หนังสืออพยพ
|
|
ลิงก์ข้ามภาษาในบทความนี้ มีไว้ให้ผู้อ่านและผู้ร่วมแก้ไขบทความศึกษาเพิ่มเติมโดยสะดวก เนื่องจากวิกิพีเดียภาษาไทยยังไม่มีบทความดังกล่าว กระนั้น ควรรีบสร้างเป็นบทความโดยเร็วที่สุด |
|
บทความที่เกี่ยวข้องกับ
|
|---|
| พระเจ้า |
| พระตรีเอกภาพ: พระบิดา (พระยาห์เวห์) • พระบุตร (พระเยซู) • พระวิญญาณบริสุทธิ์ |
| ความเชื่อ |
| เทววิทยา • การตกในบาป • ความรอด • การพิพากษาครั้งสุดท้าย • หลักข้อเชื่อของอัครทูต |
| คัมภีร์ |
| คัมภีร์ไบเบิล: เดิม • ใหม่ • พระวรสาร |
| นิกาย |
| ตะวันตก คาทอลิก • โปรเตสแตนต์ (แองกลิคัน • ลูเทอแรน • เพรสไบทีเรียน • เมทอดิสต์ • แบปทิสต์ • แอดเวนติสต์) ตะวันออก อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ • ออเรียนทัลออร์ทอดอกซ์ อตรีเอกภาพนิยม พยานพระยะโฮวา • มอรมอน |
| ประวัติ |
| ประวัติศาสนาคริสต์ • เปาโลอัครทูต • ยุคแรก • สภาสังคายนาสากล • มหาศาสนเภท • สงครามครูเสด • การปฏิรูปศาสนา |
| อื่น ๆ |
| สถานที่สำคัญทางศาสนา • วันสำคัญ • บุคคล • นักบุญ • ศิลปะ • อภิธานศัพท์ศาสนาคริสต์ |
|
|
หนังสืออพยพ[1] (อังกฤษ: Exodus, กรีก: Ἔξοδος, ฮีบรู: ואלה שמות [Ve-eleh shemot]) เป็นหนังสือเล่มที่สองในคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาเดิม และเป็นเล่มที่สองในหมวดเบญจบรรณ ซึ่งเชื่อกันว่าโมเสสเป็นผู้เขียนขึ้น
คำว่า "อพยพ" แปลจากภาษาอังกฤษซึ่งแปลอีกทอดจากภาษากรีก โดยหมายถึง การแยกออกจากกัน แต่ในภาษาฮีบรู มาจากคำขึ้นต้นซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่า "ต่อไปนี้เป็นชื่อของ..."
หนังสืออพยพประกอบด้วยเนื้อหาที่อาจสรุปย่อได้ดังนี้
- การทรงเรียกโมเสส และการปลดแอกชาวอิสราเอลจากความเป็นทาส (บทที่ 1-12)
- การเดินทางออกจากอียิปต์ ไปยังภูเขาซีนาย (บทที่ 13-18)
- พระบัญญัติที่พระเจ้าทรงบัญชาต่ออิสราเอล (บทที่ 19-24) [2]
- การกำหนดแบบสำหรับสร้างพลับพลา แท่นบูชา เครื่องและอุปกรณ์พลับพลา (บทที่ 25-31)
- เหตุการณ์สร้างวัวทองคำ (บทที่ 31-34)
- การสร้างพลับพลา แท่นบูชา เครื่องและอุปกรณ์พลับพลา (บทที่ 35-40)
เนื้อหา |
การปลดแอกอิสราเอล [แก้]
สถานการณ์ของอิสราเอลในอียิปต์ [แก้]
