ดิอะเมซิ่งเรซ 12

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ดิอะเมซิ่งเรซ 12
โลโก้รายการ
ออกอากาศ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550[1]
20 มกราคม พ.ศ. 2551
ระยะเวลาการถ่ายทำ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2550
29 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 [2]
จำนวนตอน 11[3]
ผู้ชนะ ทีเคกับเรเชล
ทวีปที่ผ่าน 4
ประเทศที่ผ่าน 10
เมืองที่ผ่าน 26
ระยะทางการแข่งขัน 30,000 ไมล์
(48,279 กิโลเมตร)
จำนวนเลก 11
ซีซั่นก่อนหน้าและถัดไป
ก่อนหน้า ดิ อะเมซิ่ง เรซ 11
ถัดไป ดิ อะเมซิ่ง เรซ 13



ดิ อะเมซิ่ง เรซ 12 (อังกฤษ: The Amazing Race 12) เป็นฤดูกาลที่ 12 ของรายการ ดิ อะเมซิ่ง เรซ ซึ่งเป็นเกมโชว์ประเภทเรียลลิตี้โชว์ระดับรางวัลเอ็มมี 8 สมัยซ้อนทางโทรทัศน์ รายการนี้จะมีผู้เข้าแข่งขันเป็นทีมๆ ละ 2 คนซึ่งรู้จักกันมาก่อนแล้ว ทำการแข่งขันโดยเดินทางรอบโลก โดยทีมที่ชนะจะได้รับเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเกมส์โชว์ดังกล่าวเริ่มออกอากาศในสหรัฐอเมริกาทางสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส

สำหรับรายการนี้เริ่มออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส ในสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 โดยแทนที่รายการ Viva Laughlin ที่ถูกยกเลิก[4] และตอนสุดท้ายออกอากาศเมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2551 ณ เวลา 20 นาฬิกา ตามเวลามาตรฐานตะวันออก และเวลามาตรฐานแปซิฟิกของสหรัฐอเมริกา

การผลิต[แก้]

การถ่ายทำและการออกอากาศ[แก้]

ดิ อะเมซิ่ง เรซ 12 มีการเดินทางคิดเป็นระยะทางทั้งสิ้น 30,000 ไมล์ ซึ่งเป็นระยะทางที่สั้นที่สุดในบรรดาดิ อะเมซิ่ง เรซ ตั้งแต่ ซีซั่นที่ 8 เป็นต้นมา ประเทศใหม่ที่มีการเดินทางไปเยือนได้แก่ ไอร์แลนด์ บูร์กินาฟาโซ ลิทัวเนีย โครเอเชีย และ ไต้หวัน ฤดูกาลนี้ยังเป็นฤดูกาลแรกที่เส้นชัยไม่ได้อยู่ที่แผ่นดินใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกา

แรกเริ่มแล้ว ตารางการถ่ายทำฤดูกาลนี้ถูกย่นให้สั้นลงด้วยเหตุผลเพื่อตัดเลกที่ไม่มีการคัดออกทิ้ง (ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ซีซั่นนี้จะเป็นครั้งแรกที่ไม่มีเลกที่ไม่มีการคัดออกเลย)[3] อย่างไรก็ดี ฟิล บอกเคนท์กับวิกซินว่า ในการแข่งขันนี้มีเลกที่ไม่มีการคัดออกอยู่ 2 เลกในการแข่งขัน และบทลงโทษของทีมที่มาเป็นลำดับสุดท้ายในเลกที่ไม่มีการคัดออกก็ได้เปลี่ยนไปด้วย ซึ่งโดยปกติแล้ว ซีซั่นที่ไม่มีเลกประเภท โปรดติตตามตอนต่อไป หรือ ซุปเปอร์เลก นั้นมีเลกที่ไม่มีการคัดออกอยู่ 4 เลก แต่เนื่องจากในการแข่งขันนี้มีเลกที่ไม่มีการคัดออกเพียง 2 เลก ทำให้จำนวนตอนในการแข่งขันลดลงไป 2 ตอนเช่นกัน

ในซีซั่นนี้ยังมีการใช้เครื่องหมายใหม่ในการแข่งขัน 2 เครื่องหมาย นั่นคือ ย้อนกลับ (U-Turn) U-turn.png และ งานเพิ่มเติม (Speed Bump) Speedbump.png โดยคำสั่งย้อนกลับจะอนุญาตให้ทีมที่เลือกใช้สามารถสั่งทีมใดทีมหนึ่งที่ตามหลังมาให้กลับไปทำงานทางแยกอีกทางที่ทีมที่ตามมาไม่ได้เลือกทำ [5]และงานเพิ่มเติมจะทำให้ทีมที่มาถึงสุดท้ายในเลกที่ไม่มีการคัดออกต้องทำงานเพิ่มเติมในเลกต่อไป ในขณะที่ทีมอื่น ๆ ยังคงแข่งตามปกติ ทั้ง U-Turn และ Speed Bump ต่างปรากฏใน 2 เลกใน ดิ อะเมซิ่ง เรซ 12

การคัดเลือกผู้เข้าแข่งขัน[แก้]

ดิ อะเมซิ่ง เรซ 12 ปิดรับใบสมัครเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2550 การสัมภาษณ์เพื่อคัดตัวรอบรองสุดท้ายมีขึ้นในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ ถึงเดือน มีนาคม พ.ศ. 2550 และการสัมภาษณ์ในรอบสุดท้ายมีขึ้นในเดือน เมษายน พ.ศ. 2550[6][7]

สำหรับทีมทั้ง 11 ทีมในฤดูกาลนี้มีทั้งคู่แต่งงานบาทหลวง คู่เดธกอธ และคู่พี่/น้องสาว โดยผู้ผลิตรายการ แวนด์ มัสเตอร์ ให้ความเห็นเรื่องนี้ไว้ว่า "จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องที่เราตั้งใจคัดทีมชายหนุ่มออก" จากที่ปกติที่มักจะพบทีมชายหนุ่มในฤดูกาลก่อน ๆ เขายังกล่าวอีกว่า "มันต้องเป็นความบังเอิญอย่างแน่นอน ที่มีผู้เข้าแข่งขัน 15 ใน 22 คนอยู่ใน ลอสแอนเจลิส"[3]

ทีมหลานชายและปู่ (นิโคลัสกับโดนัลด์) ในครั้งนี้เป็นบุตรชายและพ่อเขยของนักร้องชาวอเมริกัน Robbie Fulks[8] แชนนาเป็นเพื่อนสาวที่คบกับพิธีการรายการโทรทัศน์ ไรอัน ซีเครสต์ เป็นระยะ ๆ [9][10] ผู้เข้าแข่งขันบางส่วนยังเคยเข้าเรียนโรงเรียน High School เดียวกันที่ Fountain Valley High School ใน Fountain Valley, แคลิฟอร์เนีย (สเตลล่า, ทีเค,เรเชล และนาธาน)[11] และเคนท์เดิมได้สมัครในรายการเรียลลิตี้โชว์ ทีชื่อ เซอร์ไวเวอร์ มาก่อน[12]

การตลาด[แก้]

สองวันหลังจากการแข่งขันออกอากาศทางโทรทัศน์ ซีบีเอส ได้สร้างหน้าใหม่เกี่ยวกับ ดิ อะเมซิ่ง เรซ ลงในเว็บไซต์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่ชื่อ เฟซบุ๊ก ผ่านทางโฆษณาของเฟซบุ๊ก[13] โดยเว็บไซต์นั้นมีสื่อโต้ตอบได้เช่นแผนที่ เกร็ดในการแข่งขัน บันทึกการเดินทางและรางวัล เว็บไซต์นี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่โยงไปถึงโปรแกรม Where I've Been อีกด้วย

หลังการแข่งขัน[แก้]

