ห้องสมุด

ห้องสมุด คือแหล่งรวม บริการทรัพยากรสารนิเทศในรูปแบบต่าง ๆ เช่น หนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ จุลสาร กฤตภาค วัสดุเทป และโทรทัศน์ ซีดีรอม วีซีดี ดีวีดี โดยมีบรรณารักษ์ เป็นผู้ดำเนินงาน และบริหารงานต่าง ๆ ในห้องสมุด โดยจัดระบบเป็นหมวดหมู่ และระเบียบเรียบร้อย เพื่อให้ผู้ใช้ห้องสมุดมีความสะดวกสืบค้นได้ง่ายและตรงกับความต้องการ
ห้องสมุดในปัจจุบัน ทำหน้าที่เก็บรวบรวม จัดระบบ เพื่อให้บริการสื่อสารนิเทศต่าง ๆ ตลอดจนถึงเทคโนโลยีทางคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีทางการสื่อสาร อีกทั้งยังมีเครื่องมือในการค้นหาและดำเนินการให้บริการสื่อต่าง ๆ เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้ห้องสมุด
รวมถึงหอสมุดแห่งชาติ หรือเรียกได้ว่าเป็น ห้องสมุดแห่งชาติ[1] คือ สถาบันที่ทำหน้าที่รวบรวม จัดเก็บ อนุรักษ์ และให้บริการทรัพยากรสารสนเทศของชาติ เพื่อส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน โดยเป็นหน่วยงานภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
ในปีพุทธศักราช 2440 หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จนิวัติพระนครกลับจากเสด็จประพาสยุโรป พระองค์ได้ทรงมีพระราชดำริให้ขยายกิจการหอพระสมุดวชิรญาณซึ่งแต่เดิมทีเป็นหอพระสมุดสำหรับราชสกุล ให้เป็นหอสมุดสำหรับบริการประชาชนทั่วไป และทรงพระราชทานนามว่า "หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร" โดยได้จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2448
ต่อมาในปีพุทธศักราช 2459 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายหอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนครจากเดิมที่ตั้งอยู่ที่ศาลาสหทัยสมาคมมาไว้ที่ตึกใหญ่ริมถนนหน้าพระธาตุซึ่งเรียกว่า "ตึกถาวรวัตถุ" และพระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิด เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2459
ในปีพุทธศักราช 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 โปรดเกล้าฯ ให้แยกหอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนครออกเป็น 2 หอ คือ "หอพระสมุดวชิราวุธ" ตั้งอยู่ที่ตึกถาวรวัตถุเช่นเดิมให้เป็นที่เก็บหนังสือฉบับพิมพ์และ "หอพระสมุดวชิรญาณ" ให้ใช้เป็นที่เก็บหนังสือตัวเขียนและตู้พระธรรม[2]
ปีพุทธศักราช 2476 รัฐบาลจัดตั้งกรมศิลปากรขึ้นและมีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกำหนดให้หอพระสมุดสำหรับพระนคร มีฐานะเป็นกองหนึ่งในกรมศิลปากรเรียกว่า "กองหอสมุด" และได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อหอพระสมุดสำหรับพระนครเป็น "หอสมุดแห่งชาติ" ในเวลาต่อมา จนถึงพุทธศักราช 2505 รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณก่อสร้างอาคารหอสมุดแห่งชาติเป็นอาคารทรงไทย สูง 5 ชั้นขึ้นที่บริเวณท่าวาสุกรี ถนนสามเสน และได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2509 สำนักหอสมุดแห่งชาติ เป็นอาคารทรงไทย 5 ชั้น บนเนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ท่าวาสุกรี ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร สังกัดกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม[2]
| ห้องสมุดสาขา | |
| 1. | หอสมุดแห่งชาติเขตลาดกระบัง เฉลิมพระเกียรติ |
| 2. | หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ |
| 3. | หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ร.9 นครราชสีมา |
| 4. | หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ นครพนม |
| 5. | หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก กาญจนบุรี |
| 6. | หอสมุดแห่งชาติจังหวัดสุพรรณบุรี เฉลิมพระเกียรติ |
| 7. | หอสมุดแห่งชาติ ชลบุรี |
| 8. | หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก จันทบุรี |
| 9. | หอสมุดแห่งชาตินครศรีธรรมราช |
| 10. | หอสมุดแห่งชาติกาญจนาภิเษก สงขลา |
| 11. | หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ สงขลา |
| 12. | หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ตรัง |
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ความรู้เรื่องห้องสมุด เก็บถาวร 2008-06-19 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน สารานุกรมสำหรับเยาวชน
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- ↑ "หอสมุดแห่งชาติ". lis.human.cmu.ac.th. สืบค้นเมื่อ 2025-07-05.
- 1 2 3 "หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร". www.nlt.go.th. สืบค้นเมื่อ 2025-07-05.