ภายหลังการเสียชีวิตของโยเซฟ หลายชั่วคนต่อมา กลับสิ้นสุดความรุ่งเรืองของอิสราเอลในอียิปต์ แรกเริ่มยาโคบและบรรดาลูกหลานนั้นเดินทางเข้ามาในอียิปต์เพียง 70 คน แต่ต่อมาได้ขยายพงศ์พันธุ์เป็นจำนวนมาก เมื่อฟาโรห์องค์ต่อมาเห็นว่าชาวอิสราเอลซึ่งเป็นคนต่างชาติในแผ่นดินอียิปต์มีมากเกินไป จึงตั้งนายงานและเกณฑ์ให้คนอิสราเอลเป็นทาส ทำงานสร้างเมืองเก็บราชสมบัติให้แก่ฟาโรห์ ณ เมืองปิธม และเมืองราอัมเสส ถึงแม้ทำงานหนักเท่าใด ชาวอิสราเอลยังคงเพิ่มทวียิ่งขึ้น ฟาโรห์จึงสั่งให้ฆ่าเด็กผู้ชายชาวอิสราเอลที่เกิดใหม่ทุกคน โดยให้นำไปทิ้งในแม่น้ำไนล์ มีเพียงเด็กผู้หญิงเท่านั้นจึงมีชีวิตรอดได้ [3]
กำเนิดโมเสส [แก้]
แม้ฟาโรห์มีคำสั่งให้ฆ่าเด็กชายเกิดใหม่ของอิสราเอลทุกคน แต่ในเผ่าเลวีมีครอบครัวหนึ่งได้คลอดลูกชาย และซ่อนบุตรไว้จนโตขึ้นถึงวัยที่ไม่สามารถซ่อนต่อไป จึงนำเด็กลงในตะกร้าสานชันยาอย่างดี ไปวางไว้ในกอปรือริมแม่น้ำ ธิดาฟาโรห์มาพบขณะลงสรงน้ำ จึงเก็บไปเลี้ยง และประทานชื่อว่า โมเสส แม้โมเสสถูกเลี้ยงดูโดยธิดาฟาโรห์ แต่ยังมีใจผูกพันกับชาวอิสราเอล
พระเจ้าทรงเรียกโมเสส [แก้]
ครั้งหนึ่งโมเสสพลั้งมือฆ่าชาวอียิปต์ที่ข่มเหงชายชาวอิสราเอล โมเสสจึงหนีความผิดไปเป็นคนเลี้ยงแพะอยู่เมืองมีเดียน และที่นั้น โมเสสก็ได้รับการทรงเรียกจากพระเจ้า ให้เป็นผู้นำชาวอิสราเอลออกจากแผ่นดินอียิปต์ [4]
เบื้องต้นโมเสสพยายามหลบเลี่ยงการทรงเรียกของพระเจ้าด้วยเหตุผลนานาประการ กระทั่งจำยอมด้วยฤทธิ์เดชพระเจ้า จึงได้เข้าไปอียิปต์ตามพระประสงค์ของพระเจ้า โดยพระเจ้าทรงให้อาโรนและมีเรียน พี่ชายและพี่สาวของโมเสสเป็นผู้คอยช่วยเหลือกิจการต่างๆ ของโมเสสท่ามกลางชาวอิสราเอล
โมเสสจึงเข้าไปทูลขอให้ฟาโรห์ปล่อยอิสราเอลเป็นอิสระถึง 10 ครั้ง และฟาโรห์ปฏิเสธทุกครั้ง แต่ละครั้งที่ฟาโรห์ปฏิเสธ พระเจ้าก็ทรงมอบภัยพิบัติแก่อียิปต์รวม 10 ครั้ง ในครั้งสุดท้ายฟาโรห์จึงยอมปล่อยให้อิสราเอลออกจากแผ่นดินอียิปต์ได้ [5]
อพยพ [แก้]
ขณะอพยพออกจากอียิปต์นั้น นับเฉพาะผู้ชายได้ทั้งสิ้นประมาณหกแสนคน ไม่รวมผู้หญิง เด็ก และคนต่างชาติที่ขอติดตามไปด้วย
รวมเวลาที่อิสราเอลอาศัยในแผ่นดินอียิปต์ เป็นเวลา 430 ปี ทั้งนี้เป็นไปตามคำพยากรณ์ที่พระเจ้าประทานให้แก่อับราฮัม เมื่อออกจากอียิปต์ พระเจ้าทรงให้ผู้ชายทุกคนที่ยังมิได้เข้าสุหนัต ให้ถือพิธีเข้าสุหนัต เพื่อแสดงตนว่าได้เข้าเป็นชนชาติอิสราเอลด้วยแล้ว จึงถือปฏิบัติตั้งแต่นั้นมา และเฉพาะผู้ที่ได้เข้าสุหนัตแล้วเท่านั้นที่เข้าร่วมพิธีปัสคาได้
นอกจากนี้ ยังมีกำหนดการถวายสัตว์หัวปี เพื่อเป็นเครื่องถวายบูชา เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ภัยพิบัติในอียิปต์ที่พระเจ้าทรงนำบุตรหัวปีของอียิปต์ไป จนเป็นเหตุให้อิสราเอลได้เป็นไทอีกด้วย
