ข้ามไปเนื้อหา

เอ็มโพเรียม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เอ็มโพเรี่ยม)
เอ็มโพเรียม
เอ็มโพเรียม logo
แผนที่
ที่ตั้ง622 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
พิกัด13°43′51″N 100°34′09″E / 13.730820°N 100.569110°E / 13.730820; 100.569110
เปิดให้บริการ27 กรกฎาคม พ.ศ. 2540; 28 ปีก่อน (2540-07-27)
ผู้บริหารงานบริษัท ซิตี้มอลล์ กรุ๊ป จำกัด โดยกลุ่มเดอะมอลล์ และบริษัท ซิตี้ เรียลลิตี้ จำกัด
พื้นที่ชั้นขายปลีก240,000 ตารางเมตร (2,600,000 ตารางฟุต)
จำนวนชั้น8 ชั้น (ศูนย์การค้า)
43 ชั้น (อาคารสำนักงาน)
ที่จอดรถ1,050 คัน (Parking A)
250 คัน (Parking B)
ขนส่งมวลชน พร้อมพงษ์
รถโดยสารประจำทาง สาย 511,501,25,508,2,2 เสริม,38 / 3-8,48 / 3-11,40,98,25 เอกชน,71 / 1-39 (TSB),2 / 3-1 (TSB)
เว็บไซต์www.emporium.co.th
ดิเอ็มโพเรียม ก่อนการปรับปรุงใหญ่ (พ.ศ. 2542 - 2557)

เอ็มโพเรียม (อังกฤษ: Emporium) เป็นห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยเป็นอาคารหลักในกลุ่มดิ เอ็มดิสทริค เปิดให้บริการเมื่อ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง บริหารงานโดยบริษัท ซิตี้มอลล์ กรุ๊ป จำกัด ในกลุ่มเดอะมอลล์ ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท ติดกับสวนเบญจสิริ ในพื้นที่แขวงคลองตัน เขตคลองเตย นับเป็นห้างสรรพสินค้าในรูปแบบสแตนอโลนสาขาแรกและสาขาเดียวของกลุ่มเดอะมอลล์ จากเดิมที่เอ็มโพเรียมเป็นศูนย์การค้าที่เน้นความสำคัญกับตลาดลูกค้าชาวต่างชาติและลูกค้าระดับสูง

ประวัติ

[แก้]

เอ็มโพเรียมเริ่มก่อสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2537 โดยกลุ่มเดอะมอลล์ได้ซื้อที่ดินบริเวณปากซอยสุขุมวิท 24 เพื่อก่อสร้างห้างสรรพสินค้าหรูหราแห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือกับตระกูลโสภณพนิช ผู้ก่อตั้งธนาคารกรุงเทพ ที่จะเข้ามาพัฒนาตึกระฟ้า 1 หลัง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นโรงแรมชาเทรียม และอีกส่วนหนึ่งเป็นสำนักงานให้เช่า โดยใช้งบประมาณลงทุนทั้งหมด 6,000 ล้านบาท[1] ตัวอาคารทั้งหมดได้รับการออกแบบโดยกลุ่มสถาปนิก Jacqueline et Henri Boiffils โดยออกแบบถึงความคลาสสิกที่เต็มไปด้วยความหรูหรา ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมหลังสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา แต่แล้วการก่อสร้างกลับล่าช้ากว่ากำหนดเนื่องจากประเทศไทยเริ่มประสบภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่จนก่อให้เกิดวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540 ทำให้นักลงทุนหลายแห่งตัดสินใจถอนทุนออกจากโครงการเกือบทั้งหมดตั้งแต่เดือนเมษายนปีนั้น ยกเว้นตระกูลโสภณพนิชที่ยังลงทุนอยู่ และกลุ่มเดอะมอลล์มีการเตรียมแผนสำรองไว้ล่วงหน้า ทำให้โครงการพัฒนาแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ตามกำหนดเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม[2]

