การประกวดเพลงยูโรวิชันปี 2017

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้มีเนื้อหาที่สั้นมาก ต้องการเพิ่มเติมเนื้อหาหรือพิจารณารวมเข้ากับบทความอื่นแทน
การประกวดเพลงยูโรวิชัน 2017
Celebrate Diversity
Eurovision Song Contest 2017.png
วันและเวลา
รอบรองชนะเลิศรอบที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2017 (2017-05-09)
รอบรองชนะเลิศรอบที่ 211 พฤษภาคม ค.ศ. 2017 (2017-05-11)
รอบชิงชนะเลิศ13 พฤษภาคม ค.ศ. 2017 (2017-05-13)
เจ้าภาพ
สถานที่จัดงานInternational Exhibition Centre, Kiev, Ukraine
พิธีกร
ผู้กำกับOla Melzig
Executive SupervisorJon Ola Sand
Executive producerPavlo Hrytsak
สถานีโทรทัศน์เจ้าภาพNational Public Broadcasting Company of Ukraine (UA:PBC)
การแสดงเปิดงาน
  • Semi-final 1: Monatik performing "Spinning"
  • Semi-final 2: Eurovision Medley performed by Oleksandr Skichko and Volodymyr Ostapchuk
  • Final: The 26 participants of the 2017 Eurovision Song Contest were introduced in the traditional flag ceremony
การแสดงภายในงาน
  • Semi-final 1: "1944" and "Zamanyly" performed by Jamala
  • Semi-final 2: Apache CREW performing The Children's Courtyard
  • Final: "It's Magical" performed by Ruslana
    ONUKA & NAOFI (National Academic Orchestra of Folk Instruments of Ukraine)
    "I Believe in U" performed by Jamala together with Anna Kuksa, Naile Ibraimova and Kemi Oke
ประเทศที่เข้าร่วม
จำนวนประเทศที่เข้าร่วม42
ประเทศที่เข้าร่วมครั้งแรกNone
ประเทศที่กลับมาเข้าร่วมอีกครั้ง
ประเทศที่ถอนตัว/ไม่กลับมาเข้าร่วม
การลงคะแนน
ระบบการลงคะแนนEach country awards two sets of 12, 10, 8–1 points to their 10 favourite songs: one from their professional jury and the other from televoting.
0 คะแนน สเปน (Jury vote in Final)
 ออสเตรีย (Televote in Final)
 ซานมารีโน (Jury vote in second semi-final)
 มอลตา (Televote in second semi-final)
เพลงชนะเลิศ

การประกวดเพลงยูโรวิชั่น 2017 เป็นการแข่งขันครั้งที่ 62 ของการประกวดเพลงชิงชนะเลิศแห่งยุโรป (ยูโรวิชั่น ซอง คอนเทสต์) การแข่งขันจัดขึ้นที่ ศูนย์นิทรรศการนานาชาติ ณ กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน โดยเป็นผลจากการที่ประเทศยูเครนชนะการประกวดเพลงยูโรวิชั่นประจำปี 2016 ณ กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน หลังจากที่ยูเครนส่งเพลง 1944 (อ่านว่า Nineteen Forty-Four) ซึ่งแต่งและขับร้องโดย Jamala เข้าแข่งขันในปีดังกล่าว

การจัดประกวดครั้งนี้ เป็นครั้งที่สองของยูโรวิชั่น ซอง คอนเทสต์ หลังจากปี 2005 (พ.ศ. 2548) และครั้งที่สี่ในการจัดประกวดยูโรวิชั่น หลังจากการประกวดยูโรวิชั่น 2005 และจูเนียร์ยูโรวิชั่น 2009 และ 2013 ที่จัดขึ้นในกรุงเคียฟของยูเครน

วันที่จัดแข่งขันมีทั้งหมด 3 วัน โดยรอบรองชนะเลิศแบ่งเป็นสองวัน (9 และ 11 พฤษภาคม) และรอบชิงชนะเลิศหนึ่งวัน (13 พฤษภาคม) มีพิธีกรในงานทั้งหมด 3 คน ได้แก่ Oleksandr Skichko / Volodymyr Ostapchuk และ Timur Miroshnychenko

มีประเทศเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ทั้งหมด 42 ประเทศ โดยที่มีประเทศโปรตุเกสและประเทศโรมาเนียกลับเข้าร่วมแข่งขันอีกครั้ง หลังจากปีที่ผ่านมาไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน ในขณะที่ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาไม่ได้เข้าร่วมแข่งขันในปีนี้ เนื่องจากปัญหาทางด้านงบประมาณในการส่งตัวแทนเข้าแข่งขัน และประเทศรัสเซียซึ่งเข้าร่วมแข่งขันในช่วงแรก ได้ถอนตัวจากการแข่งขันในวันที่ 13 เมษายน เนื่องจาก Yulia Samoylova นักร้องตัวแทนรัสเซีย ถูกห้ามไม่ให้เข้าประเทศยูเครน ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการเข้าไปในเขตไครเมียของยูเลียเพื่อเข้าไปเล่นคอนเสิร์ตในปี 2015 โดยทางยูเครนอ้างว่า การเข้าไปในเขตไครเมียของยูเลียนั้น ผิดกฎหมายของยูเครน

