คู่กรรม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คู่กรรม  
Khu kam.jpg
ผู้ประพันธ์ ทมยันตี (วิมล เจียมเจริญ)
ประเทศ ไทย ประเทศไทย
ภาษา ไทย ภาษาไทย
ประเภท โศกนาฏกรรมและวีรคติ
ผู้เผยแพร่ ศรีสยาม
เผยแพร่ใน
ภาษาไทย
พ.ศ. 2512
จำนวนหน้า 701 (สองเล่ม)
ISBN 9786117052040
ฉบับถัดมา คู่กรรม 2
คู่กรรม (2556)
Sunset at Chaophraya
ใบปิดภาพยนตร์
กำกับ กิตติกร เลียวศิริกุล
อำนวยการสร้าง วิชา พูลวรลักษณ์
เขียน บทประพันธ์ :
ทมยันตี
บทภาพยนตร์ :
กิตติกร เลียวศิริกุล
ดำเกิง ฐิตะปิยะศักดิ์
นำแสดง ณเดชน์ คูกิมิยะ
อรเณศ ดีคาบาเลส
นิธิศ วารายานนท์
ดนตรีประกอบ ไจแอ็นท เวฟ
กำกับภาพ สราวุธ บูรณ์กุศล
ตัดต่อ นิธิพจน์ โกสิตงามดีวงศ์
จำหน่าย/เผยแพร่ เอ็ม เทอร์ตี้ไนน์
ฉาย 4 เมษายน พ.ศ. 2556
ความยาว 130 นาที
ประเทศ ไทย ไทย
ภาษา ไทย / ญี่ปุ่น
งบประมาณ 70 ล้านบาท [1]
รายได้ 49 ล้านบาท [2]
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากสยามโซน

คู่กรรม เป็นนวนิยายแนวโศกนาฏกรรมและวีรคติ ประพันธ์โดย ทมยันตี ดำเนินเรื่องที่มีฉากหลังในประเทศไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยผู้ประพันธ์ได้รับแรงบันดาลใจเมื่อราวปี พ.ศ. 2508 จากการเดินทางไปจังหวัดกาญจนบุรี และเข้าเยือนสุสานทหารสัมพันธมิตรดอนรักที่ทอดร่างของเหล่าทหารสัมพันธมิตร โดยสะดุดใจเมื่อเห็นคำจารึกถึงบนหลุมศพทหารสัญชาติเนเธอร์แลนด์คนหนึ่ง เมื่อสอบถามดู ได้ความว่าเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของครอบครัวที่มาเสียชีวิตลงที่ประเทศไทย โดยที่ผู้เป็นพ่อแม่มิอาจมาร่วมฝังศพของลูกชายได้[3]

คู่กรรม เขียนขึ้นในปี พ.ศ. 2508 ตีพิมพ์เป็นตอนในนิตยสารศรีสยาม (ในเครือนิตยสารขวัญเรือน)[4] และรวมเล่มเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2512 แล้วตีพิมพ์มาหลายครั้งจนถึงปัจจุบัน มีภาคต่อคือ คู่กรรม 2 ถือว่าเป็นบทประพันธ์ที่ชื่อเสียงมากที่สุดเรื่องหนึ่งของทมยันตีเลยทีเดียว

คู่กรรม ได้รับการนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์แล้วหลายครั้ง เริ่มจาก ช่อง 4 บางขุนพรหม เป็นละครถึง 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2513, พ.ศ. 2515 และต่อมาทางช่อง 9 อสมท. ในปี พ.ศ. 2521

ครั้งสำคัญเป็นละครทางช่อง 7 สี ในปี พ.ศ. 2533 เป็นละครที่สร้างประวัติศาสตร์เรตติ้งสูงสุดอันดับ 1 ของเมืองไทยตลอดกาล เรตติ้ง 40 [5][6] เรื่องนี้ได้รับรางวัลทั้งเมขลาและโทรทัศน์ทองคำในปีเดียวกัน หลังจากนั้นได้นำมาสร้างใหม่เป็นละครทางช่อง 3 ในปี พ.ศ. 2547 (มีภาคต่อคือ คู่กรรม 2) ล่าสุดเป็นละครทางช่อง 5 ในปี พ.ศ. 2556

