การประกวดเพลงยูโรวิชัน
| การประกวดเพลงยูโรวิชัน | |
|---|---|
| ประเภท | การประกวดเพลง |
| สร้างโดย | มาร์แซล เบซ็องซง |
| สร้างจาก | เทศกาลดนตรีซานเรโม |
| ดำเนินรายการโดย | หลากหลายคน |
| ผู้ประพันธ์เพลงประกอบ | มาร์ก-อ็องตวน ชาร์ป็องตีเย |
| เพลงเปิด | เต เดอุม: Prelude (Marche en rondeau) |
| เพลงปิด | เต เดอุม: Prelude (Marche en rondeau) |
| ประเทศต้นกำเนิด | นานาชาติ |
| ภาษาต้นฉบับ | หลายภาษา; ใช้ภาษาอังกฤษและฝรั่งเศสเป็นหลัก |
| จำนวนตอน | การประกวด 68 ครั้ง การถ่ายทอดสด 104 ครั้ง |
| การผลิต | |
| ระยะเวลา | ~2 ชั่วโมง (รอบรองชนะเลิศ) ~4 ชั่วโมง (รอบชิงชนะเลิศ) |
| บริษัทผู้ผลิต | สหภาพการแพร่สัญญาณวิทยุและโทรทัศน์แห่งยุโรป |
| การเผยแพร่ต้นฉบับ | |
| ออกอากาศ | 24 พฤษภาคม ค.ศ. 1956 – ปัจจุบัน |
การประกวดเพลงยูโรวิชัน (อังกฤษ: Eurovision Song Contest; ฝรั่งเศส: Concours Eurovision de la chanson) หรือที่มักเรียกโดยย่อว่า ยูโรวิชัน (อังกฤษ: Eurovision) คือการประกวดเพลงระดับนานาชาติประจำปีที่จัดขึ้นโดยสหภาพการแพร่สัญญาณวิทยุและโทรทัศน์แห่งยุโรป (อีบียู) แต่ละประเทศที่เข้าร่วมจะส่งเพลงเข้าประกวด และแล้วจะมีการแสดงสดต่อหน้าสาธารณชน โดยจะถ่ายทอดในสถานีโทรทัศน์ระดับชาติของประเทศสมาชิกผ่านเครือข่ายยูโรวิชันและยูโรเรดิโอ จากนั้นประเทศที่เข้าร่วมจะลงคะแนนให้เพลงของประเทศอื่นเพื่อตัดสินผู้ชนะ
การประกวดมีเค้าโครงมาจากเทศกาลดนตรีซานเรโม ซึ่งจัดที่ลิกูเรียนริเวียราตั้งแต่ปี ค.ศ. 1951 การประกวดเพลงยูโรวิชันมีการจัดขึ้นทุกปีตั้งแต่ ค.ศ. 1956 (ยกเว้นการประกวดปี 2020 เนื่องจากมาตรการป้องกันโควิด-19) ส่งผลให้เป็นการประกวดเพลงที่ถ่ายทอดทางโทรทัศน์และหนึ่งในรายการโทรทัศน์ที่ออกอากาศยาวนานที่สุด ประเทศที่เป็นสมาชิกอีบียูปัจจุบันและประเทศที่เกี่ยวข้องมีสิทธิในการเข้าร่วม โดย ณ ค.ศ. 2024 มีประเทศที่เคยเข้าร่วมการประกวดอย่างน้อยหนึ่งครั้งทั้งหมด 52 ประเทศ นับตั้งแต่การประกวดครั้งแรก แต่ละประเทศสมาชิกจะส่งเพลงต้นฉบับความยาวไม่เกิน 3 นาที โดยจะต้องมีนักร้องหรือกลุ่มคนไม่เกิน 6 คนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปมาแสดงสด แต่ละประเทศจะให้คะแนน 1–8, 10 และ 12 คะแนนแก่เพลง 10 เพลง โดยพิจารณาจากความคิดเห็นของกลุ่มนักดนตรีมืออาชีพและผู้ชมในประเทศนั้นๆ โดยเพลงที่ได้รับคะแนนมากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ นอกจากนี้ยังมีการแสดงอื่นๆ ที่จะจัดขึ้นควบคู่ไปกับการแข่งขัน ได้แก่ การแสดงเปิด การแสดงช่วงพัก และการแสดงรับเชิญโดยนักดนตรีและบุคคลอื่นๆ โดยการแสดงในอดีตมีศิลปินเข้าร่วมแสดงมากมาย เช่น ซีร์ก ดู ซอแลล, มาดอนนา, จัสติน ทิมเบอร์เลก, มิคา, และริตา ออรา และยังรวมถึงการแสดง ริเวอร์แดนซ์ ครั้งแรก เดิมการแข่งขันจะจัดขึ้นในช่วงเย็นของวันหนึ่งๆ เท่านั้น แต่ในปัจจุบันก็ได้มีการขยายตัวมากขึ้น (มีการเข้าร่วมของประเทศนอกทวีปยุโรป เช่น อิสราเอลและออสเตรเลีย) นำไปสู่การนำวิธีการเลื่อนตกชั้นในช่วงทศวรรษ 1990 และระบบรอบรองชนะเลิศในช่วงทศวรรษ 2000 ณ ค.ศ. 2024 เยอรมนีเป็นประเทศที่เข้าร่วมการประกวดเพลงยูโรวิชันมากที่สุด โดยเข้าร่วมทุกครั้งเว้นการประกวดปี 1996 เพียงครั้งเดียว ในขณะที่ไอร์แลนด์และสวีเดนเป็นประเทศที่ชนะการประกวดมากที่สุด โดยทั้งสองประเทศชนะไปเจ็ดครั้ง
การประกวดครั้งหนึ่งมักจัดขึ้นในประเทศที่ชนะการแข่งขันในปีก่อนหน้า โดยเป็นโอกาสในการนำเสนอประเทศและเมืองเจ้าภาพในฐานะจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว นอกเหนือจากสัญลักษณ์ยูโรวิชันหลักที่ใช้เป็นการทั่วไปแล้ว การแข่งขันแต่ละครั้งจะมีธีมการประกวดเฉพาะตัว การประกวดจะออกอากาศในประเทศต่างๆ ทั่วทุกทวีป และมีการออกอากาศทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ยูโรวิชันอย่างเป็นทางการตั้งแต่การแข่งขันปี 2001 การประกวดเพลงยูโรวิชันเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ไม่ใช่กีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลกทุกปี โดยมีผู้ชมหลายร้อยล้านคนทั่วโลกรับชมการประกวดสด การเข้าร่วมการแข่งขันของศิลปินมักเป็นจุดเริ่มต้นของสายอาชีพ ในบางกรณีก็ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติอย่างยาวนาน ศิลปินหลายคนจากศิลปินเพลงที่ขายดีที่สุดต่างเคยเข้าร่วมการประกวดเพลงยูโรวิชันมาก่อน เช่น แอ็บบา, เซลีน ดิออน, ฆูลิโอ อิเกลเซียส, คลิฟฟ์ ริชาร์ด, และโอลิเวีย นิวตัน-จอห์น อีกทั้งซิงเกิลที่ขายดีที่สุดบางเพลงของโลกได้รับการแสดงในระดับนานาชาติเป็นครั้งแรกบนเวทียูโรวิชันนี้เอง