ผู้ชนะในการประกวดครั้งนี้ คือตัวแทนจากประเทศโปรตุเกส โดยส่งเพลง "Amar pelos dois" (Loving For Both of Us) เข้าแข่งขัน โดยมี Luísa Sobral เป็นผู้ประพันธ์เพลง และ Salvador Sobral เป็นผู้ขับร้อง ซึ่งชัยชนะในครั้งนี้ เป็นการชนะการประกวดครั้งแรกและติดอันดับ 5 อันดับแรกในการแข่งขันของประเทศโปรตุเกสในรอบ 53 ปี นับตั้งแต่ส่งเพลงเข้าประกวดครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน ซึ่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ยูโรวิชั่น และบทเพลงที่ชนะเลิศในการประกวดครั้งนี้ ยังเป็นเพลงแรกในรอบ 10 ปี ที่ใช้ภาษาราชการประจำประเทศนับตั้งแต่ปี 2007 ซึ่งในปีนั้นเพลง Molitva จากประเทศเซอร์เบีย (เพลงชนะเลิศในปีนั้น เป็นเพลงภาษาเซอร์เบีย) เป็นเพลงชนะเลิศเพลงสุดท้ายที่ใช้ภาษาราชการก่อนจะเว้นว่างไป 10 ปี และยังเป็นเพลงแรกในรอบ 21 ปี ที่เขียนขึ้นในรูปแบบจังหวะแบบกลุ่ม 3 จังหวะ นับตั้งแต่ปี 1996 ซึ่งในปีดังกล่าวนั้น เพลง The Voice จากประเทศไอร์แลนด์และเพลงชนะเลิศในปีนั้น เป็นเพลงสุดท้ายที่เขียนขึ้นในรูปแบบกลุ่ม 3 จังหวะก่อนที่จะเว้นว่างไปอีก 21 ปี

นอกจากนี้ ปีนี้ยังเป็นปีที่มีประเทศผู้ชนะเป็นประเทศที่กลับเข้ามาแข่งขันหลังจากไม่ได้แข่งขันในปีก่อนติดต่อเป็นปีที่สองต่อจากประเทศยูเครนที่กลับเข้าแข่งขันในปี 2016 หลังจากที่ไม่ได้เข้าร่วมในปี 2015 อีกด้วย โดยที่ประเทศโปรตุเกสไม่ได้เข้าร่วมแข่งขันในปี 2016 ก่อนที่จะกลับเข้ามาในปี 2017 และชนะเลิศในปีดังกล่าว

ประเทศที่ได้รับคะแนนสามอันดับแรกในปีนี้ (โปรตุเกส บัลแกเรีย มอลโดวา) ได้รับสถิติคะแนนดีที่สุดนับตั้งแต่เข้าแข่งขัน ในขณะที่ประเทศยูเครน เจ้าภาพในปีนี้ ได้รับสถิติคะแนนแย่ที่สุดนับตั้งแต่เข้าแข่งขัน และในกลุ่มประเทศ Big Five มีประเทศอิตาลีเพียงประเทศเดียวที่มีคะแนนติดอันดับ 10 อันดับแรก โดยทำคะแนนได้อันดับที่ 6 ด้วยคะแนน 334 คะแนน [ในขณะที่ประเทศอื่นในกลุ่ม Big Five มี 2 ประเทศที่ติดอันดับเกิน 10 อันดับแรก แต่ไม่เกินอันดับที่ 20 ได้แก่ฝรั่งเศส (อันดับที่ 12) และสหราชอาณาจักร (อันดับที่ 15) และมี 2 ประเทศที่ติดอันดับเกินอันดับที่ 20 ได้แก่เยอรมนี (อันดับที่ 25 - อันดับรองสุดท้าย) และสเปน (อันดับที่ 26 - อันดับสุดท้าย)]

ภายหลังการแข่งขัน สหภาพการกระจายเสียงและแพร่ภาพแห่งยุโรป (อีบียู / EBU) ได้มีรายงานว่า มีผู้เข้าชมการแข่งขัน 182 ล้านคนจากทั่วโลก ซึ่งมีจำนวนผู้ชมน้อยลงจากปีก่อนหน้านี้ 22 ล้านคน

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]