื้นร้อยละ 68 67 64 63 66 72 74 71 70 68 69 69 68
วันที่มีหิมะตกโดยเฉลี่ย 8.7 7.1 2.6 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.0 0.2 4.5 23.1
จำนวนชั่วโมงที่มีแดด 137.2 139.7 169.0 190.1 206.2 161.4 179.5 211.2 165.3 181.8 151.6 149.4 2,042.3
แหล่งที่มา: สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น [6]

การคมนาคม[แก้]

รถไฟระหว่างเมือง โดย JR logo (west).svg ตะวันตก
ชิงกันเซ็ง สายซันโย ที่สถานีฮิโระชิมะ
สายหลักซันโย - 12 สถานีตั้งอยู่ในเขตเมืองฮิโระชิมะ
รถไฟภายในจังหวัด โดย JR logo (west).svg ตะวันตก
สายคะเบะ (Kabe Line) - เป็นเส้นทางรถไฟในเขตนครฮิโระชิมะ สถานีทั้งหมดจำนวน 12 สถานีอยู่ในเขตนครฮิโระชิมะ
สายคุเระ (Kure Line) - เป็นรถไฟชานเมืองของจังหวัดฮิโระชิมะ ตั้งอยู่ในเขตนครฮิโระชิมะ จำนวน 4 จาก 28 สถานี
สายเกบิ (Geibi Line) - เป็นรถไฟภายในจังหวัดและเชื่อมกับจังหวัดโอะกะยะมะ ตั้งอยู่ในเขตนครฮิโระชิมะ จำนวน 14 จาก 44 สถานี
อากาศยาน
ท่าอากาศยานฮิโระชิมะ

เมืองพี่น้อง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Kosaikai, Yoshiteru (2007). "History of Hiroshima". Hiroshima Peace Reader. Hiroshima Peace Culture Foundation. 
  2. Bingham (US Legation in Tokyo) to Fish (US Department of State), September 20, 1876, in Papers relating to the foreign relations of the United States, transmitted to congress, with the annual message of the president, December 4, 1876, p. 384
  3. Kosakai, Hiroshima Peace Reader
  4. Jacobs, Norman (1958). The Origin of Modern Capitalism and Eastern Asia. Hong Kong University. p. 51. 
  5. Sanko (1998). Hiroshima Peace Memorial (Genbaku Dome). The City of Hiroshima and the Hiroshima Peace Culture Foundation. 
  6. "気象庁 / 平年値(年・月ごとの値)". สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]