อักษรเทวนาครี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อักษรเทวนาครี
Rigveda MS2097.jpg
ฤคเวทเขียนด้วยอักษรเทวนาครี (ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19)
ชนิด อักษรสระประกอบ
ภาษาพูด หลายภาษาในภาษากลุ่มอินโด-อารยัน เช่น ภาษาสันสกฤต, ภาษาฮินดี, ภาษามราฐี, ภาษาเนปาล, ภาษาภิล, ภาษากอนกานี, ภาษาโภชปุรี, ภาษามคธี, ภาษาไมถิลี, ภาษากุรุข, ภาษาเนวารี และบางครั้งในภาษาสินธีและภาษาแคชเมียร์ เคยใช้เขียนภาษาคุชราต บางครั้งใช้เขียนหรือทับศัพท์ภาษาเศรปา
ช่วงยุค ประมาณ พ.ศ. 1743 (ค.ศ. 1200)–ปัจจุบัน
ระบบแม่
ระบบลูก อักษรคุชราต
อักษรโมฑี
อักษรรัญชนา
Canadian Aboriginal syllabics
ระบบพี่น้อง อักษรศารทา, อักษรนาครีตะวันออก
ช่วงยูนิโคด U+0900–U+097F,
U+A8E0–U+A8FF
ISO 15924 Deva
บทความนี้มีสัญลักษณ์สัทศาสตร์สัทอักษรสากล หากไม่มีการสนับสนุนเรนเดอร์ที่เหมาะสม คุณอาจเห็นเครื่องหมายคำถาม กล่องหรือสัญลักษณ์อื่นแทนอักขระยูนิโค้ด
Example.of.complex.text.rendering.svg บทความนี้มีอักษรในตระกูลอักษรพราหมีปรากฏอยู่ คุณอาจเห็นสัญลักษณ์อื่นแทนตัวอักษร หรือมองเห็นสระวางผิดตำแหน่ง หากคอมพิวเตอร์ของคุณไม่สามารถแสดงผลได้อย่างถูกต้อง

อักษรเทวนาครี (देवनागरी อ่านว่า เท-วะ-นา-คะ-รี; อังกฤษ: Devanagari) พัฒนามาจากอักษรพราหมีในราวคริสต์ศตวรรษที่ 11 ใช้เขียนภาษาฮินดี ภาษาสันสกฤต ภาษามราฐี ภาษาบาลี ภาษาสินธี ภาษาเนปาล และภาษาอื่นๆในประเทศอินเดีย

อักษรเทวนาครีมีลักษณะการเขียนจากซ้ายไปขวา มีเส้นเล็กๆ อยู่เหนือตัวอักษร หากเขียนต่อกัน จะเป็นเส้นยาวคล้ายเส้นบรรทัด มีการแยกพยัญชนะ สระ และเครื่องหมายต่างๆ

ที่มา[แก้]

อักษรเทวนาครีเกิดขึ้นเมื่อราวปี พ.ศ. 1743 (ค.ศ. 1200) โดยพัฒนาขึ้นจากอักษรสิทธัม และค่อยๆ เข้ามาแทนที่อักษรศารทา ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดและมีมาก่อน (ยังคงใช้คู่ขนานกันไปในกัษมีร์) อักษรทั้งสองแบบมีต้นกำเนิดมาจากอักษรคุปตะ ซึ่งได้มาจากอักษรพราหมีอีกทอดหนึ่ง ซึ่งมีที่มาตั้งแต่ช่วง 300 ปีก่อนคริสตกาล ส่วนอักษรนาครีนั้น ปรากฏในช่วงราวคริสต์ศตวรรษที่ 8 เป็นสาขาตะวันออกของอักษรคุปตะ ร่วมสมัยกับอักษรศารทาอันเป็นสาขาตะวันตก

ศัพทมูลวิทยา[แก้]

ภาษาสันสกฤต คำว่า นาครี เป็นสตรีลิงค์ ของ นาคร หมายถึง เกี่ยวกับเมือง เป็นคุณนาม จากคำนาม นคร ซึ่งหมายถึงเมือง ที่ใช้รูปสตรีลิงค์ เพราะนี้ เดิมใช้บ่งบอกนามสตรีลิงค์ ลิปิ ซึ่งหมายถึง อักษร ในที่นี้ จึงหมายถึงอักษรของชาวเมือง หรืออักษรของผู้มีวัฒนธรรม อักษรนาครีนั้นมีที่ใช้หลากหลาย อักษรที่มีคำว่า เทวะ (เทวดา) เติมข้างหน้า หมายถึง อักษรของเทวดา หรืออักษรที่ใช้ของชาวเมืองชั้นสูงนั่นเอง