คู่กรรม นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ 4 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2516, พ.ศ. 2531, พ.ศ. 2538 และ พ.ศ. 2556 ซึ่งทั้ง 2 ครั้ง (ปี 2531 และ 2538) ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัลตุ๊กตาทองไปทั้งคู่ และเคยดัดแปลงเป็นละครเวที โดยค่ายดรีมบอกซ์ กลางปี พ.ศ. 2547 แสดงที่โรงละครกรุงเทพ และกลางปี พ.ศ. 2550 แสดงที่ โรงละครกรุงเทพเมโทรโพลิส

นอกจากนี้แล้ว คู่กรรม ยังเป็นที่รู้จักกันดีถึงประเทศญี่ปุ่นด้วย จนถึงกับมีการแต่งเป็นนวนิยายเนื้อหาคล้ายคลึงกันของนักประพันธ์ชาวญี่ปุ่น โดยในฉบับของญี่ปุ่นนี้ ตัวละครเอกได้เปลี่ยนชื่อเป็น โอโมริ กับ กันยา[7]

เนื้อเรื่อง[แก้]

อังศุมาลิน ชลาสินธุ์ นิสิตสาวคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกิดและเติบโตมาท่ามกลางความรักและความอบอุ่นของ แม่อร และยาย ที่บ้านริมคลองบางกอกน้อย พ่อของอังศุมาลินเป็นอดีตทหารเรือ ชื่อ หลวงชลาสินธุราช อังศุมาลินมีเพื่อนชายที่รู้ใจและสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก ชื่อ วนัส นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน ที่ในใจลึก ๆ ของเขาแอบรักอังมากกว่าน้องสาว แต่เธอคิดว่ายังไม่พร้อมที่จะมีความรัก จนวนัสเดินทางไปเรียนต่อที่อังกฤษ อังศุมาลินกับครอบครัวมีโอกาสได้รู้จักสนิทสนมกับ หมอโยชิ หมอทหารชาวญี่ปุ่นผู้แสนใจดีและเป็นมิตร หมอโยชิเอ็นดูอังศุมาลินจนเสนอตัวสอนภาษาญี่ปุ่นให้เธอด้วยความเต็มใจ

แล้วอังศุมาลินก็ได้พบกับ โกโบริ ขณะที่เธอว่ายน้ำไปแอบดูอู่เรือของทหารญี่ปุ่นที่มาตั้งรกรากอยู่ใกล้ ๆ สวนบ้านเธอ โกโบริเป็นนายช่างใหญ่ประจำอู่ เขากล่าวทักทายอังศุมาลินอย่างเป็นมิตร แต่อังศุมาลินไม่พูดด้วย เพราะอคติกับคนญี่ปุ่น โดยเฉพาะทหารโกโบริก็เริ่มแสดงไมตรีกับครอบครัวอังศุมาลิน โดยใช้ให้ทหารลูกน้องส่งข้าวของผลไม้สำหรับคนป่วยมาให้ยายของอังศุมาลิน พาหมอมาดูอาการยาย จนทำให้ทั้งแม่กับยายเริ่มเอ็นดูและมองเห็นถึงน้ำใจไมตรีของโกโบริ และเรียกโกโบริว่า "พ่อดอกมะลิ" ขณะที่อังศุมาลิน ก็ยังอคติกับเขาอย่างเดิม

สัญญาณระเบิดดังขึ้น ในคืนที่อังศุมาลินอยู่บ้านคนเดียว โกโบริซึ่งแวะมาหาพอดี เลยมีโอกาสได้ช่วยเหลือพาอังศุมาลินไปหลบภัยที่ท้ายสวน ทั้งคู่วิ่งฝ่ากระสุน โกโบริกอดอังศุมาลินวิ่งเอาตัวเป็นกำบังให้ และพาอังศุมาลินไปหลบในท้องร่องและกอดอังไว้แน่น ระเบิดก็ลงใกล้ ๆ จุดนั้น โกโบริยอมเสี่ยงชีวิตเจ็บตัวแทนอังศุมาลิน และก่อนที่เขาจะหมดสติไป

โกโบริก็บอกรักอังศุมาลิน แม้ลึก ๆ แล้วเธอจะรัก แต่เพราะโกโบริเป็นชาวญี่ปุ่น เป็นศัตรูที่เข้ามากร้ำกรายบ้านเกิดเมืองนอนของเธอ อังศุมาลิน จึงปฏิเสธโกโบริอย่างไม่ใยดี โกโบริมาขอโทษอังศุมาลิน ที่เรื่องของเขากับเธอกลายเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต และมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกอย่างบีบคั้น