แม้ว่าการประกวดจะได้รับความนิยมจากผู้ชมทั้งในประเทศที่เข้าร่วมและไม่เข้าร่วม แต่ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในด้านคุณภาพทางศิลปะ รวมถึงแง่มุมทางการเมืองที่ถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง มีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับมิตรภาพและความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อผลการประกวด เหตุการณ์ที่เป็นข้อถกเถียง ได้แก่ การถอนตัวของสถานีโทรทัศน์ที่เข้าร่วม การปิดบางภาพหารออกอากาศบางส่วน การตัดสิทธิ์ผู้เข้าแข่งขัน รวมถึงเหตุการณ์ทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อการเข้าร่วม การประกวดนี้ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการแสดงบนเวทีที่อลังการมากเกินไปจนลดทอนคุณค่าทางศิลปะ ยูโรวิชันได้รับความนิยมจากเสน่ห์ของการแสดง ความหลากหลายทางดนตรีทั้งแนวเพลงพื้นเมืองและนานาชาติ รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ ส่งผลให้มีฐานกลุ่มผู้คลั่งไคล้ขนาดใหญ่และมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมสมัยนิยม ความนิยมของการประกวดนำไปสู่การสร้างกิจกรรมที่คล้ายคลึงกันหลายรายการ ทั้งที่จัดโดยอีบียูหรือสร้างโดยองค์กรภายนอกอีบียูได้จัดกิจกรรมพิเศษหลายรายการเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบปีที่สำคัญ หรือเพื่อทดแทนกิจกรรมที่ถูกยกเลิกไป
ประวัติ
[แก้]
สหภาพการแพร่สัญญาณวิทยุและโทรทัศน์แห่งยุโรป (อีบียู) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1950 โดยมีสถานีโทรทัศน์เป็นสมาชิก 23 ราย คำว่า "ยูโรวิชัน" เริ่มใช้ครั้งแรกโดยจอร์จ แคมปีย์ นักข่าวชาวอังกฤษ ในหนังสือพิมพ์ อีฟนิงสแตนดาร์ด เมื่อปี 1951 โดยเป็นการกล่าวถึงรายการหนึ่งของบรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงอังกฤษ (บีบีซี) ถูกนำมาออกอากาศซ้ำทางสถานีโทรทัศน์ของประเทศเนเธอร์แลนด์[1][2][3] อีบียูได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นเมื่อเดือนมกราคม ค.ศ. 1955 ซึ่งนำโดยมาร์แซล เบซ็องซง เพื่อหาแนวทางความร่วมมือระหว่างสถานีโทรทัศน์ที่เป็นสมาชิก เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการริเริ่มการประกวดเพลงระหว่างประเทศในยุโรปตามข้อเสนอของแซร์จีโอ ปูกลีเซ ผู้จัดการใหญ่ของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติอิตาลี (ไร) ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นภายหลังความสำเร็จในการออกอากาศกิจกรรมสำคัญผ่านเครือข่ายยูโรวิชันในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1950 เช่น พระราชพิธีราชาภิเษกสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 เมื่อปี 1953[2][4][5] ต่อมาเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 1955 ที่ประชุมใหญ่ของอีบียูเห็นชอบให้จัดการประกวดเพลงขึ้นภายใต้ชื่อเบื้องต้นว่า "ยูโรเปียนกรังด์ปรีซ์" และยอมรับข้อเสนอของบรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงสวิส (เอสอาร์จี เอสเอสอาร์) ที่จะจัดการประกวดครั้งแรกที่ลูกาโนในช่วงฤดูร้อนของ ค.ศ. 1956[1][2][6] โดยได้รับแรงบันดาลใจสำคัญจากเทศกาลดนตรีซานเรโมของอิตาลี ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่ปี 1951[1] การประกวดเพลงยูโรวิชันถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นการทดสอบการการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ข้ามชาติ การส่งเสริมโทรทัศน์ และกระตุ้นการสร้างสรรค์เพลงต้นฉบับ[7][8][9][2][10]
