ข้ามไปเนื้อหา

คลอไฟเบรต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คลอไฟเบรต
ข้อมูลทางคลินิก
AHFS/Drugs.comMicromedex Detailed Consumer Information
ระดับความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์
    ช่องทางการรับยาการรับประทาน
    รหัส ATC
    กฏหมาย
    สถานะตามกฏหมาย
    • US: เพิกถอนทะเบียน
    ข้อมูลเภสัชจลนศาสตร์
    การจับกับโปรตีนสัดส่วนไม่แน่นอน โดยที่ระดับความเข้มข้นที่เห็นผลในการรักษาจะมีค่าประมาณ 92–97%
    การเปลี่ยนแปลงยาเกิดปฏิกิริยาไฮโรไลสิสได้เป็นกรดคลอไฟบริค; เกิดปฏิกิริยากลูคูโรนิเดชั่นที่ตับ
    ครึ่งชีวิตทางชีวภาพมีความผันแปรสูง โดยเฉลี่ยประมาณ 18–22 ชั่วโมง ในผู้ป่วยโรคไตจะมีค่ามากขึ้น
    การขับออกไต ประมาณ 95 ถึง 99%
    ตัวบ่งชี้
    • ethyl 2- (4-chlorophenoxy) -2-methylpropanoate
    เลขทะเบียน CAS
    PubChem CID
    IUPHAR/BPS
    DrugBank
    ChemSpider
    UNII
    KEGG
    ChEBI
    ChEMBL
    ECHA InfoCard100.010.253
    ข้อมูลทางกายภาพและเคมี
    สูตรC12H15ClO3
    มวลต่อโมล242.70 g·mol−1
    แบบจำลอง 3D (JSmol)
    จุดเดือด148 องศาเซลเซียส (298 องศาฟาเรนไฮต์)
    • Clc1ccc (OC (C (=O) OCC) (C) C) cc1
    • InChI=1S/C12H15ClO3/c1-4-15-11 (14) 12 (2,3) 16-10-7-5-9 (13) 6-8-10/h5-8H,4H2,1-3H3 checkY
    • Key:KNHUKKLJHYUCFP-UHFFFAOYSA-N checkY
      (verify)
    สารานุกรมเภสัชกรรม

    คลอไฟเบรต (อังกฤษ: Clofibrate) เป็นสารประกอบอินทรีย์ชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ลดระดับไขมันในกระแสเลือด ด้วยคุณสมบัตินี้จึงมีการนำเอาคลอไฟเบรตมาใช้ในทางการแพทย์เพื่อควบคุมระดับคอเลสเตอรอล (cholesterol) และไตรเอซิลกลีเซอไรด์ (triacylglyceride) ในกระแสเลือด โดยสารประกอบอินทรีย์ชนิดนี้จะออกฤทธิ์เพิ่มการทำงานของเอนไซม์ไลโปโปรตีนไลเปส (lipoprotein lipase) ทำให้มีการเปลี่ยนคอเลสเตอรอลไลโปโปรตีนชนิดความหนาแน่นต่ำมาก (VLDL) ไปเป็นคอเลสเตอรอลไลโปโปรตีนชนิดความหนาแน่นต่ำ (LDL) มากขึ้น ทำให้ระดับ VLDL ในกระแสเลือดลดลงได้ในที่สุด นอกจากนี้คลอไฟเบรตยังมีคุณสมบัติในการเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลไลโปโปรตีนชนิดความหนาแน่นสูง (HDL) อีกด้วย ในปัจจุบันคลอไฟเบรตมีจำหน่ายในชื่อการค้า Atromid-S

    คลอไฟเบรตได้รับการจดสิทธิบัตรในปี พ.ศ. 2501 โดยบริษัทไอซีไอ (Imperial Chemical Industries) และได้รับการอนุมัติให้ใช้ทางการแพทย์ในปี พ.ศ. 2506[1] คลอไฟเบรตถูกเพิกถอนออกจากตลาดในปี พ.ศ. 2545 เนื่องจากยาดังกล่าวก่อให้เกิดอาการข้างเคียงที่รุนแรง

    ภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ยา

    [แก้]

    คลอไฟเบรตสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดกลุ่มอาการที่มีการหลั่งฮอร์โมนที่เกี่ยวเนื่องกับการขับปัสสาวะเสียสมุดุล (Syndrome of inappropriate antidiuretic hormone secretion; SIADH) ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายมีระดับฮอร์โมนวาโสเพรสซิน (vasopressin) ในปริมาณมากกว่าปกติ ทำให้มีการดูดซึมน้ำกลับมากขึ้น ปัสสาวะจะเข้มขึ้นขึ้น และโซเดียมในเลือดต่ำจากน้ำที่เกินกลับมาในกระแสเลือด นอกจากนี้แล้วคลอไฟเบรตยังมีผลทำให้เกิดการก่อตัวของนิ่วในถุงน้ำดีอีกด้วย 

    ในการศึกษาผลของการลดระดับคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดของคลอไฟเบรตต่อการเป็นการป้องกันปฐมภูมิ (Primary Prevention) ต่อการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Ischaemic Heart Disease) ที่ดำเนินการศึกษาโดยภาคีความร่วมมือแห่งองค์การอนามันโลก (The World Health Organization Cooperative Trial) พบว่ากลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยคลอไฟเบรตมีอุบัติการณ์การเสียชีวิตสูงเป็นอย่างมากถึงแม้ว่าจะสามารถควบคุมระดับคอเลสเตอรอลให้อยู่ในระดับเป้าหมายได้ก็ตาม (ผู้ป่วยที่ได้รับคลอไฟเบรตมากกว่า 47% เสียชีวิตในระหว่างที่ได้รับการรักษาด้วยยาดังกล่าว และ 5% เสียชีวิตหลังจากรักษาด้วยคลอไฟเบรตจนเสร็จสิ้นแล้ว) ซึ่งการเสีบชีวิตในอัตราดังกล่าวถือเป็นสัดส่วนที่สูงกว่ากลุ่มควบคุมที่ไม่ได้รับการรักษาด้วยคลอไฟเบรต แต่สาเหตุของการเสียชีวิตในกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับคลอไฟเบรตนั้นค่อนข้างมีความหลากหลาย และส่วนใหญ่มักเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่โรคหัวใจ และยังไม่สามารถสรุปได้ถึงความสัมพันธ์ที่แน่ชัดระหว่างคลอไฟเบรตกับอุบัติการณ์การเสียชีวติที่สูงเช่นนี้ได้[2]

    ดูเพิ่ม

    [แก้]

    อ้างอิง

    [แก้]
    1. Fischer J, Ganellin CR (2006). Analogue-based Drug Discovery (ภาษาอังกฤษ). John Wiley & Sons. p. 474. ISBN 978-3-527-60749-5.
    2. M. F. Oliver; J. A. Heady; J. N. Morris; และคณะ, บ.ก. (15 กันยายน 1984). "WHO cooperative trial on primary prevention of ischaemic heart disease with clofibrate to lower serum cholesterol: final mortality follow-up. Report of the Committee of Principal Investigators". Lancet. 324 (8403): 600–604. doi:10.1016/s0140-6736(84)90595-6. PMID 6147641.

    แหล่งข้อมูลอื่น

    [แก้]