โซล
-
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ โซล (แก้ความกำกวม)
| โซล 서울 |
|
| — นครพิเศษ — | |
| นครพิเศษพิเศษโซล | |
| transliteration(s) | |
| - ฮันกึล | 서울특별시 |
|---|---|
| - ฮันจา | 서울特別市[1] |
| - ละตินเกาหลี | Seoul Teukbyeolsi |
| จากบนซ้าย ตึก Kli 63,สะพานบันโพ,ย่านแฟชั่นในดงแดมุน,หอคอยเอ็นโซล,คังนัมและซัมซุงทาวน์,คลองชองกเยชอน,ประตูควางฮวามุนและอนุสาวรีย์พระเจ้าเซจงมหาราช,เกาะมหัศจรรย์ในลอตเตเวิลด์ | |
| แผนที่ประเทศเกาหลีใต้โดยาชมพูคือตำแหน่งที่ตั้งของกรุงโซล | |
| พิกัดภูมิศาสตร์: | |
| ประเทศ | |
| ภูมิภาค | เขตปริมณฑลและเมืองหลวงแห่งชาติโซล |
| เขต |
25
|
| การปกครอง | |
| - ประเภท | รัฐบาลนครพิเศษโซล |
| - นายกเทศมนตรี | พัก วอนซุน |
| เนื้อที่ [2] | |
| - ทั้งหมด | 605.28 กม.² (233.7 ไมล์²) |
| ประชากร (2553[3]) | |
| - นครพิเศษ | 9,794,304 |
| - ความหนาแน่นประชากร | 16,000 คน/กม.² (41,439.8 คน/ตร.ไมล์) |
| - เขตเมือง | 23,616,000 |
| - ผู้อยู่อาศัย | โซลไลต์, 서울 시민(ซออุล ซี-มิน) |
| - ภาษาถิ่น | โซล |
| เมืองพี่น้อง | |
| - ไทเป | |
| - อังการา | |
| - โฮโนลูลู | |
| - ซานฟรานซิสโก | |
| - เซาเปาลู | |
| - โบโกตา | |
| - กรุงเทพมหานคร | |
| ดอกไม้ | ฟอร์ซิเทีย |
| ต้นไม้ | แปะก๊วย |
| นก | นกกางเขน |
| เว็บไซต์: seoul.go.kr | |
โซล (เกาหลี: 서울, MC: Seoul, MR: Sŏul; การออกเสียงภาษาเกาหลี [sʌ.ul](
ฟังเสียง) ซออุล) ชื่ออย่างเป็นทางการ นครพิเศษโซล เป็นเมืองหลวงและมหานครที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเกาหลีใต้ มีประชากรประมาณ 10 ล้านคน ถือว่าเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วในโออีซีดี [4] ในเขตปริมณฑลและเมืองหลวงแห่งชาติโซล เป็นปริมณฑลที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลกโดยมีประชากรประมาณ 25 ล้านคน[5]ซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่อาศัยซึ่งประกอบด้วยบริเวณมหานครอินชอนและจังหวัดคยองกี เกือบหนึ่งในสี่ของประชากรชาวเกาหลีใต้อาศัยอยู่ในโซลและชาวต่างชาติอีกประมาณ 275,000 คน[6]
โซลตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำฮัน โดยโซลนั้นเป็นชุมชนหลักมาเป็นเวลากว่าสองพันปี โดยมีการก่อตั้งเมืองตั้งแต่ 18 ปีก่อนคริสต์ศักราชเมื่อตอนที่อาณาจักรแพกเจเป็นหนึ่งในราชอาณาจักรทั้งสามของเกาหลี โดยสถาปนาเมืองหลวง ณ บริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของโซลในปัจจุบันและยังเป็นเมืองหลวงของเกาหลีอย่างต่อเนื่องทั้งในสมัยราชวงศ์โชซอนและสมัยจักรวรรดิเกาหลี โดยเขตปริมณฑลและเมืองหลวงแห่งชาติโซลเป็นที่ตั้งของมรดกโลก 4 แห่ง คือ พระราชวังชางด๊อกกุง,ป้อมฮวาซอง,ศาลเจ้าจงเมียวและสุสานหลวงราชวงศ์โชซอน[7]
ปัจจุบันนี้โซลถูกพิจารณาให้เป็นเมืองนานาชาติ (Global City) โดยอยู่อันดับที่ 8 ผลสำรวจดัชนีเมืองของโลกในปี 2555[8]และเป็นอันดับที่ 7 ในผลสำรวจดัชนีเมืองทรงอิทธิพลของโลก ปี 2554 มหานครโซลได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระดับโลกหลายเหตุการณ์,โดยการใช้ความพยายามอย่างมากที่จะเพิ่มอิทธิพลในฐานะประเทศที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติมากเป็นอันดับที่ 5 ของโลก ในปี 