จารุณี สุขสวัสดิ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จารุณี สุขสวัสดิ์
Jarunee.jpg
ชื่อเกิด จารุณี สุขสวัสดิ์
ชื่อเล่น เปิ้ล
เกิด 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2505 (52 ปี)
ประเทศไทย
ชื่ออื่น Caroline Desneiges
ปีที่แสดง พ.ศ. 2520 - ปัจจุบัน
ผลงานเด่น พจมาน พินิตนันท์ สว่างวงศ์ จากภาพยนตร์ "บ้านทรายทอง" / "พจมาน สว่างวงศ์"
จอย จากภาพยนตร์ "สลักจิต"
นิอร จากภาพยนตร์ "พรุ่งนี้ฉันจะรักคุณ"
ตาล จากภาพยนตร์ "ช่างเขาเถอะ"
แตงโม จากภาพยนตร์ "ลูกสาวกำนัน"
คุณหญิงศรี จากละคร "คือหัตถาครองพิภพ" (ช่อง 7) (2538)
นทีทอง จากละคร "นิมิตมาร" (ช่อง 3) (2551)
คุณป้าจรวย จากละคร "มาลัยสามชาย" (ช่อง 5) (2553)
รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี
พ.ศ. 2525 - ปริศนา

พ.ศ. 2526 - มายาพิศวาส

พ.ศ. 2538 - บุญชู 8 เพื่อเธอ (ประกอบ)
รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์
พ.ศ. 2523 - ช่างเขาเถอะ
พ.ศ. 2525 - สวัสดีไม้เรียว
รางวัลโทรทัศน์ทองคำ
พ.ศ. 2538 - คือหัตถาครองพิภพ
พ.ศ. 2551 - นิมิตมาร (สนับสนุนหญิง)
รางวัลเมขลา
พ.ศ. 2531 - ตะรุเตา
ฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย (ThaiFilmDb)
เว็บทางการ

จารุณี สุขสวัสดิ์ (ชื่อเล่น: เปิ้ล) (ชื่อฝรั่งเศส: แคโรลีน เดส์แน็ช Caroline Desneiges) นักแสดง ศิลปินและดาวค้างฟ้าตลอดกาล เจ้าของฉายา "ดาราทอง" "ราชินีจอเงิน" "ราชินีนักบู๊" หนึ่งในตำนานนางเอกหนังไทยขวัญใจมหาชน เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2505 มีบิดาเป็นชาวฝรั่งเศส ชื่อแฟร์น็อง เดส์แน็ช (Fernand Desneiges) และมารดาเป็นชาวไทย ชื่อระเบียบ สุขสวัสดิ์

ประวัติ[แก้]

  • จารุณี สุขสวัสดิ์เริ่มการศึกษาระดับอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลทองโชติ
  • ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 ที่โรงเรียนธัมมสิริศึกษา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
  • ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 ที่โรงเรียนพิบูลย์อุปถัมภ์ กรุงเทพฯ
  • ระดับชั้นมัธยมศึกษาที่ โรงเรียนบางกะปิ
  • ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ที่โรงเรียนพาณิชยการเจ้าพระยา
  • สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา

และระดับปริญญาโทจากสำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เชียงราย[1]

ก่อนจะเป็นที่รู้จักในวงการบันเทิง จารุณี สุขสวัสดิ์เคยทำงานในสวนสนุกแฮปปี้แลนด์ (คลองจั่น บางกะปิ) ทำหน้าที่จำหน่ายบัตรผ่านประตูและเครื่องดื่ม บางโอกาสก็แสดงเป็นสโนว์ไวท์ในขบวนพาเหรดของสวนสนุกและยังเคยหารายได้พิเศษด้วยการทำงานรับจ้างเป็นจับกังและคนงานก่อสร้างเพื่อส่งเสียตนเองให้มีโอกาสได้เรียนหนังสือและเจียดเงินส่งให้ครอบครัว นับเป็นตัวอย่างที่ดีและเป็นแบบอย่างอันงดงามที่ดาราวัยรุ่นคนหนึ่งในยุคนั้นพึงมีให้กับเยาวชนและสังคมไทย ถือเป็นก้าวแรกๆในวงการบันเทิงที่คนไทยท้งประเทศรักและศรัทธาจารุณี สุขสวัสดิ์ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งที่สามารถเป็นแบบฉบับหรือ Idol ในดวงใจให้กับคนในสังคมได้เป็นอย่างดี

