เนเปิลส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เนเปิลส์
Napoli
เทศบาล
Comune di Napoli
ภาพของเนเปิลส์ ซ้ายบนคือภายในมหาวิหารเนเปิลส์ ขวาบนคือกัสเตลโลนูโอโว ซ้ายล่างคือทิวทัศน์ของท่าเรือ และขวาล่างคือเตอาโตรซานการ์โล
ภาพของเนเปิลส์ ซ้ายบนคือภายในมหาวิหารเนเปิลส์ ขวาบนคือกัสเตลโลนูโอโว ซ้ายล่างคือทิวทัศน์ของท่าเรือ และขวาล่างคือเตอาโตรซานการ์โล
ตราราชการของเนเปิลส์
ตราอาร์ม
เนเปิลส์ ซึ่งตั้งอยู่ใน Italy
เนเปิลส์
เนเปิลส์
ที่ตั้งของเนเปิลส์
Naplesในประเทศอิตาลี
พิกัดภูมิศาสตร์: 40°50′N 14°15′E / 40.833°N 14.250°E / 40.833; 14.250
ประเทศ อิตาลี
แคว้น กัมปาเนีย
จังหวัด เนเปิลส์ (NA)
การปกครอง
 • นายกเทศมนตรี Rosa Russo Jervolino
เนื้อที่
 • ทั้งหมด 117.27 ตร.กม. (45.28 ตร.ไมล์)
ความสูง 17 เมตร (56 ฟุต)
ประชากร (30 กันยายน 2552)[1]
 • ทั้งหมด 963,357 คน
 • ความหนาแน่น 8,200 คน/ตร.กม. (21,000 คน/ตร.ไมล์)
คำเรียกพลเมือง Napoletani
เขตเวลา CET (UTC+1)
 • ฤดูร้อน (เวลาออมแสง) CEST (UTC+2)
รหัสไปรษณีย์ 80100, 80121-80147
รหัสเขตโทรศัพท์ 081
นักบุญองค์อุปถัมภ์ Januarius
วันสมโภชนักบุญ 19 กันยายน
เว็บไซต์ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ

เนเปิลส์ หรือ นาโปลี (อิตาลี: Napoli อังกฤษ: Naples เกี่ยวกับเสียงนี้ listen , Neapolitan: Napule) เป็นเมืองหลวงของแคว้นกัมปาเนียและจังหวัดเนเปิลส์ในอิตาลี มีชื่อเสียงในด้านความร่ำรวยทางประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ดนตรี และศาสตร์การทำอาหาร เป็นเมืองที่มีบทบาทสำคัญในคาบสมุทรอิตาลี[2]มาตลอด 2,800 ปีนับแต่ก่อตั้งเมืองขึ้นมา ตำแหน่งที่ตั้งอยู่ที่ชายฝั่งด้านตะวันตกของอิตาลีติดกับอ่าวเนเปิลส์ กึ่งกลางระหว่างพื้นที่ภูเขาไฟสองแห่ง คือ ภูเขาไฟวิสุเวียส และกัมปีเฟลเกรย์

เนเปิลส์ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 800-900 ปีก่อนคริสตกาล[3][4]ในฐานะอาณานิคมกรีก จึงจัดว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แรกเริ่มนั้นมีชื่อว่า Παρθενόπη Parthenope ต่อมาถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Νεάπολις Neápolis (เมืองใหม่) จัดเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญในพื้นที่ Magna Graecia โดยมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดวัฒนธรรมกรีกไปสู่สังคมโรมัน ต่อมาได้กลายเป็นศูนย์กลางหลักทางวัฒนธรรมของสาธารณรัฐโรมัน โดยเวอร์จิล กวีภาษาละตินที่มีชื่อเสียง ก็ได้เคยศึกษาวิชาที่เนเปิลส์และต่อมาก็ได้อาศัยอยู่ที่บริเวณชานเมือง[5] ตลอดระยะเวลาในประวัติศาสตร์ เนเปิลส์ได้รับสืบทอดอิทธิพลทางศิลปะและสถาปัตยกรรมจากอารยธรรมต่างๆ มากมาย รูปแบบสถาปัตยกรรมที่เด่นชัดที่สุดที่ยังคงพบได้ในปัจจุบันถือกำเนิดมาจากยุคกลาง สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา และสมัยบาโรก