2553[9] เป็นหนึ่งในสิบเมืองของโลกที่เป็นศูนย์กลางด้านการเงินและการค้า[10]เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบรรษัทข้ามชาติ ขนาดใหญ่ เช่น ซัมซุง,กลุ่มฮุนได มอเตอร์และแอลจี ในปี 2551 โซลได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีพลังทางเศรษฐกิจมากเป็นอันดับที่ 6 ของโลกโดยฟอบส์[11] โซลได้รับการโหวตให้เป็นเป้าหมายยอดนิยมในการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวชาวจีน,ญี่ปุ่นและไทย 3 ปีต่อเนื่องกันในปี 2554[12]
โซลมีโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีในระดับสูง[13][14]เป็นประเทศแรกของโลกที่นำโทรทัศน์ระบบดิจิตอลทางโทรศัพท์มือถือและบรอดแบนด์ไร้สายมาให้บริการในรถไฟฟ้าใต้ดินและรถบัสพร้อมกับระบบ4จี แอลทีอีและวายฟาย โดยมีความเร็วสูงที่สุดในโลกที่ 100 เมกะบิตต่อวินาทีในเครือข่ายบรอดแบนด์[15] สถานีรถไฟโซลเป็นสถานีปลายทางหลักของรถไฟความเร็วสูงเคทีเอ๊กซ์และสถานีรถไฟไต้ดินโซลยังเป็นสถานีที่มีผู้ใช้งานมากเป็นอับดับที่สองของโลกโดยมีลักษณะเป็นสายวงรอบที่ยาวที่สุดและและมีเส้นทางรถไฟไต้ดินจนสุดสายที่ยาวเป็นอับดับที่สองของโลก โซลนั้นได้รวมระบบขนส่งมวลชนเข้ากับเมืองอินชอนและจังหวัดคยองกี โดยสามารถให้ผู้โดยสารสามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทางหรือรถไฟไต้ดินได้อย่างอิสระโดยใช้บัตรที-มันนี่และเชื่อมต่อโดยทางเอเร็กซ์เพื่อไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน ซึ่งถูกจัดเป็นสนามบินยอดเยี่ยมตั้งแต่ปี 2548 โดยสภาการท่าอากาศยานนานาชาติ
โซลเคยเป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ 1986,โอลิมปิกฤดูร้อน 1988,ฟุตบอลโลก 2002 และการประชุมสุดยอด จี-20 2010 โซลได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการออกแบบในปี 2553 โดยสมาคมออกแบบอุตสาหกรรมนานาชาติ
เนื้อหา |
[แก้] ชื่อเมือง
ในอดีตโซลเป็นที่รู้จักในชื่อ วีรเย-ซอง (위례성; 慰禮城, สมัยอาณาจักรแพกเจ ), ฮันจู (한주; 漢州, สมัยอาณาจักรซิลลา ), นัมกยอง (남경; 南京, สมัยราชวงศ์โครยอ ), ฮันซอง (한성; 漢城, สมัยอาณาจักรแพกเจและโชซอน ) ฮันยัง (한양; 漢陽, สมัยโชซอน ) คยองซอง (경성; 京城, ระหว่างตกเป็นอาณานิคม)[16] ชื่อโซลในปัจจุบันมีที่มาจากคำในภาษาเกาหลีที่มีความหมายว่า "เมืองหลวง" ซึ่งเชื่อว่ามาจากคำว่า ซอราบอล (서라벌; 徐羅伐) ซึ่งดั้งเดิมใช้อ้างถึง คยองจู เมืองหลวงของอาณาจักรซิลลา[17]
ไม่หมือนพื้นที่ส่วนใหญ่ในเกาหลี "โซล" ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอักษรฮันจา (อักษรจีนที่ใช้ในภาษาเกาหลี) วันที่ 18 มกราคม 2548 รัฐบาลนครพิเศษโซลได้เปลี่ยนชื่อภาษาจีนอย่างเป็นทางการเป็น Shou'er (จีนตัวเต็ม: 首爾; จีนตัวย่อ: 首尔; พินอิน: shǒu'ěr) จากชื่อในทางประวัติศาสตร์ ฮันซอง (จีนตัวเต็ม: 漢城; จีนตัวย่อ: 汉城; พินอิน: hànchéng)[18][19][20]
[แก้] ประวัติศาสตร์