ในการประกวดครั้งแรก มีประเทศที่เข้าร่วมทั้งหมดเจ็ดประเทศ โดยเป็นครั้งเดียวที่แต่ละประเทศส่งเพลงเข้าประกวดสองเพลง[11][12] ในการประกวดครั้งนี้ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เจ้าภาพชนะการประกวด ด้วยเพลง "รีแฟรน" โดยลิส อาเซีย[13] การลงคะแนนในการประกวดครั้งแรกจัดขึ้นแบบปิด โดยจะประกาศเฉพาะผู้ชนะบนเวทีเท่านั้น การใช้กระดานคะแนนและการประกาศผลการลงคะแนนต่อสาธารณะเริ่มขึ้นในการประกวดปี 1957 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรายการ เฟสติวอลออฟบริติชปอปูลาร์ซองส์ ของบีบีซี[14] ต่อมาในการประกวดปี 1958 ได้ริเริ่มธรรมเนียมที่ให้ประเทศผู้ชนะเป็นเจ้าภาพในการประกวดปีถัดไป[15][16] ตลอดระยะเวลาการจัดการประกวด การพัฒนาของเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้พัฒนารูปแบบการจัดการประกวดเพลงยูโรวิชันด้วย เช่น การเริ่มการถ่ายทอดสดภาพสีในการประกวดปี 1968 การเริ่มการถ่ายทอดสดผ่านสัญญาณต่อเนื่องในการประกวดปี 2000[4][17][18] การเริ่มถ่ายทอดสดผ่านหน้าจอกว้างในการประกวดปี 2005 รวมถึงการเริ่มถ่ายทอดสดด้วยความละเอียดสูงในการประกวดปี 2007 และด้วยความละเอียดสูงยิ่งยวดในปี 2022[19][20][21]
ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1960 มีเพียง 16 ถึง 18 ประเทศที่เข้าร่วมการประกวดเป็นประจำทุกปี[22] ในเวลาต่อมาประเทศนอกทวีปยุโรปต่างเริ่มเข้าร่วมการประกวด โดยประเทศในทวีปเอเชียงตะวันตกและทวีปแอฟริกาเหนือเริ่มเข้าร่วมการประกวดในช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 1970 และ 1980 และนอกเหนือจากยูโกสลาเวียแล้ว ก็ไม่มีประเทศกลุ่มสังคมนิยมหรือคอมมิวนิสต์เข้าร่วมการประกวดเพลงยูโรวิชันเลย[a] หลังจากสิ้นสุดสงครามเย็นเท่านั้นที่ประเทศอื่น ๆ จากยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกได้เข้าร่วมการประกวดเป็นครั้งแรก โดยบางประเทศได้รับหรือได้เอกราชคืนมาในช่วงการแตกแยกของประเทศยูโกสลาเวีย เชโกสโลวาเกีย และสหภาพโซเวียต ส่งผลให้มีสถานีโทรทัศน์สมัครเข้าร่วมมากกว่าจำนวนสถานีที่จะสามารถเข้าร่วมได้ในการประกวดที่จัดขึ้นเพียงคืนเดียวในระยะเวลาที่เหมาะสม จึงมีการทดลองใช้วิธีแก้ปัญหาต่าง ๆ มากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา เช่น ในการประกวดปี 1993 ได้มีการจัด ควาลีฟีกาซียาซามิลล์สตรีท เป็นการประกวดรอบย่อยเพื่อคัดเลือกประเทศไปแข่งขันในการประกวดหลักอีกครั้ง ต่อมาตั้งแต่การประกวดปี 1994 ได้มีการเริ่มใช้ระบบการตกชั้นเพื่อควบคุมจำนวนประเทศที่เข้าร่วมการประกวด โดยประเทศที่มีผลงานแย่ที่สุดจะถูกตัดสิทธิ์จากการเข้าร่วมการประกวดในปีถัดไป[22][23] และตั้งแต่การประกวดปี 2004 ได้เริ่มมีการใช้ระบบรอบรองชนะเลิศ เพื่อให้ประเทศที่สนใจ้ได้เข้าร่วมการประกวดทั้งหมด โดยแต่เดิมมีรอบรองชนะเลิศเพียงรอบเดียว แต่เพิ่มมาเป็นสองรอบตั้งแต่ปี 2008[12][22]
ณ ค.ศ. 2026 ได้มีการจัดการประกวดเพลงยูโรวิชันแล้ว 69 ครั้ง ส่งผลให้เป็นการประกวดเพลงระดับนานาชาติประจำปีที่ดำเนินมายาวนานที่สุดในโลกตามบันทึกสถิติโลกกินเนสส์[24][25] การประกวดนี้ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในรายการโทรทัศน์ที่ออกอากาศยาวนานที่สุดในโลก และเป็นหนึ่งในรายการที่ไม่ใช่กีฬาที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก[26][27][28] ตลอดการจัดการประกวดเพลงยูโรวิชัน 69 ครั้ง ได้มีสถานีโทรทัศน์จากทั้งหมด 52 ประเทศที่ได้เข้าร่วมอย่างน้อยหนึ่งครั้ง โดยมีสถิติสูงสุดคือ 43 ประเทศที่เข้าร่วมในการประกวดครั้งเดียว ซึ่งครั้งแรกคือในการประกวดปี 2008 และต่อมาในปี 2011 และ 2018[12][22]
การประกวดเพลงยูโรวิชันได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี จนกระทั่งเมื่อปี 2020 ซึ่งการประกวดในปีนั้นถูกยกเลิกเนื่องจากการระบาดทั่วของโควิด-19[12][29] เนื่องจากความไม่แน่นอนที่เกิดจากการระบาดทั่วของโควิด-19 ในทวีปยุโรป และข้อจำกัดต่าง ๆ ที่รัฐบาลของประเทศที่เข้าร่วมกำหนดขึ้น จึงไม่สามารถจัดการประกวดได้ โดยผู้จัดงานได้ผลิตรายการพิเศษ ยูโรวิชัน: ยุโรปไชน์อะไลท์ ขึ้นเป็นการทดแทน โดยเป็นการยกย่องบทเพลงและศิลปินที่ควรจะเข้าร่วมการแข่งขันในปี 2020 ในรูปแบบที่ไม่ใช่การแข่งขัน[29][30][31]
