บัญญัติ 10 ประการ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความที่เกี่ยวข้องกับ

Cross Christianity.jpg

 
พระเจ้า
พระตรีเอกภาพ:
พระบิดา (พระยาห์เวห์) • พระบุตร (พระเยซู) • พระวิญญาณบริสุทธิ์
ความเชื่อ
เทววิทยาการตกในบาปความรอดการพิพากษาครั้งสุดท้ายหลักข้อเชื่อของอัครทูตบัญญัติ 10 ประการ
คัมภีร์
คัมภีร์ไบเบิล: เดิมใหม่พระวรสาร
นิกาย
ตะวันตก
คาทอลิกโปรเตสแตนต์ (แองกลิคันลูเทอแรนเพรสไบทีเรียนเมทอดิสต์แบ๊บติสต์แอดเวนติสต์)
ตะวันออก
อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ออเรียนทัลออร์ทอดอกซ์
อตรีเอกภาพนิยม
พยานพระยะโฮวามอรมอน
ประวัติ
ประวัติศาสนาคริสต์เปาโลอัครทูตยุคแรกสภาสังคายนาสากลมหาศาสนเภทสงครามครูเสดการปฏิรูปศาสนา
อื่น ๆ
สถานที่สำคัญทางศาสนาวันสำคัญบุคคลนักบุญศิลปะอภิธานศัพท์ศาสนาคริสต์
Category ดูหมวดหมู่

จัดการ: แม่แบบ  พูดคุย  แก้ไข
บัญญัติสิบประการ ภาษาฮิบรู

บัญญัติ 10 ประการ[1][2][3] หรือ ธรรมบัญญัติ คือรายการคำสอนและข้อปฏิบัติตามคัมภีร์ไบเบิล ซึ่งเป็นพระบัญญัติที่พระเจ้าทรงประทานแก่ชนชาติอิสราเอล ที่กล่าวโดย โมเสสบนยอดเขา Sinai และสลักไว้ในแผ่นหิน 2 แผ่น บัญญัติ 10 ประการเป็นที่รู้จักสำหรับคริสต์ศาสนา และ ศาสนายูดาห์

ในภาษาฮิบรู ใช้คำว่า Aseret ha-Dvarîm עשרת הדברים และใน ภาษา Rabbinical ฮิบรู ใช้คำว่า Aseret ha-Dibrot עשרת הדברות ซึ่งทั้งสองคำหมายถึง บัญญัติ 10 ประการ และมีการใช้ในภาษากรีก ซึ่งแปลมาจากภาษาฮิบรูว่า δέκα λόγοι (dekalogoi) หมายถึง คำศัพท์สิบคำ("Ten Commandments")

เนื้อหา[แก้]

ตามคัมภีร์ฮีบรู บัญญัติชุดนี้ปรากฏในหนังสืออพยพและหนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ และไม่ได้แบ่งเป็นข้อไว้แต่แรก ในสมัยต่อมาจึงจัดลำดับเป็น 10 ข้อพื่อความสะดวก อย่างไรก็ตาม ตำราทางศาสนาคริสต์แต่ละฉบับไล่ลำดับบัญญัติทั้ง 10 ไว้ต่างกัน ในปัจจุบันมีแบ่งไว้ 2 แบบ[4] คือแบบปิตาจารย์กรีกซึ่งใช้ในคริสตจักรอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์และคริสตจักรปฏิรูป และแบ่งแบบนักบุญออกัสตินแห่งฮิปโปซึ่งใช้ในคริสตจักรโรมันคาทอลิกและลูเทอแรน

แบบปิตาจารย์กรีก[แก้]

หนังสืออพยพ ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011 ได้แปลบัญญัติ 10 ประการ ตามการแบ่งของปิตาจารย์กรีกไว้ ดังนี้[5]

  1. ห้ามมีพระเจ้าอื่นใดนอกเหนือจากเรา
  2. ห้ามทำรูปเคารพสำหรับตน เป็นรูปสิ่งใดซึ่งมีอยู่ในฟ้าเบื้องบน หรือบนแผ่นดินเบื้องล่าง หรือในน้ำใต้แผ่นดิน ห้ามกราบไหว้หรือปรนนิบัติรูปเหล่านั้น เพราะเราคือยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า เป็นพระเจ้าที่หวงแหน ให้โทษของบิดาตกทอดไปถึงลูกหลานของผู้ที่ชังเราจนถึงสามชั่วสี่ชั่วอายุคน แต่แสดงความรักมั่นคงต่อคนที่รักเรา และรักษาบัญญัติของเราจนถึงนับพันชั่วอายุคน
  3. ห้ามใช้พระนามพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าไปในทางที่ผิด เพราะผู้ที่ใช้พระนามของพระองค์ไปในทางที่ผิดนั้น พระยาห์เวห์จะทรงเอาโทษ
  4. จงระลึกถึงวันสะบาโต ถือเป็นวันบริสุทธิ์ จงทำงานทั้งสิ้นของเจ้าหกวัน แต่วันที่เจ็ดนั้นเป็นสะบาโตแด่พระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้า ในวันนั้นห้ามทำงานใด ๆ ไม่ว่าเจ้าเอง หรือบุตรชายบุตรหญิงของเจ้า หรือทาสทาสีของเจ้า หรือสัตว์ใช้งานของเจ้า หรือคนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในประตูเมืองของเจ้า เพราะในหกวันพระยาห์เวห์ทรงสร้างฟ้าและแผ่นดิน ทะเล และสรรพสิ่งซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้น แต่ในวันที่เจ็ดทรงพัก เพราะฉะนั้นพระยาห์เวห์ทรงอวยพรวันสะบาโต และทรงตั้งวันนั้นไว้เป็นวันบริสุทธิ์
  5. จงให้เกียรติแก่บิดามารดาของเจ้า เพื่ออายุของเจ้าจะได้ยืนยาวบนแผ่นดิน ซึ่งพระยาห์เวห์พระเจ้าของเจ้าประทานแก่เจ้า
  6. ห้ามฆ่าคน
  7. ห้ามล่วงประเวณีผัวเมียเขา
  8. ห้ามลักขโมย
  9. ห้ามเป็นพยานเท็จใส่ร้ายเพื่อนบ้าน
  10. ห้ามโลภบ้านเรือนของเพื่อนบ้าน ห้ามโลภภรรยาของเพื่อนบ้าน หรือทาสทาสีของเขา หรือโค ลาของเขา หรือสิ่งใด ๆ ซึ่งเป็นของของเพื่อนบ้าน