โซลเริ่มมีผู้ตั้งรกรากอยู่ตั้งแต่สมัยอาณาจักรแพกเจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 527 ที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณเขตแดนของโซลในปัจจุบัน โดยยังมีหลักฐานคงอยู่เช่น พุงนัปโทซอง หรือ มงชอนโทซอง และต่อมากลายมาเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์โชซอนในปี พ.ศ. 1937 และมีความพยายามที่จะทำให้เป็นเมืองที่ทันสมัยในปลายศตวรรษที่ 19 และโซลเป็นเมืองแรกในเอเชียตะวันออกที่มีไฟฟ้า,รถราง,น้ำปะปา,โทรศัพท์และระบบโทรเลขในเวลาเดียวกัน[21] ระหว่างที่เป็นอาณานิคมของญี่ปุ่นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โซลมีชื่อว่า คยองซอง (경성, ความหมาย "เมืองหลวง"; ญี่ปุ่น: ญี่ปุ่น: 京城 Keijō ?) ภายหลังจากที่ได้รับเอกราชในปี 2488 เกาหลีได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็น โซล (ซึ่งมีความหมายว่า "เมืองหลวง" ในภาษาเกาหลี) ในปี 2492 โซลได้แยกออกจากจังหวัดคยองกี และมีฐานะเป็น "นครพิเศษโซล" ต่อมาในปี 2493 ระหว่างสงครามเกาหลี โซลถูกยึดครองโดยทหารเกาหลีเหนือและเมืองก็ได้ถูกทำลายเสียหายเกือบทั้งหมด และเมืองก็สามารถยึดกลับคืนมาได้โดยกำลังของยูเอ็นในวันที่ 14 มีนาคม 2494 ตั้งแต่ตอนนั้น ขอบเขตของเมืองก็ขยายไปยังพื้นที่เขตการปกครองรอบข้างของ กิมโป,โกยัง,กวันจู,ซิฮึง,และเมืองชนบทยังจู และขอบเขตเมืองในปัจจุบันได้กำหนดขึ้นในปี 2538
[แก้] ภูมิศาสตร์
โซลอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเกาหลีใต้ ครอบคลุมพื้นที่ 605.25 กม.²[2] มีรัศมีประมาณ 15 กิโลเมตร โดยแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างคราวๆเป็นฝั่งเหนือและฝั่งใต้ โดยใช้แม่น้ำฮันเป็นตัวแบ่ง แม่น้ำฮันและบริเวณรอบๆมีส่วนสำคัญต่อประวัติศาสตร์เกาหลี ในยุคราชอาณาจักรทั้งสามของเกาหลีก็มีการต่อสู้กันและมีความพยายามอย่างหนักที่จะควบคุมพื้นที่นี้ ที่ซึ่งแม่น้ำสามารถใช้เป็นเส้นทางในการค้าขายกับจีน (ผ่านทะเลเหลือง) แม่น้ำฮันไม่สามารถที่จะใช้เดินเรือได้อีกต่อไป เพราะว่าชะวากทะเลตั้งอยู่บนพรมแดนระหว่างสองเกาหลี พร้อมด้วยการระงับพลเรือนไม่ให้เข้าไปในเขตนั้น โซลถูกกั้นขอบเขตด้วยภูเขา 8 ลูก ตลอดจนบริเวณพื้นที่สูงกว่าบริเวณที่ราบแม่น้ำฮันและพื้นที่ตะวันตก
[แก้] สภาพอากาศ
โซลมีภูมิอากาศแบบอบอุ่นชื้นภาคพื้นทวีป (การแบ่งเขตอากาศของคอปเปน Dwa) ฤดูร้อนโดยปกติจะมีอากาศร้อนและชื้น ฤดูมรสุมเอเชียตะวันออกจะอยู่ในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม โดยในเดือนสิงหาคมจะมีอากาศร้อนมากที่สุด ซึ่งมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 22.4 ถึง 29.6 °C (72 ถึง 85 °F) หรืออาจจะสูงมากขึ้นกว่านี้อีก ฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวโดยเฉลี่ยอุณหภูมิในเดือนมกราคมจะอยู่ที่ -5.9 ถึง 1.5 °C (21.4 ถึง 34.7 °F) และอากาศจะแห้งกว่าในฤดูร้อน โซลมีหิมะตกเฉลี่ยปีละ 28 วัน
| ข้อมูลภูมิอากาศของโซล (2524−2553) | |||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เดือน | ม.ค. | ก.พ. | มี.ค. | เม.ย. | พ.ค. | มิ.ย. | ก.ค. | ส.ค. | ก.ย. | ต.ค. | พ.ย. | ธ.ค. | ทั้งปี |
| อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ย °C (°F) | 1.5 (34.7) |
4.7 (40.5) |
10.4 (50.7) |
17.8 (64) |
23.0 (73.4) |
27.1 (80.8) |
28.6 (83.5) |
29.6 (85.3) |
25.8 (78.4) |
19.8 (67.6) |
11.6 (52.9) |
4.3 (39.7) |
17.0 (62.6) |
| อุณหภูมิเฉลี่ยแต่ละวัน °C (°F) | −2.4 (27.7) |
0.4 (32.7) |
5.7 (42.3) |
12.5 (54.5) |
17.8 (64) |
22.2 (72) |
24.9 (76.8) |
25.7 (78.3) |
21.2 (70.2) |
14.8 (58.6) |
7.2 (45) |
0.4 (32.7) |
12.5 (54.5) |
| อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย °C (°F) | −5.9 (21.4) |
−3.4 (25.9) |
1.6 (34.9) |
7.8 (46) |
13.2 (55.8) |
18.2 (64.8) |
21.9 (71.4) |
22.4 (72.3) |
17.2 (63) |
10.3 (50.5) |
3.2 (37.8) |
−3.2 (26.2) |
8.6 (47.5) |
| หยาดน้ำฟ้า มม (นิ้ว) | 20.8 (0.819) |
25.0 (0.984) |
47.2 (1.858) |
64.5 (2.539) |
105.9 (4.169) |
133.2 (5.244) |
394.7 (15.539) |
364.2 (14.339) |
169.3 (6.665) |
51.8 (2.039) |
52.5 (2.067) |
21.5 (0.846) |
1,450.5 (57.106) |
| ความชื้นร้อยละ | 59.8 | 57.9 | 57.8 | 56.2 | 62.7 | 68.1 | 78.3 | 75.6 | 69.2 | 64.0 | 62.0 | 60.6 | 64.4 |
| วันที่มีหยาดน้ำฟ้าโดยเฉลี่ย (≥ 0.1 mm) | 6.5 | 5.8 | 7.4 | 7.8 | 9.0 | 9.9 | 16.3 | 14.6 | 9.1 | 6.3 | 8.7 | 7.4 | 108.8 |
| จำนวนชั่วโมงที่มีแดด | 160.3 | 163.3 | 189.0 | 205.0 | 213.0 | 182.0 | 120.0 | 152.5 | 176.2 | 198.8 | 153.2 | 152.6 | 2,066.0 |
| แหล่งที่มา: สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลี [22] | |||||||||||||
[แก้] เขตการปกครอง
โซลแบ่งออกเป็น กู (구; 區) (เขต)[23] แต่ละกูก็มีขนาดพื้นที่แตกต่างกันออกไป (ตั้งแต่ 10 จนถึง 47 กม.²) และมีประชากร (ตั้งแต่น้อยกว่า 140,000 จนถึง 630,000 คน) ซงปาเป็นเขตที่มีประชากรเยอะที่สุด ขณะที่ซอโช เป็นเขตที่มีพื้นที่มากที่สุด รัฐบาลของแต่ละกูดูแลหลากหลายหน้าที่ และรัฐบาลนครพิเศษจะดูแลในเขตอำนาจอื่นๆ ในแต่ละกูก็จะแบ่งการปกครองออกเป็น ดง (동; 洞) หรือแขวง บางกูอาจมีเพียงไม่กี่ดง ในขณะที่กูอื่นๆ เช่น จงโน-กู จะจำนวนแขวงอย่างมากมาย กูทั้งหมดในโซลประกอบไปด้วย 522 ดง (행정동)[23] ดงนั้นยังสมารถแบ่งการปกครองย่อยลงไปอีกเป็น ทง (통; 統) ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 13,787 ทง ซึ่งทงสามารถแบ่งย่อยออกไปเป็น บัน มีจำนวนทั้งหมด 102,796 บัน
[แก้] เศรษฐกิจ
ในฐานะที่เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ ซัมซุง,แอลจี,ฮุนได,เกีย มอเตอร์และเอสเค กรุ๊ป ทำให้โซลกลายเป็นศูนย์กลางทางด้านธุรกิจหลัก ถึงแม้ว่าโซลจะมีพื้นที่เพียง 0.6 เปอร์เซ็นต์ของทั้งประเทศ แต่ว่าโซลนั้นมีจีดีพีถึง 21 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีทั้งประเทศ[24]
[แก้] การเงิน
มีบริษัทระหว่างประเทศมุ่งความสนใจอยากมากที่จะตั้งสำนักงานใหญ่ในโซล[25]จึงทำให้มีสาขาของธนาคารระหว่างประเทศในโซลมากมายประกอบไปด้วย ซิตี้กรุป,ธนาคารดอยซ์แบงก์,เอชเอสบีซี,โกลด์แมน แซคส์,เจพีมอร์แกนเชส,บาร์เคลย์ส,ธนาคารซานทานแดร์,ยูบีเอส,เครดิตสวิสส์,ยูนิเครดิต,โซซิเอเต เจเนอราล,เครดิต อะกริกอล คอร์ปอเรทแอนด์อินเวสเมนท์แบงก์,บีบีวีเอ,แม็คไควรี่กรุ๊ป,ไอเอ็นจี,ถนนรัฐและสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ส่วนเคอีบี (ธนาคารแลกเปลี่ยนเกาหลี) ก็ตั้งสำนักงานใหญ่ที่โซลด้วยเช่นกัน
[แก้] ชอปปิ้ง
ตลาดดงแดมุน เป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีตั้งอยู่ที่กรุงโซล มยองดง (หรือที่คนไทยเรียกว่าเมียงดง) เป็นแหล่งชอปปิ้งและแหล่งเพื่อความบันเทิงบริเวณใจกลางกรุงโซลโดยมีร้านค้าตั้งแต่ระดับกลางไปจนถึงระดับสูงมีร้านแฟชั่นบูติค และมีร้านขายสินค้าแบรนด์ดังระดับโลก ตลาดนัมแดมุน ซึ่งมีชื่อมาจากประตูนัมแดมุนซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน เป็นตลาดที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังเปิดอยู่ในโซล ซินชอนพื้นที่ชอปปิ้ง โดยเป็นแหล่งที่เต็มไปด้วยวัยรุ่นและนักศึกษามหาวิทยาลัย