การใช้ชื่อ
[แก้]การประกวดเพลงยูโรวิชันเคยใช้ชื่อในหลายภาษา โดยการประกวดครั้งแรกใช้ชื่อในสามภาษา ได้แก่ กรันเปรมีโอเออูโรวีซีโอเนเดลลากันโซเนเออูโรปีอา (Gran premio Eurovisione della canzone europea) ในภาษาอิตาลี, กรังด์ปรีซ์เออโรวีซียงเดอลาชานซงเออโรเปนเนอ (Grand Prix Eurovision de la chanson européenne) ในภาษาฝรั่งเศส, และ กรังด์ปรีซ์ออฟเดอะยูโรวิชันซองคอมเพทิชัน (Grand Prix of the Eurovision Song Competition) ในภาษาอังกฤษ[32] นอกจากนี้ ในการประกวดหลายครั้งยังมีการใช้ชื่ออย่างไม่เป็นทางการในหลายภาษา เช่น ยูโรวิชันชลาเกอร์เฟ็สติวอล (Eurovision Schlagerfestival) ในภาษาสวีเดน หรือ อือโรวีซีซ็องเฟ็สติวอล (Eurovisie Songfestival) ในภาษาดัตช์ โดยชื่อปัจจุบันของการประกวดในภาษาอังกฤษ (Eurovision Song Contest) และภาษาฝรั่งเศส (Concours Eurovision de la Chanson) ถูกใช้เป็นชื่อโดยพฤตินัยในช่วงเวลาต่อมา เว้นแต่ในการประกวดปี 1996 ที่ใช้ชื่อ ยูโรซอง (Eurosong) ในภาษาอังกฤษ[33] อีบียูไม่เคยกำหนดชื่อของการประกวดอย่างเป็นทางการจนกระทั่งการประกวด 2004[34][35][ต้องการแหล่งอ้างอิงดีกว่านี้] เมื่อมีการเปลี่ยนอัตลักษณ์ของการประกวด[22] แนวทางการใช้แบรนด์อย่างเป็นทางการระบุว่าสามารถใช้คำแปลของชื่อได้ขึ้นอยู่กับประเพณีของชาติและการรับรู้แบรนด์ในประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน แต่ก็นิยมใช้ชื่อการประกวดเพลงยูโรวิชันดังเดิมเสมอมา[36]
ตลอดการจัดการประกวดมีเพียงสี่ครั้งเท่านั้นที่ตราสัญลักษณ์การประกวดใช้ภาษาอื่นนอกเหนือจากภาษาอังกฤษหรือฝรั่งเศส ได้แก่ในการประกวดปี 1965 และ 1991 ที่ประเทศอิตาลีเจ้าภาพใช้ชื่อในภาษอิตาลี ได้แก่ กรันเปรมีโอเออูโรวีซีโอเนเดลลากันโซเน และ กอนกอร์โซเออูโรวีซีโอเนเดลลากันโซเน ตามลำดับ; และในการประกวดปี 1976 และ 1980 ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์เจ้าภาพเลือกใช้ชื่อ อือโรวีซีซ็องเฟ็สติวอล ในภาษาดัตช์[22]
รูปแบบการประกวด
[แก้]
ประเทศที่ร่วมเข้าแข่งขันจะเลือกเพลงและนักร้อง ประเทศละหนึ่งชุดโดยใช้ผู้แสดงไม่เกินหกคน ที่จะแสดงสดทางโทรทัศน์ เพลงที่เข้าประกวดต้องเป็นเพลงที่แต่งขึ้นมาใหม่ทั้งเนื้อร้องและทำนอง โดยประเภทของเพลงในการแข่งขันมีความหลากหลาย
ในการตัดสินผู้ชนะ ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา คะแนนจะถูกแบ่งเป็นสองส่วน คือจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญของแต่ละประเทศ และจากผู้ชมซึ่งเป็นประชากรในประเทศสมาชิก EBU รวมถึงผู้ชมใน "ส่วนอื่นของโลก" (เริ่มตั้งแต่ปี 2023) โดยแต่ละประเทศจะใช้คะแนนจากคณะกรรมการ (Jury Vote) และจากการโหวตของผู้ชมทางโทรศัพท์/การส่งเอสเอ็มเอส/การโหวตผ่านแอพ/การโหวตผ่านเว็บไซต์ (Televote) อย่างละครึ่งหนึ่ง ซึ่งแต่ละประเทศไม่มีสิทธิตัดสินหรือโหวตให้กับประเทศของตัวเอง ทุกประเทศมีโอกาสได้คะแนนเท่ากันโดยไม่คำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ ด้วยเหตุนั้นประเทศรัสเซียจึงมีโอกาสได้คะแนนเท่ากับโมนาโก
ประเทศที่ได้คะแนนมากที่สุดสองอันดับแรกจะได้ 12 และ 10 คะแนน ส่วนอันดับสามถึงสิบจะได้คะแนนตั้งแต่ 8 จนถึง 1 คะแนน โดยในการประกาศผลช่วงท้ายของการถ่ายทอดสดรอบชิงชนะเลิศ จะแบ่งเป็นสองช่วง ได้แก่
- คะแนนจากคณะกรรมการ โดยประเทศที่ได้ 1-8 และ 10 คะแนน ตัวเลขจะปรากฏบนกระดานคะแนนดิจิทัล ส่วนประเทศที่ได้ 12 คะแนน (อังกฤษ: Twelve Points, ฝรั่งเศส: Douze Points) ตัวแทนของแต่ละประเทศจะเป็นผู้ประกาศ
- คะแนนจากการโหวตของผู้ชม ทางโทรศัพท์ ข้อความสั้น และ แอพ พิธีกรจะเป็นผู้ประกาศเอง โดยในปี 2016-2018 จะประกาศเลขคะแนน ตามด้วยชื่อประเทศที่ได้คะแนนจากการโหวต เรียงจากต่ำสุดไปสูงสุด สำหรับการประกวดตั้งแต่ปี 2019–2025 จะประกาศคะแนนจากผู้ชมของแต่ละประเทศ เรียงตามลำดับประเทศที่ได้คะแนนคณะกรรมการ จากต่ำสุดไปหาสูงสุด และในปี 2026 แม้จะใช้วิธีการประกาศคะแนนจากผู้ชมเช่นเดิม แต่เมื่อเหลือประเทศที่ได้คะแนนจากคณะกรรมการสูงสุดแต่ยังไม่ประกาศคะแนนจากผู้ชม กับประเทศที่ได้คะแนนรวมสูงสุดในเวลานั้น พิธีกรจะประกาศชื่อประเทศผู้ชนะแทน
