ดิอะเมซิ่งเรซ 14

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ดิ อะเมซิ่ง เรซ 14)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ดิอะเมซิ่งเรซ 14
โลโก้รายการ
ออกอากาศ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552[1]
10 พฤษภาคม พ.ศ. 2552[2]
ระยะเวลาการถ่ายทำ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2551[3]
21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
จำนวนตอน 12[4]
ผู้ชนะ แทมมี่กับวิคเตอร์
ทวีปที่ผ่าน 3
ประเทศที่ผ่าน 9
เมืองที่ผ่าน 20
ระยะทางการแข่งขัน 40,000 ไมล์
(64,372 กิโลเมตร)
จำนวนเลก 12
ซีซั่นก่อนหน้าและถัดไป
ก่อนหน้า ดิ อะเมซิ่ง เรซ 13
ถัดไป ดิ อะเมซิ่ง เรซ 15



ดิ อะเมซิ่ง เรซ 14 (อังกฤษ: The Amazing Race 14) เป็นฤดูกาลที่ 14 ของรายการ ดิ อะเมซิ่ง เรซ ซึ่งเป็นเกมโชว์ประเภทเรียลลิตี้โชว์ระดับรางวัลเอ็มมี 8 สมัยซ้อนทางโทรทัศน์ รายการนี้จะมีผู้เข้าแข่งขันเป็นทีมๆ ละ 2 คนซึ่งรู้จักกันมาก่อนแล้ว ทำการแข่งขันโดยเดินทางรอบโลก โดยทีมที่ชนะจะได้รับเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเกมส์โชว์ดังกล่าวเริ่มออกอากาศในสหรัฐอเมริกาทางสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 20 นาฬิกา ซึ่งยังคงเป็นคืนวันอาทิตย์ เช่นเดิม[1] และเริ่มออกอากาศในประเทศไทยทางช่อง เอเอ็กซ์เอ็น ทาง ทรูวิชั่นส์ ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 เวลา 21 นาฬิกา [5]

การผลิต[แก้]

การถ่ายทำและการออกอากาศ[แก้]

ดิ อะเมซิ่ง เรซ 14 ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 22 วัน คิดเป็นระยะทางประมาณ 40,000 ไมล์ โดยทีมจะเดินทางผ่าน 9 ประเทศ คือ โรมาเนีย (เป็นครั้งแรกของรายการ) สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี ออสเตรีย อินเดีย ไทย สาธารณรัฐประชาชนจีน และ รัสเซีย (ดินแดนครัสโนยาสค์ และแคว้นโนโวซีบีสค์ [4]) ก่อนที่จะไปจบการแข่งขันที่ มาอุย รัฐฮาวาย โดยจากบทสัมภาษณ์กับผู้ผลิตรายการ เบ็นตั้น แวนด์ มัสเตอร์ เขากล่าวว่าทีมจะเดินทางระหว่างเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่งโดยรถไฟสายทรานส์ ไซบีเรียรวมถึงผจญพายุหิมะกลางทุ่งไซบีเรียที่อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส[4][6] เขายังกล่าวอีกว่าทีมจะต้องเผชิญกับสภาพอากาศสุดโหด ภารกิจอุปสรรคที่เข้มข้นและเวลาในท่าอากาศยานที่น้อยลง ซึ่งอาจทำให้ทีมเกิดอาการอ่อนเพลียได้ นอกจากนี้ ซีบีเอสยังเปิดเผยว่าในการแข่งขันจะมีการบันจีจัมพ์จากหอที่สูงเป็นลำดับสองของโลก ผจญกับอากาศที่ร้อนอบอ้าวจนหายใจไม่ออกในอินเดีย และการท้าทายระหว่างกีฬาโอลิมปิก ฤดูร้อนประจำปี ค.ศ. 2008 ที่ทำให้ทีมเกิดอาการหอบได้ [7]

สำหรับในซีซั่นที่ 14 นี้ เบอร์แทรม ฟาน มุนสเตอร์ ได้ให้สัมภาษณ์กับยูเอสเอทูเดย์ไว้ว่า จะมีการอัปเดตแผนที่แสดงเส้นทางในรายการผ่านทาง กูเกิล แมปส์ มีช่วงเปิดรายการแบบใหม่ กราฟิกใหม่ (ฟอนต์ของชื่อผู้เข้าแข่งขันและคำอธิบายภารกิจในรายการ และไอคอนแสดงสัญลักษณ์คำใบ้ต่าง ๆ อย่างไรก็ดีไอคอนแบบเก่ายังพบในการถ่ายทำอยู่) มีการแบ่งครึ่งหน้าจอในช่วงที่มีสองฉากเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน และมีการปรับปรุงเพลงประกอบรายการใหม่อีกด้วย[6] นอกจากนี้ซีซั่นนี้เป็นครั้งที่สองที่เส้นชัยไม่ได้อยู่ที่แผ่นดินใหญ่ในสหรัฐอเมริกา โดยฤดูกาลแรกที่เส้นชัยอยู่นอกแผ่นดินใหญ่ในสหรัฐอเมริกาคือ ดิ อะเมซิ่ง เรซ 12 ไม่เพียงเท่านี้ ฤดูกาลนี้ยังมีการเปลี่ยนกติกาของคำสั่งย้อนกลับ (U-Turn) เล็กน้อย ซึ่งปรากฏในเลกที่ 4 ของการแข่งขัน คำสั่งย้อนกลับที่ปรากฏในเลกนั้นทีมที่ใช้ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยว่าตนสั่งย้อนกลับ (ไม่จำเป็นต้องปิดป้ายแสดงว่าพวกเขาเป็นผู้สั่งย้อนกลับ[8] (Blind U-Turn) ซึ่งตั้งแต่มีการใช้คำสั่งถ่วงเวลา (Yield) และคำสั่งย้อนกลับ ทีมที่ใช้จะต้องปิดป้ายแสดงว่าตนเป็นผู้สั่งย้อนกลับให้ทีมอื่น ๆ ทราบ) แต่ทว่า U-Turn ในเลกที่ 10 ของฤดูกาลนี้นั้นเป็น U-Turn แบบปกติ คือ ต้องติดแผ่นป้ายบอกว่าใครเป็นคนสั่ง U-Turn ใคร ในการแข่งขันครั้งนี้ มีคำสั่งทางด่วนที่ไม่ได้ออกอากาศทางโทรทัศน์ 1 ครั้ง โดยเมลกับไมค์ให้สัมภาษณ์หลังจากจบการแข่งขันว่าคำสั่งทางด่วนในเลก 7 ของการแข่งขันเป็นคำสั่งที่ให้ทีมเดินทางไปยังตลาดและซื้อของให้กับสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ด้วยเงินของพวกเขาเอง ซึ่งในที่สุดแล้วไม่มีทีมใดใช้ทางด่วนในเลกดังกล่าวเลยรวมถึงเป็นครั้งแรกที่จำนวนทางด่วนนั้นมีแค่ 1 ครั้งเท่านั้นซึ่งโดยปกติแล้วจำนวนทางด่วนในฤดูกาลที่ 5-13 จะมีทั้งหมด 2 ครั้ง (ฤดูกาลที่ 1-4 มีจำนวนทางด่วน 9-11 ครั้งด้วยกัน)[9]

การคัดเลือกผู้เข้าแข่งขัน[แก้]

สำหรับฤดูกาลที่ 14 นี้ปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 การสัมภาษณ์เพื่อคัดตัวรอบรองสุดท้ายมีขึ้นในเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2551 และรอบสุดท้ายมีขึ้นเมื่อประมาณปลายเดือนมิถุนายน ถึงต้นเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2551 ที่ ลอสแอนเจลิส, แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา การค้นหาสถานที่แข่งกระทำขึ้นในช่วงเดือน สิงหาคม และการถ่ายทำคาดว่ามีขึ้นในเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2551[10] [11]