ในการอพยพของอิสราเอล ข้ามทะเลทรายครั้งนี้ กินเวลากว่า 40 ปี มีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย และเป็นที่มาของคัมภีร์ไบเบิลในหมวดเบญจบรรณถึง 4 เล่มด้วยกัน
เสาเมฆ และเสาเพลิง [แก้]
เมื่ออิสราเอลออกเดินทางจากอียิปต์นั้น ต้องผ่านเส้นทางที่เป็นทะเลทรายอันร้อนระอุ ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินผ่านเมืองที่มีผู้คนอาศัย (ในสมัยก่อนการยกพลผ่านเมืองอาจก่อให้เกิดสงครามได้) เมื่อออกเดินทางพระเจ้าเสด็จนำทางพวกเขาในเวลากลางวันด้วยเสาเมฆ และในเวลากลางคืนด้วยเสาเพลิง ให้เขามีแสงสว่างเพื่อได้เดินทางได้ทั้งกลางวันและกลางคืน เสาเมฆและเสาเพลิง มิได้คลาดจากเบื้องหน้าประชากรเลย [6]
ข้ามทะเลแดง [แก้]
เมื่ออิสราเอลออกเดินทางจากอียิปต์ไปแล้วนั้น ฟาโรห์และเหล่าขุนนางก็เปลียนความคิด ต้องการให้คนอิสราเอลกลับมาเป็นทาสดังเดิม จึงได้จัดทัพออกติดตามอิสราเอล ในพระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า ฟาโรห์ ทรงจัดเตรียมรถรบอย่างดี 600 คัน กับรถรบทั้งหมดในอียิปต์ ติดตามอิสราเอลไป
เมื่อกองทัพอียิปต์ติดตามมาจวนถึงแล้วนั้น ฝ่ายอิสราเอล กำลังตั้งค่ายอยู่ริมทะเลแดง โมเสสได้กล่าวกับชนชาติอิสราเอลว่า "อย่ากลัวเลย มั่นคงไว้ คอยดูความรอดที่มาจากพระเจ้า ซึ่งท่านทั้งหลายเห็นวันนี้ แต่นี้ไปไม่ได้เห็นอีกเลย พระเจ้าทรงรบแทนท่านทั้งหลาย..." แล้วพระเจ้าทรงสั่งให้โมเสสยกไม้เท้าขึ้นเหนือทะเล ทำให้ทะเลนั้นแหวกออก น้ำก็ตั้งเป็นเหมือนกำแพงสำหรับอิสราเอลทั้งซ้ายและขวา และคนอิสราเอลนั้นเดินข้ามทะเลไปได้ และเสาเมฆซึ่งอยู่ข้างหน้า ก็กลับมาอยู่ข้างหลังเขา คือระหว่างพลโยธาอียิปต์ และพลโยธาอิสราเอล เมื่ออิสราเอลข้ามผ่านทะเลแดงไปแล้ว พระเจ้าทรงบัญชาให้โมเสสยื่นมือออกไปเหนือทะเล น้ำทะเลไหลกลับคืนมาท่วมคนอียิปต์ [7]
มานา [แก้]
เมื่ออิสราเอลรอดพ้นจากอียิปต์ได้ ต้องเดินทางท่ามกลางทะเลทรายซึ่งแห้งแล้งและกันดารอาหาร พระเจ้าจึงทรงประทานอาหารตกลงมาจากท้องฟ้า และทรงอนุญาตให้อิสราเอลเก็บกินได้พอกินเฉพาะวันหนึ่งเท่านั้น หากเก็บไว้เกินก็เน่าเป็นหนอนและบูดเหม็น แต่ในวันที่หก อนุญาตให้เก็บเป็นสองเท่า เพราะในวันสะบาโตพระเจ้าไม่ทรงอนุญาตให้กระทำกิจการใดๆ
อาหารที่พระเจ้าประทานมานั้น อิสราเอล เรียกว่า "มานา" เป็นเม็ดขาวเหมือนเมล็ดผักชี มีรสเหมือนขนมแผ่นผสมน้ำผึ้ง พระเจ้าทรงประทานมานาในเวลาเช้า มานาปรากฏขึ้นหลังจากน้ำค้างระเหย แต่พอแดดร้อนจัดมานาก็ละลายไป