ประเทศที่ได้คะแนนจากทั้งสองส่วนข้างต้นรวมกันมากที่สุด จะเป็นผู้ชนะของการประกวดปีนั้น ๆ หากเกิดกรณีที่มีประเทศที่มีคะแนนเท่ากัน จะตัดสินที่คะแนนรวมจากการโหวตของผู้ชม หากยังเท่ากันจะนับจำนวนคะแนนจากการโหวตของผู้ชมที่ได้รับ เรียงจากคะแนนสูงสุดที่ได้รับไปยังคะแนนต่ำสุด หากคะแนนเท่ากันอีก ประเทศที่มีลำดับการแสดงก่อนจะเป็นผู้ชนะ
ประเทศของผู้ชนะจะได้รับถ้วยหรือเหรียญรางวัล และเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดปีต่อไป โดยประเทศเจ้าภาพกับประเทศที่ออกค่าใช้จ่ายให้กับทาง EBU มากที่สุด ได้แก่ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน และ อิตาลี (ซึ่งเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า กลุ่มประเทศ "บิ๊กไฟว์") จะสามารถส่งทีมเข้าประกวดในรอบชิงชนะเลิศได้โดยอัตโนมัติ (ในปี 2015 ออสเตรเลียได้รับสิทธิ์เข้ารอบชิงชนะเลิศโดยอัตโนมัติเป็นกรณีพิเศษเพิ่มเติมอีกหนึ่งประเทศ ในโอกาสครบรอบ 60 ปีการประกวด) ส่วนประเทศที่เหลือทั้งหมดต้องเข้าประกวดรอบคัดเลือก ซึ่งมีสองวันและคัดประเทศเข้ารอบชิงชนะเลิศวันละสิบประเทศ ทำให้รอบชิงชนะเลิศมีประเทศเข้าประกวดทั้งหมด 26 ประเทศ ส่วนในปีที่ประเทศในกลุ่มบิ๊กไฟว์เป็นเจ้าภาพ จะมีชาติที่เข้าร่วมประกวดรอบชิงชนะเลิศรวม 25 ประเทศ
สำหรับในการประกวดปี 2023 ยูเครน ประเทศผู้ชนะการประกวดปีก่อนหน้า ไม่สามารถจัดงานได้เนื่องจากยังอยู่ในภาวะสงคราม สหราชอาณาจักรที่ได้ลำดับที่สองในการประกวดคราวเดียวกันนั้น จึงรับหน้าที่จัดประกวดแทน แต่ยูเครนก็ยังได้รับสิทธิ์เข้ารอบชิงชนะเลิศโดยอัตโนมัติตามธรรมเนียมเช่นเดิม ดังนั้นจึงมีชาติที่เข้าร่วมการประกวดในรอบชิงชนะเลิศปีดังกล่าวรวม 26 ประเทศ แม้จะมีหนึ่งในกลุ่มประเทศบิ๊กไฟว์เป็นเจ้าภาพก็ตาม
การออกอากาศ
[แก้]การประกวดเริ่มมีการออกอากาศทุกปีตั้งแต่ปี ค.ศ. 1956 ถือเป็นรายการโทรทัศน์ที่มีต่อเนื่องยาวที่สุดในโลก และมีผู้ชมที่ไม่ใช่การแข่งขันกีฬามากที่สุด[37] โดยมีผู้ชมระหว่าง 100 ล้าน - 600 ล้านคน[38][39] ออกอากาศทั่วทั้งยุโรป และยังแพร่ภาพใน ออสเตรเลีย แคนาดา อียิปต์ ฮ่องกง อินเดีย จอร์แดน เกาหลี นิวซีแลนด์ แอฟริกาใต้ และ สหรัฐอเมริกา ถึงแม้ประเทศเหล่านี้จะไม่ได้ร่วมแข่งขันก็ตาม
ตั้งแต่ปี 2000 การแข่งขันได้มีการแพร่ภาพทางอินเทอร์เน็ต[40] และในปี 2015 สหภาพฯ ได้เปิดช่องทางการถ่ายทอดสดผ่านยูทูบ[41]
ผู้มีชื่อเสียงจากการประกวด
[แก้]ศิลปินดังที่ชนะเลิศจากรายการนี้ เช่น เซลีน ดิออน (สวิสเซอร์แลนด์) ปี 1988, แอ็บบ้า (สวีเดน) ปี 1974, ดานา อินเตอร์เนชันแนล (อิสราเอล) ปี 1998, ลอร์ดิ (ฟินแลนด์) ปี 2006, มาริยา เชริโฟวิช (Marija Šerifović) จากประเทศเซอร์เบีย ปี 2007, ดิมา บิลาน (Dima Bilan) จากรัสเซีย ปี 2008 และ อเล็กซานเดอร์ รืยบัค (Alexander Rybak) จากนอร์เวย์ ปี 2009 และเลนา เมเยอร์-ลันดรุท (Lena Meyer-Landrut) จากเยอรมนี ปี 2010
ภาพรวม
[แก้]คำขวัญ
[แก้]| ปี | ประเทศ | เมือง | คำขวัญ/ธีม | คำแปลภาษาไทย |
|---|---|---|---|---|
| 2002 | ทาลลินน์ | A Modern Fairytale | เทพนิยายสมัยใหม่ | |
| 2003 | รีกา | Magical Rendezvous | จุดนับพบต้องมนต์ขลัง | |
| 2004 | อิสตันบูล | Under The Same Sky | ใต้ฟ้าเดียวกัน | |
| 2005 | เคียฟ | Awakening | ปลุกให้ตื่น | |
| 2006 | เอเธนส์ | Feel The Rhythm! | สัมผัสถึงจังหวะดนตรี! | |
| 2007 | เฮลซิงกิ | True Fantasy | จินตนาการที่เป็นจริง | |
| 2008 | เบลเกรด | Confluence of Sound | การชุมนุมของเสียงเพลง | |
| 2009 | มอสโก | ไม่มี | - | |
| 2010 | ออสโล | Share The Moment! | ร่วมแบ่งปันเรื่องราว | |
| 2011 | ดึสเซิลดอร์ฟ | Feel Your Heart Beat! | สัมผัสจังหวะหัวใจคุณ! | |
| 2012 | บากู | Light Your Fire! | เติมไฟในตัวคุณ! | |
| 2013 | มัลเมอ | We Are One | เราเป็นหนึ่ง | |
| 2014 | โคเปนเฮเกน | #JoinUs | #มาร่วมกับเรา | |
| 2015 | เวียนนา | Building Bridges | ก่อร่างสร้างสะพาน | |
| 2016 | สต็อกโฮล์ม | Come Together | มาสนุกร่วมกัน | |