ผู้เข้าแข่งขันในครั้งนี้มีทั้งคู่แต่งงานที่แต่งกันมาแล้ว 17 ปีจากรัฐเวอร์จิเนีย พี่ชายกับน้องชายสตั๊นท์แมน ไปจนถึงผู้เข้าแข่งขันที่หูหนวกครั้งแรกของเวอร์ชันสหรัฐอเมริกา ลูค อดัมส์ ที่อาศัยคุณแม่ของเขาในการสื่อสารด้วยภาษามือ[7][12] โดยผู้เข้าแข่งขันที่หูหนวกครั้งแรกในทุก ๆ เวอร์ชันคือเอเดรียน แย็บ ซึ่งเป็นผู้ชนะใน ดิ อะเมซิ่ง เรซ เอเชีย 2 (สำหรับในกรณีที่ถ้ามาร์กี้กับลุคเข้าถึงจุดพักพิธีกรจะใช้ภาษามือในการบอกลำดับที่ของพวกเขา ซึ่งปรากฏขึ้นในตอนที่ 1)

ผลการแข่งขัน[แก้]

ตารางแสดงชื่อ ความสัมพันธ์ของผู้แข่งขันในขณะถ่ายทำของแต่ละทีมพร้อมทั้งแสดงสถานะในการแข่งขัน ดังนี้ (ตารางนี้อาจไม่ได้แสดงข้อมูลที่ตรงกับข้อมูลที่ออกอากาศในโทรทัศน์เนื่องจากข้อมูลที่เพิ่มเข้ามาบางส่วน หรือข้อมูลที่ถูกนำออกไปบางส่วน)

ทีม ความสัมพันธ์ ลำดับที่ (ในแต่ละช่วง) ผู้แก้อุปสรรค
1 2 3 41 5 6 8 9 105 11 12
แทมมี่กับวิคเตอร์ พี่น้อง / ทนายความ 2 1 8 3 2 1 1 3 2 3 1» 1 แทมมี่ 5, วิคเตอร์ 6
เจมี่กับคาร่า อดีตเชียร์ลีดเดอร์ เอ็นเอฟแอล 7 6 7 5 3 5 2 2 4 1 3 2 เจมี่ 6, คาร่า 5
มาร์จี้กับลุค แม่กับลูกชาย 1 4 4 4» 1 4 4 1 3 2 2 3 มาร์กี้ 5, ลุค 6
คิชากับเจน พี่น้อง 8 7 3 2 6 3 5 4 43 4 4« คิชา 5, เจน 5
มาร์คกับไมเคิล พี่น้อง / สตั๊นท์แมน 3 8 5 7 5 6 32 54 5 มาร์ค 5, ไมเคิล 3
เมลกับไมค์ พ่อกับลูกชาย 4 2 1 6 4 2 6 เมล 3, ไมค์ 3
คริสตี้กับโจดี้ พนักงานบนเครื่องบิน 10 9 6 1 7 7 คริสตี้ 3, โจดี้ 3
อแมนด้ากับคริส คู่เดท 5 3 2 8« อแมนด้า 1,คริส 3
แบรดกับวิคตอเรีย คู่สมรส 6 5 9 แบรด 0, วิคตอเรีย 3
สตีฟกับลินดา คู่สมรส 9 10 สตีฟ 1 , ลินดา 1
เจนนิเฟอร์กับเพรสตัน คู่เดท 11 เจนนิเฟอร์ 0, เพรสตัน 1


หมายเหตุ 1: คำสั่งย้อนกลับในเลกนี้เป็นแบบไม่ต้องเปิดเผยว่าใครเป็นผู้สั่งใช้โดย มาร์จี้กับลุค ใช้สั่งย้อนกลับ อแมนด้ากับคริส
หมายเหตุ 2: มาร์คกับไมเคิลมาถึงเป็นที่ 1 ของเลคนี้ แต่พวกเขาถูกปรับเวลา 30 นาที 2 ครั้ง รวมเป็น 1 ชั่วโมง เนื่องจากอย่างแรกคือพวกเขาซ่อนเครื่องมือในการทำงานทางแยก 2 ไมล์ และอย่างที่สองก็คือให้แท็กซี่นำทางให้ หลังจากปรับเวลาเสร็จแล้ว ทำให้พวกเขาตกลงมาอันดับที่ 3
หมายเหตุ 3: คิชากับเจนเดิมมาถึงเป็นลำดับที่ 3 แต่พวกเธอไม่ได้นำกระเป๋าที่ใส่เงินและหนังสือเดินทางมาด้วย ทำให้จะแข่งต่อไปยังประเทศอื่นไม่ได้ ดังนั้นจะต้องกลับไปเอากระเป๋าแล้วค่อยเข้าจุดพักอีกครั้ง ทำให้ลำดับตกลงมาอยู่ที่ 4
หมายเหตุ 4: มาร์คกับไมเคิลใช้ของส่วนตัวแทนเงินในการจ่ายค่าโดยสารแท็กซี่ (ปกติทีมสามารถขอเงินจากคนท้องถิ่นหรือขอลดหย่อนค่าโดยสารได้ถ้าไม่ได้สั่งห้ามไว้) จำนวน 2 ครั้งจึงถูกปรับครั้งละ 2 ชั่วโมงรวมเป็น 4 ชั่วโมง แต่เมื่อปรับเวลาไปได้ 50 นาทีก็ทำให้ตกลงมาอยู่อันดับสุดท้ายแต่ไม่ถูกคัดออกเนื่องจากเป็นด่านที่ไม่มีการคัดออก ฉะนั้นเวลาอีก 3 ชั่วโมง 10 นาที ที่เหลือจะถูกนำไปปรับเพิ่มตอนเริ่มการแข่งขันในด่านถัดไปแทน
หมายเหตุ 5: เมื่อเข้าจุดเช็คในเลกที่ 10 นี้ทีมได้รับคำใบ้จากพิธีกรและแข่งต่อไปทันทีโดยไม่มีการหยุดพัก ทำให้กลายเป็นว่าทีมที่เข้ามาเป็นลำดับสุดท้ายก็ไม่มีบทลงโทษ

  • สีแดง หมายถึง ทีมนั้นๆ ถูกคัดออก
  • สีเขียว ƒ หมายถึง ทีมนั้นๆ ทำ Fast Forward สำเร็จ ; เลขของเลกที่มีสีเขียวและ ƒ เป็นเลกที่มี Fast Forward แต่ไม่มีทีมไหนใช้
  • สีน้ำเงินตัวหนา หมายถึง ทีมนั้นๆ มาถึงจุดพักเป็นทีมสุดท้ายในเลกที่ไม่มีการคัดออก แต่จะต้องทำภารกิจเพิ่มในด่านถัดไปเรียกว่า "สปีด บัมพ์"
  • เครื่องหมาย » สีน้ำตาล หมายถึง ทีมนั้นๆ ใช้คำสั่งย้อนกลับให้กับทีมอื่น (U-Turn) ; « หมายถึงทีมนั้นๆ ถูกสั่งให้ย้อนกลับ ; «» หมายถึงเลกที่มีกฎการย้อนกลับแต่ไม่มีทีมไหนใช้

คำสั่งต่างๆ ในการแข่งขัน[แก้]