เคทกับแพทแต่งงานถูกต้องตามกฎหมาย จากกฎหมายแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันเดียวกันของ รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2551[14] อย่างไรก็ดีการแต่งงานนี้ยังคงมีผู้ตั้งคำถามอยู่ เพราะการแต่งงานนี้ไม่ได้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐในเรื่องการแต่งงาน คริสติน่ากับอะซาเรียที่อยู่คนละทีมกันก็เดทกันอยู่ ณ ขณะนี้[ต้องการอ้างอิง] และเคนท์กับวิกซินก็ได้ไปเป็นโฆษกสำหรับผู้ค้าเสื้อผ้าขายปลีกทางเลือกหลายราย รวมถึงเป็นทนายเพื่อปกป้องสิทธิ์ของเกย์ด้วย[15]

ผลการแข่งขัน[แก้]

ตารางแสดงชื่อ ความสัมพันธ์ของผู้แข่งขันในขณะถ่ายทำของแต่ละทีมพร้อมทั้งแสดงสถานะในการแข่งขัน ดังนี้ เรียงตามลำดับผู้เข้าเส้นชัยก่อน (ตารางนี้อาจไม่ได้แสดงข้อมูลที่ตรงกับข้อมูลที่ออกอากาศในโทรทัศน์เนื่องจากข้อมูลที่เพิ่มเข้ามาบางส่วน หรือข้อมูลที่ถูกนำออกไปบางส่วน)

ทีม ความสัมพันธ์ ลำดับที่ (ในแต่ละเลก) ผู้แก้อุปสรรค
1 2 3 4 6 7 82 9 10 11
ทีเคกับเรเชล คู่เดทคู่ใหม่ 3 6 2 7 1 4 4 1 4 2 1 ทีเค 5, เรเชล 6
โรนัลด์กับคริสติน่า พ่อกับลูกสาว 7 9 5 3 3 1 3 3 1 1 2 โรนัลด์ 5, คริสติน่า 6
นิโคลัสกับโดนัลด์ หลายชายกับปู่ 5 8 6 4 6 5 2 3 3 3 นิโคลัส 6, โดนัลด์ 4
นาธานกับเจนนิเฟอร์ คู่เดท 10 2 3 2 5 31 2 4 2 4 นาธาน 5, เจนนิเฟอร์ 5
เคนท์กับวิกซิน คู่เดทกอธ 2 4 4 5 2 2 5 5» เคนท์ 4, วิกซิน 4
อะซาเรียกับเฮนเดอเกีย พี่ชายกับน้องสาว 1 5 1 1 4 6 อะซาเรีย 4, เฮนเดอเกีย 2
แชนนากับเจนนิเฟอร์ เพื่อน 6 3 7 6» 7 แชนนา 3, เจนนิเฟอร์ 2
ลอเรน่ากับเจสัน คู่เดท 4 1 8 8« ลอเรน่า 1, เจสัน 3
มาเรียอาน่ากับจูเลีย พี่สาวกับน้องสาว 9 7 9 มาเรียอาน่า 2, จูเลีย 1
เคทกับแพท คู่แต่งงานบาทหลวง 8 10 เคท 2, แพท 0
อาลีกับสเตลล่า คู่เพื่อนซี้ 11 อาลี 0, สเตลล่า 1

หมายเหตุ 1: นาธานกับเจนนิเฟอร์เดิมมาถึงเป็นลำดับที่ 2 ในเลกนี้ แต่พวกเขาโบกรถคนท้องถิ่นมาที่จุดหยุดพัก ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่อนุญาตในการแข่งขัน พวกเขาจึงต้องกลับไป และเรียกแท็กซี่มาที่จุดหยุดพัก ซึ่งทำให้เคนท์กับวิกซินขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2 และพวกเขาตกลงมาอยู่อันดับที่ 3 แทน

หมายเหตุ 2: เคนท์กับวิกซินสั่งย้อนกลับนิโคลัสกับโดนัลด์ แต่นิโคลัสกับโดนัลด์มาถึงแท่นย้อนกลับก่อนพวกเขา และนำพวกเขาอยู่ การสั่งย้อนกลับนึ้จึงเป็นโมฆะ

  • สีแดง หมายถึง ทีมนั้นๆ ถูกคัดออก
  • สีเขียว ƒ หมายถึง ทีมนั้นๆ ทำ Fast Forward สำเร็จ ; เลขของเลกที่มีสีเขียวและ ƒ เป็นเลกที่มี Fast Forward แต่ไม่มีทีมไหนใช้
  • สีน้ำเงินตัวหนา หมายถึง ทีมนั้นๆ มาถึงจุดพักเป็นทีมสุดท้ายในเลกที่ไม่มีการคัดออก แต่จะต้องทำภารกิจเพิ่มในด่านถัดไปเรียกว่า "สปีด บัมพ์"
  • เครื่องหมาย » สีน้ำตาล หมายถึง ทีมนั้นๆ ใช้คำสั่งย้อนกลับให้กับทีมอื่น (U-Turn) ; « หมายถึงทีมนั้นๆ ถูกสั่งให้ย้อนกลับ ; «» หมายถึงเลกที่มีกฎการย้อนกลับแต่ไม่มีทีมไหนใช้

เครื่องหมายต่างๆในการแข่งขัน[แก้]

