ผู้นำฝ่ายสัมพันธมิตรระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ผู้นำฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่สอง ประกอบไปด้วยบุคคลสำคัญต่างๆ จากหลายๆ ประเทศ ทั้งนักการเมืองและนักการทหาร บรรดาบุคคลเหล่านี้ได้แก่
[แก้]
สหรัฐอเมริกา
- แฟรงคลิน ดี. รูสเวลท์ (Franklin D. Roosevelt) เป็นประธานาธิบดีคนที่ 32 แห่งสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ พ.ศ. 2476 แนวคิดของเขาก่อให้เกิดองค์กรระหว่างประเทศ คือ สหประชาชาติ ถึงแม้ว่าเขาจะประสบปัญหาด้านสุขภาพในช่วงวิกฤตของประเทศก็ตาม รูสเวลท์เสียชีวิตขณะยังดำรงตำแหน่งเมื่อ พ.ศ. 2488 สองสัปดาห์ก่อนการยอมแพ้ของเยอรมนี
- แฮร์รี เอส. ทรูแมน (Harry S. Truman) เป็นประธานาธิบดีคนที่ 33 ของสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ พ.ศ. 2488 ถึง พ.ศ. 2494 เป็นผู้อนุมัติให้ทิ้งระเบิดปรมาณูที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้นำในแผนมาร์แชลเพื่อฟื้นฟูทวีปยุโรปหลังสงคราม และเป็นผู้นำในการก่อตั้งสหประชาชาติ
- จอร์จ มาร์แชลล์ (George Marshall) เป็นจอมพลแห่งกองทัพบกสหรัฐอเมริกาและหัวหน้านายทหาร และ หลังจากสงคราม เขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้ริเริ่มแผนการมาร์แชลล์
[แก้] แนวรบด้านยุโรป
- ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ (Dwight D. Eisenhower) หรือไอค์ (Ike) เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของฝ่ายสัมพันธมิตรในทวีปยุโรป และเป็นผู้วางแผนและควบคุมการบุกฝรั่งเศสและเยอรมนี
- จอร์จ เอส. แพตตัน (George S. Patton) เป็นหัวหน้านายพลระหว่างยุทธนาการในแอฟริกาเหนือ, เกาะซิซิลี, ฝรั่งเศส, เยอรมนีและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
- โอมาร์ แบรดลีย์ (Omar Bradley) เป็นจอมพลแห่งกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ในแอฟริกาเหนือและยุโรป และเป็นผู้นำกองทัพสหรัฐที่หนึ่งระหว่างปฏิบัติการโอเวอร์ลอร์ดและระหว่างการบุกยุโรป
[แก้] แนวรบด้านแปซิฟิก
- ดักลาส แมกอาร์เทอร์ (Douglas MacArthur) เป็นจอมพลแห่งกองทัพบกสหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิก และเป็นผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกไกล เขาบัญชาการกองกำลังสหรัฐฬนฟิลิปปินส์ก่อนที่จะย้ายไปบัญชาการกองกำลังที่ออสเตรเลีย
- ชารล์ส ดับบลิว. นิมิทซ์ (Charles W. Nimitz) เป็นพลเรือเอกบัญชาการกองเรือแปซิฟิกแห่งสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองกำลังภาคพื้นแปซิฟิกของสหรัฐอเมริกาและฝ่ายสัมพันธมิตร
[แก้]
เครือรัฐฟิลิปปินส์
[แก้]
เครือรัฐเปอร์โตริโก
[แก้] สหราชอาณาจักรและเครือจักรภพ
[แก้]
สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ
- คลีเมนต์ แอตลีย์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรระหว่างปี ค.ศ. 1945-1951 มีบทบาทสำคัญในการประชุมพอตสดัม
