คู่กรรม 2

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คู่กรรม 2
(Sunset at Chaophraya 2)
กำกับโดย บรรจง โกศัลวัฒน์
เขียนโดย นวนิยาย :
ทมยันตี
บทภาพยนตร์ :
บรรจง โกศัลวัฒน์
นำแสดงโดย ศิริลักษณ์ ผ่องโชค
พล ตัณฑเสถียร
ธัญญา โสภณ
นาตาชา คอฟแมน
สรพงษ์ ชาตรี
เพลงประกอบ
ภาพยนตร์โดย
จำรัส เศวตาภรณ์
ตัดต่อโดย บรรจง โกศัลวัฒน์
จัดจำหน่ายโดย นนทนันท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์
ฉาย 27 กันยายน พ.ศ. 2539
ประเทศ ไทย ไทย
ภาษา ไทย
งบประมาณ 50 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ คู่กรรม
ข้อมูลจากฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย
คู่กรรม 2
Khu gam 2 TV series.jpg
รูปแบบ ละครโทรทัศน์
ผู้สร้าง เรด ดราม่า
ผู้กำกับ นพดล มงคลพันธ์
แสดง วรเวช ดานุวงศ์
มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล
พรชิตา ณ สงขลา
นันทกา วรวณิชชานันท์
กรุณพล เทียนสุวรรณ
เขมสรณ์ หนูขาว
การผลิต
ความยาวตอน ประมาณ 45 นาที/ตอน
การออกอากาศ
เครือข่าย/สถานี สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3
ออกอากาศ พ.ศ. 2547พ.ศ. 2547
รายการที่เกี่ยวข้อง
รายการก่อนหน้า คู่กรรม
เว็บไซต์ทางการ

คู่กรรม 2 (อังกฤษ: Sunset at Chaophraya 2) นวนิยายของ ทมยันตี ภาคต่อของคู่กรรม เคยถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2539 และละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 เมื่อต้นปี พ.ศ. 2547

เนื้อเรื่อง[แก้]

กลินท์ หรือ โยอิจิ เป็นลูกชายเพียงคนเดียวของอังศุมาลินที่เกิดจากโกโบริ ที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 2 อังศุมาลินพยายามเลี้ยงดูกลินท์ด้วยความเข้มแข็ง แม้ วนัส เสรีไทยที่ชอบอังศุมาลินอยู่นานจะเปิดเผยความในใจและไม่รังเกียจที่จะอยู่กินกับอังศุมาลิน แต่อังศุมาลินก็ยังคงคบกับวนัสเพียงเป็นเพื่อนที่ดีเท่านั้น เพราะยังมั่นในรักที่มีต่อโกโบริ

อังศุมาลินพยายามปลูกฝังความเป็นโกโบริให้ในตัวกลินท์ แต่กลินท์ไม่ยอมรับและรังเกียจ เมื่อโตขึ้น กลินท์เข้าทำงานเป็นอาจารย์ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขณะที่สถานการณ์บ้านเมืองกำลังผันผวนเพราะเป็นยุคเผด็จการทหาร กลินท์เป็นคนหนุ่มหัวสมัยใหม่ เขาเป็นผู้นำนักศึกษาร่วมการประท้วงสินค้าญี่ปุ่น โดยที่ไม่มีใครรู้ถึงประวัติของกลินท์ มีแต่เพียง ชิตาภา อาจารย์สาวร่วมคณะเท่านั้นที่คอยเตือนให้ระวังความปลอดภัย หนึ่งในนักศึกษาที่ร่วมการประท้วงนั้น ศราวณี นักศึกษาสาวปีสามคณะรัฐศาสตร์ เป็นคนที่โดดเด่นมาก กลินท์ประทับใจในตัวเธอ ต่อมาศราวณีรู้ว่ากลินท์ที่แท้ก็เป็นญาติผู้พี่ของเธอ ที่เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นที่เกิดจากอังศุมาลิน ที่ทางครอบครัวของเธอรังเกียจ เพราะอังศุมาลินยอมแต่งงานกับทหารญี่ปุ่นอย่างโกโบริ ศราวณีเลยพลอยรังเกียจกลินท์ไปด้วย และบอกกล่าวประวัติของกลินท์ให้ทุกคนได้รู้ ทำให้ทุกคนเริ่มถอยห่างและไม่ไว้วางใจให้กลินท์นำอีกต่อไป ซึ่งมีแต่เพียงชิตาภาซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของศราวณีเท่านั้นที่เข้าใจกลินท์