เครื่องหมาย คำอธิบาย
สัญลักษณ์ธงที่ใช้ในรายการ
Route Marker เป็นสัญลักษณ์ธงสีแดงและสีเหลือง เป็นเครื่องหมายประจำสถานที่ที่ผู้เข้าแข่งขันสามารถค้นหาคำสั่งต่อๆ ไป
บัตรคำสั่ง Route Infomation
Route Infomation (ข้อมูลเส้นทาง) เป็นสัญลักษณ์ตัวบอกเส้นทางที่ไปยังจุดหมายถัดไป ทีมจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งที่ให้ไว้อย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นจะถูกทำโทษปรับเวลาขั้นต่ำในการลงโทษ 30 นาทีบวกกับเวลาที่ได้เปรียบจากการเดินทางที่ผิดไปจากคำสั่ง
บัตรคำสั่ง Detour
Detour (ทางแยก) เป็นสัญลักษณ์ตัวเลือกระหว่างภารกิจที่แตกต่างกันสองประการที่ผู้เข้าแข่งขันต้องเลือกทำให้สำเร็จ ภารกิจทั้ง 2 อย่างนั้นมีข้อดีและข้อเสียในตัวมันเองฉะนั้นควรเลือกที่คิดว่าทั้งทีมถนัดเพื่อทำงานให้เสร็จโดยเร็ว จึงจะได้รับคำสั่งต่อๆ ไป ถ้าหากโดนคำสั่งย้อนกลับ ทีมจะต้องกลับมาทำ Detour อีกอันที่ไม่ได้เลือกทำแต่แรก และกลายเป็นว่าจะต้องทำทั้งสองอันนั่นเอง (ถ้าทำไม่สำเร็จจะถูกปรับ 24 ชั่วโมงแต่ในฤดูกาลที่ 17 เป็นต้นมาจะถูกปรับแค่ 6 ชั่วโมงเท่านั้น)
บัตรคำสั่ง Road Block
Roadblock (อุปสรรค) เป็นสัญลักษณ์ภารกิจที่อนุญาตให้สมาชิกเพียงคนเดียวในทีมสามารถทำได้เท่านั้นและเมื่อเลือกแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนคนทำได้ ผู้เข้าแข่งขันที่เลือกทำนั้นต้องทำงานอุปสรรคนั้นให้สำเร็จก่อน จึงจะได้รับคำสั่งต่อๆ ไป (หลังจากฤดูกาลที่ 5 ได้กำหนดตลอดระยะเวลาการแข่งขันให้ทำได้ไม่เกินคนละ 6-7 ครั้ง โดยมากแล้วจะแบ่งในสัดส่วนพอๆ กันและถ้าทำไม่สำเร็จจะถูกปรับ 4 ชั่วโมง)
บัตรคำสั่ง Fast Forward
Fast Forward (ทางด่วน) เป็นสัญลักษณ์ที่อนุญาตให้ทีมใดก็ตามที่เสร็จสิ้นภารกิจ 1 อย่างเป็นพิเศษ ตามคำสั่งของ Fast Forward เรียบร้อยแล้ว จะสามารถเดินทางต่อไปยัง Pit Stop หรือจุดหมายปลายทางสุดท้ายของด่านนั้นๆ ได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านด่านใดๆ อีกในระหว่างทาง สิทธิ์ในการใช้สัญลักษณ์นี้ จะให้เฉพาะกับทีมแรกที่สามารถหาและเสร็จสิ้นภารกิจ Fast Forward เท่านั้นและตลอดการแข่งขันทีมๆ นั้นจะใช้สิทธิ์นี้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ยกเว้นในกฏ Intersection จะสามารถทำ Fast Forward ร่วมกันกับอีกทีมที่จับคู่ได้ถึงแม้ว่าจะเป็น Fast Forward ครั้งที่ 2 ก็ตาม (การใช้ Fast Forward ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นได้น้อยมาก) อย่างไรก็ตาม การได้บัตรทางด่วนนี้ ยังคงไม่รับประกันว่าจะไม่ตกรอบ ถ้ายังคงมาถึงเป็นทีมสุดท้าย (มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากๆ)
บัตรผ่านเร่งด่วน
Express Pass (บัตรผ่านเร่งด่วน) เป็นสัญลักษณ์ให้กับทีมที่มีบัตรผ่านนี้สามารถข้ามงานใดๆ ก็ได้ที่ไม่ต้องการทำ 1 งาน ไม่ว่าจะเป็นงานรูปแบบใดก็ตามและผ่านไปเลยโดยไม่ต้องมีอะไรเป็นการแลกเปลี่ยน ต่างจาก Fast Forward ที่ข้ามทั้งเลกและต้องทำภารกิจตามที่กำหนด 1 อย่างก่อน (บัตรนี้จะถูกให้กับทีมที่เข้ามาเป็นที่ 1 ในเลกแรกของการแข่งขันซึ่งใช้ได้ถึงเลก 8 จาก 12)
บัตรกอบกู้
Salvage Pass (บัตรกอบกู้) เป็นสัญลักษณ์ให้กับทีมที่มีบัตรผ่านนี้สามารถช่วยทีมที่มาถึงเป็นลำดับสุดท้ายไม่ให้ถูกคัดออกได้ หรือจะใช้เพื่อเป็นการช่วยตัวเองไม่ให้ถูกคัดออกด้วยก็ได้ ในกรณีที่ต้องเผชิญหน้ากับการถูกคัดออก (ในเวอร์ชั่นอเมริการจะใช้คำว่า The Save)
ป้ายสั่ง Yield
Yield (ถ่วงเวลา) เป็นสัญลักษณ์ที่อนุญาตให้ทีมที่เลือกใช้สัญลักษณ์นี้มีโอกาสสั่งอีกทีมหนึ่งที่มาที่หลังพวกเขาให้หยุดแข่งได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทีมที่เลือกใช้สัญลักษณ์นี้ สามารถใช้ในการออกคำสั่งกับอีกทีมหนึ่งได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นตลอดการแข่งขัน (ไม่นับรวมกับคำสั่ง ย้อนกลับ)
ป้ายสั่ง U-Turn
U-Turn (ย้อนกลัับ) เป็นสัญลักษณ์ที่อนุญาตให้ทีมที่เลือกใช้สัญลักษณ์นี้มีโอกาสสั่งอีกทีมหนึ่งที่มาที่หลังพวกเขาให้กลับไปทำงาน Detour อีกงานที่ไม่ได้เลือกทำ ทีมที่เลือกใช้สัญลักษณ์นี้ สามารถใช้ในการออกคำสั่งกับอีกทีมหนึ่งได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นตลอดการแข่งขัน (ไม่นับรวมกับคำสั่ง ถ่วงเวลา)
ป้ายสั่ง Intersection
Intersection (จุดร่วมมือ) เป็นสัญลักษณ์ที่สั่งให้ทีมต้องจับคู่กับอีกทีมทำภารกิจทุกๆ อย่างร่วมกัน ถ้ามาถึงจุดที่มีคำสั่งแต่ยังไม่มีทีมร่วมงานก็จำเป็นต้องรอและเมื่อมีคำสั่งยกเลิก Intersection จึงจะทำการแข่งขันแบบปกติได้
ป้ายสั่ง Speed Bump
Speed Bump (งานเพิ่มเติม) เป็นสัญลักษณ์ที่สั่งให้ทีมที่ได้สัญลักษณ์นี้ต้องทำงานเพิ่มอีก 1 งานในเลกถัดไป เนื่องจากเป็นการลงโทษที่มาถึงเป็นทีมสุดท้ายแต่ไม่ถูกคัดออกในเลกที่แล้ว โดยจะเป็นงานพิเศษ ที่ไม่เหมื่อนกับงานทั่วไปที่แข่งในเลกนั้นๆ ทำให้ทีมที่ได้บทลงโทษนี้ ทำงานเพิ่มมากกว่าปกติอีก 1 งานในเลกนั้น คล้ายกับ Handicap ต่างกันตรงที่เป็นงานใหม่เพิ่มขึ้นมาต่างหาก
ป้ายสั่ง Handicap
Handicap (เพิ่มจำนวนชิ้นงาน) เป็นสัญลักษณ์ที่สั่งให้ทีมที่ได้สัญลักษณ์นี้ต้องเพิ่มจำนวนชิ้นงานมากกว่าปกติ เนื่องจากเป็นการลงโทษที่มาถึงเป็นทีมสุดท้ายแต่ไม่ถูกคัดออกในเลกที่แล้ว เช่น ในงานธรรมดาทั่วไปปกติให้ทำ 50 ชิ้นแต่ทีมที่ได้สัญลักษณ์นี้ต้องทำ 75 ชิ้น เป็นต้น คล้ายกับ Speed Bump ต่างกันตรงที่เป็นงานปกติทั่วไปในเลกนั้นๆ เพียงแต่เพิ่มจำนวน
สัญลักษณ์ปลายทางในแต่ละด่าน
Pit Stop (จุดหยุดพัก) เป็นสัญลักษณ์จุดหมายปลายทางสุดท้ายของการแข่งขันในแต่ละด่านโดยทีมที่มาถึงเป็นทีมสุดท้าย อาจจะถูกคัดออก หรือบางครั้งจะมีการเตือนในคำใบ้สุดท้ายก่อนถึงจุดพักเลยว่า ทีมที่มาถึงเป็นทีมสุดท้าย จะถูกคัดออก