จารุณี สุขสวัสดิ์แสดงภาพยนตร์ในสังกัดสีบุญเรืองฟิล์มเรื่อง "สวัสดีคุณครู" เป็นเรื่องแรกภายใต้การกำกับการแสดงของบรมครู "พันคำ" เมื่อปี พ.ศ. 2520 โดยแสดงร่วมกับนางเอกวัยรุ่นอีกคน คือ กาญจนา บุญประเสริฐ และเป็นนางเอกเต็มตัวในภาพยนตร์เรื่องที่สอง "รักแล้วรอหน่อย" (เนื้อเรื่องเดียวกับ "วนาลี") คู่กับ สรพงศ์ ชาตรี

พ.ศ. 2523 บ้านทรายทอง กำกับการแสดงโดย รุจน์ รณภพ แห่งบริษัทไฟว์สตาร์โปรดักชั่น ประสบความสำเร็จท่วมท้น ทำรายได้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 9 ล้านบาทซึ่งถือว่ามหาศาลในยุคนั้น ตามด้วย พจมาน สว่างวงศ์ ซึ่งทำรายได้ถล่มทลายไม่แพ้กัน ทำให้ชื่อของจารุณี สุขสวัสดิ์ เป็นที่ต้องการของบรรดาผู้สร้าง ผู้กำกับ สายหนังและแฟนภาพยนตร์ไทยจนได้รับสมญานามจากสื่อมวลชนว่าเป็น "ดาราทอง" นอกจากนี้ จารุณียังเป็นนักแสดงจอเงินเพียงผู้เดียวที่สวมบทบาทเป็นทั้ง "ปริศนา""เจ้าสาวของอานนท์"และ"รัตนาวดี" จากนวนิยายไตรภาค บทประพันธ์ของหม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิตหรือ ว.ณ ประมวญมารค รัตนาวดีถือเป็นภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายภายใต้การกำกับการแสดงของรุจน์ รณภพที่จารุณีแสดงให้กับบริษัทไฟว์สตาร์โปรดักชั่นในฐานะนักแสดงนำหญิง ก่อนที่หลายปีต่อมา จารุณีจะมารับบทเป็นนักแสดงสมทบให้กับบริษัทไฟว์สตาร์อีกครั้งในเรื่อง"บุญชุ 8 เพื่อเธอ" ภาพยนตร์ที่จารุณีแสดงโดยเฉพาะในยุคเฟื่องฟูนั้นจะเรียกติดปากโดยอัตโนมัติว่า "หนังจารุณี" ทั้ง ๆ ที่จารุณีไม่ได้เป็นผู้กำกับการแสดงหรือผู้สร้าง เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นนักแสดงเท่านั้น ภาพยนตร์ที่จารุณีแสดงส่วนใหญ่มักได้รับการพากย์เสียงโดย ดวงดาว จารุจินดา