- วินสตัน เชอร์ชิลล์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรระหว่างปี ค.ศ. 1940-1945 เป็นผู้บัญชาการและเป็นผู้ปลุกกำลังใจชาวอังกฤษในช่วงเวลาอันมืดมนของสงคราม
- เนวิลล์ เชมเบอร์แลนด์ เป็นนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรในช่วงต้นของสงคราม (ค.ศ. 1937-1940) ต่อมานโยบายด้านการต่างประเทศของเขาล้มเหลว จึงได้ลาออกจากตำแหน่ง เขาเสียชีวิตหนึ่งปีภายหลังจากนั้น
- เบอร์นาร์ด มอนโกเมรี เป็นผู้บัญชาการทหารเครือจักรภพในทวีปแอฟริกาเหนือ และยังมีบทบาทในปฏิบัติการโอเวอร์ลอร์ด รวมไปถึงการยอมจำนนของเยอรมนีอีกด้วย
[แก้]
เครือรัฐออสเตรเลีย
[แก้]
แคนาดา
[แก้] นิวฟันด์แลนด์
[แก้]
นิวซีแลนด์
[แก้]
สหภาพแอฟริกาใต้
[แก้]
บริติชมลายา
[แก้]
ปาเลสไตน์ในอาณัติของอังกฤษ
[แก้]
บริติชราช
[แก้]
ราชอาณาจักรเบลเยี่ยม
[แก้]
บราซิล
[แก้] สาธารณรัฐจีน
- เจียง ไคเช็ค - จอมทัพและผู้นำรัฐบาลชาตินิยม (ก๊กมินตั๋ง) ของ สาธารณรัฐจีน และเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งประเทศจีน
- เหมา เจ๋อตุง - เป็นผู้นำ พรรคคอมมิวนิสต์จีน เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับกองทัพรัฐบาลในการต่อต้านทหารญี่ปุ่น
- จาง เซวเหลียง เป็นขุนศึกแห่งแคว้น แมนจูเรีย
[แก้]
สาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 3 (ถึง พ.ศ. 2483)
[แก้] ขบวนการฝรั่งเศสเสรี
- ชาร์ลส์ เดอ โกล ผู้นำขบวนการฝรั่งเศสเสรีในปี ค.ศ. 1940-1944 ต่อมา ได้กลายเป็นหัวหน้ารัฐบาลชั่วคราวของฝรั่งเศสหลังจากได้รับการปลดปล่อยจากกองทัพสัมพันธมิตรแล้ว
[แก้]
ราชอาณาจักรกรีซ
[แก้]
เม็กซิโก
[แก้]
ปานามา
[แก้]
สาธารณรัฐโปแลนด์ที่ 2 (ถึง พ.ศ. 2482)
[แก้]
รัฐบาลลับของโปแลนด์ (Polish Secret State)
[แก้]
สหภาพโซเวียต
- โจเซฟ สตาลิน เป็นเลขาธิการประจำพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียตระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ในยุคสมัยของเขานี้เองที่สหภาพโซเวียตได้ก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจคู่กับสหรัฐอเมริกา เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งสหภาพโซเวียตและมีอิทธิพลอย่างมากต่อการทำสงครามกับเยอรมนีในแนวรบด้านตะวันออก
- วียาเชสลาฟ โมโลตอฟ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหภาพโซเวียตระหว่างปี ค.ศ. 1939-1949
- มิคาอิล คาลินิน เป็นผู้ที่มีอำนาจทางการเมืองมากที่สุดคนหนึ่งในสหภาพโซเวียต
- กิออร์กี้ ชูคอฟ เป็นจอมพลแห่งสหภาพโซเวียต เป็นผู้บัญชาการที่มีอิทธิพลต่อการทำสงครามกับเยอรมนีเป็นอย่างมาก และเป็นผู้ยึดครองกรุงเบอร์ลินในวาระสุดท้ายของสงครามโลกครั้งที่สองในทวีปยุโรป ในภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการเขตยึดครองของโซเวียตในเยอรมนี
- อีวาน โคเนียฟ ผู้บัญชาการกองทัพที่ 19 ในช่วงต้นของสงคราม ต่อมา ได้กลายเป็นผู้บัญชาการที่สามารถปลดปล่อยยุโรปตะวันออกได้เป็นจำนวนมาก และมีส่วนร่วมในการยึดครองกรุงเบอร์ลิน