อินซาดง เป็นตลาดทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม มีทั้งงานศิลปะแบบดั้งเดิมและงานสมัยใหม่ของเกาหลี เช่น งานภาพวาด,งานแกะสลักและงานศิลปะในการคัดลายมือวางขายอยู่ ตลาดฮวางฮักดงและตลาดจังอันพยอง นั้นขะมีโบราณวัตถุขายอยู่ ร้านสำหรับนักออกแบบท้องถิ่นบางร้านก็จะเปิดในซัมชอง-ดง ซึ่งเป็นสถานที่ที่หอศิลป์ ขนาดเล็กตั้งอยู่มากมาย อิแทวอน เป็นย่านหลักสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและทหารอเมริกันที่อยู่ในโซล เขตคังนัมเป็นเขตที่ร่ำรวยมากที่สุดแห่งหนึ่งในโซลและมีชื่อเสียงเรื่องความทันสมัยและอับกูจงดง,ชองดัมดงและโคเอ็กซ์มอลล์ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่มีรายได้สูง ส่วนตลาดขายส่งก็ประกอบไปด้วย ตลาดขายส่งปลาโนรยังจินและตลาดการัค ตลาดอิเล็กทรอนิกส์ยงซันเป็นตลาดเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย กาซัน ดิจิทัล คอมเพลกซ์ก็เป็นตลาดที่มีผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์หลากหลายประเภทจำหน่าย
[แก้] การคมนาคม
โซลเป็นเมืองหนึ่งในโลกที่มีโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนในขั้นสูงและมีการขยายระบบอยู่ตลอดเวลา ระบบนี้มีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิเกาหลี เมื่อมีถนนสำหรับรถวิ่งสายแรกและทางรถไฟเชื่อต่อระหว่างโซลกับอินชอน ถนนสายที่สำคัญที่สุดของโซลคือถนนสายจงโนจนกระทั่งถูกแทนที่ด้วยระดับรถไฟไต้ดินสายหนึ่งในช่วงต้นทศวรรษที่ 70 ถนนสายอื่นที่มีชื่อเสียงที่อยู่ในใจกลางเมืองโซลประกอบไปด้วยถนนอึลจิโร,เทเฮรันโน,เซจงโน,ชุงมุโร,อูลกงโนและโทกเยโร โซลมีรถไฟไต้ดินสายหลัก 9 สายทอดยาวมากกว่า 250 กิโลเมตร กับอีกหนึ่งสายที่วางแผนการก่อสร้าง
[แก้] รถโดยสารประจำทาง
ระบบรถโดยสารประจำทางของโซลดำเนินการโดยรัฐบาลนครพิเศษโซล มีรถบัสให้บริการอยู่ 4 ประเภทใหญ่ๆโดยบริการทั่วทั้งเมือง โซลมีสถานีรถโดยสารระหว่างเมืองและรถด่วนขนาดใหญ่ โดยจะเชื่อมต่อระหว่างเมืองทั่วทั้งประเทศเกาหลีใต้ สถานีรถด่วนโซล (The Seoul Express Bus Terminal) ,สถานีกลางเมือง (Central City Terminal)และสถานีโซลนัมบูตั้งอยู่ในซอโช-กู ยิ่งไปกว่านั้น สถานีรถบัสโซลตะวันออกในกวังจิน-กูและสถานีซังบงในจุงนัง-กูก็ดำเนินการอยู่ในฝั่งตะวันออกของเมือง และเพื่อลดภาวะมลพิษทางอากาศภายในเมือง ทางรัฐบาลนครพิเศษก็มีแผนเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางที่ใช้น้ำมันดีเซลกว่า 7,000 คันไปใช้แก๊สธรรมชาติในปี 2553[26]
[แก้] รถไฟไต้ดิน
โซลมีโครงข่ายสถานีรถไฟไต้ดินที่ครอบคลุมในทุกเขตของเมืองและพื้นที่รอบโซล มีผู้ใช้บริการมากกว่า 8 ล้านคนต่อวัน ดังนั้นโซลจึงเป็นหนึ่งในโลกที่มีผู้คนใช้บริการรถไฟไต้ดินมากที่สุดในแต่ละวัน สถานีรถไฟโซลมี 12 สายซึ่งให้บริการในโซล,อินชอน,จังหวัดคยองกี,จังหวัดคังวอนทางด้านทิศตะวันตกและทางตอนเหนือของจังหวัดชุงนัม ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อที่จะจัดการกับการขนส่งซึ่งมีหลากหลาย รัฐบาลนครพิเศษโซลได้ว่าจ้างนักคณิตศาสตร์เพื่อประสาน รถไฟไต้ดิน,รถโดยสารประจำทางและกำหนดการจราจรให้เป็นตารางเวลาเดียว รถไฟไต้ดินของโซลดำเนินการโดยหลายบริษัทเช่น โคเรล,โซล เมโทร,องค์การรถไฟฟ้ามหานครโซลคอร์ปอเรชั่น,เอเร็กซ์,เมโทร 9