จนในที่สุด อังศุมาลิน ก็จำต้องจำยอมแต่งงานกับโกโบริด้วยเหตุผลทางการเมือง ความสุภาพแสนดีของโกโบริ เริ่มทำให้อังศุมาลิน เริ่มมองเขาในแง่ดีมากขึ้นทีละนิด จนคืนหนึ่งขณะที่เธอมายืนนึกถึงสัญญาที่เคยให้ไว้กับวนัสที่ใต้ต้นลำพู โกโบริก็มาเจอ อังศุมาลินจึงสารภาพกับโกโบริว่าเธอมีคนที่เธอรออยู่แล้ว คือ วนัส โกโบริเสียใจแต่ไม่แสดงออก

แต่อังศุมาลินกลับเป็นฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองได้ทำร้ายจิตใจของโกโบริ เธอเห็นใจและสงสารโกโบริจับใจโกโบริมุงานหนัก นอนที่อู่เรือไม่ยอมกลับบ้าน พร้อมกับทำเรื่องขอย้ายไปประจำที่พม่า เพราะสถานการณ์ที่พม่ากำลังวุ่นวาย เขาไม่ต้องการได้ชื่อว่าเป็นทหารที่เลือกแต่งานสบาย แต่หมอโยชิรู้ดีว่าโกโบริมีเหตุผลมากกว่านั้น เพราะสังเกตเห็นว่าโกโบริกับอังศุมาลินมีปัญหาไม่เข้าใจกัน

หมอโยชิจึงพยายามเข้ามาประสานความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่ก็ไม่เป็นผลแล้วคืนหนึ่ง วนัสก็แอบมาพบกับอังศุมาลิน วนัสเปิดเผยว่าตนเป็นเสรีไทย วนัสรู้เรื่องอังศุมาลินดีทุกอย่าง เขารู้ดีว่าอังศุมาลิน กำลังสับสนใจระหว่างโกโบริกับเขา จึงให้อิสระอังศุมาลิน ได้เลือกคนที่เธอรัก พร้อมกับฝากให้อังศุมาลินบอกโกโบริด้วยว่า อย่าไปสถานีรถไฟบางกอกน้อยตอนมีระเบิดลง อังศุมาลินซึ้งใจกับความเป็นสุภาพบุรุษของวนัส เมื่อระเบิดลงชุดใหญ่ทำให้อังศุมาลินกลัวว่าโกโบริจะเป็นอันตราย จึงรีบตามไปบางกอกน้อยโดยไม่สนคำทัดทานของใครเมื่อไปถึงปรากฏว่าสถานีรถไฟบางกอกน้อยโดนถล่ม ทหารนอนตาย บาดเจ็บมากมาย อังศุมาลินเจอหมอโยชิ ซึ่งก็กำลังตามหาโกโบริอยู่เหมือนกัน

อังศุมาลินขอพรลูกในท้องให้ช่วยคุ้มครองโกโบริ อังศุมาลินเดินตามหาโกโบริอย่างรุ่มร้อนใจ จนในที่สุดอังศุมาลินก็พบโกโบรินอนบาดเจ็บ อาการสาหัส อังศุมาลิน ไม่ยอมให้โกโบริจากเธอไป แต่โกโบริรู้ตัวดีว่าเขาคงไม่รอด จึงฝากให้อังศุมาลินช่วยดูแลลูกแทนเขาด้วย อังศุมาลินบอกรักโกโบริก่อนที่เขาจะสิ้นลมบนตักอังศุมาลิน นั่นเอง จบที่งานศพของโกโบริ ทุกคนร่ำไห้เสียใจ อังศุมาลินให้สัญญาต่อหน้าศพโกโบริว่า เธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อลูก และจะดูแลลูกให้ดีที่สุดเพื่อ โกโบริ ชายที่เธอรักสุดหัวใจ

ละครโทรทัศน์[แก้]

คู่กรรม ครั้งแรกเป็นละครโทรทัศน์ ในปี พ.ศ. 2513 ออกอากาศทาง ช่อง 4 บางขุนพรหม
ละครคู่กรรม ในปี 2533 สร้างประวัติศาสตร์ละครที่เรตติ้งสูงสุดของประเทศไทย [8]
ละครโทรทัศน์คู่กรรม พ.ศ. 2556 (ครั้งล่าสุด)