พระเจ้าทรงประทานมานา ให้แก่ อิสราเอล ตลอดระยะเวลา 40 ปี ที่เดินทางอยู่ในทะเลทราย จนกระทั่งออกเดินทางถึงยังชายแดนแคว้นคานาอัน [8]
โมเสสพบพระเจ้า [แก้]
ภายหลังจากอิสราเอลเดินทางออกจากอียิปต์ได้ 3 เดือน ก็มาถึงภูเขาซีนาย พระเจ้าทรงให้โมเสสนำความไปแจ้งแก่อิสราเอลว่า "...ถ้าเจ้าฟังเสียงเรา และรักษาพันธสัญญาของเราไว้ เจ้าเป็นกรรมสิทธิ์ของเราที่เราเลือกสรร..." และอิสราเอลก็ทูลตอบว่า "สิ่งทั้งปวงที่พระเจ้าตรัสนั้น ข้าพเจ้าทั้งหลายกระทำตาม" ดังนั้น พระเจ้าจึงทรงเรียกโมเสสให้ขึ้นไปเฝ้าพระเจ้าบนภูเขาซีนายเพื่อรับธรรมบัญญัติจากพระเจ้า
แต่งตั้งอาโรนเป็นปุโรหิต [แก้]
พระเจ้าทรงให้โมเสสแต่งตั้งอาโรนและบุตรของอาโรน เป็นปุโรหิต ทำหน้าที่ถวายเครื่องเผาบูชาแด่พระเจ้า ซึ่งประกอบด้วยแท่นเผาบูชา และแท่นเครื่องหอม สิ่งของที่ถวายบูชาประจำวันได้แก่
- ลูกแกะอายุหนึ่งขวบ จำนวนสองตัว สำหรับตอนเช้าหนึ่งตัว และสำหรับตอนเย็นหนึ่งตัว
- ยอดแป้ง เคล้าน้ำม้นมะกอก
- เหล้าองุ่น
วัวทองคำ [แก้]
โมเสสขึ้นไปเฝ้าพระเจ้าบนภูเขาซีนาย เป็นเวลา 40 วัน 40 คืน มิได้ลงมาจากภูเขาเลย และทรงประทานแผ่นพระโอวาทสองแผ่นเป็นแผ่นศิลาจารึกด้วยพระหัตถ์ของพระเจ้า [9]
ฝ่ายประชาชนเห็นโมเสสไม่ลงมาจากภูเขา จึงพากันปรึกษาอาโรนให้สร้างพระใหม่ให้พวกเขา เพราะเห็นว่าโมเสสนั้นหายไปนานแล้ว อาโรนจึงให้ชาวอิสราเอลนำทองคำมารวมกัน และหล่อเป็นรูปโคหนุ่ม และนับถือโคหนุ่มนั้นเป็นพระเจ้า และจัดงานเลี้ยงฉลองกัน
ฝ่ายพระเจ้าตรัสสั่งโมเสสว่า "เจ้าจงลงไปเถิด ด้วยว่าชนชาติของเจ้า...ได้ทำความเสื่อมเสียมากแล้ว..." โมเสสจึงลงมาจากภูเขาพร้อมด้วยศิลาทั้งสองแผ่น และเมื่อลงมาถึงที่ค่ายพัก โมเสสพบกับงานเฉลิมฉลอง และการบูชาโคหนุ่ม จึงโกรธและโยนแผ่นศิลาทิ้งตกแตกที่เชิงภูเขา แล้วท่านสั่งให้นำรูปโคหนุ่มนั้นเผาและบดเป็นผงโรยลงในน้ำ บังคับให้ชนชาติอิสราเอลดื่ม [10]
แผ่นศิลาชุดที่สอง [แก้]
เสร็จการสะสาง โมเสสจึงขึ้นไปเข้าเฝ้าพระเจ้าอีก และครั้งนี้พระเจ้าทรงประกาศพระนามของพระองค์ว่า "พระยาเวห์" และทรงให้โมเสสสกัดแผ่นศิลาชุดที่สองขึ้น [11]
เมื่อโมเสสได้ลงจากภูเขา และถือแผ่นพระโอวาทลงมาด้วย เมื่อลงมานั้น โมเสสไม่ทราบว่าผิวหน้าของตนทอแสงเพราะพระเจ้าทรงสนทนากับท่านและได้รับพระสิริจากพระองค์ เมื่ออาโรนและอิสราเอลเห็นหน้าของท่านทอแสงก็กลัวไม่กล้าเข้ามาใกล้ ท่านจึงเรียกเขามาและให้บัญญัติแก่อิสราเอลตามที่พระเจ้าตรัสแก่ท่าน [12]
การสร้างพลับพลา [แก้]