[แก้] รถไฟ
โซลสามารเชื่อต่อเมืองสำคัญต่างๆทั่วทั้งเกาหลีใต้ได้โดยทางรถไฟ โดยสามารถเชื่อมเมืองหลักของเกาหลีเกือบทุกเมืองด้วยรถไฟความเร็วสูงเคทีเอ๊กซ์ ซึ่งตามปกติจะวิ่งด้วยความเร็วมากกว่า 300 กม/ชม (186 ไมล์ต่อชั่วโมง) สถานีรถไฟหลักประกอบด้วย
- สถานีรถไฟโซล, ยงซาน-กู: สายคยองบู (เคทีเอ๊กซ์/แซมาอึล/มูกุงฮวา-โฮ), สายคยองอี (แซมาอึล/รถไฟชานเมือง)
- สถานีรถไฟยงซัน, ยงซาน-กู: สายโฮนัม (เคทีเอ๊กซ์/แซมาอึล/มูกุงฮวา), สายจอลลา/จังฮัง (แซมาอึล/มูกุงฮวา)
- สถานีรถไฟยองดึงโพ , ยองดึงโพ-กู: สายคยองบู/โฮนัม/จังฮัง (แซมาอึล/มูกุงฮวา)
- สถานีรถไฟชองนยังนี, ดงแดมุน-กู: สายคยองชุน/จังฮัง/ยองดง/แทแบก (มูกุงฮวา)
[แก้] สนามบิน
โซลมีสนามบินนานาชาติอยู่ 2 แห่ง ท่าอากาศยานนานาชาติกิมโป แต่เดิมอยู่กิมโปแต่ถูกผนวกเข้ามาอยู่กับโซลในปี 2506 โดยเป็นเวลาหลายปี(นับตั้งแต่ตอนก่อสร้างในระหว่างสงครามเกาหลี) ที่กิมโปเป็นสนามบินนานาชาติแห่งเดียวในโซล และสนามบินภายในประเทศแห่งอื่นก็สร้างในช่วงเวลาสงครามเดียวกันด้วยเช่นยอดีโด
เมื่อท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนได้เปิดดำเนินการเมื่อเดือนมีนาคม 2544 ที่เกาะยองจง เมืองอินชอน ได้เปลี่ยนบทบาทสำคัญของท่าอากาศยานกิมโปไปอย่างมาก ซึ่งปัจจุบันอินชอนรับผิดชอบเกี่ยวกับสายการบินระหว่างประเทศเกือบทั้งหมดและการบินภายในประเทศบางส่วน ในขณะที่กิมโปรับผิดชอบสายการบินภายในประเทศเท่านั้นยกเว้นเที่ยวบินที่เดินทางไปท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว (ฮาเนดะ) ในโตเกียว,ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ,ท่าอากาศยานนานาชาติหงเฉียวในเซี่ยงไฮ้และท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่งในปักกิ่ง ซึ่งสิ่งนี้นำไปสู่การลดความสำคัญของเที่ยวบินจากท่าอากาศยานนานาชาติกิมโป
ในขณะเดียวกันท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนกับท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงได้กลายเป็นศูนย์กลางทางด้านการขนส่งในเอเชียตะวันออก
อินชอนและกิมโปเชื่อมต่อมายังโซลโดยทางหลวง และเชื่อมต่อซึ่งกันและกันโดยเอเร็กซ์ ซึ่งจะเชื่อมโยงไปยังอินชอนสาย #1 และกิมโปก็ยังถูกเชื่อมด้วยรถไฟไต้ดิน (สาย 5 และ #9) เอเร๊กซ์เชื่อมต่อโดยตรงระหว่างท่าอากาศยานโดยตรงกับสถานีรถไฟโซลในกลางกรุงโซล ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อไม่นานมานี้ รถโดยสารปรับอากาศขนาดเล็กก็ยังขนส่งผู้โดยสารระหว่างกิมโปและโซล
[แก้] ประชากร
โซลเป็นเมืองที่มีความหนาแน่นประชากรอย่างมาก ซึ่งมีความหนาแน่นเกือบสองเท่าของนครนิวยอร์กและเป็นแปดเท่าของโรม แต่มีความหนาแน่นของประชากรน้อยกว่าปารีสเล็กน้อย ในเขตปริมณฑลของโซลถือเป็นพื้นที่ที่มีความหนาแน่นมากที่สุดในพื้นที่ปริมณฑลเมืองของประเทศกลุ่มโออีซีดี[27] ผู้ที่อยู่อาศัยในโซลเกือบทั้งหมดเป็นชาวเกาหลี มีชาวญี่ปุ่นและชาวจีนอาศัยอยู่เล็กน้อย ในปี 2552 โซลมีประชากรประมาณ 10,208,302 คน[28] ในปี 2553 มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในกรุงโซลประมาณ 255,501 คน ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการของกรุงโซล[29]เมื่อสิ้นสุดเดือยมิถุนายน 2554 ชาวเกาหลี 10.29 ล้านคนอาศัยอยู่ในกรุงโซล ซึ่งลดลง .24% จากเมื่อสิ้นสุดปี 2553 ในเดือนมิถุนายน 2554 มีชาวต่างชาติเข้ามาอาศัยอยู่อยู่ในกรุงโซล 281,780 คน โดยเป็นชาวจีน 186,631 คน (66%) ซึ่งถือสัญชาติเกาหลีแล้ว โดยมีอัตราเพิ่มขึ้น 8.84% จากเมื่อสิ้นปี 2553 และเพิ่มขึ้น 12.85% เมื่อนับจากเดือนมิถุนายน 2553 ซึ่งพลเมืองชาวจีนถือเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่สุดที่ไม่ได้ถือสัญชาติเกาหลีชาวเกาหลี โดย 29,901 คนอาศัยอยู่ในกรุงโซล กลุ่มชาวต่างชาติที่ใหญ่ที่สุดที่ไม่ได้ถือสัญชาติเกาหลีกลุ่มต่อมาเป็นชาวอเมริกันมีจำนวน 9,999 คน และกลุ่มต่อมาเป็นชาวไต้หวันมีจำนวน 8,717 คน[30]
ศาสนาคริสต์และศาสนาพุทธเป็นสองศาสนาหลักที่มีผู้คนนับถือในกรุงโซล ส่วนศาสนาอื่นก็ประกอบไปด้วยเชมันและลัทธิขงจื๊อ โดยขงจืื้อเป็นที่แพร่หลายในโซลในเรื่องของปรัชญาทางสังคมมากกว่าเป็นเรื่องทางศาสนา
[แก้] การศึกษา
[แก้] มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของประเทศเกาหลีใต้ล้วนตั้งอยู่ในกรุงโซล ประกอบไปด้วย มหาวิทยาลัยสตรีอีฮวา,มหาวิทยาลัยฮันกุกสำหรับนักศึกษาต่างชาติ,มหาวิทยาลัยฮันยัง,มหาวิทยาลัยศิลปะแห่งชาติเกาหลี,มหาวิทยาลัยเกาหลี,มหาวิทยาลัยกุกมิน,มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล,มหาวิทยาลัยครูแห่งชาติโซล,มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติโซล,มหาวิทยาลัยซอกัง,มหาวิทยาลัยซองคยูนกวัน,มหาวิทยาลัยคยองฮี,มหาวิทยาลัยดงกุกและมหาวิทยาลัยยอนเซ
[แก้] การศึกษาระดับรอง
การศึกษาระดับเกรด 1 ถึงเกรด 10 เป็นการศึกษาภาคบังคับ โดยนักเรียนใช้เวลา 6 ปีในโรงเรียนประถมศึกษา และ 3 ปีในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและอีก 3 ปีในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายโดยปกติจะมีการให้นักเรียนสวมใส่เครื่องแบบนักเรียน และไม่มีการสอบเพื่อสำเร็จการศึกษา แต่นักเรียนหลายคนที่ต้องการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยจะต้องทำการสอบข้อสอบที่ใช้วัดระดับความรู้ ความสามารถของนักเรียนเกาหลี (ซูนึง (수능)) ที่จะจัดสอบทุกๆเดือนพฤศจิกายน
มีโรงเรียนเฉพาะทางหลายแห่งตั้งอยู่ในกรุงโซล ประกอบไปด้วยโรงเรียนทางด้านวิทยาศาสตร์ 3 แห่ง (โรงเรียนมัธยมวิทยาศาสตร์ฮันซอง,โรงเรียนมัธยมวิทยาศาสตร์เซจงและโรงเรียนมัธมวิทยาศาสตร์โซล) และมีโรงเรียนภาษาต่างประเทศอีก 6 แห่ง (โรงเรียนมัธยมภาษาต่างประเทศแดวอน,โรงเรียนมัธยมภาษาต่างประเทศแดอิล,โรงเรียนมัธยมภาษาต่างประเทศอีฮวา,โรงเรียนมัธยมภาษาต่างประเทศฮันยอง,โรงเรียนมัธยมภาษาต่างประเทศมยองด๊อกและโรงเรียนมัธยมภาษาต่างประเทศโซล) สำนักงานการศึกษาของนครพิเศษโซลประกอบไปด้วย โรงเรียนหรือวิทยาลัยในระดับก่อนมหาวิทยาลัย 235 แห่ง,โรงเรียนวิชาชีพ 80 แห่ง,โรงเรียนระดับมัธยมต้น 377 แห่งและโรงเรียนเฉพาะทาง 33 แห่งจากข้อมูลในปี 2552
[แก้] ทิวทัศน์เมือง
[แก้] อ้างอิง
- ^ ชื่อของกรุงโซลไม่ได้มาจากอักษรฮันจาโดยตรง, ซึ่งโซลเป็นชื่อที่มาจากอักษรฮันกึลโดยตรง อย่างไรก็ตามรัฐบาลนครพิเศษ ก็ได้กำหนดชื่อเมืองในภาษาจีน ฮั่นจื้อ โดยใช้อักษรจีนว่า (首爾; Su-i ใน RR Romaja และ Shǒu'ěr พินอิน).
