คะตะกะนะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คะตะกะนะ
Japanese Katakana ZA.svg
ชนิด อักษรพยางค์
ภาษาพูด ภาษาญี่ปุ่น
ภาษาโอะกินะวะ
ภาษาไอนุ[1]
ภาษาปาเลา[2]
ช่วงยุค ประมาณ พ.ศ. 1343 (ค.ศ. 800)–ปัจจุบัน
ระบบแม่
ระบบพี่น้อง ฮิระงะนะ, เฮนไตงะนะ
ช่วงยูนิโคด U+30A0–U+30FF
ISO 15924 Kana
หมายเหตุ: หน้านี้อาจมีสัทอักษรแสดงเสียงอ่าน
書.svg
การเขียนภาษาญี่ปุ่น

คันจิ

คะนะ

การใช้งาน

โรมะจิ

คะตะกะนะ (ญี่ปุ่น: 片仮名, カタカナ katakana ?) เป็นตัวอักษรสำหรับแทนเสียงในภาษาญี่ปุ่นประเภทหนึ่ง คะตะกะนะถูกนำไปเขียนภาษาไอนุซึ่งเป็นภาษาของชนกลุ่มน้อยอยู่ทางภาคเหนือของเกาะฮอกไกโด

การใช้[แก้]

คะตะกะนะมีสัญลักษณ์ 48 ตัว ในยุคแรกรู้จักในนาม การเขียนของผู้ชาย คะตะกะนะใช้กับคำยืมที่ไม่ได้มาจากภาษาจีนเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งการเลียนเสียง ชื่อจากภาษาอื่น การเขียนโทรเลข และการเน้นคำ (แบบเดียวกับการใช้อักษรตัวใหญ่ในภาษาอังกฤษ) ก่อนหน้านั้นคำยืมทั้งหมดเขียนด้วยคันจิ ใช้ในหลายกรณี ได้แก่

  • ใช้เขียนคำที่ยืมมาจากภาษาต่างประเทศ ชื่อชาวต่างประเทศ และชื่อสถานที่ในต่างประเทศซึ่งเป็นวิสามานยนาม เช่น ホテル (โฮะเตะรุ หรือ Hotel)
  • ใช้เขียนคำซึ่งเลียนเสียงในธรรมชาติ เช่น ワン ワン (วัง วัง เสียงเห่าของสุนัข)
  • ใช้เขียนชื่อญี่ปุ่น (和名) ของสัตว์และแร่ธาตุ เช่น カルシウム (คารุซิอุมุ หรือ แคลเซียม)
  • ใช้ในเอกสารใช้ยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง (ใช้ร่วมกับตัวอักษรคันจิ)
  • ใช้ในโทรเลข และระบบคอมพิวเตอร์ในช่วงก่อนเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2531 ซึ่งยังไม่มีการใช้ระบบตัวอักษรหลายไบต์ (เช่น ยูนิโคด)

ที่มา[แก้]

ที่มาของคะตะกะนะจากอักษรจีน

ตัวอักษรคะตะกะนะนั้นถูกสร้างขึ้นในยุคเฮอัน (平安時代) โดยนำมาจากส่วนหนึ่งของตัวคันจิพัฒนามาจาก อักษรจีนที่ใช้โดยพระภิกษุเพื่อแสดงการออกเสียงอักษรจีนที่ถูกต้องเมื่อประมาณ พ.ศ. 1400 ในช่วงแรกมีสัญลักษณ์หลายตัวที่แสดงเสียงเดียวกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป อักษรถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น ราว พ.ศ. 1900 มีสัญลักษณ์ 1 ตัว ต่อ 1 พยางค์เท่านั้น คำว่า คะตะกะนะ หมายถึงอักษรพยางค์ที่เป็นส่วน (ของคันจิ)

ตารางตัวอักษรคะตะกะนะ[แก้]

สระ และ พยัญชนะ yōon
อะ อิ อุ เอะ โอะ ยะ ยุ โยะ
คะ คิ คุ เคะ โคะ キャ เคียะ キュ คิว キョ เคียว
ซะ ชิ ซุ เซะ โซะ シャ ชะ シュ ชุ ショ โชะ
ทะ ชิ สึ เทะ โทะ チャ ชะ チュ ชุ チョ โชะ
นะ นิ นุ เนะ โนะ ニャ เนียะ ニュ นิว ニョ เนียว
ฮะ ฮิ ฟุ, ฮุ เฮะ โฮะ ヒャ เฮียะ ヒュ ฮิว ヒョ เฮียว
มะ มิ มุ เมะ โมะ ミャ เมียะ ミュ มิว ミョ เมียว
ยะ Katakana Yi Proposal.png ยิ1 ยุ Katakana Ye Proposal.png เยะ1 โยะ
ระ ริ รุ เระ โระ リャ เรียะ リュ ริว リョ เรียว
วะ (ヰ) ウィ วิ Katakana Wu Proposal.png วุ1 (ヱ) ウェ เวะ (ヲ) ウォ โวะ
อึง
กฺงะ กฺงิ กฺงุ เกฺงะ โกฺงะ ギャ เกฺงียะ ギュ กฺงิว ギョ เกฺงียว
ซะ จิ ซุ เซะ โซะ ジャ จะ ジュ จุ ジョ โจะ
ดะ จิ ดสึ เดะ โดะ ヂャ จะ ヂュ จุ ヂョ โจะ
บะ บิ บุ เบะ โบะ ビャ เบียะ ビュ บิว ビョ เบียว
ปะ ปิ ปุ เปะ โปะ ピャ เปียะ ピュ ปิว ピョ เปียว
(ヷ) ヴァ va (ヸ) ヴィ vi vu (ヹ) ヴェ ve (ヺ) ヴォ vo ヴャ vya ヴュ vyu ヴョ vyo
シェ เชะ
ジェ เจะ
チェ เชะ
ティ ทิ トゥ ทุ テュ ทิว
ディ ดิ ドゥ ดุ デュ ดิว
ツァ ตฺซะ ツィ ตฺซิ ツェ เตฺซะ ツォ โตฺซะ
ファ ฟะ フィ ฟิ フェ เฟะ フォ โฟะ フュ ฟิว
1 ยุคเมจิตอนต้นมีการเสนอให้ใช้คะตะกะนะ Katakana Yi Proposal.png Katakana Ye Proposal.png Katakana Wu Proposal.png แต่การเสนอก็ตกไป [3]

ยูนิโคด[แก้]

คะตะกะนะ
Unicode.org chart (PDF)
  0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 A B C D E F
U+30Ax
U+30Bx
U+30Cx
U+30Dx
U+30Ex
U+30Fx


คะตะกะนะ ส่วนขยายสัทลักษณ์
Unicode.org chart (PDF)
  0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 A B C D E F
U+31Fx


อ้างอิง[แก้]

  1. ดูที่: หน้านี้ ที่ alanwood.net และ หัวข้อนี้ คุณสมบัติของยูนิโค้ด
  2. Thomas E. McAuley, Language change in East Asia, 2001:90
  3. 「いろは と アイウエオ」 (ญี่ปุ่น)