หลังจาเปิดห้างได้ 2 ปี ในปี พ.ศ. 2542 บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ได้เข้ามาเช่าพื้นที่ชั้น 7 ของอาคารเอ็มโพเรียมทาวเวอร์เป็นที่ทำการ และสร้างสตูดิโอพร้อมห้องส่งออกอากาศของสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 หลังจากที่กลุ่มบีอีซีเวิลด์หมดสัญญาเช่าพื้นที่อาคารวานิช 2[3] โดยกลุ่มบีอีซีเวิลด์เช่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นระยะเวลา 5 ปี จึงยุติการเช่าลงเมื่อปี พ.ศ. 2547 เพื่อย้ายที่ทำการไปยังอาคารมาลีนนท์ที่ตระกูลมาลีนนท์เป็นเจ้าของจนถึงปัจจุบัน[4]

ต่อมาใน พ.ศ. 2554 กลุ่มเดอะมอลล์ได้ตัดสินใจปรับปรุงโครงสร้างอาคารครั้งใหญ่ภายใต้แนวคิด "ที่สุดแห่งสุนทรียและแรงบันดาลใจ" โดยปรับสัดส่วนพื้นที่และการจัดสรรพื้นที่ใหม่ทั้งหมด ย้ายร้านค้าบางส่วนไปยังเอ็มควอเทียร์ เพิ่มพื้นที่ห้างสรรพสินค้าอีกร้อยละ 20 เพิ่มพื้นที่สำหรับร้านสินค้าหรูหรา ปรับโรงภาพยนตร์ขึ้นเป็นโรงภาพยนตร์สำหรับกลุ่มลูกค้าระดับสูง เพิ่มทางเชื่อมอาคารกับสถานีพร้อมพงษ์ และปรับทางเชื่อมเดิมให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น การปรับปรุงทั้งหมดนี้ทำให้เอ็มโพเรียมกลายเป็นศูนย์การค้าที่ตกแต่งในรูปแบบหอศิลป์แห่งแรกของประเทศไทย โดยการปรับปรุงแล้วเสร็จทั้งหมดใน พ.ศ. 2557 ก่อนที่เอ็มควอเทียร์จะเปิดให้บริการในปีถัดมา[5]

ใน พ.ศ. 2565 กลุ่มเดอะมอลล์ได้ดำเนินการปรับปรุงเอ็มโพเรียมครั้งใหญ่พร้อมกับเอ็มควอเทียร์ เพื่อรับการเปิดให้บริการของศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ โดยในครั้งนี้ กลุ่มเดอะมอลล์ได้ตัดสินใจปิดพื้นที่เช่าเกือบทั้งหมด และให้ร้านค้าส่วนใหญ่ของเอ็มโพเรียมย้ายไปเปิดในเอ็มควอเทียร์กับเอ็มสเฟียร์ ตามลักษณะและกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของแต่ละแบรนด์ และได้ใช้พื้นที่อาคารทั้งหมดพัฒนาเป็นห้างสรรพสินค้าแยกเฉพาะเต็มรูปแบบด้วยพื้นที่กว่าร้อยละ 80 ในขณะที่อีกร้อยละ 20 เป็นร้านค้าสินค้าหรูหรา ร้านสินค้ากีฬาที่ทำร้านแยกจากสปอร์ตส์มอลล์ และโรงภาพยนตร์ที่ยังเปิดให้บริการตามปกติ[6][ต้องการแหล่งอ้างอิงดีกว่านี้] โดยการปรับปรุงครั้งนี้แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2567

การจัดสรรพื้นที่

[แก้]