- ^ 2.0 2.1 "Seoul Statistics (Land Area)". Seoul Metropolitan Government. http://stat.seoul.go.kr/Seoul_System5.jsp?stc_cd=412. เรียกข้อมูลเมื่อ 24 March 2010.
- ^ Korean Statistical Information Service (Korean) > Population and Household > Census Result (2010) > Population by Administrative district, Sex and Age / Alien by Administrative district and Sex, Retrieved 2 June 2010.
- ^ Thomas Brinkhoff, www.citypopulation.de; South Korea, The registered population of the South Korean provinces and urban municipalities Registered population 2007-12-31. Retrieved on
- ^ "Current population of the Seoul National Capital Area". Statistics Korea. http://www.index.go.kr/egams/stts/jsp/potal/stts/PO_STTS_IdxMain.jsp?idx_cd=2729.
- ^ http://english.seoul.go.kr/gtk/about/fact.php?pidx=1
- ^ "Lists: Republic of Korea". UNESCO. http://whc.unesco.org/en/statesparties/kr.
- ^ "A.T. Kearney Global Cities Index, 2012". A.T. Kearney. http://www.atkearney.com/images/global/pdf/2012_Global_Cities_Index_and_Emerging_Cities_Outlook-FINAL3.pdf. เรียกข้อมูลเมื่อ 2012-04-02.
- ^ http://www.rustourismnews.com/?p=16016
- ^ "Citgy Mayors: World's best financial cities". Citymayors.com. http://www.citymayors.com/economics/financial-cities.html.
- ^ Zumbrun, Joshua. "In Pictures: World's Most Economically Powerful Cities", Forbes
- ^ http://travelweekly.asia/news/tourism/1931-seoul-voted-asians-top-travel-destination-again
- ^ "KOREA: Future is now for Korean info-tech", AsiaMedia, Regents of the University of California, 14 June 2005
- ^ "Tech capitals of the world – Technology", The Age, 18 June 2007
- ^ http://english.seoul.go.kr/gtk/about/fact.php
- ^ "Seoul". Encyclopædia Britannica. 2009. http://www.britannica.com/EBchecked/topic/534948/Seoul. เรียกข้อมูลเมื่อ 6 September 2009. "ชื่อเมืองนิยมเรียกว่าโซลในเกาหลีระหว่างสมัยโชซอน (ราชวงศ์ลี) (1935–2453) และช่วงที่ญี่ปุ่นปกครองเกาหลี (2453–2488), ถึงแม้ว่าชื่อเมืองอย่างเป็นทางการในสมัยเหล่านี้จะเป็น ฮันซอง และ คยองซอง, ตามลำดับ.."
- ^ "yahoo". Uk.holidaysguide.yahoo.com. http://uk.holidaysguide.yahoo.com/p-travelguide-221948-seoul_history-i.
- ^ "서울표기 ''首爾''로…중국, 곧 정식 사용키로 :: 네이버 뉴스" (ในภาษา(เกาหลี)). News.naver.com. 2005-10-23. http://news.naver.com/main/read.nhn?mode=LSD&mid=sec&sid1=104&oid=022&aid=0000126138. เรียกข้อมูลเมื่อ 2012-02-10.
- ^ "'Seoul' morphs into Chinese 'Shouer'". Chinadaily.com.cn. 2005-01-20. http://www.chinadaily.com.cn/english/doc/2005-01/20/content_410881.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2012-02-10.
- ^ "goodcharacters.com". goodcharacters.com. http://goodcharacters.com/newsletters/summer2006-seoul-korea.html.
- ^ "Summer Institute Summaries". Orias.berkeley.edu. http://orias.berkeley.edu/summer2007/Summer2007Summaries.htm. เรียกข้อมูลเมื่อ 2012-02-10.
- ^ Climate data in seoul, 1981 ~ 2010แม่แบบ:Language icon, Korea Meteorological Administration.
- ^ 23.0 23.1 "Administrative Districts". Seoul Metropolitan Government. Archived from the original on 20 February 2008. http://web.archive.org/web/20080220203429/http://english.seoul.go.kr/gover/organ/organ_03adm.htm.
- ^ "Welcome to KTC". Lmg.go.kr. http://www.lmg.go.kr/2006iaescsi/generalinfo/seoul.asp.
- ^ "Global : Cities", CNN
- ^ "Seoul More Enjoyable For a Day". Retrieved 30 July 2008.
- ^ [1] Seoul ranks highest in population density among OECD countries-Source-OECD report
- ^ "Seoul Statistics (Population)". Seoul Metropolitan Government. http://stat.seoul.go.kr/Seoul_System5.jsp?stc_cd=418. เรียกข้อมูลเมื่อ 24 March 2010.
- ^ Park, Chung-a. "Foreign population in Seoul continue to dwindle", Korea Times
- ^ "Korean Chinese account for nearly 70% of foreigners in Seoul." The Korea Times. September 11, 2011. Retrieved on September 19, 2011.
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
|
||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||