แต่ปางก่อน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แต่ปางก่อน (แก้วเก้า)
รูปแบบ ละครโทรทัศน์
ผู้สร้าง ไทยทีวีสีช่อง 3
ผู้เขียนบท แก้วเก้า
ผู้กำกับ อดุลย์ ดุลยรัตน์(2530)
ชนะ คราประยูร(2548)
นักแสดงนำ พ.ศ. 2530
ฉัตรชัย เปล่งพานิช
จริยา แอนโฟเน่
นพพล โกมารชุน
อุทุมพร ศิลาพันธ์
ดวงตา ตุงคะมณี
พ.ศ. 2548
ศรราม เทพพิทักษ์
แอน ทองประสม
ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ
เมย์ เฟื่องอารมย์
สกาวใจ พูนสวัสดิ์
เพลงประกอบ พ.ศ. 2530
เพลง แต่ปางก่อน
ร้องโดย
จาตุรงค์ จัยสิทธิ์ และ สุกานดา บุณยธรรมิก(ยุคอดีต)
รณชัย ถมยาปริวัฒน์ และ อัจฉพรรณี หาญณรงค์(ยุคปัจจุบัน)
เพลง ลาวม่านแก้ว
เรียบเรียงเสียงประสานโดย ศิลปี ตราโมทย์
พ.ศ. 2548
เพลง แต่ปางก่อน
ร้องโดย ศรราม เทพพิทักษ์
รพีพร ประทุมอานนท์
เพลง ลาวม่านแก้ว
เรียบเรียงเสียงประสานโดย ฉัตรชัย ดุริยประณีต
ร้องโดย โดม ทิวทอง
เพลง อสงไขย
ร้องโดย เดอะซิส
การผลิต
ผู้อำนวยการสร้าง
ฝ่ายบริหาร
มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช
การออกอากาศ
เครือข่าย/สถานี สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ออกอากาศ พ.ศ. 2530 6 มกราคม พ.ศ. 2530-12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 (จันทร์-ศุกร์ 20.45 - 21.30 น.)
พ.ศ. 2548 พฤษภาคม-กรกฎาคม (จันทร์-อังคาร 20.30 - 22.15 น.) –
รายการที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์ทางการ

แต่ปางก่อน เป็นนวนิยายไทยแนวย้อนยุค-ข้ามเวลา ที่สร้างจากบทประพันธ์ของ แก้วเก้า (นามปากกาของ คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์) มีการสร้างเป็นละครโทรทัศน์มาแล้วถึงสองครั้ง คือ ในปี พ.ศ. 2530 และ พ.ศ. 2548 โดยออกอากาศทางไทยทีวีสีช่อง 3 และมีเพลงนำละครที่แต่งโดย วิรัช อยู่ถาวร จนกลายเป็นเพลงฮิตตลอดกาล

เนื้อเรื่อง[แก้]

หม่อมเจ้ารังสิธร หรือคุณใหญ่ บุตรชายคนเดียวของ เสด็จในกรมฯ ในรัชสมัย ร.6 ได้พบรักกับ เจ้านางม่านแก้ว ที่ได้เข้ามาฝากเนื้อฝากตัวที่วังของเสด็จฯ เพื่อศึกษาเล่าเรียน หม่อมพเยีย มารดาของคุณใหญ่คัดค้านเต็มที่ เนื่องด้วยริษยาที่ม่านแก้วเป็นคนโปรดของเสด็จฯ และมีความสามารถทางภาษาหลายด้าน และที่สำคัญได้หมายมาดให้คุณใหญ่ได้สมรสกับ ท่านหญิงวิไลเรขา ซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติผู้น้อง แต่คุณใหญ่ก็ยังยืนยันที่จะแต่งงานกับม่านแก้ว ในคืนวันส่งตัวเข้าหอ ม่านแก้วถูกลอบวางยาพิษอย่างโหดเหี้ยมจนเสียชีวิต สร้างความเสียใจให้แก่คุณใหญ่เป็นอย่างยิ่ง และด้วยความรักที่มีต่อเธอ คุณใหญ่ไม่ยอมที่จะมีรักกับใครอีกแม้กระทั่งท่านหญิงวิไลก็ตาม