| 2017 | เคียฟ | Celebrate Diversity | เฉลิมฉลองความหลากหลาย | |
| 2018 | ลิสบอน | All Aboard! | มารวมตัวกัน! | |
| 2019 | เทลอาวีฟ | Dare To Dream | กล้าที่จะฝัน | |
| 2020 | รอตเทอร์ดาม | Open Up1 | เปิดใจ | |
| 2021 | รอตเทอร์ดาม | |||
| 2022 | ตูริน | The Sound of Beauty | มนต์เสน่ห์แห่งเสียงเพลง | |
| 2023 | ลิเวอร์พูล | United by Music2 | รวมใจกันด้วยเสียงดนตรี | |
| 2024 | มัลเมอ | |||
| 2025 | บาเซิล | Welcome Home3 | ยินดีต้อนรับกลับบ้าน | |
| 2026 | เวียนนา | United by Music2 | รวมใจกันด้วยเสียงดนตรี | |
| 2027 | บูร์กาส | |||
- 1.^ การประกวดปี 2020 ถูกยกเลิกเนื่องจากการระบาดทั่วของโควิด-19
- 2.^ นับแต่การประกวดในปี 2024 เป็นต้นมา อีบียูให้ใช้คำขวัญนี้เป็นคำขวัญประจำรายการ[166]
- 3.^ แม้ "รวมใจกันด้วยเสียงดนตรี" (United by Music) จะเป็นคำขวัญประจำรายการ แต่เอสอาร์จี เอสเอสอาร์ สถานีโทรทัศน์เจ้าภาพ ใช้ "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน" (Welcome Home) เป็นคำขวัญและแนวคิดสำคัญของการประกวดปีนี้
รายชื่อผู้ชนะ
[แก้]
ดูเพิ่ม
[แก้]หมายเหตุ
[แก้]- ↑ อย่างไรก็ตาม การประกวดเพลงอินเตอร์วิชันซึ่งจัดขึ้นโดยองค์กรวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ระหว่างประเทศ (โออีแอร์เต) เพื่อทดแทนการประกวดเพลงยูโรวิชันในประเทศฝั่งตะวันออกและที่จัดขึ้นเพียงสี่ครั้งระหว่างปี 1977–1980 ได้มีประเทศจากฝั่งตะวันตก รวมถึงประเทศนอกทวีปยุโรป เช่น ประเทศแคนาดา เข้าร่วมการประกวดด้วย
- ↑ ในการประกวดปีแรกแต่ละประเทศจะส่งผลงานเข้าประกวดประเทศละ 2 เพลง
- ↑ เดิมมีกำหนดจัดการประกวดในวันที่ 2 เมษายนแต่ได้เกิดการประท้วงของช่างกล้องและเจ้าหน้าที่เทคนิคของบีบีซีเสียก่อน จึงได้มีการเลื่อนมาจัดในวันที่ 7 พฤษภาคม
- ↑ เดิมจะมี 26 ประเทศที่จะทำการแสดงในรอบชิงชนะเลิศ แต่เนเธอร์แลนด์ถูกตัดสิทธิ์ภายหลังรอบรองชนะเลิศรอบที่ 2
แหล่งอ้างอิง
[แก้]รายการอ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 Roxburgh 2012, pp. 93–96.
- 1 2 3 4 Jaquin, Patrick (1 ธันวาคม 2004). "Eurovision's Golden Jubilee". European Broadcasting Union. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 11 สิงหาคม 2004. สืบค้นเมื่อ 18 กรกฎาคม 2009.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Campey, George (5 พฤศจิกายน 1951). "And now– Eurovision". Evening Standard. London, United Kingdom. น. 9. สืบค้นเมื่อ 26 มีนาคม 2025 – โดยทาง Newspapers.com.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 "Eurovision: About us – who we are". Eurovision Song Contest. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 31 กรกฎาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 28 มิถุนายน 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Sommerlad, Joe (18 พฤษภาคม 2019). "Eurovision 2019: What exactly is the point of the annual song contest and how did it begin?". The Independent. สืบค้นเมื่อ 27 มิถุนายน 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 O'Connor 2010, pp. 8–9.
- ↑ Österdahl, Martin (2023). "Foreword". ใน Dubin, Adam; Vuletic, Dean; Obregón, Antonio (บ.ก.). The Eurovision Song Contest: an academic phenomenon. London; New York: Routledge, Taylor & Francis Group. น. xii. ISBN 978-1-03-203774-5.
- ↑ "The Origins of Eurovision". Eurovision Song Contest. 27 พฤษภาคม 2019. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 เมษายน 2023. สืบค้นเมื่อ 15 เมษายน 2023.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Vuletic, Dean (2023). "The Grand Tour: the origins of the Eurovision Song Contest as a cultural phenomenon". ใน Dubin, Adam; Vuletic, Dean; Obregón, Antonio (บ.ก.). The Eurovision Song Contest: an academic phenomenon. London; New York: Routledge, Taylor & Francis Group. น. 8. ISBN 978-1-03-203774-5.