ปัจจุบันมีการใช้คำว่า "เทวนาครี" อย่างกว้างขวาง แต่เรียกสั้นๆ ว่า "นาครี" ก็พบเห็นได้ทั่วไป ซึ่งมีความหมายถึงอักษรอย่างเดียวกันนี้ ความนิยมใช้เทวนาครีอย่างแพร่หลายนั้น เกี่ยวโยงกับการใช้ในยุคอาณานิคม ซึ่งแทบจะใช้อักษรเทวนาครีเพียงอย่างเดียว ในการตีพิมพ์งานสันสกฤต แม้ว่าภาษาสันสกฤตนั้น สามารถใช้อักษรต่างๆ ได้แทบทุกแบบของอินเดียก็ตาม และด้วยเหตุนี้ จึงมักจะทำให้มีการผูกโยงระหว่างอักษรเทวนาครีและภาษาสันสกฤต จนมีความเชื่อผิดๆ ไปอย่างกว้างขวาง เรียกอักษรนี้ว่า "อักษรสันสกฤต" ก็มี

หลักการเบื้องต้น[แก้]

เช่นเดียวกับตระกูลอักษรพราหมีอื่นๆ หลักการเบื้องต้นของอักษรเทวนาครีคือ อักษรแต่ละตัวใช้แทนเสียงพยัญชนะซึ่งมีเสียงสระ a (อะ) [ə] อยู่ในตัว [1] ตัวอย่างเช่นอักษร क อ่านว่า ka (กะ) อักษรสองตัว कन อ่านว่า kana (กะนะ) อักษรสามตัว कनय อ่านว่า kanaya (กะนะยะ) เป็นต้น ส่วนเสียงสระอื่นๆ หรือการตัดเสียงสระทิ้ง จะต้องมีการดัดแปลงตัวพยัญชนะของมันเองดังนี้

  • กลุ่มพยัญชนะ (consonant cluster) จะถูกเขียนเป็นอักษรรวม (ligature) เรียกว่า saṃyuktākṣara (สังยุกตากษะระ) ตัวอย่างเช่นอักษรสามตัว कनय kanaya (กะนะยะ) สามารถรวมได้เป็น क्नय knaya (กนะยะ), कन्य kanya (กะนยะ/กันยะ), หรือ क्न्य knya (กนยะ)
  • เสียงสระอื่นที่นอกเหนือจากเสียง a (อะ) จะเขียนเครื่องหมายเสริมลงบนพยัญชนะ เช่นจาก क ka (กะ) เราจะได้ के ke (เก), कु ku (กุ), की (กี), का (กา) เป็นต้น
  • สำหรับสระที่ไม่มีพยัญชนะ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อสระนั้นอยู่ต้นคำ หรืออยู่ถัดจากสระอื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง จะมีอักษรตัวเต็มที่ใช้แทนเสียงสระนั้นเรียกว่าสระลอย ตัวอย่างเช่น ในขณะที่เสียงสระ ū (อู) เขียนขึ้นโดยการเติม ू ลงไปทำให้กลายเป็น कू (กู) เสียงสระนี้ก็ยังมีอักษรของมันคือ ऊ ใน ऊक ūka (อูกะ) และ कऊ kaū (กะอู) อย่างไรก็ตามภาษาปัจจุบันจำนวนหนึ่งมีการใช้อักษรตัวเต็มของ अ a (อะ) มาเติมเครื่องหมายโดยปกติวิสัย กลายเป็น अूक ūka (อูกะ) และ कअू kaū (กะอู) ซึ่งคอมพิวเตอร์บางระบบไม่รองรับ
  • พยัญชนะสะกดจะมีการกำกับเครื่องหมายนี้ ્ เรียกว่า virāma (วิรามะ) ในภาษาสันสกฤต หรือ halanta (หะลันตะ) ในภาษาฮินดี ไว้ที่ตัวอักษร ซึ่งจะทำให้เสียงสระ a (อะ) ถูกตัดออกไป เช่นจาก क्नय knaya (กนะยะ) เปลี่ยนเป็น क्नय् knay (กนัย) นอกจากนี้ halanta ถูกใช้เป็นการกำหนดกลุ่มพยัญชนะในข้อแรก ถ้าหากการพิมพ์ไม่สามารถกระทำได้

พยัญชนะ[แก้]

