เอ็มโพเรียม
บทความนี้ยังต้องการเพิ่มแหล่งอ้างอิงเพื่อพิสูจน์ความถูกต้อง |
![]() | |
| ที่ตั้ง | 622 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร |
|---|---|
| พิกัด | 13°43′51″N 100°34′09″E / 13.730820°N 100.569110°E |
| เปิดให้บริการ | 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 |
| ผู้บริหารงาน | บริษัท ซิตี้มอลล์ กรุ๊ป จำกัด โดยกลุ่มเดอะมอลล์ และบริษัท ซิตี้ เรียลลิตี้ จำกัด |
| พื้นที่ชั้นขายปลีก | 240,000 ตารางเมตร (2,600,000 ตารางฟุต) |
| จำนวนชั้น | 8 ชั้น (ศูนย์การค้า) 43 ชั้น (อาคารสำนักงาน) |
| ที่จอดรถ | 1,050 คัน (Parking A) 250 คัน (Parking B) |
| ขนส่งมวลชน | รถโดยสารประจำทาง สาย 511,501,25,508,2,2 เสริม,38 / 3-8,48 / 3-11,40,98,25 เอกชน,71 / 1-39 (TSB),2 / 3-1 (TSB) |
| เว็บไซต์ | www |

เอ็มโพเรียม (อังกฤษ: Emporium) เป็นห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยเป็นอาคารหลักในกลุ่มดิ เอ็มดิสทริค เปิดให้บริการเมื่อ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง บริหารงานโดยบริษัท ซิตี้มอลล์ กรุ๊ป จำกัด ในกลุ่มเดอะมอลล์ ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท ติดกับสวนเบญจสิริ ในพื้นที่แขวงคลองตัน เขตคลองเตย นับเป็นห้างสรรพสินค้าในรูปแบบสแตนอโลนสาขาแรกและสาขาเดียวของกลุ่มเดอะมอลล์ จากเดิมที่เอ็มโพเรียมเป็นศูนย์การค้าที่เน้นความสำคัญกับตลาดลูกค้าชาวต่างชาติและลูกค้าระดับสูง
ประวัติ
[แก้]เอ็มโพเรียมเริ่มก่อสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2537 โดยกลุ่มเดอะมอลล์ได้ซื้อที่ดินบริเวณปากซอยสุขุมวิท 24 เพื่อก่อสร้างห้างสรรพสินค้าหรูหราแห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือกับตระกูลโสภณพนิช ผู้ก่อตั้งธนาคารกรุงเทพ ที่จะเข้ามาพัฒนาตึกระฟ้า 1 หลัง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นโรงแรมชาเทรียม และอีกส่วนหนึ่งเป็นสำนักงานให้เช่า โดยใช้งบประมาณลงทุนทั้งหมด 6,000 ล้านบาท[1] ตัวอาคารทั้งหมดได้รับการออกแบบโดยกลุ่มสถาปนิก Jacqueline et Henri Boiffils โดยออกแบบถึงความคลาสสิกที่เต็มไปด้วยความหรูหรา ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมหลังสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา แต่แล้วการก่อสร้างกลับล่าช้ากว่ากำหนดเนื่องจากประเทศไทยเริ่มประสบภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่จนก่อให้เกิดวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540 ทำให้นักลงทุนหลายแห่งตัดสินใจถอนทุนออกจากโครงการเกือบทั้งหมดตั้งแต่เดือนเมษายนปีนั้น ยกเว้นตระกูลโสภณพนิชที่ยังลงทุนอยู่ และกลุ่มเดอะมอลล์มีการเตรียมแผนสำรองไว้ล่วงหน้า ทำให้โครงการพัฒนาแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ตามกำหนดเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม[2]
