คัมภีร์ไบเบิล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความที่เกี่ยวข้องกับ

พระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดในศาสนาคริสต์

 
พระเจ้า
พระตรีเอกภาพ:
พระบิดา (พระยาห์เวห์) • พระบุตร (พระเยซู) • พระวิญญาณบริสุทธิ์
ความเชื่อ
เทววิทยาการตกในบาปความรอดการพิพากษาครั้งสุดท้ายหลักข้อเชื่อของอัครทูต
คัมภีร์
คัมภีร์ไบเบิล: เดิมใหม่พระวรสาร
นิกาย
ตะวันตก
คาทอลิกโปรเตสแตนต์ (แองกลิคันลูเทอแรนเพรสไบทีเรียนเมทอดิสต์แบปทิสต์แอดเวนติสต์)
ตะวันออก
อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ออเรียนทัลออร์ทอดอกซ์
อตรีเอกภาพนิยม
พยานพระยะโฮวามอรมอน
ประวัติ
ประวัติศาสนาคริสต์เปาโลอัครทูตยุคแรกสภาสังคายนาสากลมหาศาสนเภทสงครามครูเสดการปฏิรูปศาสนา
อื่น ๆ
สถานที่สำคัญทางศาสนาวันสำคัญบุคคลนักบุญศิลปะอภิธานศัพท์ศาสนาคริสต์
Category ดูหมวดหมู่

จัดการ: แม่แบบ  พูดคุย  แก้ไข

คัมภีร์ไบเบิล[1] (อังกฤษ: Bible) (มาจากภาษากรีกว่า บิบลิออน แปลว่า หนังสือ) ชาวโปรเตสแตนต์เรียกว่าพระคริสตธรรมคัมภีร์ เรียกโดยย่อว่าพระคัมภีร์ เป็นหนังสือที่บอกเรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้า มนุษย์ ความบาป และแผนการของพระเจ้าในการช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นจากความพินาศอันเนื่องจากความบาปสู่ชีวิตนิรันดร์ เป็นหนังสือที่บันทึกหลักธรรมคำสอนของศาสนาคริสต์ ซึ่งในบางเล่มมีพื้นฐานมาจากหลักคำสอนของศาสนายูดาห์ของชาวยิว ชาวคริสต์เรียกคัมภีร์ไบเบิลในชื่ออื่น ๆ อีกหลายชื่อเช่น พระวจนะของพระเจ้า (Word of God) หนังสือดี (Good Book) และคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ (Holy Scripture)

คัมภีร์ไบเบิลฉบับภาษาเดนมาร์กของคริสเตียนที่ 3 แห่งเดนมาร์ก พิมพ์ในกรุงโคเปนเฮเกน ในปี ค.ศ. 1550 จำนวน 3,000 เล่ม

คริสตชนทุกคนเชื่อว่าพระคัมภีร์ทุกข้อทุกตอนนั้นมนุษย์เขียนขึ้นโดยการดลใจจากพระเจ้า ประกอบด้วยหนังสือจำนวน 73 หรือ 66 เล่ม (แล้วแต่นิกาย) ประกอบด้วยภาคพันธสัญญาเดิมกับพันธสัญญาใหม่ พันธสัญญาเดิมถูกเขียนขึ้นก่อนที่พระเยซูเจ้าประสูติ ทั้งหมดเขียนเป็นภาษาฮีบรู ยกเว้นส่วนที่เป็นคัมภีร์อธิกธรรม (ยอมรับเฉพาะชาวคาทอลิก) ถูกเขียนด้วนภาษากรีกและภาษาอิยิปต์ ส่วนพันธสัญญาใหม่ถูกเขียนขึ้นหลังจากพระเยซูสิ้นพระชนม์แล้ว โดยบันทึกถึงเรื่องราวของพระเยซูตลอดพระชนม์ชีพ รวมทั้งคำสอน และการประกาศข่าวดีแห่งความรอด การยอมรับการทรมาน และการไถ่บาปของมนุษย์โดยพระเยซู การกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ การส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์มายังอัครทูต ประวัติศาสตร์ของคริสตจักรในยุคแรกเริ่ม ภายหลังการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูแล้ว การเบียดเบียนคริสตจักรในรูปแบบต่าง ๆ