สปรรศะ
(เสียงกัก)
อะนุนาสิกะ
(เสียงนาสิก)
อันตะสถะ
(เสียงเปิด)
อูษมะ/สังฆรรษี
(เสียงเสียดแทรก)
ก้องหรือไม่ → อะโฆษะ (ไม่ก้อง) โฆษะ (ก้อง) อะโฆษะ (ไม่ก้อง) โฆษะ (ก้อง)
Aspiration อัลปปราณะ มะหาปราณะ อัลปปราณะ มะหาปราณะ อัลปปราณะ มะหาปราณะ
กัณฐยะ
(เพดานอ่อน)
ka
(ก) /k/
kha
(ข) /kʰ/
ga
(ค) /g/
gha
(ฆ) /gʱ/
ṅa
(ง) /ŋ/
ha
(ห) /ɦ/
ตาละวยะ
(เพดานแข็ง)
ca
(จ) /c,t͡ʃ/
cha
(ฉ) /cʰ,t͡ʃʰ/
ja
(ช) /ɟ,d͡ʒ/
jha
(ฌ) /ɟʱ,d͡ʒʱ/
ña
(ญ) /ɲ/
ya
(ย) /j/
śa
(ศ) /ɕ,ʃ/
มูรธันยะ
(ปลายลิ้นม้วน)
ṭa
(ฏ) /ʈ/
ṭha
(ฐ) /ʈʰ/
ḍa
(ฑ) /ɖ/
ḍha
(ฒ) /ɖʱ/
ṇa
(ณ) /ɳ/
ra
(ร) /r/
ṣa
(ษ) /ʂ/
ทันตยะ
(ฟัน)
ta
(ต) /t̪/
tha
(ถ) /t̪ʰ/
da
(ท) /d̪/
dha
(ธ) /d̪ʱ/
na
(น) /n/
la
(ล) /l/
sa
(ส) /s/
โอษฐยะ
(ริมฝีปาก)
pa
(ป) /p/
pha
(ผ) /pʰ/
ba
(พ) /b/
bha
(ภ) /bʱ/
ma
(ม) /m/
va
(ว) /ʋ/

สระ[แก้]

สระในระบบอักษรเทวนาครีนั้น มีลักษณะเฉพาะแบบเดียวกับอักษรอินเดียส่วนใหญ่ นั่นคือ มีสระสองชุด เป็นสระลอย และสระจม สระลอย คือ สระที่อยู่โดดเดี่ยวได้ โดยมีเสียงของตัวมันเอง ส่วนสระจม เป็นสระที่ต้องประสมกับพยัญชนะอื่น สระจมของเทวนาครี มีทั้งที่เขียนด้านหน้า เช่น อิ เขียนด้านหลัง เช่น อา อี เขียนด้านบน เช่น เอ และเขียนด้านล่าง เช่น อุ หรือ อู นอกจากนี้ยังมีแบบเขียนสองตำแหน่ง เช่น ไอ โอ และเอา ที่เขียนทั้งบนและหลังพยัญชนะ

สระลอย สระจม เกาะตัว क ถอดเป็นอักษรโรมัน ถอดเป็นอักษรไทย
a อะ
का aa อา
कि i อิ
की ii อี
कु u อุ
कू uu อู
कॅ candra e แอ
कॆ short e เอะ
के e เอ
कै ai ไอ
कॉ candra o ออ
कॊ short o โอะ
को o โอ
कौ au เอา
कॄ vocalic r
कॢ vocalic rr ฤๅ
कॄ vocalic l
कॣ vocalic ll ฦๅ

ตัวเลข[แก้]

เลขเทวนาครี เลขอารบิก เลขไทย
0
1
2
3
4
5
6
7
8
9
१० 10 ๑๐

เครื่องหมายพิเศษ[แก้]

= โอม

อักษรเทวนาครีในคอมพิวเตอร์[แก้]

สำหรับผู้ใช้วินโดวส์เอ็กซ์พี (Window XP) สามารถอ่านอักษรเทวนาครี หรือพิมพ์ข้อความสั้นๆด้วยโปรแกรม Character Map ฟอนต์ Mangal

เทวนาครี
Unicode.org chart (PDF)
  0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 A B C D E F
U+090x
U+091x
U+092x
U+093x ि
U+094x
U+095x
U+096x
U+097x   ॿ


เทวนาครี ส่วนขยาย
Unicode.org chart (PDF)
  0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 A B C D E F
U+A8Ex
U+A8Fx        


อ้างอิง[แก้]

  1. Salomon, Richard (2003), "Writing Systems of the Indo-Aryan Languages", in Cardona, George & Dhanesh Jain, The Indo-Aryan Languages, Routledge, 67-103, ISBN 978-0-415-77294-5.

ดูเพิ่ม[แก้]