ชื่อตอนในการแข่งขัน[แก้]

ชื่อตอนในการแข่งขันมักมาจากคำพูดสำคัญ ๆ ของผู้เข้าแข่งขันในเลกนั้น ๆ[13]

  1. Don't Let a Cheese Hit Me - เมล
  2. Your Target Is Your Partner’s Face - คำแนะนำในการทำทางแยก"เบาปัญญา"
  3. I'm Not Wearing That Girl's Leotard! - "ลุค"
  4. It Was Like A Caravan of Idiots – ไมค์
  5. She’s a Little Scared of Stick, But I Think She’ll Be OK! – วิคเตอร์
  6. Alright Guys We're at War! – มาร์ค
  7. "Gorilla? Gorilla?? Gorilla???" – วิคเตอร์
  8. "Rooting Around in People's Mouths Could Be Unpleasant" – ฟิล คีโอแกน
  9. "Our Parents Will Cry Themselves to Death" – แทมมี่
  10. "Having a Baby's Gotta Be Easier Than This" – คาร่า
  11. "He Made Me Look Like Alice Cooper" – มาร์จี้
    "No More Mr. Nice Guy" – วิคเตอร์
  12. "This is How You Lose a Million Dollars" – เจมี่

รางวัล[แก้]

ในบางเลก ทางรายการจะมีรางวัลให้กับผู้เข้าแข่งขันที่สามารถเข้าเส้นชัยได้เป็นทีมแรก สำหรับแพ็กเกจทัวร์ทั้งหมดสนับสนุนโดยแทรเวโลซิตี้

สถานี "คนคัดออก"[แก้]

เช่นเดียวกับฤดูกาลที่ผ่านมาที่ทีมที่ถูกคัดออกจะถูกส่งไปยังบ้านพัก สำหรับฤดูกาลนี้ทีมที่ถูกคัดออกจะถูกส่งไปยังบ้านพักที่เกาะสมุยในประเทศไทยเพื่อรอให้การแข่งขันจบและได้ผู้ชนะ ซึ่งซีบีเอสได้โพสต์วิดีโอสั้นลงบนเว็บไซต์ของรายการหลังจากแต่ละตอนออกอากาศไปแล้วตามเวลาโซนแปซิฟิก เพื่อแสดงให้เห็นถึงการกระทำและความรู้สึกของทีมที่ถูกคัดออก ในระหว่างที่อยู่ในบ้านพัก

  • หลังจากจบ เลก 1 เจนนิเฟอร์กับเพรสตัน เป็นทีมแรกที่ถูกส่งมาที่บ้านพัก พวกเขาแสดงออกถึงความผิดหวังที่ถูกคัดออกเร็วเกินไปและเชื่อว่าลินดากับสตีฟจะเป็นทีมต่อไปที่ถูกคัดออก หลังจากพูดคุยกันถึงเรื่องทีมที่พวกเขาเห็นว่าแข็งแกร่งที่สุด พวกเขายังกล่าวถึงการทะเลาะกันที่อยู่เหนือปัจจัยการควบคุมของพวกเขาที่ทำให้พวกเขาถูกคัดออกอีกด้วย
  • หลังจากจบ เลก 2 สตีฟกับลินดา เป็นทีมที่สองที่ถูกส่งมาที่บ้านพัก สตีฟได้พูดเปิดใจกับเจนนิเฟอร์กับเพรสตันเกี่ยวกับความสำคัญของลินดา ในวันต่อมาทีมทั้งสองที่ตกรอบก็ได้ไปเที่ยวที่บ่องูและกินข้าวด้วยกัน พวกเขาเชื่อว่าคริสตี้กับจอดี้และเจมี่กับคาร่าจะเป็นทีมต่อไปที่ถูกคัดออก
  • หลังจากจบ เลก 3 แบรดกับวิกตอเรีย เป็นทีมที่สามที่ถูกส่งมาที่บ้านพัก ทำให้ 2 ทีมที่ถูกส่งมาก่อนหน้านั้นประหลาดใจมากและเจนนิเฟอร์ก็ยังไม่ยอมพูดคุยกับ ลินดา อีกเช่นเคยเนื่องจากมีปัญหากันระยะหนึ่ง พอวันรุ่งขึ้นในตอนเช้าทุกคนก็ได้ไปที่วัดเพื่อไห้วพระและรับพรจากพระสงฆ์เพื่อขอให้ตนเองนั้นโชคดี
  • หลังจากจบ เลก 4 อแมนด้ากับคริส เป็นทีมที่สี่ที่ถูกส่งมาที่บ้านพัก พวกเข้าเล่าให้ฟังถึงด่านที่โหดและใหญ่มากในการแข่งขันที่ผ่านมาและยังเล่าให้ฟังอีกว่ามีการใช้ ยูเทิรน์ แต่ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยชื่อว่าใครเป็นคนสั่งย้อนกลับพวกเขา และก็นั่งคิดกันว่าอาจจะเป็น คริสตี้กับโจดี้ หรือ คิช่ากับเจน ที่เป็นคนสั่งย้อนกลับพวกเขา โดยหลังจากนั้นทั้ง 4 ทีมก็ได้ไปยังชายหาดเพื่อลอยกระทง
  • หลังจากจบ เลก 5 เป็นด่านที่ไม่มีการคัดออก ทั้ง 4 ทีมยังคงอยู่ที่บ้านพักและออกไปนวดแผนไทยกับการได้ขึ้นกระเช้าลอยฟ้าเพื่อได้ชมวิวทิวทัศน์รอบเกาะสมุย
  • หลังจากจบ เลก 6 คริสตี้กับโจดี้ เป็นทีมที่ห้าที่ถูกส่งมาที่บ้านพัก และเล่าให้ฟังว่า มาร์จี้กับลุค เป็นคนสั่งย้อนกลับอแมนด้ากับคริส ทุกคนต่างประหลาดใจเป็นอย่างมากที่ได้ยินดังนั้น รวมถึงเกิดความตึงเครียดของความสัมพันธ์ระหว่าง สตีฟ กับทีมอื่นๆ และโดยเฉพาะ เพรสตันกับเจนนิเฟอร์ที่เกิดทะเลาะกันขึ้นมา ทำให้สตีฟต้องอยู่กับลินดาตามลำพัง
  • หลังจากจบ เลก 7 เมลกับไมค์ เป็นทีมที่หกที่ถูกส่งมาที่บ้านพัก เมลกับไมค์เล่าให้ฟังเกี่ยวกับวิธีการแข่งขันของทีมอื่นๆ ที่เริ่มมีการพลิกแพลงและเริ่มเล่นไม่ซื่อกันแล้ว หลังจากนั้นทุกทีมได้ไปซื้อของที่ตลาดใกล้ๆ และความสัมพันธ์ของเพรสตันกับเจนนิเฟอร์ก็ยังคงตึงเครียดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่เพรสตันมีอารมณ์ฉุนเฉียวกับการซื้อกระเป๋าของของเจนนิเฟอร์
  • หลังจากจบ เลก 8 เป็นด่านที่ไม่มีการคัดออก เจนนิเฟอร์กับเพรสตัน ยังคงมีปัญหาด้านความสัมพันธ์ต่อกันและพวกเขาก็ได้แยกตัวออกมากันตามลำพังจากคนอื่นๆ โดยทั้งหมดนั้นได้ไปพายเรือคายัคและดำน้ำดูปะการังบริเวณรอบๆ เกาะสมุย
  • หลังจากจบ เลก 9 มาร์คกับไมเคิล เป็นทีมที่ถูกคัดออกแต่ไม่ได้ถูกส่งมาที่บ้านพัก แต่ได้คุยโทรศัพท์กับทีมอื่นๆ ที่อยู่ที่บ้านพักว่าพวกเขาได้ถูกคัดออกจากการแข่งขันและได้พูดคุยถึงเรื่องราวต่างๆ รวมทั้งทุกทีมเชื่อว่า คาร่ากับเจมี่ จะเป็นทีมถัดไปที่ถูกคัดออก หลังจากนั้นทุกทีมที่อยู่ที่บ้านพักก็ได้ไปขี่บนหลังช้างและเที่ยวชมป่าไม้บริเวณท่องเที่ยวของเกาะสมุย
  • หลังจากจบ เลก 10 ทีมที่ตกรอบไปแล้วกำลังจะออกจากเกาะสมุยและเป็นวันสุดท้ายที่อยู่ที่ประเทศไทยและเตรียมตัวที่จะไปยังจุดหมายจุดสุดท้ายที่เส้นชัย ทุกทีมอยากทราบมากว่าใครจะเป็นผู้ชนะ
  • หลังจากจบ เลก 11 คิช่ากับเจนเป็นทีมสุดท้ายที่ถูกคัดออกแต่ไม่ได้ถูกส่งมายังบ้านพัก โดยทั้ง 7 ทีมที่ถูกคัดออกมานั้นได้เดินทางไปยังจุดหมายสุดท้ายที่ฮาวายและเข้าพักที่โรงแรมและได้ไปดำน้ำ ว่ายน้ำกันที่ชายหาดก่อนที่จะเข้ามาพักที่โรงแรมและรอฟังโทรศัพท์ว่าทีมใดจะถูกคัดออกเป็นทีมถัดไปและทุกคนก็ตกใจมากเมื่อทราบว่า คิช่ากับเจน เป็นทีมที่ถูกคัดออกและได้ทราบว่า คิช่ากับเจนถูกแทมมี่กับวิกเตอร์ใช้คำสั่งย้อนกลับ โดยคิช่ากับเจนหวังว่าจะได้เห็น เจมี่กับคาร่าหรือแทมมี่กับวิกเตอร์ ชนะการแข่งขันครั้งนี้ เพราะพวกเธอทะเลาะและมีเรื่องบาดหมางกับ มาร์จี้กับลุค เป็นอย่างมาก
  • หลังจากจบ เลก 12 ซึ่งเป็นเลกสุดท้ายของการแข่งขัน แทมมี่กับวิกเตอร์เป็นทีมที่ชนะการแข่งขันในครั้งนี้ เจมี่กับคาร่ามาถึงเป็นลำดับที่ 2 และมาร์จี้กับลุคมาถึงเป็นลำดับที่ 3 ของการแข่งขันในครั้งนี้