เนื้อหา

สารบบของคัมภีร์[แก้]

คัมภีร์ไบเบิลไม่ใช่หนังสือเล่มเดียว แต่เป็นชุดหนังสือหลายเล่มที่เขียนโดยผู้เขียนหลายคนและหลายช่วงเวลา แล้วได้รวมกันเป็นสารบบจึงเรียกว่าสารบบของคัมภีร์ (Canon of Scripture) ในปัจจุบันคริสตชนนิกายโรมันคาทอลิกและโปรเตสแตนต์ยึดสารบบของคัมภีร์ต่างกัน ทำให้คัมภีร์ไบเบิลของทั้งสองนิกายมีเนื้อหาไม่เท่ากัน คริสตจักรโรมันคาทอลิกยึดสารบบเซปตัวจินต์ซึ่งกำหนดให้คัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมมีหนังสือทั้งหมด 46 เล่ม แต่คริสตจักรฝ่ายโปรเตสแตนต์ยึดสารบบแจมเนียซึ่งกำหนดให้ภาคพันธสัญญาเดิมประกอบด้วยหนังสือ 39 เล่ม (เพราะตัดคัมภีร์อธิกธรรม 7 เล่มออกไป)[1]

คริสตศาสนิกชนใช้คัมภีร์ฮีบรูของศาสนายูดาห์รวมเข้าในสารบบคัมภีร์ไบเบิลด้วยโดยเรียกว่าพันธสัญญาเดิม แต่สารบบของคัมภีร์ฮีบรูเสร็จสมบูรณ์เมื่อไรกลับไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด มีปรากฏเป็นหลักฐานครั้งแรกในหนังสือบุตรสิรา[2] ซึ่งเขียนขึ้นราว 130 ปีก่อนคริสต์ศักราช ว่าคัมภีร์ฮีบรูประกอบด้วยธรรมบัญญัติ ผู้เผยพระวจนะ และข้อเขียนอื่น ๆ เมื่อคริสต์ศาสนาเกิดขึ้นแล้วมาหนังสือในสารบบพันธสัญญาเดิมก็ยังไม่ลงตัว เพราะภายในคริสตจักรเห็นไม่ตรงกันว่าควรรับคัมภีร์อธิกธรรมเข้าในสารบบพันธสัญญาเดิมหรือไม่ จนกระทั่งเกิดสภาสังคายนาแห่งฟลอเรนซ์ในปี ค.ศ. 1442 จึงได้ข้อสรุปในคริสตจักรโรมันคาทอลิกว่าให้รวมคัมภีร์อธิกธรรมเข้าในสารบบด้วย[3] เมื่อเกิดการปฏิรูปศาสนา ชาวโปรเตสแตนต์ได้คัดค้านการรวมคัมภีร์อธิกธรรมในสารบบคัมภีร์ไบเบิล คริสตจักรโรมันคาทอลิกจึงตั้งสภาสังคายนาแห่งเทรนต์ (ค.ศ. 1545-63) และสภามีประกาศยืนยันให้ยอมรับคัมภีร์อธิกธรรมว่าเป็นพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ด้วย ผู้ใดไม่ยอมรับให้ผู้นั้นต้องถูกตัดออกจากศาสนจักร[4] ส่วนโปรเตสแตนต์ยังยืนยันไม่รับคัมภีร์อธิกธรรมทำให้คัมภีร์ไบเบิลของทั้งสองนิกายต่างสารบบกันมาจนถึงปัจจุบัน