เครื่องหมาย คำอธิบาย
สัญลักษณ์ธงที่ใช้ในรายการ
Route Marker เป็นสัญลักษณ์ธงสีแดงและสีเหลือง เป็นเครื่องหมายประจำสถานที่ที่ผู้เข้าแข่งขันสามารถค้นหาคำสั่งต่อๆ ไป
บัตรคำสั่ง Route Infomation
Route Infomation (ข้อมูลเส้นทาง) เป็นสัญลักษณ์ตัวบอกเส้นทางที่ไปยังจุดหมายถัดไป ทีมจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งที่ให้ไว้อย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นจะถูกทำโทษปรับเวลาขั้นต่ำในการลงโทษ 30 นาทีบวกกับเวลาที่ได้เปรียบจากการเดินทางที่ผิดไปจากคำสั่ง
บัตรคำสั่ง Detour
Detour (ทางแยก) เป็นสัญลักษณ์ตัวเลือกระหว่างภารกิจที่แตกต่างกันสองประการที่ผู้เข้าแข่งขันต้องเลือกทำให้สำเร็จ ภารกิจทั้ง 2 อย่างนั้นมีข้อดีและข้อเสียในตัวมันเองฉะนั้นควรเลือกที่คิดว่าทั้งทีมถนัดเพื่อทำงานให้เสร็จโดยเร็ว จึงจะได้รับคำสั่งต่อๆ ไป ถ้าหากโดนคำสั่งย้อนกลับ ทีมจะต้องกลับมาทำ Detour อีกอันที่ไม่ได้เลือกทำแต่แรก และกลายเป็นว่าจะต้องทำทั้งสองอันนั่นเอง (ถ้าทำไม่สำเร็จจะถูกปรับ 24 ชั่วโมงแต่ในฤดูกาลที่ 17 เป็นต้นมาจะถูกปรับแค่ 6 ชั่วโมงเท่านั้น)
บัตรคำสั่ง Road Block
Roadblock (อุปสรรค) เป็นสัญลักษณ์ภารกิจที่อนุญาตให้สมาชิกเพียงคนเดียวในทีมสามารถทำได้เท่านั้นและเมื่อเลือกแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนคนทำได้ ผู้เข้าแข่งขันที่เลือกทำนั้นต้องทำงานอุปสรรคนั้นให้สำเร็จก่อน จึงจะได้รับคำสั่งต่อๆ ไป (หลังจากฤดูกาลที่ 5 ได้กำหนดตลอดระยะเวลาการแข่งขันให้ทำได้ไม่เกินคนละ 6-7 ครั้ง โดยมากแล้วจะแบ่งในสัดส่วนพอๆ กันและถ้าทำไม่สำเร็จจะถูกปรับ 4 ชั่วโมง)
บัตรคำสั่ง Fast Forward
Fast Forward (ทางด่วน) เป็นสัญลักษณ์ที่อนุญาตให้ทีมใดก็ตามที่เสร็จสิ้นภารกิจ 1 อย่างเป็นพิเศษ ตามคำสั่งของ Fast Forward เรียบร้อยแล้ว จะสามารถเดินทางต่อไปยัง Pit Stop หรือจุดหมายปลายทางสุดท้ายของด่านนั้นๆ ได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านด่านใดๆ อีกในระหว่างทาง สิทธิ์ในการใช้สัญลักษณ์นี้ จะให้เฉพาะกับทีมแรกที่สามารถหาและเสร็จสิ้นภารกิจ Fast Forward เท่านั้นและตลอดการแข่งขันทีมๆ นั้นจะใช้สิทธิ์นี้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ยกเว้นในกฏ Intersection จะสามารถทำ Fast Forward ร่วมกันกับอีกทีมที่จับคู่ได้ถึงแม้ว่าจะเป็น Fast Forward ครั้งที่ 2 ก็ตาม (การใช้ Fast Forward ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นได้น้อยมาก) อย่างไรก็ตาม การได้บัตรทางด่วนนี้ ยังคงไม่รับประกันว่าจะไม่ตกรอบ ถ้ายังคงมาถึงเป็นทีมสุดท้าย (มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากๆ)
บัตรผ่านเร่งด่วน
Express Pass (บัตรผ่านเร่งด่วน) เป็นสัญลักษณ์ให้กับทีมที่มีบัตรผ่านนี้สามารถข้ามงานใดๆ ก็ได้ที่ไม่ต้องการทำ 1 งาน ไม่ว่าจะเป็นงานรูปแบบใดก็ตามและผ่านไปเลยโดยไม่ต้องมีอะไรเป็นการแลกเปลี่ยน ต่างจาก Fast Forward ที่ข้ามทั้งเลกและต้องทำภารกิจตามที่กำหนด 1 อย่างก่อน (บัตรนี้จะถูกให้กับทีมที่เข้ามาเป็นที่ 1 ในเลกแรกของการแข่งขันซึ่งใช้ได้ถึงเลก 8 จาก 12)
บัตรกอบกู้
Salvage Pass (บัตรกอบกู้) เป็นสัญลักษณ์ให้กับทีมที่มีบัตรผ่านนี้สามารถช่วยทีมที่มาถึงเป็นลำดับสุดท้ายไม่ให้ถูกคัดออกได้ หรือจะใช้เพื่อเป็นการช่วยตัวเองไม่ให้ถูกคัดออกด้วยก็ได้ ในกรณีที่ต้องเผชิญหน้ากับการถูกคัดออก (ในเวอร์ชั่นอเมริการจะใช้คำว่า The Save)
ป้ายสั่ง Yield
Yield (ถ่วงเวลา) เป็นสัญลักษณ์ที่อนุญาตให้ทีมที่เลือกใช้สัญลักษณ์นี้มีโอกาสสั่งอีกทีมหนึ่งที่มาที่หลังพวกเขาให้หยุดแข่งได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ทีมที่เลือกใช้สัญลักษณ์นี้ สามารถใช้ในการออกคำสั่งกับอีกทีมหนึ่งได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นตลอดการแข่งขัน (ไม่นับรวมกับคำสั่ง ย้อนกลับ)
ป้ายสั่ง U-Turn
U-Turn (ย้อนกลัับ) เป็นสัญลักษณ์ที่อนุญาตให้ทีมที่เลือกใช้สัญลักษณ์นี้มีโอกาสสั่งอีกทีมหนึ่งที่มาที่หลังพวกเขาให้กลับไปทำงาน Detour อีกงานที่ไม่ได้เลือกทำ ทีมที่เลือกใช้สัญลักษณ์นี้ สามารถใช้ในการออกคำสั่งกับอีกทีมหนึ่งได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นตลอดการแข่งขัน (ไม่นับรวมกับคำสั่ง ถ่วงเวลา)
ป้ายสั่ง Intersection
Intersection (จุดร่วมมือ) เป็นสัญลักษณ์ที่สั่งให้ทีมต้องจับคู่กับอีกทีมทำภารกิจทุกๆ อย่างร่วมกัน ถ้ามาถึงจุดที่มีคำสั่งแต่ยังไม่มีทีมร่วมงานก็จำเป็นต้องรอและเมื่อมีคำสั่งยกเลิก Intersection จึงจะทำการแข่งขันแบบปกติได้
ป้ายสั่ง Speed Bump
Speed Bump (งานเพิ่มเติม) เป็นสัญลักษณ์ที่สั่งให้ทีมที่ได้สัญลักษณ์นี้ต้องทำงานเพิ่มอีก 1 งานในเลกถัดไป เนื่องจากเป็นการลงโทษที่มาถึงเป็นทีมสุดท้ายแต่ไม่ถูกคัดออกในเลกที่แล้ว โดยจะเป็นงานพิเศษ ที่ไม่เหมื่อนกับงานทั่วไปที่แข่งในเลกนั้นๆ ทำให้ทีมที่ได้บทลงโทษนี้ ทำงานเพิ่มมากกว่าปกติอีก 1 งานในเลกนั้น คล้ายกับ Handicap ต่างกันตรงที่เป็นงานใหม่เพิ่มขึ้นมาต่างหาก
ป้ายสั่ง Handicap
Handicap (เพิ่มจำนวนชิ้นงาน) เป็นสัญลักษณ์ที่สั่งให้ทีมที่ได้สัญลักษณ์นี้ต้องเพิ่มจำนวนชิ้นงานมากกว่าปกติ เนื่องจากเป็นการลงโทษที่มาถึงเป็นทีมสุดท้ายแต่ไม่ถูกคัดออกในเลกที่แล้ว เช่น ในงานธรรมดาทั่วไปปกติให้ทำ 50 ชิ้นแต่ทีมที่ได้สัญลักษณ์นี้ต้องทำ 75 ชิ้น เป็นต้น คล้ายกับ Speed Bump ต่างกันตรงที่เป็นงานปกติทั่วไปในเลกนั้นๆ เพียงแต่เพิ่มจำนวน
สัญลักษณ์ปลายทางในแต่ละด่าน
Pit Stop (จุดหยุดพัก) เป็นสัญลักษณ์จุดหมายปลายทางสุดท้ายของการแข่งขันในแต่ละด่านโดยทีมที่มาถึงเป็นทีมสุดท้าย อาจจะถูกคัดออก หรือบางครั้งจะมีการเตือนในคำใบ้สุดท้ายก่อนถึงจุดพักเลยว่า ทีมที่มาถึงเป็นทีมสุดท้าย จะถูกคัดออก


ชื่อตอนในการแข่งขัน[แก้]

ชื่อตอนในการแข่งขันมักมาจากคำพูดสำคัญ ๆ ของผู้เข้าแข่งขันในเลกนั้น ๆ

  1. Donkeys Have Souls, Too – คริสติน่า
  2. I've Become the Archie Bunker of the Home – โรนัลด์
  3. Please, Lord, Give Me Milk – ลอเรน่า
  4. Let's Name Our Chicken Phil – แชนนา
  5. We Really Burned Bridges, For Sure – เจนนิเฟอร์ (คู่ของแชนนากับเจนนิเฟอร์)
  6. Cherry on Top of the Sundae That's Already Melted – นาธาน
  7. This is Forever, Now – โดนัลด์
  8. Honestly, They Have Witch Powers or Something! – เจนนิเฟอร์ (คู่ของนาธานกับเจนนิเฟอร์)
  9. I Just Hope He Doesn't Croak on Us – โรนัลด์
  10. Sorry, Guys, I'm Not Happy to See You – เจนนิเฟอร์ (คู่ของนาธานกับเจนนิเฟอร์)
  11. The Final Push – ทีเค

รางวัล[แก้]

ในบางเลก ทางรายการจะมีรางวัลพิเศษให้กับทีมที่มาถึงจุดพักเป็นทีมแรก สำหรับรางวัลที่เป็นแพ็กเกจทัวร์ทั้งหมดสนับสนุนโดยแทรเวลโลซิตี้