สถานที่ในการแข่งขัน[แก้]

Gfi-set01-airport.png เดินทางโดยเครื่องบิน; Gfi-set01-railway.png เดินทางโดยรถไฟ; Ferry icon.png เดินทางโดยเรือ; Bus-logo.svg เดินทางโดยรถประจำทาง; ไม่มี = เดินทางโดยรถยนต์หรือเดิน
Detour.png ทางแยก RBlock.png อุปสรรค F-Forward.png ทางด่วน U-turn.png ย้อนกลับ Speedbump.png งานเพิ่มเติม TAR-pitstop-icon.png จุดหยุดพัก
แผนที่แสดงเส้นทาง

เลก 1 (สหรัฐอเมริกา → สวิตเซอร์แลนด์)[แก้]

เขื่อนแวร์ซาสกา ใกล้โลการ์โน สวิสเซอร์แลนด์ เป็นสถานที่ที่สมาชิกที่ทำงานอุปสรรคต้องบันจีจัมพ์ลงมา

อุปสรรคแรกในการแข่งขันครั้งนี้ สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องกระโดดบันจีจัมพ์จากเขื่อนเวอซาสก้า ซึ่งเป็นสถานที่กระโดดบันจีจัมพ์ทางการค้าที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ด้วยความสูง 70 ชั้น

ภารกิจเสริม
  • ทีมสามารถเลือกที่จะบินไปยังซูริกหรือมิลานก่อนก็ได้ แล้วจึงนั่งรถไฟไปยังโลการ์โน ซึ่งมี 6 ทีมบินไปซูริก ส่วนอีก 5 ทีมบินไปมิลาน
  • ที่โบสถ์ของ เซนต์ แอนโตนิโอ ทีมจะต้องพักค้าง 1 คืนก่อนจะเดินทางออกไปตามเวลาที่ลงทะเบียนไว้ (7:15 น., 7:30 น. และ 7:45 น. ตามลำดับ) เมื่อถึงเวลานั้นบาทหลวงจะให้ภาพมาหนึ่งภาพ ซึ่งภาพนั้นก็คือภาพของเขื่อนแวร์ซาสกานั่นเอง
  • ที่คไลเนอ รูเกน ไวเซอ ทีมจะต้องขนส่งชีสจากโรงเก็บชีส จำนวน 200 ปอนด์จากเพิงเก็บชีสไปส่งที่ท้ายเขาโดยใช้อุปกรณ์ขนส่งชีสแบบท้องถิ่นสวิส เมื่อส่งครบแล้วจะได้คำใบ้ต่อไป
  • เมื่อทีมมาถึงชเตเชลแบร์ก จะมีผู้ต้อนรับร้องเพลงและเล่นดนตรีอยู่ ทีมจะต้องตามเสียงนี้ไปหาบุคคลเหล่านั้นที่จะรออยู่ที่จุดพักและทำการเข้าจุดพัก

เลก 2 (สวิตเซอร์แลนด์ → เยอรมนี → ออสเตรีย)[แก้]

ทีมจะต้องขับรถจากเมืองบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ไปยังปราสาทเฮลล์บรุนน์ เมืองซาลซ์บูร์ก ประเทศออสเตรีย เพื่อเข้าสถานที่ที่เป็นจุดหยุดพักของเลกที่ 2

อุปสรรคในการแข่งขันครั้งนี้ สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องกระโดดร่มจากบนภูเขาลงมาที่พื้นโดยต้องอาศัยจังหวะลมที่ดี แต่ถ้าทีมไหนรอไม่ไหวก็สามารถลงเขาได้เลยโดยใช้เวลา 60 นาที ทางแยกในการแข่งขันครั้งนี้ทีมจะต้องเลือกระหว่าง ม้ามีล้อ (Balancing Dolly) และ เบาปัญญา (Austrian Folly) โดยทีมที่เลือกม้ามีล้อ ทีมจะต้องขับเช็กเวย์ เป็นระยะทาง 2 ไมล์(3.2 กิโลเมตร) โดยผ่านทางที่ขรุขระ สำหรับทีมที่เลือกเบาปัญญา ทีมจะต้องใช้เค้กของชาวบาวาเรียโยนใส่หน้าคู่ของตนจนกว่าจะเจอเค้กไส้เชอร์รี่จำนวน 1 ชิ้น

ภารกิจเสริม
  • หลังจากทำทางแยกเสร็จให้ทีมไปยังสถานที่เลื่อยไม้ จะมีหุ่นยนต์คอยเลื่อยไม้ เมื่อเลื่อยเสร็จจะมีตราประทับเพื่อบอกเบาะแสต่อไป

เลก 3 (ออสเตรีย → เยอรมนี → โรมาเนีย)[แก้]