จารุณี สุขสวัสดิ์ มีงานหลั่งไหลเข้ามามากมายจนได้ชื่อว่าเป็น "นางเอกคิวทอง" สามารถแสดงได้ทุกบทบาททั้งชีวิต บู๊ ตลก แก่น เซี้ยว เปรี้ยว ซนและได้รับความนิยมสูงสุดในยุคนั้น เนื่องจากจารุณีมีรัศมีความเป็นสุดยอดดารา (Superstar) แสดงภาพยนตร์เป็นธรรมชาติ มีฝีมือและเสน่ห์ (charismatic) ในการแสดงที่แพรวพราว หาตัวจับได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นสีหน้าท่าทาง แววตา อารมณ์และความรู้สึก ภาพยนตร์ของเธอทำเงินทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ฟอร์มเล็กหรือฟอร์มใหญ่ ถึงขนาดมีการการันตีว่า "ถ้าหนังเรื่องไหนได้จารุณีเป็นนางเอกแล้ว รับรองไม่มีเจ๊งหรือขาดทุนอย่างแน่นอน" แฟนภาพยนตร์เป็นจำนวนมากที่รักและศรัทธาในตัวจารุณีได้ก่อตั้ง "ชมรมสุขสวัสดิ์" ขึ้นเพื่อเผยแพร่แลกเปลี่ยนข่าวสารซึ่งกันและกัน ถือเป็นแฟนคลับยุคแรกๆของศิลปินที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น ยุคที่ยังไม่มีระบบสารสนเทศและสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยเหมือนในยุคปัจจุบัน

แม้ว่าจารุณี สุขสวัสดิ์ จะเป็นนักแสดงมืออาชีพที่มีชื่อเสียงโด่งดังสุดขีดระดับตำนานประวัติศาสตร์ "ราชินีหนังไทย" และ "ราชินีจอเงิน" นับจาก เพชรา เชาวราษฎร์แล้ว ในด้านชีวิตส่วนตัวกลับต้องทำงานหนักตลอดเวลา ไม่ได้พักผ่อนเพียงพอและประสบมรสุมชีวิตหนักๆหลายครั้ง เช่น เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งแรกขณะขี่เรือหางยาวเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง "ลูกสาวกำนัน" จนเกือบเสียชีวิต อุบัติเหตุร้ายแรงครั้งที่สอง ระหว่างเดินทางในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง "บ้านสีดอกรัก" ที่เชียงใหม่ จนเกือบต้องพิการตลอดชีวิต และประสบปัญหาด้านสุขภาพ มีอาการตัวบวมเนื่องจากต่อมไทรอยด์เป็นพิษระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง "วันนี้ยังมีรัก" ประกอบกับในช่วงนั้น รายได้และจำนวนการผลิตหนังไทยเริ่มลดลง เป็นผลให้จารุณี สุขสวัสดิ์ ต้องหยุดงานภาพยนตร์ไปช่วงระยะเวลาหนึ่งทั้ง ๆ ที่ยังมีชื่อเสียงอยู่ ในที่สุดจารุณี สุขสวัสดิ์ ก็ได้มีโอกาสเข้าสู่วงการละครโทรทัศน์ มีผลงาน เช่น ตะรุเตา คือหัตถาครองพิภพ ไฟลวง รังหนาว ขิงก็ราข่าก็แรง นิมิตมาร ปีกมาร ฯลฯ มีผลงานเพลงสองชุดกับค่ายคีตาและงานบันเทิงด้านต่าง ๆ เช่น พิธีกร ละครเวที เป็นต้น

ในวงการภาพยนตร์ไทย นางเอกภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงและมีดีกรีความโด่งดังระดับแม่เหล็กของวงการ เรียกว่าเป็นราชินีจอเงินที่ดังเป็นพลุ มีอยู่ 2 ท่านเท่านั้น คือ เพชรา เชาวราษฎร์ (2504-2513) และจารุณี สุขสวัสดิ์ (2520-2532)

ผลงานภาพยนตร์[แก้]

