ข้ามไปเนื้อหา

จักรวรรดิตองอูที่หนึ่ง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จักรวรรดิตองอูที่หนึ่ง
တောင်ငူခေတ်
พ.ศ. 2053–พ.ศ. 2142
แผนที่จักรวรรดิตองอูที่หนึ่งช่วงรุ่งเรืองสูงสุดในปี พ.ศ. 2123
แผนที่จักรวรรดิตองอูที่หนึ่งช่วงรุ่งเรืองสูงสุดในปี พ.ศ. 2123
สถานะจักรวรรดิ
เมืองหลวงเกตุมะดี (พ.ศ. 2053–2082)
หงสาวดี (พ.ศ. 2082–2142)
ภาษาทั่วไปทางการ
ภาษาพม่า
ภูมิภาค
ศาสนา
ทางการ
พุทธศาสนาเถรวาท
ส่วนน้อย
การปกครองสมบูรณาญาสิทธิราชย์
พระมหากษัตริย์ 
 พ.ศ. 2053–2073
พระเจ้าเมงจีโย
 พ.ศ. 2073–2094
พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้
 พ.ศ. 2094–2124
พระเจ้าบุเรงนอง
 พ.ศ. 2124–2142
พระเจ้านันทบุเรง
สภานิติบัญญัติNone
ประวัติศาสตร์ 
 ก่อตั้งราชวงศ์ตองอู
พ.ศ. 2028
 เอกราชจากอังวะ
16 ตุลาคม พ.ศ. 2053
 เริ่มต้น
พ.ศ. 2177–2192
 ขยายตัว
พ.ศ. 2093–2108
 ป้องกัน
พ.ศ. 2111–2119
 เสื่อม
พ.ศ. 2127–2142
 จักรวรรดิตองอูที่หนึ่งล่มสลาย
19 ธันวาคม พ.ศ. 2142
สกุลเงินSilver
ก่อนหน้า
ถัดไป
อาณาจักรอังวะ
อาณาจักรหงสาวดี
รัฐฉาน
อาณาจักรล้านนา
อาณาจักรอยุธยา
อาณาจักรล้านช้าง
มณีปุระ
ราชวงศ์ตองอู
อาณาจักรอยุธยา
อาณาจักรล้านช้าง
มณีปุระ

จักรวรรดิตองอูที่หนึ่ง (อังกฤษ: First Toungoo Empire; พม่า: တောင်ငူခေတ်, [tàuɴŋù kʰɪʔ] เต่าง์หงู่คิ; หรือรู้จักในชื่อ จักรวรรดิพม่าที่สอง (อังกฤษ: Second Myanmar Empire)) เป็นมหาอำนาจที่มีอิทธิพลในแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 16 เมื่อถึงจุดสูงสุดของจักรวรรดิได้มีอำนาจปกครองตั้งแต่อัสสัม มณีปุระ ไปจนถึงกัมพูชา และจากชายแดนอาระกันไปจนถึงยูนนาน

ประวัติศาสตร์

[แก้]

พระเจ้าเมงจีโย ได้รวบรวมชาวพม่าที่หลงเหลืออยู่อย่างกระจัดกระจาย โดยสถาปนาเมืองตองอูขึ้นเป็นราชธานี เพราะเป็นเมืองที่อยู่ในขุนเขาซึ่งเป็นปราการที่เข้มแข็ง ตองอูเข้มแข็งขึ้นมารัชสมัยของ พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ พระโอรสของพระองค์ที่ขึ้นครองราชย์ต่อมาโดยได้แผ่อาณาเขตของจักรวรรดิตองอูที่หนึ่งขยายไปรอบด้าน เช่น แปร, พะสิม อังวะ, ยะไข่ และที่สำคัญที่สุดคือ หงสาวดี อันเป็นอาณาจักรเดิมของมอญ ซึ่งเป็นศัตรูที่สำคัญของพม่า

ยุคสมัยของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ได้ครอบคลุมอาณาจักรพม่าทั้งตอนบนและตอนล่างลุ่มอิรวดี อีกทั้งได้บุคลากรที่สำคัญ เช่น พระเจ้าบุเรงนอง, เมงเยสีหตู ร่วมกันสร้างจักรวรรดิตองอูที่หนึ่งให้ยิ่งใหญ่ เข้มแข็ง และได้ย้ายเมืองหลวงจากตองอูมายังหงสาวดี

ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ เมืองต่าง ๆ ที่เคยขึ้นต่อจักรวรรดิตองอูที่หนึ่ง ก็แข็งเมืองไม่ยอมขึ้นตรงต่อไป มีกบฏเกิดขึ้นมากมายพระเจ้าบุเรงนองต้องใช้เวลาปราบปรามอยู่ราวอีก 2–3 ปี จึงจะได้ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์

ในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง ได้แผ่อาณาเขตของจักรวรรดิตองอูที่หนึ่ง ให้กว้างขวางยิ่งขึ้นโดยครอบคลุมตั้งแต่ลุ่มน้ำอิรวดี ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไปจรดถึงลุ่มน้ำโขงในลาว มีเมืองเป็นประเทศราชต่าง ๆ มากมาย เช่น เชียงใหม่, ฉาน, อยุธยา, ล้านช้าง, กัมพุช เป็นต้น จนได้การขนานพระนามว่าเป็น "พระเจ้าชนะสิบทิศ"

ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าบุเรงนอง ศูนย์กลางอำนาจของจักรวรรดิตองอูที่หนึ่งถูกสั่นคลอน เนื่องจากการปกครองอย่างแข็งกร้าว ไร้ไมตรีของพระเจ้านันทบุเรง พระราชโอรสของพระองค์ เมืองที่เคยขึ้นเป็นประเทศราชต่าง ๆ ต่างแข็งเมืองและได้ประกาศอิสรภาพ ทำสงครามรบพุ่งกันตลอดมา เช่น แปร, อังวะ, อยุธยา เป็นต้น ในที่สุดเมืองทั้งหลายเหล่านี้ก็แตกแยกกระจัดกระจายออกไป

ลำดับกษัตริย์ในจักรวรรดิตองอูที่หนึ่ง[1]

[แก้]
ลำดับที่ พระฉายาลักษณ์ พระนาม ระยะเวลาในราชสมบัติ
1 พระเจ้าเมงจีโย พ.ศ. 2053–2073

(20 ปี)

2 พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ พ.ศ. 2073–2094

(21 ปี)

3 พระเจ้าบุเรงนอง พ.ศ. 2094–2124

(30 ปี)

4 พระเจ้านันทบุเรง พ.ศ. 2124–2142

(18 ปี)

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]