ใจกลางเนเปิลส์เป็นศูนย์กลางเมืองทางประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป[6] (1,700 เฮกตาร์ หรือ 17 ตารางกิโลเมตร)[7] และได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมือง เนเปิลส์เคยมีฐานะเป็นเมืองหลวงของ Duchy และอาณาจักรต่างๆ มากมาย รวมทั้งเคยเป็นเมืองหลวงของ Crown of Aragon และยังเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญ (โดยเฉพาะในสมัยของลัทธิมนุษยนิยมเรอเนสซองซ์ และตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ถึง 19) อิทธิพลของเมืองได้แผ่ขยายครอบคลุมพื้นที่หลายส่วนในยุโรปไปจนถึงนอกทวีป[8] และรอบเมืองก็เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญต่างๆ (เช่น พระราชวังกาแซร์ตา ปอมเปอี และเฮอร์คิวเลเนียม) ซึ่งล้วนแต่มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดต่อเนเปิลส์ในด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะ และสถาปัตยกรรม

เนเปิลส์เคยเป็นเมืองหลวงของราชอาณาจักรเนเปิลส์ตั้งแต่ พ.ศ. 1825 ถึง พ.ศ. 2349 ต่อมาได้ถูกผนวกอาณาจักรเข้ากับราชอาณาจักรซิซิลี และกลายเป็นเมืองหลวงของ Kingdom of Two Sicilies จนกระทั่งอาณาจักรต่างๆ บนคาบสมุทรถูกผนวกรวมเป็นประเทศอิตาลีเมื่อ พ.ศ. 2404 ซึ่งหลังสงคราม Neapolitan ฝ่ายเนเปิลส์ก็ได้สนับสนุนการรวมประเทศนี้อย่างเต็มที่

ภายในอาณาเขตการปกครองของเนเปิลส์มีประชากรประมาณ 1 ล้านคน แต่จากแหล่งข้อมูลต่างๆ ระบุว่าเขตมหานครของเนเปิลส์มีประชากรมากเป็นอันดับสอง (รองจากมหานครมิลาน ซึ่ง Svimez Data ระบุว่ามีผู้อยู่อาศัย 4,434,136 คน[9] ขณะที่สถาบัน Censis ระบุว่ามี 4,996,084 คน)[10]) หรือสาม (ตามข้อมูลขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา มีผู้อยู่อาศัย 3.1 ล้านคน[11]) ของอิตาลี นอกจากนี้ยังเป็นมหานครที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดในอิตาลี

เนเปิลส์ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจที่เข้มแข็งมากเป็นอันดับสี่ในอิตาลี รองจากมิลาน โรม และตูริน และถูกจัดให้เป็นเมืองที่ร่ำรวยเป็นอันดับที่ 91 ของโลกโดยวัดจากกำลังซื้อของประชากร และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมอยู่ที่ 43,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเหนือกว่าเศรษฐกิจของบูดาเปสต์และซูริก[12] ท่าเรือเนเปิลส์เป็นท่าเรือที่มีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป (มีผู้โดยสารคับคั่งมากเป็นอันดับสองของโลกรองจากท่าเรือฮ่องกง)[13] เมื่อไม่นานมานี้เศรษฐกิจของเนเปิลส์ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และอัตราการว่างงานของประชากรในเมืองและบริเวณโดยรอบก็ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ. 2542[14] กระนั้นก็ยังคงเต็มไปด้วยการทุจริตทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ[15] รวมทั้งเป็นแหล่งตลาดมืดที่เฟื่องฟู ในตัวเมืองเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของบริษัทขนาดใหญ่สัญชาติอิตาลีหลายแห่ง เช่น MSC-Cruises และเป็นที่ตั้งของ Center Rai of Naples (สื่อ) มาตั้งแต่ พ.ศ. 2501 ขณะที่ในเขตบัญโญลีเป็นที่ตั้งของสำนักงานขนาดใหญ่ขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ และยังมี SRM institution for economic research และบริษัทและศูนย์การศึกษา OPE ที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองเช่นกัน[16][17][18] เนเปิลส์เป็นสมาชิกเต็มของเครือข่าย Eurocities[19] นอกจากนี้ ยังได้รับเลือกให้เป็นศูนย์กลางของ Acp/Ue[20] และได้รับการยกย่องจาก Creative Cities Network ในสังกัดขององค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองแห่งวรรณกรรม[21] ในเขตโปซิลลีโปของเมืองเป็นที่ตั้งของ Vill Rosebery ซึ่งเป็นที่พำนักอย่างเป็นทางการหนึ่งในสามแห่งของประธานาธิบดีอิตาลี

ในศตวรรษที่ 20 เนเปิลส์ตกอยู่ภายใต้การปกครองของลัทธิฟาสซิสต์ และในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองก็เป็นเมืองที่ถูกทิ้งระเบิดมากที่สุดในอิตาลี[22] ภายหลังสงครามสงบได้มีการบูรณะเมืองซึ่งได้ขยายตัวเมืองออกไปยังพื้นที่รอบนอก ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมานี้ ได้มีการสร้างย่านธุรกิจ (เชนโตรดีเรซีโอนาเล) ที่มีอาคารระฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานแบบ TGV ในโรม รวมถึงการขยายเส้นทางรถไฟใต้ดินที่จะครอบคลุมพื้นที่ครึ่งหนึ่งของภูมิภาค และเนเปิลส์จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม International Astronautical Congress ใน พ.ศ. 2555[23] และ Universal Forum of Cultures ใน พ.ศ. 2556

เนเปิลส์เป็นเมืองที่เริ่มมีการทำพิซซาขึ้นเป็นครั้งแรก โดยในขณะนั้นจะใช้การทอดก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นการอบในภายหลัง นอกจากนี้วัฒนธรรม Neapolitan ยังมีอิทธิพลด้านดนตรีอย่างแพร่หลาย อย่างเช่นการประดิษฐ์ Romantic guitar และแมนโดลิน รวมทั้งอุปรากรและเพลงท้องถิ่น บุคคลที่เป็นสัญลักษณ์ของเนเปิลส์คือนักบุญ Januarius ผู้ปกป้องคุ้มครองเมือง ส่วนตัวละครจากเรื่องแต่งที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์คือ พูลชิเนลลา และไซเรน สิ่งมีชีวิตจากมหากาพย์โอดิสซีของกรีก

ประวัติศาสตร์[แก้]

อาณานิคมกรีกและโรมัน[แก้]

ประวัติศาสตร์ของเนเปิลส์สามารถย้อนหลังไปได้ถึง 800 ปีก่อนคริสตกาล ในช่วงเวลาพื้นที่ใกล้เคียงกับเนเปิลส์ในปัจจุบันเป็นที่ตั้งของอาณานิคม Cumae ของกรีก ซึ่งก่อตั้งโดยชาวเกาะ Euboea ในกรีซ[24] ต่อมาชาวอาณานิคมได้ก่อตั้งเมืองที่ชื่อว่า Parthenope เหตุผลที่แท้จริงของการก่อตั้งเมืองยังคงเป็นปริศนา ในปัจจุบันทราบแต่เพียงว่าต่อมาชาว Cumae ได้สร้าง Neapolis (หมายถึงเมืองใหม่) ขึ้นติดกับเมือง Parthenope ในช่วงเวลาดังกล่าวชาว Cumae กำลังต้านทานการรุกรานจากชาวอีทรัสคัน[25]