กาลเวลาผ่านไปเจ้านางม่านแก้วได้ไปเกิดใหม่ และได้กลับมาที่วังแห่งนี้อีกครั้งซึ่งในปัจจุบันเป็นโรงเรียนสตรีชื่อว่า โรงเรียนกุลนารีวิทยา และได้กลายเป็นสมบัติของ คุณชายจิรายุส หลานชายคนเดียวของท่านหญิงวิไลซึ่งมีสิทธิในสมบัติทั้งหมดหลังจากที่คุณใหญ่สิ้น ในชาติภพใหม่นี้เธอชื่อ ราชาวดี เธอได้เข้าทำหน้าที่เป็นครูสอนภาษา ราชาวดีรู้สึกผูกพันกับสถานที่นี้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรือนฝรั่งด้านหลังและเพลง ลาวม่านแก้ว ที่เป็นเพลงต้องห้ามของที่นี่เป็นอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นเพลงที่คุณใหญ่นั้นได้แต่งขึ้นเพื่อมอบให้แก่ม่านแก้วหญิงเดียวที่เขารัก ณ ที่แห่งนี้เธอได้พบกับคุณใหญ่ที่คอยวนเวียนรอคอยเธออยู่ตลอดเวลา แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าราชาวดีนั้นลืมเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นในอดีตจนหมดสิ้น ราชาวดีสนใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตอย่างมากและหาโอกาสมาฟังคุณใหญ่เล่าเรื่องราวให้ฟังอยู่เสมอ โดยที่เธอไม่ได้เกรงกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย


จนวันหนึ่งเธอได้พบรูปของเจ้านางม่านแก้วซึ่งมีใบหน้าละม้ายคล้ายเธอประหนึ่งเป็นพิมพ์เดียวกัน ทำให้เธอได้ทราบว่า เจ้านางม่านแก้วกับเธอจะต้องมีความเกี่ยวพันกันอย่างแน่นอน และเธอเองก็รู้สึกผูกพันกับคุณใหญ่โดยไม่รู้ตัว คุณชายจิรายุสหลงรักราชาวดี ถึงแม้ว่าเขาจะมี คุณหญิงสวรรยา เป็นคู่หมั้นอยู่แล้ว จนเขาตัดสินใจที่จะถอนหมั้นกับสวรรยา ซึ่งทำให้ท่านหญิงวิไลเรขา ซึ่งมีศักดิ์เป็นย่าและมีชีวิตอยู่อย่างเดียวดายอยู่ที่วังสาทรหลังจากเกิดเหตุโศกนาฏกรรมครั้งนั้น ท่านหญิงวิไลได้พบราชาวดี ซึ่งทันทีที่ได้เห็นเธอก็ปักใจทันทีว่านี่คือ เจ้านางม่านแก้วที่กลับชาติมาเกิดเพื่อทำลายเธอ และเธอเองก็ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ท่านหญิงจึงวางแผนให้อาจารย์ใหญ่พาราชาวดีมาถวายการรับใช้ ซึ่งการที่ราชาวดีมาอยู่ที่นี่เธอได้พบว่าท่านหญิงวิไลนั้นเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญเรื่องพิษ


วันหนึ่งเธอได้พบว่าคุณใหญ่มาหาเธอที่วังของท่านหญิงวิไล เธอจึงสอบถามและได้ทราบว่าคนที่วางยาพิษม่านแก้วก็คือท่านหญิงวิไลนั่นเอง โดยร่วมมือกับหม่อมพเยียมารดาของคุณใหญ่ในการลงมือ และความพยาบาทจากครั้งนั้นก็ยังไม่สิ้นสุด เมื่อท่านหญิงวิไลพยายามที่จะวางยาราชาวดีอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้คุณชายจิรายุสมาช่วยเหลือได้ทัน หลังจากที่ท่านหญิงวิไลสิ้นใจไปพร้อมกับความพยาบาท คุณชายจิรายุสก็ได้ขอราชาวดีแต่งงานอีกครั้ง แต่เป็นเพราะความรัก ความจริงใจและความผูกพันของคุณใหญ่ที่มีต่อเธอ เธอจึงปฏิเสธและตัดสินใจละทางโลกไปปฏิบัติธรรมเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับคุณใหญ่ สร้างความผิดหวังให้กับคุณชายจิรายุสเป็นอย่างยิ่ง จนเวลาผ่านไปอีกไม่นานเธอก็เสียชีวิต