จารุณี สุขสวัสดิ์ (มินตรา) และยุรนันท์ ภมรมนตรี (พชร) จากเรื่อง "สิ้นสวาท"
พ.ศ. 2520
  1. สวัสดีคุณครู (19 พ.ย.)
พ.ศ. 2521
  1. รักแล้วรอหน่อย (29 ก.ค.)
  2. ครูขาหนูเหงา (1 ธ.ค.)
พ.ศ. 2522
  1. สลักจิต (5 พ.ค.)
  2. ส.ต.ท บุญถึง (26 พ.ค.)
  3. เสือภูเขา (5 ต.ค.)
  4. สุดห้ามใจรัก (27 ต.ค)
พ.ศ. 2523
  1. บ้านทรายทอง (12 ม.ค.)
  2. พรุ่งนี้ฉันจะรักคุณ (25 เม.ย.)
  3. 2 พยัคฆ์ (13 มิ.ย.)
  4. พจมาน สว่างวงศ์ (26 ก.ค.)
  5. ทองผาภูมิ (9 ส.ค.)
  6. วัยสวิง (23 ส.ค.)
  7. ช่างเขาเถอะ (6 ก.ย.) ..........ได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ ผู้แสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม
  8. แผ่นดินแห่งความรัก (23 ต.ค.)
  9. มันมือเสือ (31 ต.ค.)
  10. นักเลงตาทิพย์ (5 ธ.ค.)
  11. นายอำเภอคนใหม่ (27 ต.ค.)
พ.ศ. 2524
  1. นางสาวโพระดก (4 ก.พ.)
  2. ไอ้ค่อม (11 เม.ย.)
  3. สาวน้อย (23 พ.ค.)
  4. ลูกสาวกำนัน (1 ก.ค.)
  5. แก้วตาพี่ (8 ส.ค.)
  6. ดำอำมหิต (29 ส.ค.)
  7. รักข้ามคลอง (19 ก.ย.)
  8. คุณปู่ซู่ซ่า (3 ต.ค.)
  9. กำแพงหัวใจ (17 ต.ค.)
  10. อาจารย์โกย (31 ต.ค.)
  11. เจ้าพ่อภูเขียว (7 พ.ย.)
  12. แม่กาวาง (28 พ.ย.)
  13. ไอ้แก่น (5 ธ.ค.)
  14. สุดปรารถนา (30 ธ.ค.)
พ.ศ. 2525
  1. ปริศนา (23 ม.ค.) ..........ได้รับรางวัลพระสุรัสวดี ผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม
  2. แสนซน (20 ก.พ.)
  3. ยอดเยาวมาลย์ (13 มี.ค.)
  4. แม่แตงร่มใบ (19 มี.ค.)
  5. แววมยุรา (3 เม.ย.)
  6. ดาวพระเสาร์ (10 เม.ย.)
  7. เทพธิดาโรงงาน (1 พ.ค.)
  8. คุณรักผมไหม (5 มิ.ย.)
  9. ไอ้หนึ่ง (26 มิ.ย.)
  10. รัตติกาลยอดรัก (17 ก.ค.)
  11. สวัสดีไม้เรียว (1 ก.ย.) ..........ได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ ผู้แสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม
  12. คุณย่าเซ็กซี่ (1 ต.ค.)
  13. นักสืบฮาร์ท (14 ต.ค.)
  14. สาวจอมกวน (20 พ.ย.)
  15. นางแมวป่า (3 ธ.ค.)
  16. เจ้าสาวของอานนท์ (31 ธ.ค.)
พ.ศ. 2526
  1. นิจ (15 ม.ค.)
  2. แม่ดอกกระถิน (11 ก.พ.)
  3. มายาพิศวาส (4 มี.ค.) ..........ได้รับรางวัลพระสุรัสวดี ผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม
  4. ลูกสาวกำนัน ภาค 2 (19 มี.ค.)
  5. พยัคฆ์ร้าย 191 (1 เม.ย.)
  6. อย่าดีกว่า (16 เม.ย.)
  7. เลขาคนใหม่ (30 เม.ย.)
  8. เจ้าสาวเงินล้าน (21 พ.ค.)
  9. แม่ยอดกะล่อน (18 มิ.ย.)