Neapolis เจริญรุ่งเรืองมากขึ้นด้วยอิทธิพลของนครรัฐซีรากูซาอันทรงอำนาจของกรีก ต่อมาเมื่อถึงจุดหนึ่งในประวัติศาสตร์ Parthenope และ Neapolis ก็ได้ควบรวมเข้าเป็นเมืองเดียวกัน.[24] ซึ่งได้กลายเป็นพันธมิตรของสาธารณรัฐโรมันเพื่อต่อต้านคาร์เธจ โดยกำแพงที่รายล้อม Neapolis ได้ช่วยหยุดยั้งฮันนิบาล ผู้นำทัพชาวคาร์เธจ ไม่ให้บุกเข้าเมืองได้[26] ต่อมาในช่วงสงครามแซมไนต์ Neapolis ได้ถูกชาวแซมไนต์เข้ายึดครอง แต่ต่อมาไม่นานโรมันก็สามารถยึดกลับคืนได้และสถาปนาให้เป็นอาณานิคมของโรมัน[26]

เนเปิลส์ได้รับเกียรติจากโรมันเป็นอย่างมากในฐานะแหล่งอารยธรรมเฮเลนนิสติค ซึ่งประชาชนยังคงรักษาภาษาและขนบธรรมเนียมแบบกรีกเอาไว้ โรมันได้สร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ขึ้นในเมือง ทั้งบ้านพักตากอากาศ ลำรางส่งน้ำ โรงอาบน้ำสาธารณะ Odeon โรงละคร และวิหาร Dioscures จักรพรรดิผู้ทรงอำนาจหลายพระองค์ได้ทรงเลือกเนเปิลส์เป็นสถานที่ทรงพระสำราญ เช่น จักรพรรดิคลอดิอุส และไทบีเรียส[26]

ในช่วงเวลาดังกล่าว ศาสนาคริสต์ได้เผยแพร่เข้ามาสู่เนเปิลส์ กล่าวกันว่านักบุญปีเตอร์และนักบุญพอล สองอัครทูต ได้เดินทางมาเผยแพร่ศาสนาในเนเปิลส์ รวมทั้งนักบุญ Januarius ผู้ซึ่งถูกตัดสินประหารชีวิตในเนเปิลส์[27]และต่อมาได้กลายเป็นนักบุญอุปถัมภ์ประจำเมือง นอกจากนี้ โรมิวลัส ออกัสตัส จักรพรรดิพระองค์สุดท้ายแห่งจักรวรรดิโรมันตะวันตก ก็ทรงถูกเนรเทศมายังเนเปิลส์ตามพระบัญชาของกษัตริย์ Odoacer

Duchy of Naples[แก้]

หลังจากจักรวรรดิโรมันตะวันตกล่มสลายลง เนเปิลส์ถูกยึดครองโดยชาวออสโตรกอทซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของเผ่าชนเจอร์มานิกตะวันออก และควบรวมเข้ากับราชอาณาจักรออสโตรกอท[28] ต่อมาใน พ.ศ. 1079 นายพล Belisarius แห่งจักรวรรดิไบแซนไทน์ (หรือที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่าจักรวรรดิโรมันตะวันออก) สามารถยึดเนเปิลส์กลับคืนได้หลังจากเข้าเมืองผ่านทางลำรางส่งน้ำ[29]

ในระหว่างสงครามกอทิก กษัตริย์Totila ของชาวออสโตรกอทได้เข้าครอบครองเนเปิลส์ระยะเวลาสั้นๆ ใน พ.ศ. 1086 แต่ต่อมาในยุทธการ Mons Lactarius บนลาดภูเขาไฟวิสุเวียส ไบแซนไทน์ได้รับชัยชนะเหนือออสโตรกอทและแผ่ขยายอิทธิพลเหนือคาบสมุทรอิตาลีได้[28] คาดว่าหลังจากนั้นเนเปิลส์ได้ติดต่อกับ Exarchate of Ravenna ซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจของไบแซนไทน์บนคาบสมุทร[30]