สถานี "คนคัดออก"[แก้]

หลังจากแต่ละทีมถูกคัดออกจากการแข่งขัน แต่ละทีมจะถูกส่งมาอยู่ที่บ้านพัก ณ ประเทศโปรตุเกส โดยไม่สามารถติดต่อกับผู้อื่นได้ เพื่อรอเป็นสักขีพยานให้กับผู้ชนะ ซีบีเอส ได้โพสต์วิดีโอขนาดสั้นบนเว็บไซต์หลังจากแต่ละตอนได้ออกอากาศตามเขตเวลามาตรฐานแปซิฟิกของสหรัฐอเมริกา เพื่อแสดงว่าแต่ละทีมทำอะไรบ้างที่บ้านพักนั้น

  • หลังจากจบ เลก 1 ไปแล้ว อาลีกับสเตลล่าเป็นคนแรกที่ถูกส่งมาที่บ้านพัก ที่นั่นพวกเขาได้สำรวจบ้านพักอันหรูหราและครุ่นคิดเกี่ยวกับความโชคไม่ดีของพวกเขาในเลกแรก พวกเขาทำนายไว้ว่าทีมที่มีอายุมากกว่าพวกเขาหนึ่งทีมจะถูกคัดออก และลอเรน่ากับเจสันจะชนะการแข่งขัน
  • หลังจากจบ เลก 2 ไปแล้ว เคทกับแพทถูกส่งมาที่บ้านพัก พวกเขาพูดคุยเกี่ยวกับทีมอื่น ๆ กับอาลีกับสเตลล่า อาลีรู้สึกไม่เป็นสุขทเคทกับแพทวิจารณ์มุมมองในด้านลบของเขา เกี่ยวกับเรื่องการดูถูกของผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ
  • หลังจากจบ เลก 3 ไปแล้ว มาเรียอาน่ากับจูเลียถูกส่งมาที่บ้านพัก อาลีรู้สึกฉุนเฉียวต่อเคทกับแพทอีกครั้ง เนื่องจากเขาคิดว่าเคทกับแพทมีอิทธิผลครอบงำการสนทนาระหว่างพวกเขากับมาเรียอาน่ากับจูเลีย เมื่อหมดวัน อาลี สเตลล่า มาเรียอาน่า และจูเลียออกไปงานปาร์ตี้ ในขณะที่เคทกับแพทเลือกที่จะอยู่ที่บ้าน ซึ่งเรื่องนี้ทำให้อาลีรู้สึกเป็นสุขมาก
  • หลังจากจบ เลก 4 ไปแล้ว ลอเรน่ากับเจสันถูกส่งมาที่บ้านพัก และพวกเขารู้สึกตื่นเต้นที่พวกเขาได้พัก ทุกคนดูเหมือนจะช็อกและผิดหวังที่พวกเขาถูกคัดออก ที่ชายหาด ลอเรน่ากับเจสัน อาลีกับสเตลล่า มาเรียอาน่ากับจูเลีย และคนท้องถิ้นชาวโปรตุเกส เลือกที่จะไปโดดหน้าผาด้วยกัน แต่เคทกับแพทไปเที่ยวคนเดียว
  • หลังจากจบ เลก 5 ไปแล้ว แชนนากับเจนนิเฟอร์ ถูกส่งมาที่บ้านพัก พวกเขาขอโทษลอเรน่ากับเจสันเรื่องที่พวกเธอใช้คำสั่งย้อนกลับใส่พวกเขาทันทีที่พวกเธอมาถึง แต่ลอเรน่ากับเจสันดูจะสงสัยต่อเหตุผลนั้นเล็กน้อย มาเรียอาน่ากับจูเลียทำเนื้อบาร์บีคิวย่างแสนสวยสำหรรับทีมแชนนากับเจนนิเฟอร์ พวกเธอพูดคุยเกี่ยวกับผู้ที่อาจถูกคัดออกเป็นคนต่อไป และพวกเธอคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นนิโคลัสกับโดนัลด์
  • หลังจากจบ เลก 6 ไปแล้ว อะซาเรียกับเฮนเดอเกียไม่ได้ถูกส่งมาที่บ้านพัก แต่พวกเขาโทรศัพท์มาที่บ้านพัก และแจ้งข่าวเกี่ยวกับการแข่งขันให้ทีมที่ถูกคัดออกฟัง ทุกทีมรู้สึกช็อกที่พวกเขาถูกคัดออก ลอเรน่ากับเจสันพักอยู่ที่บ้านกับแชนนากับเจนนิเฟอร์ ต่อมาทีมที่เหลืออยู่ออกไปแล่นเรือที่ชายหาดเพื่อสร้างความสนุก
  • เลก 7 เป็นเลกที่ไม่มีการคัดออก ในขณะเดียวกัน 5 ทีมที่อยู่ที่บ้านพักได้สนุกกับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น ไต่หิน เดินทางไกล โหนตัวด้วยเชือกและขี่จักรยานเสือภูเขา ต่อมาพวกเขาได้ลิ้นรสชาติของอาหารโปรตุเกส รวมถึงวัฒนธรรมท้องถื่นด้วย
  • หลังจากจบ เลก 8 ไปแล้ว เคนท์กับวิกซินไม่ได้ถูกส่งมาที่บ้านพัก แต่พวกเขาโทรศัพท์เข้ามา ทุกทีมช็อกที่พวกเขาถูกคัดออก ขณะที่ทั้งคู่อธิบายว่าเกิดอะไรที่ผิดพลาดที่มุมไบ พวกเขาให้ความเห็นว่านิโคลัสกับโดนัลด์ และโรนัลด์กับคริสติน่าแข่งขันได้ดีเพียงใด หลังจากนั้นหลังจากที่แต่ละทีมที่บ้านพักเริ่มรู้สึกว่าเวลาที่บ้านพักกำลังจะหมดลง พวกเขาจึงไปเล่นน้ำอย่างสนุกสนานใกล้ ๆ แหล่งน้ำ
  • เลก 9 เป็นเลกที่ไม่มีการคัดออก ในขณะเดียวกันหลังจากพวกเขาไปชมไร่องุ่น มาแล้ว พวกเขาก็จำเป็นต้องจัดกระเป๋า ระหว่างที่แต่ละทีมกำลังจัดกระเป๋าอยู่ พวกเขาคิดว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็เหมือนการกลับบ้านนั่นเอง
  • หลังจากจบ เลก 10 ไปแล้ว นาธานกับเจนนิเฟอร์ ไม่ได้ถูกส่งมาที่บ้านพัก พวกเขาโทรศัพท์มาหาทีมทั้งห้าเมื่อทีมมาถึงอะแลสกา ที่เป็นจุดหมายปลายทางของการแข่งขัน หลังจากจบการสนทนา แต่ละทีมให้ความเห็นเกี่ยวกับทีมที่ตนอยากให้ชนะ
  • เลก 11 เป็นเลกสุดท้ายของ ดิ อะเมซิ่ง เรซ 12 อะซาเรียกับเฮนเดอเกีย เคนท์กับวิกซิน และนาธานกับเจนนิเฟอร์ได้กลับมารวมตัวกับทีมที่ถูกคัดออกทั้งหมด บางทีมที่ถูกคัดออกแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับผู้ชนะและผู้ที่เข้ารอบสุดท้าย ทั้งสามทีมในรอบสุดท้ายสารภาพเกี่ยวกับความยินดีและความผิดหวังระหว่างการแข่งขันของพวกเขา

สถานที่ในการแข่งขัน[แก้]

Gfi-set01-airport.png เดินทางโดยเครื่องบิน; Gfi-set01-railway.png เดินทางโดยรถไฟ; Ferry icon.png เดินทางโดยเรือ; Bus-logo.svg เดินทางโดยรถประจำทาง; ไม่มี = เดินทางโดยรถยนต์หรือเดิน
Detour.png ทางแยก RBlock.png อุปสรรค F-Forward.png ทางด่วน U-turn.png ย้อนกลับ Speedbump.png งานเพิ่มเติม TAR-pitstop-icon.png จุดหยุดพัก
แผนที่แสดงเส้นทาง