ส่วนสารบบของพันธสัญญาใหม่ก็ได้ข้อสรุปล่าช้าเช่นกัน เพราะหนังสือทุกเล่มในพันธสัญญาใหม่เขียนขึ้นหลังการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู ในระยะแรกเอกสารเหล่านี้ใช้เป็นบทอ่านที่เผยแพร่กันในคริสตจักร[5] บางเอกสารเช่น จดหมายของเปาโลได้รับการยอมรับจากอัครทูตซีโมนเปโตรว่าเป็นเอกสารที่เขียนโดยการดลใจจากพระเจ้า หนังสือที่เป็นพระวรสารก็ได้รับการยอมรับตั้งแต่ศาสนาคริสต์ยุคแรก [6] แต่รายชื่อของหนังสือในสารบบพันธสัญญาใหม่ก็ยังไม่ปรากฏชัดเจน แต่ละเล่มยังได้รับการยอมรับไม่พร้อมกัน เช่น พระวรสารทั้ง 4 เล่มและจดหมายของเปาโลได้รับการยอมรับตั้งแต่ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 3 และมีการยอมรับหนังสือวิวรณ์ในคริสต์ศตวรรษที่ 3 หนังสือฮีบรูได้รับการยอมรับในคริสต์ศตวรรษที่ 4 นอกจากนี้หนังสือบางเล่มเป็นที่ยอมรับเข้าสารบบพันธสัญญาใหม่โดยคริสตจักรในท้องถิ่นหนึ่งแต่ไม่ได้รับการยอมรับในท้องถิ่นอื่น เช่น จดหมายของนักบุญบารนาบัส หนังสือของเคลเมนต์ เป็นต้น จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 5 คริสตชนทุกกลุ่มจึงมีคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่เป็นสารบบเดียวกัน[7]


ภาคพันธสัญญาเดิม[แก้]

ภาคพันธสัญญาเดิม (The Old Testament) ในคริสตจักรโรมันคาทอลิกประกอบด้วยหนังสือทั้งหมดจำนวน 46 เล่ม แต่โปรเตสแตนต์มี 39 เล่ม แบ่งได้เป็นสี่ส่วนใหญ่คือ