อ้างอิง[แก้]

  1. ‘City’ population (i.e. that of the comune or municipality) from demographic balance: January–April 2009, ISTAT.
  2. Gleijeses, Vittorio (1977). The History of Naples, since Origins to Modern Times. Naples. 
  3. Chronology of the history of Naples
  4. "Greek Naples". Faculty.ed.umuc.edu. สืบค้นเมื่อ 2010-01-25. 
  5. "Napoli, La Storia della Città Napoli Musei – Napoli chiese – Napoli museo archeologico – Napoli monumenti – Napoli teatri – Napoli Italia". Pintostorey.it. สืบค้นเมื่อ 2010-03-28. 
  6. The historic city center of Naples
  7. 1.700 hectares
  8. "Centro Storico di Napoli". Unesco.it. สืบค้นเมื่อ 2010-01-25. 
  9. "Seminario-aprile2001.PDF" (PDF). สืบค้นเมื่อ 2009-07-19. 
  10. [1][ลิงก์เสีย]
  11. OECD. "Competitive Cities in the Global Economy" (PDF). สืบค้นเมื่อ 2009-04-30. 
  12. "City Mayors reviews the richest cities in the world in 2005". Citymayors.com. 2007-03-11. สืบค้นเมื่อ 2010-01-25. 
  13. The port of Naples
  14. "Site3-TGM table". Epp.eurostat.ec.europa.eu. สืบค้นเมื่อ 2010-01-25. 
  15. "Cordova: 'Visto? La corruzione a Napoli non si è mai fermata' – Repubblica.it » Ricerca". Ricerca.repubblica.it. สืบค้นเมื่อ 2010-03-14. 
  16. "SRM Studi e Ricerche per il Mezzogiorno – Ricerche". Srmezzogiorno.it. 2006-05-01. Archived from the original on April 6, 2008. สืบค้นเมื่อ 2010-03-14. 
  17. OPE impresa (sede in Napoli - Centro direzionale)
  18. Centro studi OPE (sede in Napoli dal 1 febbraio 2009)
  19. Eurocities. "EUROCITIES – the network of major European cities". Eurocities.eu. สืบค้นเมื่อ 2010-02-03. 
  20. "Dipartimento politiche comunitarie: Napoli sede dell'ACP-UE. Ronchi: "Pieno sostegno dei nostri europarlamentari"". Politichecomunitarie.it. สืบค้นเมื่อ 2010-03-14. 
  21. Naples city of Unesco's literature
  22. "Bombing of Naples". Faculty.ed.umuc.edu. 7 October 2007. 
  23. Manuela Proietti. "Expo 2012, Napoli capitale dello spazio| Iniziative | DIREGIOVANI". Diregiovani.it. สืบค้นเมื่อ 2010-01-25. 
  24. 24.0 24.1 "Greek Naples". Faculty.ed.umuc.edu. 8 January 2008. 
  25. "Napoli (Neapolis)". Archeona.arti.beniculturali.it. 8 January 2008. 
  26. 26.0 26.1 26.2 "Antic Naples". Naples.Rome-in-Italy.com. 8 January 2008. 
  27. Wikisource-logo.svg "Naples" in the 1913 Catholic Encyclopedia
  28. 28.0 28.1 Wolfram, Herwig. The Roman Empire and Its Germanic Peoples. University of California Press. ISBN 978-0520085114. 
  29. "Belisarius – Famous Byzantine General". About.com. 8 January 2008. 
  30. Kleinhenz, Christopher. Medieval Italy: An Encyclopedia. Routledge. ISBN 978-0415221269.