คิมิงะโยะ
| 君が代 คิมิงะโยะ |
|
|---|---|
โน้ตเพลงชาติญี่ปุ่น คิมิงะโยะ
|
|
| เพลงชาติของ | |
| เนื้อร้อง | กลอนโบราณประเภทวะกะ, ยุคเฮอัง (794-1185) |
| ทำนอง | โยะชิอิสะ โอกุ อะกิโมะริ ฮะยะชิ และ ฟรานซ์ เอ็คเคิร์ต, ค.ศ. 1880 |
| ประกาศใช้ | ค.ศ. 1880 (โดยพฤตินัย) ค.ศ. 1999 (โดยนิตินัย) |
| คิมิงะโยะ (บรรเลงและขับร้อง บันทึกเสียงเมื่อ ค.ศ. 1930) |
|
คิมิงะโยะ (ญี่ปุ่น: 君が代 Kimi ga Yo ?) เป็นเพลงชาติของประเทศญี่ปุ่น และนับได้ว่าเป็นเพลงชาติที่สั้นที่สุดในโลก โดยมีความยาวเพียง 11 ห้องเพลง มีตัวโน้ตเพียง 40 ตัว[1][2][3] เนื้อเพลงนั้นมาจากบทกลอนประเภทวะกะในยุคเฮอังของญี่ปุ่น (ระหว่าง ค.ศ. 794-1185) ส่วนทำนองเพลงนั้น ได้ประพันธ์ขึ้นใหม่ในยุคเมจิ โดยทำนองแรกสุดนั้นประพันธ์โดยนักดนตรีชาวไอริชเมื่อ ค.ศ. 1869 ภายหลังราชสำนักญี่ปุ่นจึงเลือกใช้ทำนองเพลงใหม่ ซึ่งเรียบเรียงโดยนักดนตรีชาวญี่ปุ่น เป็นทำนองของเพลงคิมิงะโยะในปัจจุบัน เมื่อ ค.ศ. 1880
แม้ว่าเพลงคิมิงะโยะจะเป็นเพลงชาติของญี่ปุ่นโดยพฤตินัยมานานแล้วก็ตาม แต่การรับรองฐานะทางกฎหมายเพิ่งจะมีขึ้นในปี ค.ศ. 1999 จากการตราพระราชบัญญัติว่าด้วยธงชาติและเพลงชาติของญี่ปุ่นในปีนั้น ซึ่งหลังจากการผ่านกฎหมายดังกล่าว ก็ได้มีข้อขัดแย้งเกี่ยวกับการขับร้องและบรรเลงเพลงชาติในโรเรียนต่างๆ ของญี่ปุ่นขึ้น ด้วยเหตุผลเดียวกับธงฮิโนะมารูอันเป็นธงชาติของญี่ปุ่น กล่าวคือ เพลงคิมิงะโยะถูกอ้างถึงในฐานะสัญลักษณ์ของลัทธิจักรวรรดินิยมและลัทธิทหารของญี่ปุ่น[1]
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
เนื้อร้องของเพลงคิมิงะโยะนั้น เดิมเป็นบทกลอนยุคเฮอังที่ไม่ทราบว่าผู้ใดแต่งไว้ ปรากฏอยู่ในหนังสือโคะคินวะกะชู หรือ "ประชุมบทร้อยกรองแบบวะกะ" ในความเป็นจริงอาจกล่าวได้ว่า ผู้แต่งกวีบทนี้อาจเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในเวลานั้น แต่ชื่อของเขาไม่ได้รับการบรรจุไว้ในหนังสือดังกล่าว เพราะกวีผู้นั้นอาจมีฐานะทางสังคมที่ตำก็ได้ เพราะกวีในยุคนั้นมักจะไม่ใช่ชนชั้นสามัญชน บทกวีคิมิงะโยะนี้ปรากฏอยู่ในประชุมบทร้อยกรองหลายฉบับ และถูกใช้ในยุคต่อๆ มาในลักษณะของเพลงเฉลิมแลองของผู้คนในสังคมชั้นสูง ทั้งนี้ ตอนต้นของบทกวีดังกล่าวมีเนื้อหาต่างจากที่ใช้เป็นเพลงชาติในปัจจุบัน โดยฉบับเดิมจะขึ้นต้นว่า "วะ งะ คิมิ วะ" ("Wa ga Kimi wa", "ท่านผู้เป็นนายแห่งข้า") เนื้อร้องของเพลงนี้ต่อมาได้เปลี่ยนแปลงไปในช่วงยุคคามาคุระ (ค.ศ. 1185 - 1333) เป็น "คิมิ งะ โยะ" (แปลตามตัวคือ "สมัยแห่งท่าน") ดังที่รู้จักกันทุกวันนี้[4]