ในที่สุดดวงชะตาของคนสองคนที่ได้พลัดพรากจากกันมานานแสนนานก็ได้กลับมาพบกัน คุณใหญ่ได้กลับมาเกิดเป็นลูกชายคนเดียวของคุณชายจิรายุสกับคุณหญิงสวรรยาชื่อว่า หม่อมหลวงจิราคม ส่วนราชาวดีได้กลับมาเกิดเป็นลูกสาวของคุณถวิลเพื่อนรักของราชาวดีชื่อว่า อันตรา และมีใบหน้าละม้ายกับราชาวดีเป็นอย่างยิ่ง ทั้งสองสนิทสนมกันอย่างรวดเร็วจนคุณชายจิรายุสแปลกใจ แต่เมื่อคุณถวิลได้นำจดหมายของราชาวดีที่เขียนถึงเธอก่อนตาย และได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดของเธอ ทำให้คุณชายจิรายุสเข้าใจและรู้ว่าที่ราชาวดีไม่รับรักเขาเป็นเพราะอะไร ทั้งจิราคมและอันตราผูกพันกันอย่างรวดเร็วเนื่องด้วยเพลงลาวม่านแก้วที่ทั้งคู่ชื่นชอบเป็นพิเศษจนทำให้ความสัมพันธ์พัฒนาอย่างรวดเร็ว และในที่สุด การรอคอยและความรักของคนทั้งคู่ที่รอคอยการพบกันมานานแสนนานก็ได้กลับมาพบกันและสุขสมหวังอีกครั้ง

นักแสดง[แก้]

บทบาท ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2530 ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2548
หม่อมเจ้ารังสิธร / หม่อมหลวงจิราคม ฉัตรชัย เปล่งพานิช ศรราม เทพพิทักษ์
เจ้านางม่านแก้ว / ราชาวดี / อันตรา จริยา แอนโฟเน่ แอน ทองประสม
หม่อมเจ้าหญิงวิไลเลขา ดวงตา ตุงคะมณี สกาวใจ พูนสวัสดิ์
หม่อมราชวงศ์จิรายุส นพพล โกมารชุน ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ
หม่อมราชวงศ์สวรรยา อุทุมพร ศิลาพันธ์ เมย์ เฟื่องอารมย์
หม่อมเจ้าสิทธิชัย สุเชาว์ พงษ์วิไล อภิชาติ หาลำเจียก
หม่อมสุภา พิราวรรณ ประสพศาสตร์ อาภาพร กรทิพย์
อาจารย์กาบทอง พิมพ์แข กุญชร ณ อยุธยา นัฏฐา ลอยด์
หม่อมพรรณราย อรสา พรหมประทาน สุพรรษา เนื่องภิรมย์
ถวิล ทัศน์วรรณ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา รัชนก แสงชูโต
บทโทรทัศน์ วรยุทธ พิชัยศรทัต ยิ่งยศ ปัญญา, ไขนภา เจียรบุตร
ผู้กำกับการแสดง อดุลย์ ดุลยรัตน์ [1] ชนะ คราประยูร [2]

ผลสืบเนื่องจากละคร[แก้]

ปี พ.ศ. 2530 ละครเรื่อง แต่ปางก่อน ซึ่งสร้างเป็นครั้งแรกโดย มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช ได้รับการกล่าวขวัญจากผู้ชมทั้งในแง่เนื้อหาและเทคนิค จนได้รับรางวัลเมขลา จำนวน 3 รางวัล คือ ผู้แสดงประกอบดีเด่นฝ่ายหญิง (ดวงตา ตุงคะมณี), ผู้กำกับรายการละครดีเด่น (อรุโณชา ภาณุพันธุ์) และ ผู้ประพันธ์เพลงนำละครดีเด่น (วิรัช อยู่ถาวร) [3] ซึ่งเพลงดังกล่าวได้รับความนิยมตั้งแต่ละครออกอากาศ จนมีการจัดทำเป็นอัลบั้มรวมเพลงฮิต และมีการขับร้องต่อโดยศิลปินนักร้องท่านอื่นๆ ตามงานอัลบั้มบันทึกเสียง งานคอนเสิร์ต งานฉลองต่างๆ แม้กระทั่งงานมงคลสมรส จึงกลายมาเป็นเพลงประกอบการแต่งงานยอดนิยมอีกเพลงหนึ่งด้วย [4]

ละครในปี พ.ศ. 2548 ได้รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ ดาราสนับสนุนหญิงดีเด่น (สกาวใจ พูลสวัสดิ์) [5]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]