แบบนักบุญออกัสติน[แก้]

หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ของคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์ ได้แปลบัญญัติสิบประการไว้ ดังนี้[6]

  1. ท่านต้องไม่ทำรูปเคารพสำหรับตน ไม่ว่าจะเป็นรูปสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งอยู่ในท้องฟ้า เบื้องบน หรืออยู่ในแผ่นดินเบื้องล่าง หรืออยู่ในน้ำใต้แผ่นดิน ท่านต้องไม่กราบไหว้รูปเคารพเหล่านั้น เพราะเรา องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน เป็นพระเจ้าที่ไม่ยอมให้ประชากรของเรารักและซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าอื่นใด เราลงโทษความผิดของบิดาที่เกลียดชังเราไปถึงลูกหลาน จนถึงสามสี่ชั่วอายุคน แต่เราแสดงความรักมั่นคงต่อผู้ที่รักเรา และปฏิบัติตามบทบัญญัติของเราจนถึงพันชั่วอายุคน
  2. อย่ากล่าวนามองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านอย่างไม่สมควร เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าจะไม่ทรงเว้นโทษ ผู้ที่กล่าวพระนามของพระองค์อย่างไม่สมควร
  3. จงรักษาวันสับบาโตไว้เป็นวันศักดิ์สิทธิ์ ดังที่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน ทรงบัญชาแก่ท่าน ท่านจะต้องออกแรงทำงานทั้งสิ้นของท่านในหกวัน แต่วันที่เจ็ดเป็นวันพักผ่อนที่ถวายแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าของท่าน ท่านทั้งหลายพร้อมกับบุตรชายบุตรหญิง บ่าวไพร่ชายหญิง โค ลา และสัตว์อื่น ๆ ของท่าน รวมทั้งคนต่างถิ่นที่อยู่กับท่าน ต้องไม่ทำงานใด ๆ ในวันนั้น ดังนี้บ่าวไพร่ชายหญิงของท่านจะได้พักผ่อนเช่นเดียวกับท่าน จงจำไว้ว่า ท่านเคยเป็นทาสในแผ่นดินอียิปต์ และองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน ทรงใช้พระหัตถ์อันทรงฤทธิ์และพระอานุภาพอันยิ่งใหญ่นำท่านออกจากที่นั่น เพราะฉะนั้น องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน จึงทรงบัญชาให้ท่านรักษาวันสับบาโต ไว้เป็นวันพักผ่อน
  4. จงนับถือบิดามารดา ดังที่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านทรงบัญชา เพื่อท่านจะได้มีอายุยืน อยู่อย่างมีความสุขในแผ่นดินที่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านประทานให้
  5. อย่าฆ่าคน
  6. อย่าล่วงประเวณี
  7. อย่าลักขโมย
  8. อย่าเป็นพยานเท็จใส่ร้ายเพื่อนบ้าน
  9. อย่าโลภมักได้ภรรยาของเพื่อนบ้าน (อย่าปลงใจในความอุลามก)
  10. อย่าโลภมักได้บ้านเรือนของเพื่อนบ้าน ไร่นา บ่าวไพร่ชายหญิง โค ลา และทรัพย์สินใด ๆ ที่เป็นของเพื่อนบ้าน (อย่ามักได้ทรัพย์ของเขา)

อ้างอิง[แก้]

  1. คัมภีร์ไบเบิล, คัมภีร์ไบเบิลฉบับแรกในประเทศไทย ,แดน บีช บรัดเลย์ ,1836, คัมภีร์ไบเบิลฉบับ ฮีบรู-ไทย
  2. อพยพ 20:1-17 ,พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย
  3. เฉลยธรรมบัญญัติ 5:6-21 ,พระคริสตธรรมคัมภีร์ไทย
  4. บทบัญญัติสิบประการ (เชิงอรรถ), คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์
  5. อพยพ 20
  6. เฉลยธรรมบัญญัติ 5; 1-22, คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อพระคัมภีร์