เลก 1 (สหรัฐอเมริกา → ไอร์แลนด์)[แก้]

อุปสรรคแรกในการแข่งขัน ดิ อะเมซิ่ง เรซ 12 สมาชิกหนึ่งคนในแต่ละทีมจะต้องขี่จักรยานที่ขึงไว้กับลวดข้ามแหล่งน้ำเล็ก ๆ เหนือมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ประมาณ 200 ฟุต โดยที่สมาชิกอีกคนในทีมจะนั่งอยู่ข้างล่างจักรยาน เพื่อให้สมาชิกของทีมพาข้ามไป

ภารกิจเสริม
  • ทีมจะต้องปั่นจักรยานสำหรับหลายคนไปตามทางดินไปหาคำใบ้ต่อไป ก่อนที่จะมาถึงฟาร์ม โดยภารกิจนี้เชื่อกันว่าน่าจะเป็นหนึ่งในทางแยกในเลกนี้ อย่างไรก็ดี อาลีกับสเตลล่าให้สัมภาษณ์ภายหลังว่าในเลกนี้ไม่มีงานทางแยกแต่อย่างใด
  • หลังจากเสร็จงานอุปสรรค ทีมได้รับคำแนะนำให้เลือก ลา หนึ่งตัวแล้วนำถ่านหินเลน 15 ก้อนใส่ลงไปในตะกร้าแต่ละใบของลา แล้วพาลาเดินกลับไปที่ทางเข้าฟาร์มเพื่อรับคำใบ้ต่อไป

เลก 2 (ไอร์แลนด์ → เนเธอร์แลนด์)[แก้]

ในทางแยกแรกของการแข่งขัน แต่ละทีมจะต้องเลือกระหว่าง ยกขึ้น (Hoist It) หรือ ค้นหา (Hunt It) โดยทีมที่เลือก Hoist It จะต้องใช้เชือกท้องถิ่น และระบบรอกที่มีให้ เพื่อยกเฟอร์นิเจอร์ 5 ชิ้นที่เป็นตัวอย่างของที่พักอาศัยของอัมสเตอร์ดัม สำหรับทีมที่ค้นหา ทีมจะต้องเดินไปหลายบล็อกไปยังลานจอดรถและค้นหารถจักรยานที่มีสีเหลือง-แดง (สีของ Route Marker) ท่ามกลางจักรยานกว่าพันคันซึ่งจักรยาน เป็นยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทางในทั่วไปในอัมสเตอร์ดัม หลังจากพบจักรยานแล้ว ทีมจะต้องขี่จักรยานไป 5 ไมล์ ไปหาผู้ดูแลเพื่อรับคำใบ้ต่อไป อุปสรรคในเลกนี้ สมาชิกหนึ่งคนในแต่ละทีมจะต้องกระโดดค้ำถ่อข้ามคูน้ำที่เต็มไปด้วยโคลน และใช้เท้าสองข้างแตะลงบนหญ้าบนพื้นต่ำที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นกีฬาท้องถิ่นที่รู้จักกันในชื่อ Ditch Vaulting (Fierljeppen) เพื่อรับคำใบ้ต่อไป

ภารกิจเสริม
  • หลังจากเสร็จสิ้นงานอุปสรรค ทีมจะต้องขี่ Bakfiets (จักรยานส่งของ) ไปยังจุดหยุดพักต่อไป

เลก 3 (เนเธอร์แลนด์ → บูร์กินาฟาโซ)[แก้]

อุปสรรคในเลก 3 สมาชิหนึ่งคนในทีมจะต้องรีดนมจาก อูฐ แล้วดึ่มนมอูฐนั้น
  • Flight: อัมสเตอร์ดัม (ท่าอากาศยาน อัมสเตอร์ดัม ไซพอล) ไป อ๊อกกอดอกูล, บูร์กินาฟาโซ บูร์กินาฟาโซ (ท่าอากาศยานอ๊อกกอดอกูล)
  • อ๊อกกอดอกูล (สถานีรถไฟ)
  • บลูกคีเลม (บิงโกล์) >อุปสรรค ("Who's ready to work up a thirst?") <
  • บลูกคีเลม (โรงเรียนประจำหมู่บ้าน) >ทางแยก (Teach It or Learn It) <
  • บลูกคีเลม (บิงโกล์บลูกคีเลม) >จุดหยุดพัก (เลก 3)<

อุปสรรคในเลกนี้ ทีมจะต้องไปที่สถานที่ที่คนชาว Tuareg อาศัยอยู่ โดยสมาชิกหนึ่งคนในแต่ละทีมจะต้องรีดนมจาก อูฐ Dromedary มาใส่ในถ้วย Gourd bowl จนกว่าจะถึงขีดที่กำหนด เมื่อเสร็จแล้วสมาชิกคนนั้นจะต้องนำถ้วยไปให้คนท้องถิ่นดูเพื่อตรวจสอบจำนวน เมื่อผ่าน สมาชิกคนนั้นจะต้องดึ่มนมนั้นทั้งถ้วย ในกรณีที่สมาชิกคนนั้นไม่สามารถรีดนมอูฐได้มากพอจากอูธของสมาชิกคนนั้น สมาชิกคนนั้นจะต้องรอจนกว่าจะมีคนทำงานอุปสรรคเสร็จและรีดนมอูฐจากอูฐของเขาแทน ทางแยกในเลกนี้แต่ละทีมจะต้องเลือกระหว่าง สอน (Teach It) และ เรียน (Learn It) โดยทีมที่เลือก Teach It จะต้องสอนเด็กนักเรียนที่ไม่พูด ภาษาอังกฤษ ให้จำคำศัพท์ภาษาอังกฤษให้ได้ 10 คำ โดยเด็กเหล่านั้นจะถูกทดสอบโดยครูท้องถิ่นภายหลัง สำหรับทีมที่เลือก Learn It จะต้องเรียนคำศัพท์ภาษามอร์ จำนวน 10 คำ โดยพวกเขาจะถูกทดสอบโดยครูท้องถิ่นภายหลัง เมื่อเด็กหรือทีมสามารถตอบคำศัพท์ได้ทั้งหมด ทีมจึงจะได้รับคำใบ้ต่อไป

ภารกิจเสริม
  • เมื่อเสร็จสิ้นงานอุปสรรค ทีมจะต้องจูงอูธ 4 ตัวไปตามทางที่กำหนดไปยังสถานที่ต่อไป

เลก 4 (บูร์กินาฟาโซ)[แก้]

  • บลูกคีเลม (หมู่บ้านในบิงโกล์)
  • บอร์ดา-เพนเลกทานกา, ยาโค, พาสโร่ซ์ (สนามในหมู่บ้าน) >ทางแยก (Shake Your Pans or Shake Your Booty) <
  • ตลาดเพนลาทานกา >ย้อนกลับ (Shana & Jennifer U-Turned Lorena & Jason) <
  • อ๊อกกอดอกูล (ตลาดแพะแทมพอย) >อุปสรรค ("Who's ready for a juggling act?") <
  • อ๊อกกอดอกูล (โรงแรมดาวิน) >จุดหยุดพัก (เลก 4)<