ในครั้งนั้น พระเจ้าทรงบัญชาให้สร้างพลับพลา ขึ้นเป็นสถานนม้สการพระองค์ ซึ่งประกอบด้วย หีบพระโอวาท โต๊ะ คันประทีป แท่นบูชาทองสัมฤทธิ์ แท่นเผาเครื่องหอม แท่นเผาเครื่องเผาบูชา ขัน ลานพลับพลา ชุดปุโรหิต น้ำม้นหอม และเครื่องโลหะสำหรับใช้ในสถานนมัสการ โมเสสทำตามทุกประการ
เมื่อสามารถสร้างสถานนมัสการเสร็จสิ้น ก็ถวายเครื่องเผาบูชา และเครื่องธัญบูชา แล้วจึงออกเดินทางต่อไป ตลอดการเดินทางนั้นมีเมฆปกคลุมอยู่ หากเมฆนั้นถูกยกขึ้นเมื่อใด ชนชาติอิสราเอลก็ยกเดินต่อไป แต่หากว่าเมฆนั้นมิได้ถูกยกขึ้นไป เขาก็ไม่ออกเดินทางเลย [13]
เทียบช่วงเวลา [แก้]
ในหนังสืออพยพได้กล่าวถึงช่วงเวลาตั้งแต่เมื่อโยเซฟเสียชีวิต ไปจนถึงการสร้างพลับพลา ที่นมัสการพระเจ้า ซึ่งนับรวมระยะเวลาได้ประมาณ 145 ปี โดยยึดจากคำพยากรณ์ที่พระเจ้าตรัสแก่อับราฮัมว่า อิสราเอลไปอยู่ในแผ่นดินอียิปต์ 430 ปี [14]
นอกจากนี้ ยังมีบุคคลหลายฝ่ายได้พยายามปรับปรุงข้อมูลของเหตุการณ์ต่างๆ ที่บันทึกไว้ในหนังสืออพยพนี้ โดยมุ่งเน้นที่หาคำตอบสำหรับ
- ระยะเวลาต่างๆ
- มานา คืออะไร
- พระนามของฟาโรห์ที่พระคัมภีร์กล่าวถึง
- วันที่อิสราเอลอพยพออกจากอียิปต์
- วันที่กำแพงเมืองเยรีโคถล่ม (ในหนังสือโยชูวา)
- ฯลฯ
เหล่านี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ และไม่มีบทสรุปที่แน่นอน ข้อถกเถียงโดยมากมุ่งเน้นถึงประเด็นพระนามของฟาโรห์เป็นสำคัญ
อ้างอิง [แก้]
ดูเพิ่ม [แก้]
- บุคคล
- โมเสส
- โยเซฟ (บุตรยาโคบ)
- ปุโรหิต
- เหตุการณ์
- อื่นๆ
| บุตรของยาโคบ ตามชื่อภรรยา (ญ = บุตรสาว) (ตัวเลขในวงเล็บคือลำดับของการเกิด) |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| เลอาห์ | รูเบน (Reuben) (1) | สิเมโอน (Simeon) (2) | เลวี (Levi) (3) | ดีนาห์ (Dinah) (ญ) | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ยูดาห์ (Judah) (4) | อิสสาคาร์ (Issachar) (9) | เศบูลุน (Zebulun) (10) | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ราเชล | โยเซฟ (Joseph) (11) | เบนยามิน (Benjamin) (12) | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| เอฟราอิม บุตรโยเซฟ (11.1) | มนัสเสห์ บุตรโยเซฟ (11.2) | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| บิลลาห์ (สาวใช้นางราเชล) |
ดาน (Dan) (5) | นัฟทาลี (Naphtali) (6) | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ศิลปาห์ (สาวใช้นางเลอาห์) |
กาด (Gad) (7) | อาเชอร์ (Asher) (8) | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||