หลังจาเปิดห้างได้ 2 ปี ในปี พ.ศ. 2542 บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ได้เข้ามาเช่าพื้นที่ชั้น 7 ของอาคารเอ็มโพเรียมทาวเวอร์เป็นที่ทำการ และสร้างสตูดิโอพร้อมห้องส่งออกอากาศของสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 หลังจากที่กลุ่มบีอีซีเวิลด์หมดสัญญาเช่าพื้นที่อาคารวานิช 2[3] โดยกลุ่มบีอีซีเวิลด์เช่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นระยะเวลา 5 ปี จึงยุติการเช่าลงเมื่อปี พ.ศ. 2547 เพื่อย้ายที่ทำการไปยังอาคารมาลีนนท์ที่ตระกูลมาลีนนท์เป็นเจ้าของจนถึงปัจจุบัน[4]
ต่อมาใน พ.ศ. 2554 กลุ่มเดอะมอลล์ได้ตัดสินใจปรับปรุงโครงสร้างอาคารครั้งใหญ่ภายใต้แนวคิด "ที่สุดแห่งสุนทรียและแรงบันดาลใจ" โดยปรับสัดส่วนพื้นที่และการจัดสรรพื้นที่ใหม่ทั้งหมด ย้ายร้านค้าบางส่วนไปยังเอ็มควอเทียร์ เพิ่มพื้นที่ห้างสรรพสินค้าอีกร้อยละ 20 เพิ่มพื้นที่สำหรับร้านสินค้าหรูหรา ปรับโรงภาพยนตร์ขึ้นเป็นโรงภาพยนตร์สำหรับกลุ่มลูกค้าระดับสูง เพิ่มทางเชื่อมอาคารกับสถานีพร้อมพงษ์ และปรับทางเชื่อมเดิมให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น การปรับปรุงทั้งหมดนี้ทำให้เอ็มโพเรียมกลายเป็นศูนย์การค้าที่ตกแต่งในรูปแบบหอศิลป์แห่งแรกของประเทศไทย โดยการปรับปรุงแล้วเสร็จทั้งหมดใน พ.ศ. 2557 ก่อนที่เอ็มควอเทียร์จะเปิดให้บริการในปีถัดมา[5]
ใน พ.ศ. 2565 กลุ่มเดอะมอลล์ได้ดำเนินการปรับปรุงเอ็มโพเรียมครั้งใหญ่พร้อมกับเอ็มควอเทียร์ เพื่อรับการเปิดให้บริการของศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ โดยในครั้งนี้ กลุ่มเดอะมอลล์ได้ตัดสินใจปิดพื้นที่เช่าเกือบทั้งหมด และให้ร้านค้าส่วนใหญ่ของเอ็มโพเรียมย้ายไปเปิดในเอ็มควอเทียร์กับเอ็มสเฟียร์ ตามลักษณะและกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของแต่ละแบรนด์ และได้ใช้พื้นที่อาคารทั้งหมดพัฒนาเป็นห้างสรรพสินค้าแยกเฉพาะเต็มรูปแบบด้วยพื้นที่กว่าร้อยละ 80 ในขณะที่อีกร้อยละ 20 เป็นร้านค้าสินค้าหรูหรา ร้านสินค้ากีฬาที่ทำร้านแยกจากสปอร์ตส์มอลล์ และโรงภาพยนตร์ที่ยังเปิดให้บริการตามปกติ[6][ต้องการแหล่งอ้างอิงดีกว่านี้] โดยการปรับปรุงครั้งนี้แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2567
การจัดสรรพื้นที่