- ↑ "Règlement du Grand Prix Eurovision 1956 de la Chanson Européenne (version définitive)" [Rules of the Grand Prix of the Eurovision Song Competition 1956 (final version)] (PDF) (ภาษาฝรั่งเศส). Geneva, Switzerland: European Broadcasting Union (EBU). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 20 มิถุนายน 2016.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Eurovision Song Contest: In a Nutshell". Eurovision Song Contest. 31 มีนาคม 2017. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 10 กรกฎาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 27 มิถุนายน 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 4 "Eurovision Song Contest: Facts & Figures". Eurovision Song Contest. 12 มกราคม 2017. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 15 กรกฎาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 27 มิถุนายน 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Eurovision Song Contest: Winners". Eurovision Song Contest. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 12 พฤษภาคม 2018. สืบค้นเมื่อ 23 พฤษภาคม 2021.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Roxburgh 2012, p. 152.
- 1 2 O'Connor 2010, pp. 12–13.
- ↑ Roxburgh 2012, p. 160.
- ↑ "Eurovision Song Contest: London 1968". Eurovision Song Contest. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 31 กรกฎาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 5 กรกฎาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Laven, Philip (กรกฎาคม 2002). "Webcasting and the Eurovision Song Contest". European Broadcasting Union. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 28 พฤษภาคม 2008. สืบค้นเมื่อ 28 มิถุนายน 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Polishchuk, Tetiana (17 พฤษภาคม 2005). "Eurovision to Be Broadcast in Widescreen, With New Hosts". The Day. Kyiv, Ukraine. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 พฤศจิกายน 2020. สืบค้นเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2021.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 "Eurovision Song Contest: Helsinki 2007". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Cafarelli, Donato (23 เมษายน 2022). "Eurovision Song Contest 2022: la Rai trasmetterà l'evento per la prima volta in 4K" [Eurovision Song Contest 2022: Rai will broadcast the event for the first time in 4K]. Eurofestival News (ภาษาอิตาลี). สืบค้นเมื่อ 23 เมษายน 2022.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 4 5 6 "Eurovision Song Contest: History by events". Eurovision Song Contest. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 25 สิงหาคม 2017. สืบค้นเมื่อ 27 มิถุนายน 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Eurovision Song Contest 1993". Eurovision Song Contest. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 31 ก.ค. 2020. สืบค้นเมื่อ 27 มิถุนายน 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Lynch, Kevin (23 พฤษภาคม 2015). "Eurovision recognised by Guinness World Records as the longest-running annual TV music competition (international)". Guinness World Records. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 22 มกราคม 2020. สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Escudero, Victor M. (23 พฤษภาคม 2015). "Eurovision Song Contest awarded Guinness world record". Eurovision Song Contest. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 ก.ค. 2020. สืบค้นเมื่อ 9 กรกฎาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Culture & Entertainment | Eurovision". Brand EU. 26 มิถุนายน 2015. สืบค้นเมื่อ 19 มีนาคม 2021.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Press Release: 60th Eurovision Song Contest Seen by Nearly 200 Million Viewers". European Broadcasting Union. 3 มิถุนายน 2015. สืบค้นเมื่อ 19 มีนาคม 2021.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Ritman, Alex (3 มิถุนายน 2015). "Eurovision Song Contest Draws Almost 200 Million Viewers". Billboard. สืบค้นเมื่อ 20 มีนาคม 2021.
{{cite magazine}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 "Official EBU statement & FAQ on Eurovision 2020 cancellation". Eurovision Song Contest. 6 เมษายน 2020. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 4 กรกฎาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 27 มิถุนายน 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Eurovision: Europe Shine A Light". Eurovision Song Contest. 9 เมษายน 2020. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 26 มิถุนายน 2020. สืบค้นเมื่อ 27 มิถุนายน 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Eurovision still shines despite cancelled final". The Guardian. PA Media. 17 พฤษภาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 27 มิถุนายน 2020.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Thursday 24 May – Television". Radio Times. London, United Kingdom. 18 พฤษภาคม 1956. น. 38. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 11 สิงหาคม 2022. สืบค้นเมื่อ 2 มิถุนายน 2022.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Marlowe, Chris (1996-05-11). "Norway Shapes a New-style Eurovision" (PDF). Music & Media. เล่มที่ 13 ฉบับที่ 19. Amsterdam, Netherlands. น. 10. ISSN 1385-612X. ข้อมูลเก่า (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-08-17. สืบค้นเมื่อ 2025-01-29.
- ↑ "Palmarès du Concours Eurovision de la Chanson" (PDF). European Broadcasting Union. 2002. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 28 พฤษภาคม 2008. สืบค้นเมื่อ 28 มิถุนายน 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Rules of the 2004 Eurovision Song Contest" (PDF) (ข่าวประชาสัมพันธ์). European Broadcasting Union. SPG 03-12612.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Brand". Eurovision Song Contest. 12 มกราคม 2017. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2021. สืบค้นเมื่อ 3 กรกฎาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Live Webcast". ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2006-05-25. สืบค้นเมื่อ 2006-05-25.
- ↑ Finland wins Eurovision contestAljazeera.net (21 May 2006). เรียกดูเมื่อ 2007-05-08.
- ↑ Matthew Murray.Eurovision Song Contest - International Music Program. เก็บถาวร 2005-01-13 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน museum.tv. เรียกดูเมื่อ 2006-07-15.
- ↑ Philip Laven (July 2002).Webcasting and the Eurovision Song Contest. เก็บถาวร 2008-05-28 ที่ เวย์แบ็กแมชชีนEuropean Broadcasting Union. เรียกดูเมื่อ 2006-08-21.