คู่กรรม ได้รับการนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2556) รวม 6 ครั้ง ได้แก่

ปี โกโบริ อังศุมาลิน สถานีโทรทัศน์
พ.ศ. 2513 มีชัย วีระไวทยะ บุศรา นฤมิตร ช่อง 4
พ.ศ. 2515 ชนะ ศรีอุบล ผาณิต กันตามระ ช่อง 4
พ.ศ. 2521 นิรุตต์ ศิริจรรยา ศันสนีย์ สมานวรวงศ์ ช่อง 9
พ.ศ. 2533 ธงไชย แมคอินไตย์ กมลชนก โกมลฐิติ ช่อง 7
พ.ศ. 2547 ศรราม เทพพิทักษ์ พรชิตา ณ สงขลา ช่อง 3
พ.ศ. 2556 สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว หนึ่งธิดา โสภณ ช่อง 5
สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5: ละครวันจันทร์-อังคาร 20:10–21:40
ก่อนหน้า คู่กรรม ถัดไป
เจ้าแม่จำเป็น เรือนเสน่หา
สถานีโทรทัศน์ ททบ.5 เอชดีวัน: ละครวันจันทร์–อังคาร 20:10–21:25
ก่อนหน้า คู่กรรม (รีรัน) ถัดไป

ภาพยนตร์[แก้]

คู่กรรม ได้รับการนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ 4 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2516, พ.ศ. 2531, พ.ศ. 2538 และ พ.ศ. 2556 ได้แก่

ปี โกโบริ อังศุมาลิน วนัส วันที่เข้าฉาย
พ.ศ. 2516 นาท ภูวนัย ดวงนภา อรรถพรพิศาล
มร. หลิงลีจู
สายัณห์ จันทรวิบูลย์ 31 สิงหาคม
พ.ศ. 2531 วรุฒ วรธรรม จินตหรา สุขพัฒน์ นัย สุขสกุล 12 กุมภาพันธ์
พ.ศ. 2538 ธงไชย แมคอินไตย์ อาภาศิริ นิติพน ธีรภัทร์ สัจจกุล 11 พฤศจิกายน
พ.ศ. 2556 ณเดชน์ คูกิมิยะ อรเณศ ดีคาบาเลส นิธิศ วารายานนท์ 4 เมษายน
คู่กรรม สร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2516
ภาพยนตร์คู่กรรม ในปี พ.ศ. 2531
หน้าปกวีซีดีภาพยนตร์คู่กรรม ในปี พ.ศ. 2538

ภาพยนตร์ คู่กรรม (2516)[แก้]

ในปี พ.ศ. 2516 สร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแรก สร้างโดย จิรบันเทิงฟิล์ม ของ จิรวรรณ กัมปนาทแสนยากร ผู้อำนวยการสร้าง ซึ่งมีชื่อเสียงทางด้านละครวิทยุ กำกับโดย สมวงศ์ ทิมบุยธรรม, พร ไพโรจน์ ประดับ และ มิสเตอร์ ติง ออกฉายเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2516 ที่โรงหนังโคลีเชี่ยม [13] มีนักแสดงนำดังนี้

ร่วมด้วย พันคำ, เชาว์ แคล่วคล่อง, สมจิตต์ ทรัพย์สำรวย, ล้อต๊อก, ชูศรี มีสมมนต์, จำรูญ หนวดจิ๋ม, สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม, ราชันย์ กาญจนมาศ, มร. แอสจี้

ภาพยนตร์คู่กรรมฉบับแรกนี้มีผู้รับบทอังศุมาลิน ถึง 2 คน ถ่ายทำพร้อมกัน 2 ฉบับ คือแบบนักแสดงไทยและนักแสดงฮ่องกง

ภาพยนตร์ คู่กรรม (2531)[แก้]

ในปี พ.ศ. 2531 สร้างโดย ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น กำกับการแสดงโดย รุจน์ รณภพ เพลงประกอบภาพยนตร์ขับร้องโดย อังศนา ช้างเศวต [14][15] ออกฉายเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2531 ได้รับการตอบรับอย่างดี มีนักแสดงนำดังนี้