[แก้]เอ็มโพเรียม แบ่งพื้นที่เป็นสองส่วน ส่วนที่หนึ่งคือห้างสรรพสินค้า ความสูง 7 ชั้น มีพื้นที่สำคัญคือห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม, สปอร์ตมอลล์ โดยมีอาดิดาสเป็นบูติกขนาดใหญ่ในพื้นที่, เพาเวอร์มอลล์ และเกมเซ็นเตอร์, บีเทรนด์, บิวตี้ฮอลล์, กูร์เม่ต์มาร์เก็ต และกูร์เม่ต์ ไวน์ เซลลาร์, กูร์เม่ต์อีตส์ ซึ่งทั้งหมดคิดเป็น 80% ของพื้นที่อาคาร ในขณะที่อีก 20% แบ่งเป็น ร้านค้าสินค้าหรูหรา ร้านอาหารและภัตตาคาร และโรงภาพยนตร์เอ็มพรีเว่ ซีเนคลับ ในเครือเอสเอฟ ซีเนม่า จำนวน 5 โรงภาพยนตร์ ซึ่งปรับปรุงมาจากโรงภาพยนตร์ เอสเอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า และโรงภาพยนตร์ยูไนเต็ด อาร์ททิส ตามลำดับ[7]
พื้นที่อีกส่วนหนึ่งของเอ็มโพเรียม เป็นอาคารเอนกประสงค์ เอ็มโพเรียม ทาวเวอร์ ความสูง 43 ชั้น ภายในประกอบไปด้วยสองส่วนย่อย ส่วนแรกคืออาคารสำนักงานเอ็มโพเรียม ซึ่งเป็นที่ตั้งของซิตี้มอลล์ กรุ๊ป และสำนักงานย่อยของกลุ่มเดอะมอลล์ รวมถึงสำนักงานของบริษัทข้ามชาติหลายแห่ง อีกส่วนหนึ่งคือโรงแรมเอ็มโพเรียมสวีท บาย ชาเทรียม จำนวน 376 ห้อง บริหารโดยกลุ่มโรงแรมชาเทรียม
โครงการเอ็มโพเรียม มีทางเชื่อมไปยังสถานีพร้อมพงษ์ของรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสุขุมวิท รวมถึงทางเชื่อมไปยังเอ็มควอเทียร์และเอ็มสเฟียร์ ที่ชั้นเอ็ม และชั้น 1
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ "เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ จาก "เอ็มโพเรียม" ถึง "เอ็มดิสทริค"". ผู้จัดการออนไลน์. 16 พฤษภาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 23 มีนาคม 2026.
จากเงินลงทุนโครงการมากกว่า 6,000 ล้านบาท
- ↑ หอยจันทร์, อรวรรณ (27 กรกฎาคม 2024). "ศุภลักษณ์ อัมพุช จากย่านช็อปปิ้งหรูสู่ "มอลล์เพื่อคนรุ่นใหม่"". ฟอบส์ ประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 23 มีนาคม 2026.
“เราเตรียมเปิดห้างเดือนกรกฎาคมปี 40 แต่สัญญาณเศรษฐกิจแย่มาตั้งแต่เดือนเมษายน โชคดีที่ทุกอย่างเตรียมล่วงหน้า ไม่สามารถหยุดหรือถอนตัว จึงเปิดห้างได้ตามที่กำหนด” นั่นคือวันที่ 27 กรกฎาคม ปี 2540 ตามที่บันทึกไว้
- ↑ "ตะวันขึ้นที่ช่อง 3 ยุคทองของมาลีนนท์รุ่น 2". หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ. มิถุนายน 1999. สืบค้นเมื่อ 23 มีนาคม 2026.
- ↑ "แจ้งย้ายที่ทำการ". บีอีซีเวิลด์. 26 พฤษภาคม 2004. สืบค้นเมื่อ 23 มีนาคม 2026.
- ↑ BrandBuffet Team (2014-12-24). "ดิ เอ็มโพเรี่ยม เผยโฉมใหม่หรูหรา-อลังการยิ่งกว่าเดิม "ที่สุดแห่งสุนทรียและแรงบันดาลใจ"".
- ↑ "The Mall เตรียมช่วยปรับปรุงสวนเบญจสิริ รับเปิดศูนย์การค้า Emsphere ธันวาคม 2566". Time Out กรุงเทพมหานคร.
- ↑ "โรงหนังสะดวกซื้อ". www.jobpub.com.