- ↑ Eurovision song contest 2006 - live streaming เก็บถาวร 2007-12-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีนOctoshape (8 June 2006). เรียกดูเมื่อ 2006-08-21.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Lugano 1956". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Eurovision Song Contest: Frankfurt 1957". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 10–11.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Hilversum 1958". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Eurovision Song Contest: Cannes 1959". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 14–15.
- ↑ "Eurovision Song Contest: London 1960". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 16–17.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Cannes 1961". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 18–19.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Luxembourg 1962". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 20–21.
- ↑ "Eurovision Song Contest: London 1963". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 22–23.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Copenhagen 1964". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 24–25.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Naples 1965". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 26–27.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Luxembourg 1966". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 28–29.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Vienna 1967". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 30–31.
- ↑ "Eurovision Song Contest: London 1968". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 32–35.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Madrid 1969". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 36–39.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Amsterdam 1970". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 40–43.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Dublin 1971". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 44–47.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Edinburgh 1972". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 48–51.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Luxembourg 1973". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 52–55.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Brighton 1974". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 56–59.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Stockholm 1975". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 60–63.
- ↑ "Eurovision Song Contest: The Hague 1976". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 64–67.
- ↑ "Eurovision Song Contest: London 1977". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 68–71.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Paris 1978". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 72–75.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Jerusalem 1979". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 76–79.
- ↑ "Eurovision Song Contest: The Hague 1980". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 80–83.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Dublin 1981". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 84–87.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Harrogate 1982". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 88–91.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Munich 1983". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 92–95.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Luxembourg 1984". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 96–99.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Gothenburg 1985". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 100–103.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Bergen 1986". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 104–107.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Brussels 1987". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 108–111.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Dublin 1988". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 112–115.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Lausanne 1989". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 116–119.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Zagreb 1990". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Roxburgh 2020, pp. 34–46.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Rome 1991". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 124–127.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Malmö 1992". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 128–131.
- ↑ "Watch Now #EurovisionAgain: Malmö 1992" (ภาษาอังกฤษ). European Broadcasting Union. 21 สิงหาคม 2021. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 21 สิงหาคม 2021.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Eurovision Song Contest: Millstreet 1993". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 132–135.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Dublin 1994". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 136–139.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Dublin 1995". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 140–143.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Oslo 1996". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 144–147.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Dublin 1997". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 148–151.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Birmingham 1998". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 152–155.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Jerusalem 1999". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 156–159.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Stockholm 2000". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 160–163.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Copenhagen 2001". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 164–167.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Tallinn 2002". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 168–171.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Riga 2003". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 172–175.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Istanbul 2004". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 176–179.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Kyiv 2005". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 180–183.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Athens 2006". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 184–187.
- ↑ O'Connor 2010, pp. 188–191.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Belgrade 2008". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 192–195.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Moscow 2009". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ O'Connor 2010, pp. 196–199.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Oslo 2010". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Eurovision Song Contest: Düsseldorf 2011". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Eurovision Song Contest: Baku 2012". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Eurovision Song Contest: Malmö 2013". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Eurovision Song Contest: Copenhagen 2014". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Eurovision Song Contest: Vienna 2015". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Eurovision Song Contest: Stockholm 2016". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Eurovision Song Contest: Kyiv 2017". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Eurovision Song Contest: Lisbon 2018". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Eurovision Song Contest: Tel Aviv 2019". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Eurovision Song Contest: Rotterdam 2020". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Eurovision Song Contest: Rotterdam 2021". eurovision.tv. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2020.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Dates for Eurovision 2021 announced". eurovision.tv. 2020-06-15. สืบค้นเมื่อ 2020-06-15.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Turin 2022". Eurovision.tv (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2021-10-08.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Liverpool 2023". Eurovision.tv (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2022-12-10.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Malmö 2024". Eurovision.tv (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2023-07-07.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Basel 2025". Eurovision.tv (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2024-08-30.
- ↑ "Eurovision Song Contest: Vienna 2026". Eurovision.tv (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-08-20.
- ↑ "'United By Music' chosen as permanent Eurovision slogan". Eurovision.tv. European Broadcasting Union (EBU). 14 พฤศจิกายน 2023. สืบค้นเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2023.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
บรรณานุกรม
[แก้]- Mantzaris, Alexander V.; Rein, Samuel R.; Hopkins, Alexander D. (2018a). "Examining Collusion and Voting Biases Between Countries During the Eurovision Song Contest Since 1957". Journal of Artificial Societies and Social Simulation. 21 (1) 1. arXiv:1705.06721. doi:10.18564/jasss.3580.
- Mantzaris, Alexander V.; Rein, Samuel R.; Hopkins, Alexander D. (2018b). "Preference and neglect amongst countries in the Eurovision Song Contest". Journal of Computational Social Science. 1 (2): 377–390. doi:10.1007/s42001-018-0020-2.
- O'Connor, John Kennedy (2010). The Eurovision Song Contest: The Official History (พิมพ์ครั้งที่ 2nd). London: Carlton Books. ISBN 978-1-84732-521-1.
- Raykoff, Ivan; Tobin, Robert Deam, บ.ก. (2016). A Song for Europe: Popular Music and Politics in the Eurovision Song Contest. Abingdon-on-Thames: Routledge. ISBN 978-0-754658-79-5. สืบค้นเมื่อ 3 กรกฎาคม 2020.
{{cite book}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - Roxburgh, Gordon (2012). Songs for Europe: The United Kingdom at the Eurovision Song Contest. Volume One: The 1950s and 1960s. Prestatyn: Telos Publishing. ISBN 978-1-84583-065-6.
- West, Chris (2020). Eurovision! A History of Modern Europe Through the World's Greatest Song Contest (พิมพ์ครั้งที่ 2nd). London: Melville House UK. ISBN 978-1-911545-55-2.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]
วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Eurovision Song Contest- เว็บไซต์ทางการ
- เว็บไซต์ทางการของอีบียู
- การประกวดเพลงยูโรวิชัน ที่ยูทูบ
- เพจเฟชบุ๊คแฟนคลับยูโรวิชันไทยอย่างเป็นทางการ