  10. ยอดอนงค์ (16 ก.ค.)
  11. ไอ้แก้วไอ้ทอง (23 ก.ค.)
  12. กำนันสาว (12 ส.ค.)
  13. บ้านน้อยกลางดง (27 ส.ค.)
  14. มัทรีที่รัก (17 ก.ย.)
  15. นางสิงห์แก้มแดง (8 ต.ค.)
  16. สามอนงค์ (21 ต.ค.)
  17. มหาเฮง (5 พ.ย.)
  18. มรกตดำ (12 พ.ย.)
  19. ครั้งหนึ่งเราเคยรักกัน (18 พ.ย.)
  20. รักกันวันละนิด (3 ธ.ค.)
  21. เพลงรักก้องโลก (30 ธ.ค.)
พ.ศ. 2527
  1. ลูกทุ่งพเนจร (14 ม.ค.)
  2. แรงอธิษฐาน (1 ก.พ.)
  3. แล้วเราก็รักกัน (17 มี.ค.)
  4. วันนั้นคงมาถึง (17 มี.ค)
  5. รักต้องโกย (13 เม.ย.)
  6. โคตรคนจริง (21 เม.ย.)
  7. รักสุดหัวใจ (28 เม.ย.)
  8. ลูกสาวคนใหม่ (11 ส.ค.)
  9. เลดี้ฝรั่งดอง (3 พ.ย.)
  10. น.ส. ลูกหว้า (17 พ.ย.)
  11. บ้านสีดอกรัก (29 ธ.ค.)
  12. น้ำผึ้งป่า (29 ธ.ค.)
พ.ศ. 2528
  1. กัลปังหา (26 ม.ค.)
  2. นักร้องพ่อลูกอ่อน
  3. หลานสาวเจ้าสัว (19 ก.พ.)
  4. รักสองต้องห้าม (2 มี.ค.)
  5. ยอดรักยอดพยศ (30 มี.ค.)
  6. หมอบ้านนอก (12 เม.ย.)
  7. เขยบ้านนอก (11 พ.ค.)
  8. ผู้การเรือเร่ (31 ก.ค.)
  9. วัยเรียนเพี้ยนรัก (24 ส.ค.)
  10. รัตนาวดี (23 พ.ย.)
  11. มาธาดอร์จอมเพี้ยน (28 ธ.ค.)
  12. ตำรวจบ้าน (28 ธ.ค.)
พ.ศ. 2529
  1. ลูกสาวเถ้าแก่เฮง (8 ก.พ.)
  2. แด่คุณครูด้วยดวงใจ (1 มี.ค.)
  3. เครื่องแบบสีขาว (22 มี.ค.)
  4. เจ้าสาวมะลิซ้อน (12 เม.ย.)
  5. ราชินีดอกหญ้า (31 พ.ค.)
  6. แม่ดอกรักเร่ (21 มิ.ย.)
  7. ยุ่งนักรักซะเลย (28 มิ.ย.)
  8. ชมพู่แก้มแหม่ม (9 ส.ค.)
  9. โกยมหาสนุก (13 ก.ย.)
  10. อินทรีสาว (20 ก.ย.)
  11. วันนี้ยังมีรัก (8 พ.ย.)
  12. สิ้นสวาท (22 พ.ย.)
พ.ศ. 2530
  1. ภูตเสน่หา (11 เม.ย.)
  2. หัวละแสน (5 พ.ย.)
  3. สะใภ้เถื่อน (14 พ.ย.)
  4. เมียคนใหม่ (19 ธ.ค.)
  5. เปรอะเจอเปรี้ยว (19 ธ.ค.)
พ.ศ. 2531
  1. แก่นแก้ว (6 ก.พ.)
  2. ทายาทคนใหม่ (6 ก.พ.)
  3. ดวงพลุแตก (16 ก.พ.)
  4. มือปืน 2 ไอ้มือดำ (26 มี.ค.)
  5. สวยเหี้ยม (26 มี.ค.)
  6. ภูผาทอง (26 มี.ค.)
  7. เพชรเหนือเพชร (9 เม.ย.)
  8. อินทรีแดง (16 เม.ย.)
  9. สองเกลอเจอทีเด็ด (16 ก.ค.)
  10. กองร้อยสอยรัก (17 ก.ย.)
  11. เหยื่ออารมณ์ (15 ต.ค.)
  12. ทองเถื่อน (26 พ.ย.)
  13. เหยื่อตัณหา (ไม่ทราบวันฉาย)
  14. เกร็ดแก้ว (ไม่ทราบวันฉาย)
พ.ศ. 2538
  1. บุญชู 8 เพื่อเธอ (22 ก.ค.) ..........ได้รับรางวัลพระสุรัสวดี ผู้แสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม
  2. ผีไม่มีหลุม (8 ก.ย.)
พ.ศ. 2551
  1. ปืนใหญ่จอมสลัด

