หนังสือเอสเธอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความที่เกี่ยวข้องกับ

Cross Christianity.jpg

 
พระเจ้า
พระตรีเอกภาพ:
พระบิดา (พระยาห์เวห์) • พระบุตร (พระเยซู) • พระวิญญาณบริสุทธิ์
ความเชื่อ
เทววิทยาการตกในบาปความรอดการพิพากษาครั้งสุดท้ายหลักข้อเชื่อของอัครทูตบัญญัติ 10 ประการ
คัมภีร์
คัมภีร์ไบเบิล: เดิมใหม่พระวรสาร
นิกาย
ตะวันตก
คาทอลิกโปรเตสแตนต์ (แองกลิคันลูเทอแรนเพรสไบทีเรียนเมทอดิสต์แบ๊บติสต์แอดเวนติสต์)
ตะวันออก
อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ออเรียนทัลออร์ทอดอกซ์
อตรีเอกภาพนิยม
พยานพระยะโฮวามอรมอน
ประวัติ
ประวัติศาสนาคริสต์เปาโลอัครทูตยุคแรกสภาสังคายนาสากลมหาศาสนเภทสงครามครูเสดการปฏิรูปศาสนา
อื่น ๆ
สถานที่สำคัญทางศาสนาวันสำคัญบุคคลนักบุญศิลปะอภิธานศัพท์ศาสนาคริสต์
Category ดูหมวดหมู่

จัดการ: แม่แบบ  พูดคุย  แก้ไข

หนังสือเอสเธอร์ (อังกฤษ: Book of Esther) เป็นหนังสือในคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาเดิม โดยเป็นลำดับที่ 14 ในชุดหมวดประวัติศาสตร์[1]

เนื้อหากล่าวถึงประวัติศาสตร์ของวงศ์วานอิสราเอลในช่วงอิสราเอลตกเป็นเมืองขึ้นของเปอร์เซียในรัชสมัยกษัตริย์อาหัสซูเอรัส

หนังสือเอสเธอร์เป็นคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม 1 ใน 2 เล่ม ที่ใช้ชื่อสตรีเป็นชื่อหนังสือ และกล่าวถึงบทบาทของสตรีต่อชนชาติอิสราเอลอย่างชัดเจน และมีบทบาทนำอ่านในช่วงการเฉลิมฉลองเทศกาล

เนื้อหาโดยย่อ[แก้]

ภาพวาดเอสเธอร์และโมรเดคัย

ในยุคที่อิสราเอลถูกเปอร์เซียยึดครอง ชาวอิสราเอลถูกกดขี่ข่มเหง และจำกัดสิทธิมากมาย เช่น ชาวเปอร์เซียตบตีชาวอิสราเอลได้โดยไม่ผิด แต่ชาวอิสราเอลที่ทำร้ายคนเปอร์เซียถูกลงโทษสถานหนัก

กษัตริย์อาหัสซูเอรัสชื่นชอบสตรีที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่งเป็นพระมเหสีพระนามว่า พระนางวัชชี ซึ่งมีสิริโฉมงดงามยิ่ง แต่สุดท้ายพระนางก็ถูกประหารเนื่องจากขัดพระทัย โดยการไม่ยอมออกไปปรากฏกายต่อหน้าสาธารณะในงานเลื้ยงรับรองขององค์กษัตริย์ และอาหัสซูเอรัสจึงให้สรรหาหญิงงามเพื่อถวายตัว

เอสเธอร์ได้รับการเลี้ยงดูโดยโมระเดคัย ลุงบุญธรรม เพื่อส่งเข้าถวายตัวให้องค์กษัตริย์โดยเฉพาะ เนื่องจากมีการตระเตรียม ฝึกสอนนางให้มีความพร้อมมาตั้งแต่แรก และเมื่อโอกาสมาถึง นางจึงได้รับอาสาตัวเข้าไปถวายตัวแด่องค์กษัตริย์ เพื่อหวังว่าองค์กษัตริย์ต้องพระทัย อันเป็นเหตุให้นางสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของอิสราเอลลงได้ ในที่สุดด้วยความสามารถ และพระพรของพระเป็นเจ้า จึงได้รับแต่งตั้งเป็นราชินี

ในตำแหน่งราชินี เอสเธอร์ได้ช่วยเหลืออิสราเอล ตามคำแนะนำจากโมระเดคัย เป็นหตุให้กฎข้อบังคับที่ข่มเหงอิสราเอลต่างๆ ได้ผ่อนคลายลงไป เช่น สิทธิในการปกป้องตนเองจากการทำร้าย ทั้งยังช่วยปกป้องชาติอิสราเอลจากขุนนางเปอร์เซียที่เป็นปรปักษ์ต่อพระเจ้าด้วย


อ้างอิง[แก้]

  1. ลำดับที่ 14 สำหรับโรมันคาทอลิก หรือ ลำดับที่ 12 สำหรับโปรเตสแตนต์)