ร่วมด้วย เกรียงไกร อุณหะนันทน์, พิราวรรณ ประสพศาสตร์, ไกรลาศ เกรียงไกร, สมศักดิ์ ชัยสงคราม, อดุลย์ ดุลยรัตน์, บัณฑิต ฤทธิ์ถกล, อุดม โรจน์อนันต์เลี่ยว, บรรเจิดศรี ยมาภัย

เดิมได้วางตัวอธิป ทองจินดาในบทโกโบริ แต่เมื่ออธิปเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ก่อนถ่ายทำจึงต้องเปลี่ยนตัวมาเป็น วรุฒ วรธรรม แทน

ภาพยนตร์คู่กรรมฉบับนี้ ได้รับการตอบรับอย่างดี ส่งผลให้ จินตหรา สุขพัฒน์ ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองพระสุรัสดีครั้งแรก สาขานักแสดงนำหญิง โดย จินตหรา สุขพัฒน์ เข้าชิงสาขาดารานำหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง ตลาดพรหมจารี อีกด้วย

ภาพยนตร์ คู่กรรม (2538)[แก้]

ในปี พ.ศ. 2538 มีชื่ออังกฤษชื่อว่า Sunset at Chaophraya สร้างโดย แกรมมี่ภาพยนตร์ กำกับการแสดงโดย ยุทธนา มุกดาสนิท ร่วมด้วย พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ และ นิพนธ์ ผิวเณร ซึ่งทั้ง 2 ครั้งได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมรางวัลตุ๊กตาทองไปทั้งคู่ ออกฉายเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 มีนักแสดงนำดังนี้

ร่วมด้วย คาซูยูกิ นากาจิมา, มาซากิ นิชิกายา, จิตรกร สุนทรปักษิน, วิไลวรรณ วัฒนพานิช, สุทิศา พัฒนุช, เด๋อ ดอกสะเดา, ดี๋ ดอกมะดัน

โดยกระแสความแรงได้สร้างสถิติภาพยนตร์ที่มีผู้เข้าชมสูงสุดใน 3 วันแรกของการเปิดตัว โดยภาพยตร์เรื่องนี้ส่งผลให้เบิร์ดได้รับรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี (รางวัลตุ๊กตาทอง) ปี 2538 นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม

ภาพยนตร์ คู่กรรม (2556)[แก้]

ภาพยนตร์ คู่กรรม (2556)

ในปี พ.ศ. 2556 สร้างโดย เอ็ม เทอร์ตี้ไนน์ กำกับการแสดงโดย กิตติกร เลียวศิริกุล บทภาพยนตร์โดย กิตติกร เลียวศิริกุล และ ดำเกิง ฐิตะปิยะศักดิ์ ออกฉายเมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2556 มีนักแสดงนำดังนี้

ร่วมด้วย กุลพงศ์ บุนนาค, เมรีนา มุ่งศิริ, สุรชัย จันทิมาธร, มงคล อุทก, แปะร้อน ยาซึ, จำเนียร เจริญทรัพย์, ทัตสึโนบุ ทานิกาว่า, โนริโอะ ซึซึกิ, โตชิยูกิ โกโต, ดาเรน ฟ๊อกส์, อัวริช คลูก, อัวริช ก็อดลีบ, นิพนธ์ จิตเกิด

เพลงประกอบภาพยนตร์ มีดังนี้

ละครเวที[แก้]

ดูบทความหลักที่ คู่กรรม เดอะมิวสิคัล

คู่กรรมได้รับการดัดแปลงสร้างเป็นละครเวที ในรูปแบบ ละครเพลง (sung-through musical) กลางปี พ.ศ. 2547 โดยค่ายดรีมบอกซ์ กำกับการแสดงโดย สุวรรณดี จักราวรวุธ แสดงที่โรงละครกรุงเทพ

จากนั้นได้กลับมาแสดงอีกครั้ง กลางปี พ.ศ. 2550 โดยทีมงานชุดเดิมทั้งหมด แสดงที่ โรงละครกรุงเทพเมโทรโพลิส

รายชื่อนักแสดงและการสร้าง[แก้]