ปราสาทแบรน สถานที่ที่เล่าหรือที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับแดรกคูล่า, สถานที่ในการทำทางแยกและเป็นจุดหยุดพักของเลกนี้

อุปสรรคในเลกนี้ สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องทำทักษะทางด้านยิมนาสติก 3 ด้านคือคานทรงตัว, บาร์คู่ และ Floor Exercise ให้เป็นที่พอใจของครูฝึกสอนแล้วจึงจะได้รับคำใบ้ต่อไป ทางแยกในเลกนี้จะต้องเลือกระหว่าง การเคลื่อนที่ของคนยิปซี (Gypsy Moves) กับซากของแวมไพร์ (Vampire Remains) โดยทีมที่เลือก การเคลื่อนที่ของคนยิปซี จะต้องช่วยคนท้องถิ่น (ยิปซี)แบกของขึ้นบนรถม้า แล้วให้คนหนึ่งนั่งข้างคนขี่ แล้วอีกคนวิ่งตามรถม้าเพื่อเก็บของที่ตก เมื่อถึงที่แล้วต้องช่วยแบกของลงมา ส่วนทีมที่เลือก ซากของแวมไพร์ จะต้องหาหีบโลงศพตามทางลูกศรแล้วลากลงมา แล้วหากุญแจที่เสียบอยู่กับไม้นำมาไขกุญแจที่มีโซ่พันอยู่รอบโลง จากนั้นจึงนำแผ่นไม้กระดานในโลงมาฟาดกับไม้แหลมจนเจอแผ่นสีเหลือง - แดงแล้วนำไปแลกกับคนสวมชุดแวมไพร์

เลก 4 (โรมาเนีย → รัสเซีย)[แก้]

ทางแยกของเลกนี้จะต้องเลือกระหว่าง เรียง (Stack) กับสร้าง (Construct) โดยทีมที่เลือกเรียง จะต้องก่อกำแพงจากกองไม้ถัดจากกำแพงไม้ที่สร้างไว้ก่อนแล้ว ถ้ากำแพงล้มจะต้องก่อใหม่ทั้ง 2 กำแพง ส่วนทีมที่เลือกสร้าง จะต้องไปที่บ้านนักก่อสร้างแล้วทำหน้าต่าง จากนั้นจึงแบกไปบ้านที่มีป้าย "ต้องการซ่อม" แล้วจึงติดตั้งหน้าต่างให้กับบ้านที่มีป้ายบอกนั้น อุปสรรคในเลกนี้สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องนั่งรถ bobsled ภายในระยะเวลา 4 นาที ขณะที่นั่งรถ ต้องสังเกตตัวอักษร 7 ตัวแล้วนำมาเรียงเป็นชื่อ "เชคอฟ"(CHEKHOV) ซึ่งเป็นนักประพันธ์ชาวรัสเซีย ให้ถูกต้องก่อนที่จะได้รับคำใบ้ต่อไป

เลก 5 (รัสเซีย)[แก้]

โรงอุปรากรและบัลเลต์แห่งโนโวซีบีรสค์ เป็นสถานที่จุดหยุดพักของเลกที่ 5

ทางแยกของเลกนี้ต้องเลือกระหว่างเจ้าสาวรัสเซีย (Russian Bride) กับเครื่องเกลี่ยหิมะรัสเซีย (Russian Snowplow) โดยทีมที่เลือกเจ้าสาวรัสเซีย จะต้องใช้รถลาดาขับไปด้วยตนเองที่อพาร์ตเม้นท์สมัยโซเวียต แล้วไปรับเจ้าสาวรัสเซียไปส่งที่โบสถ์ที่กำหนดไว้ที่เจ้าบ่าวของเธอรออยู่ เมื่อทีมถ่ายภาพคู่กับเจ้าบ่าวเจ้าสาวแล้ว เจ้าบ่าวจะให้คำใบ้ต่อไป ส่วนทีมที่เลือกเครื่องเกลี่ยหิมะรัสเซีย จะต้องใช้รถลาดาขับไปที่สนามกีฬาสปาร์ตัค ที่สมาชิกในทีมแต่ละคนจะต้องขับเลี้ยวเครื่องเกลี่ยหิมะ ไปตามทางที่กำหนดซึ่งมีคู่ช่วยบอกทาง อุปสรรคของเลกนี้ สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องเลือกนักกีฬาวิ่งมาราธอนชาวรัสเซีย 2 คนที่จะช่วยอบอุ่นร่ายกาย ก่อนที่เขาหรือเธอจะเปลือยกายเหลือแค่ชุดชั้นใน แล้ววิ่งประมาณ 1 ไมล์ (1.6 กิโลเมตร) ไปสู่โรงอุปรากรและบัลเลต์แห่งโนโวซีบีรสค์ ที่ที่คู่ของสมาชิกถูกขนส่งมาก่อนแล้วเข้าจุดหยุดพักด้วยกัน

เลก 6 (รัสเซีย → อินเดีย)[แก้]

แอมเบอร์ ฟอร์ท สถานที่ที่สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องให้อาหารอูฐ

ทางแยกของเลกนี้ต้องเลือกระหว่างผู้เคลื่อนที่ (Movers) กับผู้เขย่า (Shakers) โดยทีมที่เลือกผู้เคลื่อนที่จะต้องเดินทางไปที่ประตูแชกานีระ แล้วเลือกรถลากที่บรรจุไปด้วยถังใส่ฟางแล้วเคลื่อนย้ายเป็นระยะทาง 1.5 ไมล์ (2.4 กิโลเมตร) ไปที่ประตูโซราวาร์ ไช เมื่อพวกเขาถึงที่ประตูโซราวาร์ ไช แล้วพวกเขาจะต้องค้นหาเครื่องรางช้างเหล็กในถังใส่กองฟาง เมื่อหาเจอแล้วจะต้องนำไปแลกกับคำใบ้ต่อไป ส่วนทีมที่เลือกผู้เขย่า ทีมจะต้องแต่งกายชุดท้องถิ่นแล้วร่วมไปกับคณะนักเต้นพื้นเมือง เพื่อสะสมเงิน 100 รูปี (3 ดอลลาร์สหรัฐ) เมื่อพวกเขาให้เงินกับหัวหน้าวงแล้วจึงจะได้รับคำใบ้ต่อไป อุปสรรคของเลกนี้ สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องดูแลฝูงอูฐที่เป็นของมหาราชา โดยใช้เครื่องมือท้องถิ่นเพื่อย้ายกองฟางให้ถึงเส้นที่กำหนด แล้วเติมน้ำใส่ถัง ส่วนงานเพิ่มเติมสำหรับคริสตี้และโจดี้จะต้องตกแต่งใบหน้าของช้างโดยใช้สีจนกว่าควาญช้างจะรู้สึกพอใจกับผลงานของเธอ

ภารกิจเสริม
  • ที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ในหมู่บ้านดูลา ทีมจะต้องหาคำใบ้ต่อไปจากการโทรศัพท์แล้วโทรไปหนึ่งในสี่เบอร์โทรศัพท์ และสายปลายทางจะบอกสถานที่ต่อไป (แอมเบอร์ ฟอร์ท)

เลก 7 (อินเดีย → ไทย)[แก้]

ที่สวนสัตว์ภูเก็ต แต่ละทีมจะต้องร่วมทำการแสดงกับช้างก่อนได้รับคำใบ้ถัดไป

ทางแยกของเลกนี้ต้องเลือกระหว่าง 100 บาเรล (100 Barrels) กับ 2 ไมล์ (2 Miles) โดยทีมที่เลือก 100 บาเรลจะต้องเลือกเรือ 1 ลำจากทั้งหมด 6 ลำแล้วเติมน้ำใส่ถังจำนวน 47 ถังแล้วยกถังเข้าไปชั้นบนของเรืออีก 53 ถัง ส่วนทีมที่เลือก 2 ไมล์จะต้องขนส่งรถลากโดยให้สมาชิกอีกคนนั่งบนรถลากเพื่อบอกระยะทาง 2 ไมล์ (3.2 กิโลเมตร) ไปที่สวนหลวง ร.9 เพื่อค้นหาคำใบ้ต่อไป ส่วนทางด่วนที่ไม่ได้ออกอากาศนั้น ทีมจะต้องไปที่ตลาดแล้วซื้อของให้แก่ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าโดยใช้เงินสดที่ทีมมีอยู่[9]