  • เบญจบรรณ ประกอบด้วยหนังสือปฐมกาล จนถึง หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ
  • ประวัติศาสตร์ ประกอบด้วยหนังสือโยชูวา จนถึง หนังสือเอสเธอร์
  • เพลง ประกอบด้วยหนังสือโยบ จนถึง หนังสือเพลงโซโลมอน
  • ประกาศก ประกอบด้วยหนังสืออิสยาห์ จนถึง หนังสือมาลาคี
  1. หนังสือปฐมกาล กล่าวถึงการทรงสร้างโลกของพระเจ้า ประวัติของมนุษย์รุ่นแรกๆ บนโลก
  2. หนังสืออพยพ กล่าวถึงการอพยพของชาวอิสราเอลออกจากประเทศอียิปต์ มาตั้งถิ่นฐาน ซึ่งมีการนำโดยโมเสส
  3. หนังสือเลวีนิติ กล่าวถึงบัญญัติของพระเจ้าที่ให้กับชาวอิสราเอล กฎเกณฑ์ต่างๆในการดำเนินชีวิตของชาวอิสราเอล โดยผ่านทางโมเสส
  4. หนังสือกันดารวิถี กล่าวถึงการที่ชาวอิสราเอล ต้องผจญความทุกข์ในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งนำโดยโมเสส
  5. หนังสือเฉลยพระธรรมบัญญัติ เป็นการสรุปพระธรรมบัญญัติและกล่าวตักเตือนประชากรอิสราเอลให้เชื่อฟังพระเจ้าโดยโมเสส ก่อนที่โมเสสจะเสียชีวิต
  6. หนังสือโยชูวา กล่าวถึงประวัติอิสราเอล ในสมัยที่ โยชูวา ซึ่งเป็นผู้เผยวจนะต่อจากโมเสส
  7. หนังสือผู้วินิจฉัย
  8. หนังสือนางรูธ กล่าวถึงหญิงสาวนางหนึ่งที่มีความประพฤติดี
  9. หนังสือซามูเอล ฉบับที่ 1
  10. หนังสือซามูเอล ฉบับที่ 2
  11. หนังสือพงษ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 ประวัติของประเทศอิสราเอลและกษัตริย์อิสราเอลรวมทั้งราชวงศ์ ฉบับที่ 1
  12. หนังสือพงษ์กษัตริย์ ฉบับที่ 2 ประวัติของประเทศอิสราเอลและกษัตริย์อิสราเอลรวมทั้งราชวงศ์ ฉบับที่ 2
  13. หนังสือพงศาวดาร ฉบับที่ 1 เนื้อหาเดียวกับพงษ์กษัตริย์ แต่ถูกเขียนจากบุคคลที่ต่างกัน และมุมมองต่างกัน (ฉบับที่ 1)
  14. หนังสือพงศาวดาร ฉบับที่ 2 เนื้อหาเดียวกับพงษ์กษัตริย์ แต่ถูกเขียนจากบุคคลที่ต่างกัน และมุมมองต่างกัน (ฉบับที่ 2)
  15. หนังสือเอสรา
  16. หนังสือเนหะมีย์
  17. หนังสือเอสเธอร์ *
  18. หนังสือโยบ
  19. หนังสือสดุดี รวบรวมบทเพลง และคำสรรเสริญพระเจ้า จากกษัตริย์หลายพระองค์ของอิสราเอล เช่นกษัตริย์ดาวิด
  20. หนังสือสุภาษิต รวบรวมคำสอน คำสุภาษิต ของชาวอิสราเอลจากบุคคลหลายคนที่สำคัญ เช่นกษัตริย์โซโลมอน
  21. หนังสือปัญญาจารย์
  22. หนังสือเพลงซาโลมอน
  23. หนังสือประกาศอิสยาห์ เป็นพยากรณ์การมาบังเกิดของพระเยซู
  24. หนังสือประกาศเยเรมีย์
  25. หนังสือเพลงคร่ำครวญ
  26. หนังสือประกาศเอเสเคียล
  27. หนังสือประกาศดาเนียล*
  28. หนังสือประกาศโฮเซยา
  29. หนังสือประกาศโยเอล
  30. หนังสือประกาศอาโมส
  31. หนังสือประกาศโอบาดีห์
  32. หนังสือประกาศโยนาห์
  33. หนังสือประกาศมีคาห์
  34. หนังสือประกาศนาฮูม
  35. หนังสือประกาศฮาบากุก
  36. หนังสือประกาศเศฟันยาห์
  37. หนังสือประกาศฮักกัย
  38. หนังสือประกาศเศคารียาห์
  39. หนังสือประกาศมาลาคี
  40. หนังสือโทบิต **
  41. หนังสือยูดิธ **
  42. หนังสือมัคคาบี ฉบับที่ 1 **
  43. หนังสือมัคคาบี ฉบับที่ 2 **
  44. หนังสือปรีชาญาณ **
  45. หนังสือบุตรสิรา **
  46. หนังสือประกาศบารุค **

ในเครื่องหมาย * จำนวนบทและข้อพระคัมภีร์ของนิกายโปรเตสแตนต์จะมีน้อยกว่าของนิกายโรมันคาทอลิก และนิกายออร์ทอดอกซ์ ในเครื่องหมาย**เป็นคัมภีร์สารบบที่สอง มีใช้ในนิกายโรมันคาทอลิกกับนิกายออร์ทอดอกซ์ แต่โปรเตสแตนต์จะไม่ยอมรับหนังสือ 7 เล่มนี้ และได้ตัดออกไปตั้งแต่การปฏิรูปศาสนา

ภาคพันธสัญญาใหม่[แก้]