ผลงานละคร[แก้]

  • ไฟเสน่หา (ช่อง 3/2530)
  • ตะรุเตา (ช่อง 7/2531)
  • สายลับสองหน้า (ช่อง 7/2532)
  • ทูตมรณะ (ช่อง 7/2533)
  • รอยทางแห่งความฝัน (ช่อง 9/2535)
  • ศพ 5 ปี (ช่อง 3/2536)
  • ครูซ่อนกลิ่น (ช่อง 7/2537) (ละครสั้นปากกาทอง)
  • คือหัตถาครองพิภพ (ช่อง 7/2538)
  • เมื่อหมอกสลาย (ช่อง 7/2538)
  • ผ้าไหมผืนใหม่ (ช่อง 7/2538) (ละครสั้นปากกาทอง)
  • เตียงวิวาห์ (ช่อง 7/2538) (ละครสั้นปากกาทอง)
  • บุพเพสันนิวาส (ช่อง 7/2538) (ละครสั้นปากกาทอง)
  • ดั่งดวงหฤทัย (ช่อง 7/2539)
  • แผ่นดินของเรา (ช่อง 5/2539)
  • เข็มซ่อนปลาย (ช่อง 3/2539)
  • ขบวนการเก็บหมอก (ช่อง 3/2539)
  • รักต้องลุ้น (ช่อง 3/2540)
  • บ้านบุษบาบัณ (ช่อง 7/2540)
  • ตะวันยอแสง (ช่อง 3/2540)
  • เขมรินทร์ อินทิรา (ช่อง 5/2540)
  • สลักจิต (ช่อง 3/2540)
  • หวานใจ (ช่อง 3/2540)
  • ไฟลวง (ช่อง 3/2541)
  • บุญชูผู้น่ารัก (ช่อง 5/2541)
  • ตามรอยรัก (ช่อง 7/2542)
  • รังหนาว (ช่อง 3/2542)
  • ยอดยาหยี (ช่อง 3/2542)
  • ร้ายเดียงสา (ช่อง 7/2543)
  • น้ำผึ้งขม (ช่อง 3/2543)
  • กำแพงรัก (ช่อง 3/2543)
  • ปลาร้าทรงเครื่อง (ช่อง 3/2543)
  • เส้นสายลายรัก (ช่อง 3/2544)
  • ขมิ้นกับปูน (ช่อง 3/2544)
  • เลือดหงส์ (ช่อง 5/2544)
  • ทายาทอสูร (ช่อง 7/2544)
  • ใครกำหนด (ช่อง 7/2545)
  • มนต์รักแม่น้ำมูล (ช่อง 5/2545)
  • ใยเสน่หา (รับเชิญ) (ช่อง 3/2546)
  • กาเหว่าที่บางเพลง (ช่อง 3/2546)
  • เจ้านายวัยกระเตาะ (ช่อง 3/2546)
  • คู่กรรม (ช่อง 3/2547)
  • คู่กรรม 2 (รับเชิญ) (ช่อง 3/2547)
  • เสน่ห์จันทร์ (ช่อง 5/2547)
  • แฝดพี่ฝาดน้อง (ช่อง 3/2547)
  • ไฟในวายุ (ช่อง 7/2547)
  • แก้วลืมคอน (ช่อง 5/2548)
  • เพื่อนรัก (ช่อง 3/2548)
  • กุหลาบสีดำ (ช่อง 3/2548)
  • รักหลอก ๆ อย่าบอกใคร (ช่อง 5/2548)
  • สาทรดอนเจดีย์ (ช่อง 3/2549)
  • ขิงก็รา ข่าก็แรง (ช่อง 7/2549)
  • ฟ้ามีตะวัน หัวใจฉันมีเธอ (ช่อง 7/2550)
  • กรุงเทพฯราตรี (ช่อง 3/2550)
  • นิมิตมาร (ช่อง 3/2551)
  • หน้ากากดอกซ่อนกลิ่น (ช่อง 3/2552)
  • สายสืบดิลิเวอรี่ (ช่อง 3/2552)
  • มาลัยสามชาย (ช่อง 5/2553)
  • เจ้าสาวริมทาง (ช่อง 7/2553)
  • ดอกโศก (ช่อง 5/2555)
  • แม่ยายคงกระพัน (ช่อง 3/2555)
  • แผนร้ายพ่ายรัก (ช่อง 3 / 2556)
  • ปีกมาร (ช่อง 5 / 2556)
  • อนิลทิตา (ช่อง 5 / 2557)
  • ฝันเฟื่อง (ช่อง oneHD / 2557)
  • บัลลังก์เมฆ (ช่อง oneHD / 2558)
  • เล่ห์รตี (ช่อง oneHD / 2558)
  • ครอบครัวตึ๋งหนืดตืดขั้นเทพ (ช่อง7 / 2558)
  • รักเร่ (ช่อง7 / 2558)