ในปี ค.ศ. 1869 ในช่วงต้นของยุคเมจิ จอห์น วิลเลียม เฟนตัน (John William Fenton) ผู้นำวงโยธวาทิตชาวไอริช ซึ่งได้เดินทางมาเยือนญี่ปุ่น ได้ตระหนักว่าประเทศญี่ปุ่นยังไม่มีเพลงชาติของตนเอง จึงได้แนะนำให้อิวะโอะ โอยะมะ ข้าราชการชาวญี่ปุ่นแห่งแคว้นซัตสึมะ สร้างเพลงชาติขึ้น ซึ่งโอยะมะะก็เห็นด้วยและได้เลือกเอาบทกวีคิมิงะโยะมาใช้เป็นบทร้องของเพลงชาติ[5] เป็นไปได้ว่าที่มีการเลือกเอาบทกวีคิมิงะโยะมาใช้ เพราะเนื้อหาของเพลงคล้ายคลึงกับเพลงก็อดเซฟเดอะควีนของอังกฤษ โดยได้รับอิทธิพลทางความคิดจากเฟนตัน[6] หลังจากที่ได้เนื้อร้องแล้ว โอยะมะจึงร้องขอให้เฟนตันช่วยประพันธ์ทำนองเพลง เขาจึงใช้เวลาในการแต่งทำนองเพลง 3 สัปดาห์ และใช้เวลาในการซ้อมนักดนตรีในเวลาไม่กี่วัน ก่อนจะบรรเลงเพลงนี้ต่อเบื้องพระพักตร์ของพระจักรพรรดิในปี ค.ศ. 1870[6] ทำนองเพลงดังกล่าวนี้คือทำนองฉบับแรกของเพลงคิมิงะโยะ ซึ่งต่อมาได้เลิกใช้ด้วยเหตุผลว่า ทำนองนี้ "ยังขาดความเคร่งขรึม"[7] อย่างไรก็ตาม เพลงคิมิงะโยะทำนองนี้ปัจจุบันยังคงมีการบรรเลงปีละครั้ง ที่ศาลเจ้าเมียวโคจิ เมืองโยโกฮามา ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแต่เฟนตัน ผู้ได้รับหน้าที่เป็นผู้นำวงโยธาวาทิตของญี่ปุ่นประจำเมืองนี้[5]
ในปี ค.ศ. 1880 สำนักพระราชวังของญี่ปุ่นได้เลือกทำนองเพลงคิมิงะโยะใหม่ ซึ่งประพันธ์โดย โยะชิอิสะ โอกุ และอะกิโมะริ ฮะยะชิ ผู้ประพันธ์เพลงอีกคนหนึ่งที่มักจะถูกกล่าวถึงรวมอยู่ในกลุ่มผู้แต่งทำนองนี้ด้วย คือ ฮิโระโมะริ ฮะยะชิ ซึ่งเป็นผู้ดูแลงานของทั้งสองคน และยังเป็นพ่อของ อะกิโมะริ ฮะยะชิ อีกด้วย ทั้งนี้ ตัวอะกิโมะริเองก็เป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของเฟนตันด้วย[6] แม้ทำนองใหม่นี้จะมีพื้นฐานจากทำนองเพลงของราชสำนักโบราณก็ตาม แต่ก็มีการผสานเข้ากับดนตรีประเภทเพลงสรรเสริญ (hymn) ของชาติตะวันตก และใช้บางส่วนที่เฟนตันได้เรียบเรียงไว้แต่เดิมด้วย[8] โดยฟรานซ์ เอ็คเคิร์ต (Franz Eckert) นักดนตรีชาวเยอรมัน ได้ปรับปรุงทำนองเพลงนี้ให้มีความกลมกลืนแบบตะวันตกมากยิ่งขึ้น นับได้ว่าเป็นการสร้างเพลงคิมิงะโยะฉบับที่ 2 และเป็นฉบับที่ใช้ในปัจจุบัน และนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1893 เป็นต้นมา เพลงคิมิงะโยะได้ถูกบรรจุให้ใช้ในพิธีการของโรงเรียนรัฐบาลด้วยการผลักดันของทางกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่น[4] เพลงนี้บรรเลงด้วยบันไดเสียง ซี เมเจอร์[1]
[แก้] เนื้อเพลง
- หมายเหตุ: บริบทของการแปลเป็นภาษาไทยในที่นี้ เป็นการตีความคำ "คิมิ" (Kimi) ว่าหมายถึงสมเด็จพระจักรพรรดิโดยตรง
| คันจิ | ฮิระงะนะ | โรมะจิ | ถอดเสียงเป็นอักษรไทย | คำแปล |
|---|---|---|---|---|
|
君が代は |
きみがよは |
Kimi ga yo wa |
คิมิ งะ โยะ วะ |
ขอพระองค์ |
[แก้] ความหมายของ "คิมิ" และ "คิมิงะโยะ"