เอ็มโพเรียม แบ่งพื้นที่เป็นสองส่วน ส่วนที่หนึ่งคือห้างสรรพสินค้า ความสูง 7 ชั้น มีพื้นที่สำคัญคือห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม, สปอร์ตมอลล์ โดยมีอาดิดาสเป็นบูติกขนาดใหญ่ในพื้นที่, เพาเวอร์มอลล์ และเกมเซ็นเตอร์, บีเทรนด์, บิวตี้ฮอลล์, กูร์เม่ต์มาร์เก็ต และกูร์เม่ต์ ไวน์ เซลลาร์, กูร์เม่ต์อีตส์ ซึ่งทั้งหมดคิดเป็น 80% ของพื้นที่อาคาร ในขณะที่อีก 20% แบ่งเป็น ร้านค้าสินค้าหรูหรา ร้านอาหารและภัตตาคาร และโรงภาพยนตร์เอ็มพรีเว่ ซีเนคลับ ในเครือเอสเอฟ ซีเนม่า จำนวน 5 โรงภาพยนตร์ ซึ่งปรับปรุงมาจากโรงภาพยนตร์ เอสเอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า และโรงภาพยนตร์ยูไนเต็ด อาร์ททิส ตามลำดับ[7]

พื้นที่อีกส่วนหนึ่งของเอ็มโพเรียม เป็นอาคารเอนกประสงค์ เอ็มโพเรียม ทาวเวอร์ ความสูง 43 ชั้น ภายในประกอบไปด้วยสองส่วนย่อย ส่วนแรกคืออาคารสำนักงานเอ็มโพเรียม ซึ่งเป็นที่ตั้งของซิตี้มอลล์ กรุ๊ป และสำนักงานย่อยของกลุ่มเดอะมอลล์ รวมถึงสำนักงานของบริษัทข้ามชาติหลายแห่ง อีกส่วนหนึ่งคือโรงแรมเอ็มโพเรียมสวีท บาย ชาเทรียม จำนวน 376 ห้อง บริหารโดยกลุ่มโรงแรมชาเทรียม

โครงการเอ็มโพเรียม มีทางเชื่อมไปยังสถานีพร้อมพงษ์ของรถไฟฟ้าบีทีเอส สายสุขุมวิท รวมถึงทางเชื่อมไปยังเอ็มควอเทียร์และเอ็มสเฟียร์ ที่ชั้นเอ็ม และชั้น 1

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "เกรียงศักดิ์ ตันติพิภพ จาก "เอ็มโพเรียม" ถึง "เอ็มดิสทริค"". ผู้จัดการออนไลน์. 16 พฤษภาคม 2015. สืบค้นเมื่อ 23 มีนาคม 2026. จากเงินลงทุนโครงการมากกว่า 6,000 ล้านบาท
  2. หอยจันทร์, อรวรรณ (27 กรกฎาคม 2024). "ศุภลักษณ์ อัมพุช จากย่านช็อปปิ้งหรูสู่ "มอลล์เพื่อคนรุ่นใหม่"". ฟอบส์ ประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 23 มีนาคม 2026. “เราเตรียมเปิดห้างเดือนกรกฎาคมปี 40 แต่สัญญาณเศรษฐกิจแย่มาตั้งแต่เดือนเมษายน โชคดีที่ทุกอย่างเตรียมล่วงหน้า ไม่สามารถหยุดหรือถอนตัว จึงเปิดห้างได้ตามที่กำหนด” นั่นคือวันที่ 27 กรกฎาคม ปี 2540 ตามที่บันทึกไว้
  3. "ตะวันขึ้นที่ช่อง 3 ยุคทองของมาลีนนท์รุ่น 2". หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ. มิถุนายน 1999. สืบค้นเมื่อ 23 มีนาคม 2026.
  4. "แจ้งย้ายที่ทำการ". บีอีซีเวิลด์. 26 พฤษภาคม 2004. สืบค้นเมื่อ 23 มีนาคม 2026.
  5. BrandBuffet Team (2014-12-24). "ดิ เอ็มโพเรี่ยม เผยโฉมใหม่หรูหรา-อลังการยิ่งกว่าเดิม "ที่สุดแห่งสุนทรียและแรงบันดาลใจ"".
  6. "The Mall เตรียมช่วยปรับปรุงสวนเบญจสิริ รับเปิดศูนย์การค้า Emsphere ธันวาคม 2566". Time Out กรุงเทพมหานคร.
  7. "โรงหนังสะดวกซื้อ". www.jobpub.com.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]