พันธสัญญาใหม่ (The New Testament) เป็นพระธรรมที่ถูกเขียนขึ้นภายหลังจากการประสูติของพระเยซู มีจำนวน 27 เล่ม ดังนี้

  1. พระวรสารนักบุญมัทธิว
  2. พระวรสารนักบุญมาระโก
  3. พระวรสารนักบุญลูกา
  4. พระวรสารนักบุญยอห์น
  5. หนังสือกิจการของอัครทูต ในหนังสือนี้ ได้เน้นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของคริสตจักรในยุคแรกเริ่ม ภายหลังการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซู อัครทูตได้เผยแพร่ศาสนาคริสต์ต่อมา โดยได้เล่าถึงการต้อนรับบ้าง การกีดกันบ้าง การเบียดเบียนพระศาสนจักรในรูปแบบต่างๆบ้าง นอกจากนั้น จะได้พบเรื่องราวของบุคคลสำคัญในศาสนาบางคนเช่น การเป็นปฐมมรณสักขีของ นักบุญสเทเฟน และที่สำคัญคือ การเบียดเบียนคริสตจักร และการกลับใจของนักบุญเปาโล
  6. จดหมายนักบุญเปาโล ถึงชาวโรม
  7. จดหมายนักบุญเปาโล ถึงชาวโครินธ์ ฉบับที่ 1
  8. จดหมายนักบุญเปาโล ถึงชาวโครินธ์ ฉบับที่ 2
  9. จดหมายนักบุญเปาโล ถึงชาวกาลาเทีย
  10. จดหมายนักบุญเปาโลถึงชาวเอเฟซัส
  11. จดหมายนักบุญเปาโลถึงชาวฟีลิปปี
  12. จดหมายนักบุญเปาโล ถึงชาวโคลิสี
  13. จดหมายนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกา ฉบับที่ 1
  14. จดหมายนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกา ฉบับที่ 2
  15. จดหมายนักบุญเปาโลถึงทิโมธี ฉบับที่ 1
  16. จดหมายนักบุญเปาโลถึงทิโมธี ฉบับที่ 2
  17. จดหมายนักบุญเปาโล ถึงทิตัส
  18. จดหมายนักบุญเปาโล ถึงฟิโลโมน
  19. จดหมายถึงชาวฮิบรู
  20. จดหมายของนักบุญยากอบ
  21. จดหมายของนักบุญเปโตร ฉบับที่ 1
  22. จดหมายของนักบุญเปโตร ฉบับที่ 2
  23. จดหมายของนักบุญยอห์น ฉบับที่ 1
  24. จดหมายของนักบุญยอห์น ฉบับที่ 2
  25. จดหมายของนักบุญยอห์น ฉบับที่ 3
  26. จดหมายของนักบุญยูดา
  27. หนังสือวิวรณ์ โดยยอห์นแห่งปัทมอส คริสตชนเชื่อว่าเป็นคนเดียวกับยอห์นอัครทูต แต่ทางวิชาการเห็นว่าเป็นคนละคนกัน

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, พิมพ์ครั้งที่ 3, กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน, 2552, หน้า 99
  2. Broderick S. Pabillo, พระคัมภีร์ ฝีพระหัตถืพระเจ้า ฝีมือมนุษย์, แปลโดย ประธาน ศรีดารุณศีล และมนต์สิงห์ ไกรสมสุข, 2550, หน้า 121
  3. Broderick S. Pabillo, หน้า 123
  4. Broderick S. Pabillo, หน้า 124
  5. คณะผู้เชี่ยวชาญสำนักพิมพ์ไลออน, เจาะโลกพระคัมภีร์, กรุงเทพฯ : กนกบรรณสาร, 2548, หน้า 74
  6. Broderick S. Pabillo, หน้า 125
  7. Broderick S. Pabillo, หน้า 126
  • พันธสัญญาเดิม [1]
  • พันธสัญญาใหม่ [2]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]