ปี พ.ศ. 2513 พ.ศ. 2515 พ.ศ. 2516 พ.ศ. 2521 พ.ศ. 2531 พ.ศ. 2533 พ.ศ. 2538 พ.ศ. 2547 พ.ศ. 2556 พ.ศ. 2556
รูปแบบ ละคร ช่อง 4 ภาพยนตร์
35 มม.
ละคร
ช่อง 9
ภาพยนตร์
35 มม.
ละคร
ช่อง 7
ภาพยนตร์ 35 มม. ละคร ช่อง 3 ละคร ช่อง 5 ภาพยนตร์ 35 มม.
ผู้สร้าง คณะศรีไทยการละคร ช่อง 4 จิรบันเทิงฟิล์ม ช่อง 9 ไฟว์สตาร์โปรดักชั่น ดาราวิดีโอ แกรมมี่ ฟิล์ม เรด ดราม่า เอ็กแซ็กท์ /
ซีเนริโอ
M39
ผู้กำกับ เทิ่ง สติเฟื่อง สมวงศ์ ทิมบุยธรรม
พร ไพโรจน์
มิสเตอร์ ติง
รุจน์ รณภพ ไพรัช สังวริบุตร ยุทธนา มุกดาสนิท
พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์
นิพนธ์ ผิวเณร
นพดล มงคลพันธ์ สันต์ ศรีแก้วหล่อ กิตติกร เลียวศิริกุล
บทการแสดง ทมยันตี วิทวัส - วดีวงศ์ ภรณ์รวี ศัลยา วาณิช จรุงกิจอนันต์
ยุทธนา มุกดาสนิท
พิง ลำพระเพลิง ปราณประมูล กิตติกร เลียวศิริกุล
ดำเกิง ฐิตะปิยะศักดิ์
โกโบริ มีชัย วีระไวทยะ ชนะ ศรีอุบล นาท ภูวนัย นิรุตต์ ศิริจรรยา วรุฒ วรธรรม ธงไชย แมคอินไตย์ ธงไชย แมคอินไตย์ ศรราม เทพพิทักษ์ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว ณเดชน์ คูกิมิยะ
อังศุมาลิน บุศรา นฤมิตร ผาณิต กันตามระ ดวงนภา อรรถพรพิศาล /
มร. หลิงลีจู
ศันสนีย์ สมานวรวงศ์ จินตหรา สุขพัฒน์ กมลชนก โกมลฐิติ อาภาศิริ นิติพน พรชิตา ณ สงขลา หนึ่งธิดา โสภณ อรเณศ ดีคาบาเลส
วนัส สายัณห์ จันทรวิบูลย์ นัย สุขสกุล ศตวรรษ ดุลยวิจิตร ธีรภัทร์ สัจจกุล กรุณพล เทียนสุวรรณ นภัทร อินทร์ใจเอื้อ นิธิศ วารายานนท์
หลวงชลาสินธุราช เชาวน์ แคล่วคล่อง พันคำ ทัต เอกทัต อดุลย์ ดุลยรัตน์ มานพ อัศวเทพ จิตรกร สุนทรปักษิน มนตรี เจนอักษร จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี กุลพงศ์ บุนนาค
แม่อร สมจิตร ทรัพย์สำรวย สมจิตต์ ทรัพย์สำรวย จุฑารัตน์ จินรัตน์ พิราวรรณ ประสพศาสตร์ ดวงดาว จารุจินดา สุทิศา พัฒนุช จินตหรา สุขพัฒน์ ปวีณา ชารีฟสกุล เมรีนา มุ่งศิริ
ยาย หม่อมชั้น พวงวัน มาลี เวชประเสริฐ สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต บรรเจิดศรี ยมาภัย บรรเจิดศรี ยมาภัย วิไลวรรณ วัฒนพานิช พิศมัย วิไลศักดิ์ โฉมฉาย ฉัตรวิไล จำเนียร เจริญทรัพย์
หมอทาเคดะ มร. แอสจี้ เกรียงไกร อุณหะนันทน์ ปัญญา นิรันดร์กุล มาซากิ นิชิกายา กรรชัย กำเนิดพลอย ภูริ หิรัญพฤกษ์ แปะร้อน ยาซึ
หมอโยชิ ล้อต๊อก บัณฑิต ฤทธิ์ถกล ทาคาชิ วาชานุกิ คาซูยูกิ นากาจิมา นาท ภูวนัย ทัตสึโนบุ ทานิกาว่า
ตาผล จำรูญ หนวดจิ๋ม สมศักดิ์ ชัยสงคราม พูนสวัสดิ์ ธีมากร ดี๋ ดอกมะดัน ถั่วแระ เชิญยิ้ม กลศ อัทธเสรี สุรชัย จันทิมาธร
ตาบัว สุคนธ์ คิ้วเหลี่ยม ไกรลาศ เกรียงไกร ชลิต เฟื่องอารมย์ เด๋อ ดอกสะเดา ค่อม ชวนชื่น เกรียงไกร อุณหะนันทน์ มงคล อุทก