[แก้] การตีความแบบดั้งเดิม
นับตั้งแต่สมัยเฮอังหรือในสมัยก่อนหน้า คำว่า "คิมิ" ได้ถูกใช้ในลักษณะดังต่อไปนี้
- ใช้เป็นคำนามเพื่อแทนตัวพระจักรพรรดิหรือขุนนางชนชั้นสูงผู้ใดผู้หนึ่ง ความหมายตรงกับคำว่า master ในภาษาอังกฤษ[9][10] (ในกรณีนี้ถ้าหมายถึงพระจักรพรรดิควรแปลว่า ฝ่าบาท ถ้าหมายถึงขุนนางควรแปลว่า นายท่าน)
- ใช้เป็นคำแสดงความยกย่องต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือใช้คำนี้ต่อท้ายชื่อเพื่อเป็นชื่อชี้เฉพาะบุคคล[9] ตัวอย่างเช่น ฮิคารุ เก็นจิ (ญี่ปุ่น: 光源氏; Hikaru Genji) ตัวละครเอกในงานเขียนเรื่องตำนานเก็นจิ มีชื่อที่ถูกเรียกในเรื่องว่า "ฮิคารุโนะคิมิ" (光の君; Hikaru no Kimi)
[แก้] การตีความในปัจจุบัน
ตามรัฐธรรมนูญของญี่ปุ่น ซึ่งได้ตราไว้เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1946 สมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นไม่ทรงมีฐานะเป็นองคือธิปัตย์ แต่ทรงเป็นสัญลักษณ์แห่งรัฐและความสามัคคีของชนในรัฐ
ในปี ค.ศ. 1999 ระหว่างการพิจารณากฎหมายว่าด้วยธงชาติและเพลงชาติของญี่ปุ่น ความหมายอย่างเป็นทางการจองคำว่า "คิมิ" และ "คิมิงะโยะ" ได้ถูกตั้งคำถามอยู่หลายครั้ง ในวันที่ 29 มิถุนายนของปีนั้น นายกรัฐมนตรีเคอิโซ โอะบุชิ จึงได้เอ่ยถึงนิยามของทั้งสองคำไว้ดังนี้
"คิมิ" หมายถึงองค์สมเด็จพระจักรพรรดิ ผู้ทรงเป็นสัญลักษณ์แห่งรัฐและความสามัคคีของชนในรัฐ และพระราชสถานะของพระองค์นั้นได้มาจากฉันทามติของมหาชนชาวญี่ปุ่นผู้ทรงไว้ซึ่งอำนาจอธิปไตย และวลี "คิมิงะโยะ" หมายถึงรัฐของเรา ซึ่งก็คือประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสมเด็จพระจักรพรรดิได้ทรงขึ้นครองราชย์ในฐานะสัญลักษณ์แห่งรัฐและความสามัคคีของชนในรัฐ โดยฉันทามติของมหาชนชาวญี่ปุ่น นี่จึงเป็นเรื่องที่มีเหตุผลในการใช้บทร้อง "คิมิงะโยะ" เพื่อแสดงความหมายถึงความปรารถนาให้ชาติของเราดำรงไว้ซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและสันติสุขชั่วกาลนาน[11]
[แก้] อ้างอิง
- ^ 1.0 1.1 1.2 JUN HONGO (of The Japan Times) (2007-07-17). "Hinomaru, 'Kimigayo' express conflicts both past and future". The Japan Times ONLINE. Published by The Japan Times Ltd. http://search.japantimes.co.jp/cgi-bin/nn20070717i1.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-07-26.
- ^ "イギリス生活情報週刊誌-英国ニュースダイジェスト". http://www.news-digest.co.uk/news/content/view/2457/161/. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-10-16.
- ^ NAITO, T. (1999-10). "「歌唱(ウタ)」を忘れた「君が代」論争". Bungeishunjū. http://www.ongen-music.com/kimigayo/kokka.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-10-16.