รางวัลจากการแสดง[แก้]

สาขานำหญิง

  • รางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 2523 จากภาพยนตร์เรื่อง "ช่างเขาเถอะ"
  • รางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ ปี 2525 จากภาพยนตร์เรื่อง "สวัสดีไม้เรียว"
  • รางวัลพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) ปี 2525 จากภาพยนตร์เรื่อง "ปริศนา"
  • รางวัลพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) ปี 2526 จากภาพยนตร์เรื่อง "มายาพิศวาส"
  • รางวัลเมขลา ปี 2531 จากละครโทรทัศน์เรื่อง "ตะรุเตา"
  • รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ปี 2538 จากละครโทรทัศน์เรื่อง "คือหัตถาครองพิภพ"

สาขาสมทบหญิง

  • รางวัลพระสุรัสวดี (ตุ๊กตาทอง) ปี 2538 ผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง "บุญชู 8 เพื่อเธอ"
  • คมชัดลึกอวอร์ด ปี 2550 นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากละครโทรทัศน์เรื่อง "กรุงเทพฯราตรี"
  • ดาราภาพยนตร์อวอร์ด 2007 ปี 2550 นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม จากละครโทรทัศน์เรื่อง "ฟ้ามีตะวัน หัวใจฉันมีเธอ"
  • รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ปี 2551 ดาราสนับสนุนหญิงดีเด่น จากละครโทรทัศน์เรื่อง "นิมิตมาร"

รางวัลอื่น ๆ[แก้]

  • รางวัลทีวีตุ๊กตาทองมหาชน 2524 (หนังสือพิมพ์ บ้านเมือง)
  • ดาราทอง ปี 2523-2525
  • โล่ห์เกียรติยศ "โลกดารา" จาก แก้วตาพี่ ลูกสาวกำนัน
  • วิก 07 ทองคำ (Popular Vote)
  • ดาราหญิงที่ประทับใจ (Popular Vote) จากบันทึกรักหน้าเหลือง 2539
  • รางวัลบุคคลตัวอย่างแห่งปี ด้านส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ประจำปี 2550
  • รางวัลเทพทอง ปี 2550
  • รางวัล ตำแหน่ง Most of Actress ปี 2554 เนื่องในโอกาสครบรอบสามสิบปี นิตยสารเปรียว
  • รางวัลเกียรติยศนักแสดงภาพยนตร์สาขาแอ็คชั่น ปี 2554
  • รางวัลโลตัสอวอร์ด (Lotus Award for Life Time Achievement 2013) เทศกาลภาพยนตร์โลกแห่งกรุงเทพฯ ครั้งที่ 11 พ.ศ. 2556
  • รางวัลเมขลา นางเอกราชินีภาพยนตร์ไทย ปี 2557

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]