รางวัลที่ได้รับ[แก้]

  • ภาพยนตร์ พ.ศ. 2516
  1. รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง รางวัลบทประพันธ์ยอดเยี่ยม (ทมยันตี) ปี 2517 [16][17]
  2. รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง ออกแบบและสร้างฉากยอดเยี่ยม ปี 2517
  • ภาพยนตร์ พ.ศ. 2531
  1. รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ปี 2531 [18]
  2. รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง ผู้แสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม (จินตหรา สุขพัฒน์) ปี 2531
  3. รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง รางวัลออกแบบและสร้างฉากยอดเยี่ยม (วีรพงษ์ ธาราศิลป์) ปี 2531
  4. รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง รางวัลออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม (มะลิวัลย์ ด่านอุดม) ปี 2531
  5. รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง พากย์ชายยอดเยี่ยม (รอง เค้ามูลคดี) ปี 2531
  6. รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง รางวัลพิเศษ “ตุ๊กตาเงิน” ดาวรุ่งฝ่ายชาย (วรุฒ วรธรรม) ปี 2531
  • ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2533
  1. รางวัลเมขลา ละครชีวิตดีเด่น ปี 2533
  2. รางวัลเมขลา ผู้แสดงนำชายดีเด่น (ธงไชย แมคอินไตย์) ปี 2533
  3. รางวัลเมขลา ผู้แสดงนำหญิงดีเด่น (กมลชนก โกมลฐิติ) ปี 2533
  4. รางวัลเมขลา ผู้แสดงประกอบหญิงดีเด่น (ดวงดาว จารุจินดา) ปี 2533
  5. รางวัลเมขลา ผู้กำกับรายการดีเด่น (ไพรัช สังวริบุตร) ปี 2533
  6. รางวัลเมขลา ผู้กำกับการแสดงดีเด่น (ไพรัช สังวริบุตร) ปี 2533
  7. รางวัลเมขลา บทละครดีเด่น (ศัลยา) ปี 2533
  8. รางวัลเมขลา รางวัลออกแบบฉากดีเด่น (ธีระศักดิ์, เสนาะ, มนัส, วารินทร์) ปี 2533
  9. รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ละครชีวิตดีเด่น ปี 2533
  10. รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ดารานำชายดีเด่น (ธงไชย แมคอินไตย์) ปี 2533
  11. รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ดาราสนับสนุนหญิงดีเด่น (ดวงดาว จารุจินดา) ปี 2533
  12. รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ผู้กำกับการแสดงดีเด่น (ไพรัช สังวริบุตร) ปี 2533
  13. รางวัลโทรทัศน์ทองคำ บทละครดีเด่น (ศัลยา) ปี 2533
  14. รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ฉากละครดีเด่น (ธีระศักดิ์, เสนาะ, มนัส, วารินทร์) ปี 2533
  • ภาพยนตร์ พ.ศ. 2538
  1. รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ปี 2538 [19]
  2. รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง ผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม (ธงไชย แมคอินไตย์) ปี 2538
  3. รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง ผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม (ยุทธนา มุกดาสนิท, พันธ์ธัมม์ ทองสังข์, นิพนธ์ ผิวเณร) ปี 2538
  4. รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม (รัตนพล ธรรมชาติ) ปี 2538
  5. รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง เพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (สีฟ้า และอนุวัฒน์ สืบสุวรรณ ในเพลง เธอคนเดียว) ปี 2538
  6. รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ผู้แสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (วิไลวรรณ วัฒนพานิช) ปี 2538 [20]
  7. รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ บันทึกเสียงยอดเยี่ยม (นิวัฒน์ สำเนียงเสนาะ) ปี 2538
  8. รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม (ประสรรค์ เพชรพงษ์, สายชล ทัศนจร) ปี 2538
  9. รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม (รัตนพล ธรรมชาติ) ปี 2538
  10. รางวัล Vote Award 1995 นักแสดงชายยอดนิยม (ธงไชย แมคอินไตย์) ปี 2538
  • ละครโทรทัศน์ พ.ศ. 2556
  1. รางวัลสยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ 2013 ผู้กำกับละครยอดเยี่ยม (สันต์ ศรีแก้วหล่อ) ปี 2556
  • ภาพยนตร์ พ.ศ. 2556
  1. รางวัลสตาร์พิกส์ ไทยฟิล์ม อวอร์ด นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ปี 2556 [21]
  2. รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ปี 2556 [22]
  3. รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ นักแสดงนำชายยอดนิยม (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ปี 2556
  4. รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ สุพรรณหงส์ ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม (วรธน กฤษณะกลิน) ปี 2556
  5. รางวัลภาพยนตร์ไทย ชมรมวิจารณ์บันเทิง ผู้แสดงนำชายยอดเยี่ยม (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ปี 2556
  6. รางวัล MThai Top Talk-about 2014 ภาพยนตร์ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด ปี 2557
  7. รางวัลคมชัดลึก อวอร์ด ภาพยนตร์ไทยยอดนิยม ปี 2557 [23]
  8. รางวัลคมชัดลึก อวอร์ด นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ปี 2557