ภารกิจเสริม
  • ที่จุดเริ่มต้นของเลก ทีมจะได้รับรูปภาพรูปปั้นลิงกอริลล่า แล้วจะต้องหาว่ารูปปั้นนั้นตั้งอยู่ที่สวนสัตว์ภูเก็ต
  • ที่สวนสัตว์ภูเก็ต ทีมจะต้องถ่ายภาพกับมาสคอตหลักของสวนสัตว์ภูเก็ต (เสือ) จากนั้นก็ต้องไปที่ลานแสดงช้างแล้วให้ช้างใช้เท้านวดแล้วนั่งทับ เมื่อการแสดงจบแล้วจะต้องไปหาผู้ดูแลเสือซึ่งจะให้คำใบ้ต่อไป
  • ที่ร้านสมุนไพรหงวนชุนต๋อง ทีมจะต้องบอกทิศทางให้เจ้าของร้านค้นหากล่องใส่สมุนไพร 99 กล่องเพื่อค้นหาคำใบ้ 1 ใน 6 กล่องที่มีคำใบ้ต่อไป

เลก 8 (ไทย)[แก้]

พระราชวังพญาไท เป็นสถานที่จุดหยุดพักของเลกที่ 8

อุปสรรคของเลกนี้ สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องต่อใบกังหันหลังเรือหางยาวของไทยให้ถูกต้อง ก่อนที่จะนั่งเรือหางยาวไปยังสถานที่ต่อไป ทางแยกของเลกนี้ ทีมจะต้องเลือกระหว่าง ฟันหัก (Broken Teeth) หรือ ทำลายสถิติ (Broken Record) โดยทีมที่เลือกฟันหักจะต้องเดินทางไปที่ซอยแฮปปี้สไมล์ (Happy Smile) แล้วเติมฟันปลอมให้กับผู้คน 5 คนให้ถูกต้องก่อนที่จะได้รับคำใบ้ต่อไป ส่วนทีมที่เลือกทำลายสถิติจะต้องเดินทางไปที่ไชน่า ทาวน์ ณ ถนนเยาวราช ที่วัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร แล้วเลือกกลุ่มของกะเทยและรถแท็กซี่ ซึ่งทีมจะต้องร้องเพลงลูกทุ่งคาราโอเกะ (เพลงสาวบางโพ) ไปตามการจราจรของถนนไปกับผู้ร่วมเดินทาง

เลก 9 (ไทย → สาธารณรัฐประชาชนจีน)[แก้]

ทีมจะต้องหาทะเลสาบบันยันจากการมองหาเจดีย์พระอาทิตย์และพระจันทร์ของกุ้ยหลินเพื่อเข้าจุดหยุดพัก

อุปสรรคของเลคนี้ สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องนั่งเรือแพออกไปในทะเลสาบ แล้วโยนปลาในเข่งทีละตัวลงในทะเลสาบเพื่อให้นกเป็ดน้ำคาบจำนวน 10 ตัว แล้วนำไปแลกกับคนบนฝั่งเพื่อรับคำใบ้ต่อไป ทางแยกของเลคนี้ ทีมจะต้องเลือกระหว่างการเต้นรำ (Choreography) กับการเขียน (Calligraphy) โดยทีมที่เลือกการเต้นรำนั้น จะต้องเดินทางไปที่เกาะกลางทะเลสาบ แล้วเรียนรู้การเต้นรำของจีนแบบท้องถิ่น แล้วเต้นรำไปพร้อมกับคนจีนให้เป็นที่พึงพอใจของครูฝึกทั้ง 2 ท่านจึงจะได้รับคำใบ้ต่อไป ส่วนทีมที่เลือกการเขียนจะต้องหาสถานที่ในการเขียนเพื่อใช้พู่กันจีนจุ่มหมึกเขียนชื่อสถานที่ต่อไปในการเขียนเป็นภาษาจีน ซึ่งถ้าอาจารย์ฝึกพึงพอใจจะประทับตราแสตมป์ 1 ดวง เมื่อประทับได้ครบ 4 ดวงจึงจะได้รับคำใบ้ต่อไปจากอาจารย์ฝึกคนสุดท้าย ส่วนงานเพิ่มเติมของมาร์คกับไมเคิลนั้น ทั้งคู่จะต้องสระผมแล้วเป่าผมให้แห้งสำหรับผู้หญิงชาวจีน 2 คนจึงจะสามารถแข่งขันต่อไปได้

เลก 10 (สาธารณรัฐประชาชนจีน)[แก้]

กู่โหลว เป็นจุดเช็คอินของเลกนี้ โดยไม่มีการหยุดพักและได้รับคำใบ้ให้แข่งต่อไปเลย

อุปสรรคของเลคนี้ สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องได้รับการนวดฝ่าเท้าจากคนนวดชาวจีน ซึ่งก่อนนวดนั้นจะต้องดื่มน้ำชา ที่ได้ชื่อว่า "น้ำชาปาฏิหาริย์" จนกว่าเวลาจะหมดก่อนที่จะได้รับคำใบ้ต่อไป ในกรณีที่สมาชิกไม่สามารถอดทนต่อการนวดได้ สามารถร้องตะโกนว่า Uncle เพื่อเป็นการหยุด แต่ก็ต้องรับทำการนวดใหม่ด้วย ทางแยกของเลคนี้ ทีมจะต้องเลือกระหว่างกระโดด (Sync) กับว่าย (Swim) โดยทีมที่เลือกกระโดด จะต้องเปลี่ยนชุดเป็นชุดว่ายน้ำ ก่อนที่จะกระโดดน้ำลงมาจากสปริงบอร์ดให้พร้อมกัน เมื่อกรรมการทั้ง 2 ท่านให้ 5 คะแนนเหมือนกันแล้ว จึงจะได้รับคำใบ้ต่อไป ส่วนทีมที่เลือกว่ายจะต้องเปลี่ยนชุดเป็นชุดว่ายน้ำสปีโด้ ซึ่งเป็นแบบของไมเคิล เฟ็ลปส์ ในการแข่งขันโอลิมปิกที่ปักกิ่ง ค.ศ. 2008 ซึ่งทีมจะต้องว่ายน้ำเป็นจำนวน 8 รอบ (หรือ 400 เมตร) ซึ่งสมาชิกในทีมจะต้องว่ายน้ำสลับกันคนละ 100 เมตร เมื่อวายน้ำได้ครบ 8 รอบแล้วจึงจะได้รับคำใบ้ต่อไป (สถิติโลกของไมเคิล เฟ็ลปส์ทำได้ 4.03.84 นาที แต่สมาชิกไม่ต้องว่ายน้ำทำลายสถิติหรือสนใจเวลานั้น)

ภารกิจเสริม
  • หลังจากเดินทางมาพระราชวังต้องห้าม ทีมจะต้องหาจักรยานไฟฟ้า แล้วขี่จักรยานไปผ่านเมืองต้องห้าม และข้ามจัตุรัสเทียนอันเหมินไปยังสถานีรถไฟดองแดน เพื่อรับคำใบ้ต่อไป

เลก 11 (สาธารณรัฐประชาชนจีน)[แก้]

สนามกีฬาแห่งชาติปักกิ่งเป็นจุดคัดออกจุดสุดท้ายของรายการและเป็นจุดหยุดพักของเลคที่ 11