ทางแยกในเลกนี้ แต่ละทีมจะต้องเลือกระหว่าง เขย่ากระทะ (Shake Your Pans) และ โยกเท้า (Shake Your Booty) โดยทีมที่เลือก Shake Your Pans จะต้องใช้วิธีท้องถิ่นเพื่อเขย่าทองคำ 1 ออนซ์ ในกระทะไม่ไห้ตก เมื่อสำเร็จแล้วทีมจะต้องนำทองที่ชั่งแล้วไปแลกกับคำใบ้ที่เต๊นท์ข้าง ๆ กัน สำหรับทีมที่เลือก Shake Your Booty จะต้องเรียนวิธีการเต้นแบบท้องถื่ย และแสดงต่อหน้ากรรมการท้องถิ่น 3 คนและผู้ชม ทีมจะต้องคิดท่าทางของตนเองด้วยส่วนหนึ่งและเต้นด้วย หากท่าที่คิดไม่มีความคิดสร้างสรรค์พอ หรือเต้นได้ไม่ดี ทีมจะต้องถูกปรับเวลา 10 นาทีก่อนที่จะได้รับคำใบ้ต่อไป อุปสรรคในเลกนี้ สมาชิกหนึ่งคนในแต่ละทีมจะต้องขี่จักรยานเพื่อส่งของหนัก เช่น แพะ ขนาดเล็ก ให้กับบุคคลที่ระบุไว้ในคำใบ้ที่ตลาดใกล้เคียง

ภารกิจเสริม
  • เมื่อเริ่มต้นเลก ทีมจะต้องไปพบหัวหน้าหมู่บ้าน และรับของขวัญจากเขา (ไก่ 1 ตัว) โดยทีมจะต้องถือไก่ตัวนี้ไปตลอดทั้งเลกจนถึงเส้นชัย มิฉะนั้นทีมจะไม่สามารถเข้าจุดหยุดพักได้

เลก 5 (บูร์กินาฟาโซ → ลิทัวเนีย)[แก้]

ปราสาทเกาะ Trakai เป็นสถานที่ตั้งกล่องคำใบ้ที่มี Fast Forward ที่ไม่ได้ออกอากาศในเลก 5

อุปสรรคในเลกนี้ สมาชิกหนึ่งคนในแต่ละทีมจะต้องเลือกหญิงชาวลิทัวเนียที่ทำงานกลางแจ้ง ผู้ซึ่งจะให้พัสดุแก่สมาชิกคนนั้นและบอกสถานที่ที่ให้ไปส่งของ หลังจากนั้น ทีมจะต้องเดินผ่านถนนอันน่าสับสนในเมืองเก่า Vilnius โดยทีมจะต้องส่งของนี้ให้ถูกคน โดยผู้รับจะให้พัสดุชิ้นที่สอง และหนึ่งในสี่ชื่อสถานที่สุดท้าย ทางแยกในเลกนี้แต่ละทีมจะต้องเลือกระหว่าง นับถอยหลัง (Count Down) และ เพิ่มขึ้น (Step Up) โดยทีมที่เลือก Count Down จะต้องเดินทางผ่านงานฉลองช่วงกลางฤดูร้อน ท้องถิ่น (Joninės) ไปยังบริเวณที่มีรั้วเสาเข็มอยู่ เมื่อไปถึงที่นั้นทีมจะต้องนับจำนวนเสาเข็มที่ใช้ทำรั้วทั้งหมด แล้วไปบอกจำนวนนั้นแก่ชาวบ้าน หากจำนวนนั้นถูกต้อง ทีมจึงจะได้รับคำใบ้ต่อไป สำหรับทีมที่เลือก Step Up ทีมจะต้องเดินด้วยไม้ต่อขาตามทางที่กำหนดไปยังเส้นชัย หากสมาชิกคนใดคนหนึ่งล้มระหว่างทาง พวกเขาจะต้องกลับไปที่จุดเริ่มต้นแล้วเดินมาใหม่ เมื่อพวกเขาไปถึงเส้นชัย พวกเขาจึงจะได้รับคำใบ้ต่อไป ภายหลัง แชนนากับเจนนิเฟอร์ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า มีงานทางด่วน (Fast Forward) ที่ำไม่ได้ถูกใช้ในช่วงหนึ่งในเลกนี้ [16]

ภารกิจเสริม
  • ที่พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ทีมจะต้องค้นหาโนมของแทรเวลโลซิตี้ (ตามรูปแบบในภาพที่ทีมจะได้รับในคำใบ้) อย่างไรก็ดี ในบริเวณนั้นมีโนมท้องถิ่นของลิทัวเนียตั้งกระจายอยู่ด้วยเพื่อทำให้ทีมสับสน เมื่อทีมหาโนมที่ถูกต้องพบแล้ว ทีมจะต้องแบกมันไปตลอดทางจนถึงจุดหยุดพักในเลกนี้

เลก 6 (ลิทัวเนีย → โครเอเชีย)[แก้]

ในเลก 6 งานหลายงานเป็นงานที่ต้องกระทำในป้อมหรือรอบ ๆ บริเวณป้อม St. Lawrence ป้อมในประวัติศาสตร์ของโครเอเชีย

อุปสรรคในเลกนี้ สมาชิกหนึ่งคนในแต่ละทีมจะต้องค้นหาหิน 1 ใน 8 ก้อนจากหินกว่า 150 ก้อน และนำมันไปวางบนกำแพงหินของป้อม St. Lawrance ที่ถูกสร้างใหม่หลังจากสิ้นสุดสงครามอิสรภาพแห่งโครเอเชีย ทางแยกในเลกนี้ แต่ละทีมจะต้องเลือกระหว่าง สั้นและยาว (Short & Long) และ ยาวและสั้น (Long & Short) โดยทีมที่เลือกสั้นและยาว จะต้องไต่กำแพงป้อม Boker ลงมา แล้วปีนบันไดเชือก กลับขึ้นไป แล้วทีมจะต้องเดินเป็นระยะทางที่ยาวกว่าทางแยกอีกอันหนึ่ง ผ่านสี่แยกถนนเก่า เพื่อไปหยิบคำใบ้ต่อไป สำหรับทีมที่เลือกยาวและสั้น ทีมจะต้องต่อตัวโดยใช้เชือกลงมาจากป้อมแล้วว่ายน้ำไปยังแท่นที่ลอยอยู่ เมื่อไปถึง พวกเขาจะต้องพายเรือไปรอบ ๆ กำแพงเมืองไปยังจุดที่กำหนดให้ จากนั้น ทีมจะต้องเดินไปตามถนนเป็นระยะทางที่สั้นกว่าเพื่อไปหยิบคำใบ้ต่อไป

ภารกิจเสริม
  • หลังจากทำงานอุปสรรคเสร็จ ทีมจะต้องไปที่หลังคาของป้อมแล้วไต่เชือกลงมาที่ป้อม Bokar เพื่อรับคำใบ้ต่อไป

เลก 7 (โครเอเชีย → อิตาลี)[แก้]

อุปสรรคและทางแยกในเลกที่ 7 มีส่วนเชื่อมโยงกับ เลโอนาร์โด ดา วินชี จิตรกรและนักประดิษฐ์ซึ่งเกิดที่เมืองวินชี หนึ่งในสถานที่ที่ทีมจะต้องไปในเลกนี้