- ^ 4.0 4.1 Mayumi Itoh (July 2001). "Japan's Neo-Nationalism: The Role of the Hinomaru and Kimigayo Legislation". JPRI WORKING PAPER. Published by Japan Policy Research Institute. http://www.jpri.org/publications/workingpapers/wp79.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-07-07.
- ^ 5.0 5.1 Aura Sabadus (2006-03-14). "Japan searches for Scot who modernised nation". The Scotsman. Published by Johnston Press Digital Publishing. http://thescotsman.scotsman.com/index.cfm?id=379822006. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-12-10.
- ^ 6.0 6.1 6.2 Colin Joyce (2005-08-30). "Briton who gave Japan its anthem". Telegraph.co.uk. Published by Telegraph Media Group Limited. http://www.telegraph.co.uk/news/main.jhtml?xml=/news/2005/08/30/wjapan30.xml. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-12-10.
- ^ Ministry of Foreign Affairs (By May 2008). "NATIONAL FLAG AND ANTHEM" (PDF). Japan Fact Sheet. Site "Web Japan" sponsored by the Ministry of Foreign Affairs. http://web-japan.org/factsheet/pdf/11NFlagAnthem.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-05-10.
- ^ Hermann Gottschewski: "Hoiku shōka and the melody of the Japanese national anthem Kimi ga yo", in: Journal of the Society for Research in Asiatic Music (東洋音楽研究), No. 68 (2003), pp. (1)-(17). Published by The society for Research in Asiatic Music.
- ^ 9.0 9.1 新村出記念財団(1998). A dictionary of Japanese 『広辞苑』 ("Kōjien"), 5th edition. Published by Iwanami Shoten, Publishers.
- ^ "君が代の源流 (in Japanese)". http://www.furutasigaku.jp/jfuruta/jwagakim/jwagaki1.html. "Inside "Kimigayo" (in English)". Furuta's Historical Science Association. http://www.furutasigaku.jp/efuruta/ewagakim/ewagaki.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-05-10.
- ^ The House of Representatives (1999-06-29). "Info of the minutes (in Japanese) of the plenary session No.41 of the House of Representatives in the 145th Diet term". Database run by National Diet Library. http://kokkai.ndl.go.jp/SENTAKU/syugiin/145/0001/14506290001041c.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2008-05-10.
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- Web-Japan.org National Flag and Anthem
- About.com Japanese national anthem - Kimigayo