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. คู่กรรม ณเดชน์ - ริชซี่ อมราวดีtlcthai.com
  2. 2013 Thailand Yearly Box Office Results
  3. สัมภาษณ์ทมยันตี คู่กรรม(2538) จากรายการเกาะกล่องหนังไทย ทางไทยพีบีเอส
  4. พนิดา ชอบวณิชชา, ชุติมา ศรีทอง. The 40-Years-Old-Magazine, The Legend of ขวัญเรือน. กรุงเทพฯ : อะบุ๊ก, 2552. 256 หน้า. ISBN 978-611-7079-03-0
  5. ข่าวเจาะประเด็น ช่อง 7, 17 เม.ย. 2555, ช่วงภาพเก่าเล่าใหม่ "ตอนอวสานโกโบริ",สร้างประวัติศาสตร์เรตติ้งสูงสุดของละครไทย เรตติ้ง 40
  6. ข่าวเช้าวันนี้ที่หมอชิต ช่อง 7, 20 สิงหาคม 2555, "ตอนปิดตำนานอังศุมาลิน",ละครที่เรตติ้งสูงสุดของประวัติศาสตร์ละครไทย
  7. คู่กรรม, "แฟนพันธุ์แท้ 2013". เกมโชว์ทางช่อง 5: ศุกร์ที่ 12 เมษายน 2556
  8. ข่าวศิลปบันเทิง ช่องไทยพีบีเอส, 13 กุมภาพันธ์ 2556, ตำนาน "คู่กรรม" วรรณกรรมอมตะ
  9. “คู่กรรม” วรรณกรรมอมตะ ที่ถ่ายทอดเป็นละคร และภาพยนตร์ครั้งแล้วครั้งเล่า
  10. ละครโทรทัศน์คู่กรรม พ.ศ. 2547
  11. ละครโทรทัศน์คู่กรรม พ.ศ. 2556
  12. http://www.manager.co.th/drama/ViewNews.aspx?NewsID=9560000002382
  13. ...เปิดตำนานคู่กรรม.. โดย มนัส กิ่งจันทร์
  14. always on my mind...: คู่กรรม (1988)
  15. http://www.thaifilm.com/forumDetail.asp?topicID=3989&page=1&keyword=
  16. หนึ่งเดียว, พิพิธภัณฑ์หนังไทย ฉบับ ประวัติการณ์ที่สุดหนังไทย, สำนักพิมพ์ Popcorn, 2549, http://www.popcornmag.com - ISBN 974-94228-8-0
  17. http://www.thaifilm.com/awardsDetail.asp?id=56
  18. http://www.thaifilm.com/awardsDetail.asp?id=50
  19. http://www.thaifilm.com/awardsDetail.asp?id=68
  20. http://www.thaifilm.com/awardsDetail.asp?id=88
  21. “ณเดชน์“ สุดปลื้มรับมอบ “รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม”newsplus.co.th
  22. 'ณเดชน์-พัชชา'คว้านักแสดงนำชายหญิงสุพรรณหงส์innnews.co.th
  23. ผลรางวัล 'คม ชัด ลึก อวอร์ด' ครั้งที่ 11

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]