สำหรับทางด่วนในเลกนี้ ทีมจะต้องไปที่ ฟาบิโอ สตูดิโอ เพื่อเข้าร่วมในประเพณีเดินเรือทะเล แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือประเพณีนั้นเกี่ยวกับรอยสัก เมื่อพวกเขาไปถึง พวกเขาจึงได้ทราบว่าพวกเขาจำเป็นต้องรับการสักถาวรบนตัวเป็นตัวอักษร FF (Fast Forward) ก่อนที่จะไปยังจุดพักต่อไป งานอุปสรรคในเลกนี้สมาชิกหนึ่งคนของแต่ละทีมจะต้องเหาะบนท้องฟ้า เหนือแคว้นทัสเคนีโดยใช้ เครื่องบินร่อน บินเหนือชนบท รัศมี 6 ไมล์ เพื่อค้นหาชื่อสถานที่ต่อไปที่ทีมจะต้องไป (วินชี) ถ้าสมาชิกคนนั้นคิดว่าตนเห็นคำใบ้แล้ว สมาชิกคนนั้นต้องบอกนักบินให้นำเครื่องลง เมื่อถึงพื้น สมาชิกคนนั้นต้องบอกผู้สอนการบินว่า สถานที่ต่อไปที่ทีมต้องไปคือที่ใด ถ้าถูกต้อง นักบินจึงจะให้คำใบ้ต่อไป แม้ว่าจะไม่มีการกำหนดเวลาก็ตาม อย่างไรก็ดี ทีมจะต้องค้นหาคำใบ้ให้เสร็จภายใน 30 นาที หากไม่เสร็จ เครื่องบินจะต้องลงมาเติมน้ำมันก่อนที่จะค้นหาต่อไป ทางแยกในเลกนี้ทีมจะต้องเลือกระหว่าง สิ่งประดิษฐ์ (Invention) และ ประเพณี (Tradition) โดยทีมที่เลือก Invention จะต้องเดินทางไปที่ลานใกล้เคียง แล้วเลือกสำเนาของแปลนเครนอายุประมาณ 100 ปีที่ออกแบบโดย เลโอนาร์โด ดา วินชี แล้วใช้อุปกรณ์ที่มีให้ประกอบเครนนั้นขึ้นมา แล้วใช้เครนนั้นยกหินก้อนใหญ่หนึ่งก้อน แล้วพวกเขาต้องนำกระจกไปวางข้างใต้เพื่ออ่านคำใบ้ที่เขียนอยู่ใต้หินนั้น สำหรับทีมที่เลือก Tradition ทีมจะต้องไปที่ Piazza Guido Masi แล้วปฏิบัติประเพณีเกี่ยวกับธงท้องถิ่นโบราณ เมื่อพวกเขาสามารถทำได้ถูกต้อง หัวหน้าผู้เชิญธงจะให้ธงที่บอกสถานที่ถัดไปแก่พวกเขา

เลก 8 (อิตาลี → อินเดีย)[แก้]

บันดรา ฟอร์ด (Castella de Aguada) เป็นจุดหยุดพักที่ 8 ของ ดิ อะเมซิ่ง เรซ 12

ทางแยกในเลกนี้ทีมจะต้องเลือกระหว่าง ปิดป้าย (Paste 'Em) และ ร้อยเชือก (Thread 'Em) โดยทีมที่เลือก Paste 'Em ทีมจะต้องไปใต้สะพานที่กำหนด แล้วใช้อุปกรณ์ที่มีให้ปิดโปสเตอร์ภาพยนตร์บอลลีวูด ขนาด 6 แผ่นบนผนังให้เรียบร้อย เมื่อเสร็จแล้วจึงจะได้รับคำใบ้ต่อไป สำหรับทีมที่เลือก Thread 'Em ทีมจะต้องไปที่ตลาดดอกไม้ Dadar และหาแผงขายดอกไม้ที่กำหนดให้ พวกเขาจะต้องทำพวงมาลัยแต่งงานโดยร้อยดอกไม้ 108 ดอกตามลำดับที่กำหนด (แดง, ส้ม, เหลือง) เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นว่าพวงมาลัยเรียบร้อย ทีมจะต้องนำพวงมาลัยไปให้เจ้าบ่าวที่อยู่บริเวณนั้น เพื่อแลกกับคำใบ้ต่อไป อุปสรรคในเลกนี้ สมาชิกหนึ่งคนในแต่ละทีมจะต้องขนแก๊สโพรเพน 6 ถังใส่รถจักรยาน และถีบไปที่สถานที่ที่กำหนด 2 ที่ที่อยู่ในใบสั่งแก๊ส นำแก๊สไปส่งให้สถานที่ละ 3 ถัง และนำใบเสร็จรับเงินจากเจ้าของบ้านมาเพื่อเป็นการยืนยันว่าส่งแล้ว เมื่อส่งเสร็จแล้ว สมาชิกคนนั้นจะต้องนำใบเสร็จและใบสั่งแก๊สไปให้หัวหน้าคนงานเพื่อรับคำใบ้ต่อไป สำหรับงานเพิ่มเติมของเคนท์กับวิกซินในเลกนี้ พวกเขาจะต้องไปหานักโยคะและทำท่า โยคะ ทั้งหมดให้ได้ ก่อนที่พวกเขาจะได้รับอนุญาตให้แข่งต่อและทำงานทางแยก

ภารกิจเสริม

เลก 9 (อินเดีย → ญี่ปุ่น)[แก้]

ในงานอุปสรรค ผู้เข้าแข่งขันจะต้องขับรถแท็กซี่ญี่ปุ่น เพื่อที่จะรับคำใบ้ต่อไป

อุปสรรคในเลกนี้ สมาชิกหนึ่งคนในแต่ละทีมจะต้องสวมหมวกและถุงมือ เป็นคนขับแท็กซี่ท้องถิ่น และขับพาคู่สามีภรรยาชาวญี่ปุ่นผ่านการจราจรที่วุ่นวายและเป็นถนนหนึ่งช่องทางในบางครั้งไปยังสถานที่ที่กำหนด (ที่ทำการไปรษณีย์กลางโอซาก้า (ญี่ปุ่น)) โดยพวกเขาไม่สามารถให้บุคคลท้องถิ่นนำทางพวกเขาไปได้ และคู่สามีภรรยานั้นก็ไม่สามารถช่วยพวกเขาได้ เมื่อสมาชิกคนนั้นขับมาส่งที่สถานที่ที่ำกำหนดแล้ว คู่สามีภรรยาจึงจะให้คำใบ้ต่อไป แต่สมาชิกคนนั้นจะต้องกลับมาหาเพื่อนร่วมทีมก่อนที่จะเปิดคำใบ้อ่านได้ ทางแยกในเลกนี้ ทีมจะต้องเลือกระหว่าง สัมผัส (Sense of Touch) และ ดมกลิ่น (Sense of Smell) โดยทีมที่เลือก Sense Of Touch จะต้องเดินไปอาคารชิโมจิมา แล้วบังคับหุ่นยนต์จากโทรศัพท์มือถือให้เตะฟุตบอลผ่านหุ่นยนต์ป้องกันของฝ่ายตรงข้าม 2 ตัว เมื่อสมาชิกแต่ละคนในทีมสามารถทำประตูได้คนละ 1 ประตู (รวม 2 ประตู) กรรมการจึงจะให้คำใบ้ต่อไป สำหรับทีมที่เลือก Sense of Smell ทีมจะต้องไปที่ร้านขายดอกไม้ Saera ที่มีดอกไม้ปลอมขาย เมื่อไปถึงพวกเขาจะต้องใช้จมูกของพวกเขา (เท่านั้น) ดมหาดอกไม้จริงที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางดอกไม้ปลอมกว่าพันดอกในร้าน 2 ชั้น เมื่อพวกเขาหาดอกไม้จริงพบ เจ้าของร้านจึงจะให้คำใบ้ต่อไป

เลก 10 (ญี่ปุ่น → ไต้หวัน)[แก้]