ต่อมา ศราวณีถูกจับ กลินท์เข้าไปช่วยและได้รู้ถึงสาเหตุที่ทุกคนรังเกียจตน กลินท์พาศราวณีไปที่บ้านและได้พบกับอังศุมาลิน ศราวณีถึงได้รู้ว่าที่แท้อังศุมาลินรักในตัวโกโบริอย่างแท้จริง และไม่ใช่คนไม่ดีอย่างที่ครอบครัวเธอปลูกฝัง จึงเปลี่ยนทัศนคติและขอโทษ จากนั้นความผูกพันของทั้งคู่ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ

การที่ศราวณีกลับไปคืนดีกับกลินท์ ทำให้ กบ ป้าของศราวณีไม่พอใจ จึงมีปากเสียงกัน ศราวณีหนีออกจากบ้าน ชิตาภาร้อนใจไปหากลินท์ที่บ้าน ขณะเดียวกันนั้นก็ได้เกิดเหตุการณ์วันมหาวิปโยคขึ้น กลินท์คิดว่าศราวณีคงจะไปร่วมชุมนุมด้วย จึงออกตามหาในที่ชุมนุม พบศราวณีในสภาพที่บาดเจ็บสาหัสและเพ้อรำพันที่บ้านสวนอยู่ตลอดเวลาว่า ตนเป็นคนพาเพื่อน ๆ ไปตาย ชิตาภาโทรศัพท์ไปบอกอาการแก่กบ แต่กบไม่รับฟังเอาแต่โทษชิตาภาต่าง ๆ นานา

หลังจากนี้ รัฐบาลต้องทูลเกล้าลาออกเพราะมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บมากมาย ชิตาภาต้องไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศและพาศราวณีไปรักษาอาการด้วย กลินท์เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองรักชิตาภา แต่ไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับเธอได้ เพราะชิตาภามีคู่หมั้นแล้วเป็นชาวต่างประเทศ ทั้งคู่ให้คำมั่นสัญญากันว่า จะเป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน

ต่อมา อังศุมาลินมีอาการป่วยและบ่นถึงชิตาภาอยู่บ่อย ๆ ว่าเมื่อไหร่จะกลับ เมื่ออาการของอังศุมาลินเจ็บหนัก อังศุมาลินขอให้กลินท์เล่นซามิเซ็งให้ฟัง กลินท์ก็เล่นโดยที่ไม่รู้ว่าโกโบริได้พาอังศุมาลินไปยังทางช้างเผือกแล้วตามสัญญาที่เคยให้ไว้ และกลินท์ต้องเล่นซามิเซ็งแต่เพียงลำพังคนเดียว

ภาพยนตร์[แก้]

คู่กรรม 2 ได้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ ในปี พ.ศ. 2539 โดย บริษัท นนทนันท์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด นำแสดงโดย ศิริลักษณ์ ผ่องโชค, พล ตัณฑเสถียร, ธัญญา โสภณ, นาตาชา คอฟแมน, สรพงษ์ ชาตรี กำกับการแสดงโดย บรรจง โกศัลวัฒน์ แต่เนื้อเรื่องได้ถูกเปลี่ยนตอนจบเป็นกลินท์ถูกยิงเสียชีวิตในเหตุการณ์ 14 ตุลา หลังจากเข้าไปช่วยศราวณี และอังศุมาลินต้องใช้ชีวิตอยู่เดียวดายเพราะผู้ชายที่เธอรักทั้ง 2 คนได้จากไป แทนที่จะจบเหมือนในบทประพันธ์ที่อังศุมาลินตายแล้วโกโบริมารับดวงวิญญาณไปอยู่ด้วยกัน

ทีวีไทยได้นำมาออกอากาศเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ในรายการแกะกล่องหนังไทย

นักแสดง

รางวัลที่ได้รับ

  • รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง ครั้งที่ 20 ประจำปี 2539 สาขาผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (ศิริลักษณ์ ผ่องโชค)
  • รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี ตุ๊กตาทอง ครั้งที่ 20 ประจำปี 2539 รางวัลพิเศษ สาขาดาวรุ่งฝ่ายชายยอดเยี่ยม (พล ตัณฑเสถียร)
  • รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2539 ผู้แสดงนำหญิงยอดเยี่ยม (ธัญญา โสภณ)
  • รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2539 ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม(จำรัส เศวตาภรณ์)
  • รางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2539 กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม (กลุ่มสหมิตร)

ละครโทรทัศน์[แก้]

และถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดยบริษัท เรด ดราม่า จำกัด บทโทรทัศน์โดย พิง ลำพระเพลิง กำกับการแสดงโดย นพดล มงคลพันธ์ ออกอากาศในเวลา 20.20 น. หลังข่าวภาคค่ำทุกวันจันทร์และอังคาร ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2547

นักแสดง

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]