ทางแยกของเลคนี้ ทีมจะต้องเลือกระหว่างงิ้วจีน (Beijing Opera) กับพนักงานเสิ์ร์ฟจีน (Chinese Waiter) โดยทีมที่เลือกงิ้วจีน จะต้องเดินทางไปที่โรงโอเปร่า Hu Guang Hui Guan แล้วสมาชิกจะต้องแต่งหน้าเป็นงิ้วแบบผู้คนชายหญิง 2 คนที่อยู่บริเวณข้างหน้า ก่อนที่จะแต่งตัวแล้วขึ้นไปบนเวทีแล้วคำนับผู้เชี่ยวชาญ แล้วจึงจะได้รับคำใบ้ต่อไป ส่วนทีมที่เลือกพนักงานเสิร์ฟจีน จะต้องเดินทางไปที่ร้านอาหาร Hu Guang Hui Guan แล้วจะต้องรับเมนูอาหาร 4 รายการซึ่งพูดเป็นภาษาจีนแมนดาริน (ได้แก่ ปลาที่ชาวจีนเชื่อว่าทำให้โชคดี บะหมี่มังสวิรัติ ไก่ทอด เนื้อทอดและซี่โครงหมู) จากนั้นสมาชิกจะต้องเดินไปหาผู้ทำอาหาร แล้วสั่งรายการอาหารเป็นภาษาจีนให้ถูกต้องทั้งหมด ก่อนที่เชฟจะไปทำอาหารแล้วให้สมาชิกไปเสิร์ฟ ก่อนที่จะได้รับคำใบ้ต่อไปจากลูกค้าที่นั่งอยู่ อุปสรรคของเลคนี้ สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องรับประทานปลาดาว ตั๊กแตน ตัวอ่อนหนอนและแมงป่องทอดให้หมด เมื่อสมาชิกรับประทานหมดแล้วจึงจะได้รับคำใบ้ต่อไป

ภารกิจเสริม
  • ที่ถนนคนเดินเป่ยไห่ ทีมจะต้องเดินหาตัวโนมของบริษัททัวร์ภายในร้านค้า ซึ่งคำใบ้ต่อไปจะอยู่ด้านล่างของรูปปั้นโนมไปยัง และต้องพาตัวโนมไปด้วยถึงจุดหยุดพัก

เลก 12 (สาธารณรัฐประชาชนจีน → สหรัฐอเมริกา)[แก้]

มาอุย ฮาวาย เป็นสถานที่ที่ถูกใช้เป็นปลายทางของฤดูกาลนี้
  • Flight: ปักกิ่ง (ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง) ไป มาอุย, ฮาวาย, สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา (สนามบินคาฮูลุย)
  • มาอุย (ทางเข้าชายหาดหมายเลข 118)
  • มาอุย (จุดแม็กจีจอร์)
  • มาอุย (บริเวณเล่นเซิร์ฟบอร์ดมาอุยที่ถนนทางด่วนฮานา) >อุปสรรค (ใครพร้อมที่จะสร้างบางอย่างจากความทรงจำ?) <
  • มาอุย (สนามกอล์ฟคิง คามีฮามาฮา) >จุดหยุดพัก (เส้นชัย)< (เส้นชัย)

อุปสรรคสุดท้ายของรายการ สมาชิกที่ทำอุปสรรคจะต้องทำภารกิจที่เกี่ยวกับความทรงจำในรายการ สมาชิกจะต้องเรียงกระดานโต้คลื่นทั้งหมด 11 อันที่มีรูปภาพที่สื่อถึงกิจกรรมในเลกก่อนๆ ทั้งหมด เมื่อกระดานโต้คลื่นทั้งหมด 11 อันเรียงในลำดับที่ถูกต้องแล้ว ทีมจะได้รับคำใบ้ต่อไป ซึ่งแผ่นป้ายที่ต้องเรียงมีดังนี้

เลกที่ รูปบนเซิร์ฟบอร์ด
เลกที่ 1 เซนต์ แอนโตนิโอ
เลกที่ 2 กระเช้ากอนโดล่า
เลกที่ 3 ยิมนาสติก
เลกที่ 4 เขื่อนครัสโนยารสค์
เลกที่ 5 รถลาดา
เลกที่ 6 คนเป่าขลุ่ยพื้นเมือง
เลกที่ 7 เสือโคร่ง
เลกที่ 8 เรือหางยาว
เลกที่ 9 นกเป็ดน้ำ
เลกที่ 10 การนวดฝ่าเท้า
เลกที่ 11 แมงป่องทอดเสียบไม้
ภารกิจเสริม
  • ที่ทางเข้าชายหาดหมายเลข 118, ทีมจะต้องช่วยกันขนหมูหนัก 145 ปอนด์ (หรือ 95 กิโลกรัม) แขวนกับไม้ไผ่แล้วขนไปตามชายหาด จนถึงบริเวณที่มีคนใส่เสื้อฮาวายอยู่ แล้วนำใบไม้และทรายปกคลุมหมูแล้วจึงจะได้รับคำใบ้ต่อไป ซึ่งเป็น 1 ในภารกิจทางแยกและเมื่อทุกทีมเลือกภารกิจอันเดียวกันนี้ งานจึงถูกออกฉายเป็นภารกิจทั่วไปแทน
  • ที่จุดแม็กจีจอร์, ทีมจะต้องขับสปีดโบ๊ทไปยังบริเวณที่มีเครื่องหมายปักไว้ และจะต้องหาซองคำใบ้ที่ติดอยู่กับทุ่นลอยน้ำ เมื่อทีมเจอทุ่นแล้ว ทีมจะได้รับคำใบ้ต่อไป

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "CBS Announced Mid-season Programming Plans". the Futon Critic. 2 ธันวาคม 2551. สืบค้นเมื่อ 8 ธันวาคม 2551.
  2. "The Amazing Race Episode Listings". The Futon Critic. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2552.
  3. "E.S. Anchors To Embark On "Amazing" Trip". CBS. 29 ตุลาคม 2551. สืบค้นเมื่อ 29 ตุลาคม 2551.
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 J. Lang, Derrik (26 มกราคม 2552). "New Team On 'The Amazing Race' Includes A Deaf Contestant". The Associated Press. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2552. (ลิงก์เดิมเสีย ใส่ลิงก์จากเว็บ Starpulse ที่มีเนื้อหาเดียวกันแทน โดยบทความเดิมในเอพีมีชื่อว่า "Meet the new teams on 'The Amazing Race'")
  5. "ตารางออกอากาศช่อง AXN ประจำช่วงไพรม์ไทม์ วันที่ 16 ก.พ. 2552". ทรู วิชั่นส์. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2552.
  6. 6.0 6.1 Levin, Gary (12 กุมภาพันธ์ 2552). "'The Amazing Race' is back with more scenery, fewer days". USA Today. สืบค้นเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2552.
  7. 7.0 7.1 Bracchitta, John (26 มกราคม 2552). "CBS reveals 'The Amazing Race's fourteenth season cast identities". Reality TV World. สืบค้นเมื่อ 27 มกราคม 2552.
  8. Lasser, Josh (8 มีนาคม 2552). "'The Amazing Race' introduces the Blind U-turn". Zap2It. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2552.
  9. 9.0 9.1 Bibel, Sara (31 มีนาคม 2552). "Mel & Mike interview". fancast.com. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2552.
  10. "The Amazing Race 14 - Application Procedure and Eligibility Requirements" (PDF). สืบค้นเมื่อ 24 ธันวาคม 2551.
  11. "The Amazing Race 14 - Application Form" (PDF). สืบค้นเมื่อ 24 ธันวาคม 2551.
  12. "Meet the new teams on 'The Amazing Race'". WTTE FOX 28. 26 มกราคม 2552. สืบค้นเมื่อ 27 มกราคม 2552.
  13. "The Amazing Race episode title from CBS schedule". ซีบีเอส. สืบค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2552.

ดูเพิ่ม[แก้]