อนุสรณ์สถานเจียง ไคเชก เป็นจุดหยุดพักที่ 10 ของ ดิ อะเมซิ่ง เรซ 12

อุปสรรคในเลกนี้ สมาชิกหนึ่งคนในแต่ละทีมจะต้องเข้าไปนั่งในรถที่ขับโดยนักแสดงผาดโผนมืออาชีพ ที่จะขับรถขึ้นไปบนแท่นโยกขนาดใหญ่และโยกไปโยกมาบนแท่นโยกสูง 25 ฟุต ที่อันตราย เมื่อเสร็จแล้วสมาชิกคนนั้นจะต้องเปลี่ยนไปนนั่งบนรถสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก แล้วสวนแว่นกันลมกลั้นหายใจระหว่างที่รถวิ่งอยู่ใต้น้ำเป็นเวลา 17 วินาที ก่อนที่จะได้รับคำใบ้ต่อไป ทางแยกในเลกนี้ ทีมจะต้องเลือกระหว่าง ไฟ (Fire) และ ดิน (Earth) โดยทีมที่เลือก Fire จะต้องเดินทางไปที่สวน Zhongzheng เพื่อเข้าร่วมในพิธีกรรมของจีนโดยการเขียนข้อความเกี่ยวกับเรื่องโชคดี เรื่องดีและไม่ดีต่าง ๆ ในโคมลอย แล้วจุดโคมลอยด้วย "เงินแห่งวิญญาณ" ที่จะทำให้โคมร้อนและลอยขึ้นไปถึงวิญญาณ ที่อยู่บนสวรรค์ เมื่อทีมทำครบ 20 โคมแล้ว จึงจะได้รับคำใบ้ต่อไป สำหรับทีมที่เลือก Earth ทีมจะต้องไปที่สวนยูธ เพื่อเข้าร่วมในประเพณีท้องถิ่นที่ใช้ในการลดความเครียด โดยทีมจะต้องถอดรองเท้าแล้วเดินเท้าเปล่า ไปตามทางยาว 220 ฟุตที่โรยด้วยหินปุ่มป่ำ แล้วเดินกลับมา ก่อนที่จะได้รับคำใบ้ต่อไป สำหรับงานเพิ่มเติมของทีเคกับราเชล พวกเขาจะต้องสวมเครื่องป้องกันแล้ววิ่งผ่านดอกไม้ไฟ ที่ระดมจุดใส่พวกเขา หลังจากพวกเขาวิ่งผ่านดอกไม้ไฟและโดนราดด้วยน้ำ พวกเขาจึงจะสามารถแข่งต่อได้

ภารกิจเสริม
  • ที่อาคารอูเมดะสกาย ทีมจะต้องขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นดาดฟ้า เพื่อไปยังสวนลอยฟ้า แล้วค้นหาคำใบ้ต่อไป
  • ที่ร้านขายชาจีเค ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนจะต้องดึ่มชาที่จะมีคำใบ้ภาษาจีนซ่อนอยู่ก้นแก้ว เพื่อไปยังสถานที่ต่อไป คำใบ้บอกให้พวกเขาไปที่ตลาดกลางคืนกงกว่าน และหาตัวตลก ที่จะมอบคำใบ้ต่อไปให้กับพวกเขา

เลก 11 (ไต้หวัน → สหรัฐอเมริกา)[แก้]

เมืองแองคอเรจ เป็นเมืองสุดท้ายในการแข่งขัน ดิ อะเมซิ่ง เรซ ฤดูกาลที่ 12

ในทางแยกสุดท้ายของการแข่งขันนี้ ทีมจะต้องเลือกระหว่าง ผ่าปลาค็อด (Cut The Cod) และ จับปู (Grab the Crab) โดยทีมที่เลือก Cut The Cod จะต้องผ่าปลาค็อดหนัก 50 ปอนด์ และหาคำใบ้ขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในตัวปลา สำหรับทีมที่เลือก Grab The Crab ทีมจะต้องหาปู จากบ่อปูในเรือที่มีปูมากกว่า 500 ตัว โดยทีมจะต้องหาปูตัวที่มี Race Marker ติดอยู่เพื่อนำไปแลกกับคำใบ้ต่อไปจากผู้ดูแล ในอุปสรรคสุดท้ายในการแข่งขันนี้ สมาชิกหนึ่งคนในแต่ละทีมจะได้พบกับสิ่งของที่มีการใช้ในการแข่งขันทั้งหมด จำนวน 15 ชิ้นในเลกต่าง ๆ โดยสมาชิกของทีมจะต้องวางสิ่งของ 10 ชิ้นบนแท่นวางที่กำหนดให้เพื่อทำให้กล่องคำใบ้เปิด โดยสิ่งของทั้งสิบชิ้นนี้จะต้องตรงตามเงื่อนไขต่อไปนี้ (ซึ่งแม้ว่าจะมีหลายวิธีที่จะทำให้ตรงกับเงื่อนไขใด ๆ ในสองข้อนี้ แต่มีของเพียงสิบชิ้นเท่านั้นที่ตรงกับเงื่อนไขทั้งสองข้อ)

  • ในสิ่งของ 10 ชิ้นนั้น แต่ละชิ้นจะมาจากหนึ่งช่วงเท่านั้นในการแข่งขัน
  • มีสิ่งของ 3 ชิ้นที่เป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์ มีสิ่งของ 1 ชี้นเป็นแท่นย้อนกลับ (U-Turn) มีสิ่งของ 2 ชิ้นที่อยู่ที่จุดหยุดพักอยู่แล้ว หรือทีมจะต้องนำมันมาที่จุดหยุดพัก มีสิ่งของ 2 ชิ้นที่เป็นยานพาหนะ ที่มีล้อ มีสิ่งของอยู่ 1 ชิ้นที่ใช้ในการทำทางแยก และสิ่งของ 1 ชิ้นสุดท้ายมีลักษณะคล้าย ๆ ไม้ต่อขาสำหรับเดิน
ภารกิจเสริม
  • ที่ร้าน 6th Avenue Outfitters ทีมจะต้องไปรับอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการทำกิจกรรมต่อไป พร้อมกับคำใบ้ต่อไป
  • ที่แม่น้ำ 20 ไมล์ ทีมจะต้องนั่งเรือเร็วไปที่ 20-Mile Glacier เมื่อไปถึงทีมจะต้องปีนกำแพงน้ำแข็งเพื่อไปเอาคำใบ้ต่อไป เมื่อเสร็จแล้วทีมจะต้องไปที่ทุ่ง Merrill โดยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อแข่งต่อไป

อ้างอิง[แก้]

  1. "CBS announces 'The Amazing Race 12' to premiere November 4". สืบค้นเมื่อ 23 ตุลาคม 2550.
  2. Larsen, Peter (22 มกราคม 2551). "For 'Amazing Race' winners, the toughest job was keeping quiet". Orange County Register. สืบค้นเมื่อ 22 มกราคม 2551.
  3. 3.0 3.1 3.2 Rocchio, Christopher (1 พฤศจิกายน 2550). "'The Amazing Race' producer: Upcoming twelfth edition is a nail-biter". Reality TV World. สืบค้นเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2550.
  4. Schneider, Michael (22 ตุลาคม 2550). "CBS cancels 'Viva Laughlin'". Variety. สืบค้นเมื่อ 22 ตุลาคม 2550.
  5. "New twist thwarts 'Amazing Race' couple". MSNBC. 26 พฤศจิกายน 2550. สืบค้นเมื่อ 5 ธันวาคม 2550.
  6. Application and Eligibility Requirements
  7. Application Form
  8. "robbie's hoping for a windfall". สืบค้นเมื่อ 22 พฤศจิกายน 2550.
  9. "New Amazing Race Teams Announced". สืบค้นเมื่อ 28 พฤศจิกายน 2550.
  10. "Shana Wall kept 'Race' staus secret from ex-beau Ryan Seacrest". สืบค้นเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2550.
  11. "INTERVIEW: 'The Amazing Race's Kate Lewis, Pat Hendrickson talk". สืบค้นเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2550.
  12. Realitywanted.net » Interview with Lynne Spillman, Casting Director for The Amazing Race - Reality TV Interviews, News, and Recaps
  13. ""CBS Joins "Facebook Ads" to Build an Online Community Around "The Amazing Race""". 8 พฤศจิกายน 2550. สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2551.
  14. Kisten, Tom (10 กรกฎาคม 2551). "Clergy members who competed on 'Amazing Race' are finally wed". Ventura County Star. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2551.
  15. Kisten, Tom (25 มีนาคม 2551). "Kynt & Vyxsin Honor Slain Teen in North Hollywood Vigil". TransWorld. สืบค้นเมื่อ 10 กรกฎาคม 2551.
  16. Woodruff, Teeuwynn (5 ธันวาคม 2550). ""We're Very Determined, Competitive People" An Interview with The Amazing Race's Shana & Jennifer". Reality News Online. สืบค้นเมื่อ 5 ธันวาคม 2550.

ดูเพิ่ม[แก้]