คะตะกะนะ
| คะตะกะนะ | |
|---|---|
| ชนิด | อักษรพยางค์ |
| ภาษาพูด | ภาษาญี่ปุ่น ภาษาโอะกินะวะ ภาษาไอนุ ภาษาปาเลา[1] |
| ช่วงยุค | ประมาณ พ.ศ. 1343 (ค.ศ. 800)–ปัจจุบัน |
| ระบบแม่ | |
| ระบบพี่น้อง | ฮิระงะนะ, เฮนไตงะนะ |
| ช่วงยูนิโคด | U+30A0–U+30FF |
| ISO 15924 | Kana |
| หมายเหตุ: หน้านี้อาจมีสัทอักษรแสดงเสียงอ่าน | |
คะตะกะนะ (ญี่ปุ่น: 片仮名, カタカナ katakana ?) เป็นตัวอักษรสำหรับแทนเสียงในภาษาญี่ปุ่นประเภทหนึ่ง คะตะกะนะถูกนำไปเขียนภาษาไอนุซึ่งเป็นภาษาของชนกลุ่มน้อยอยู่ทางภาคเหนือของเกาะฮอกไกโด
เนื้อหา |
การใช้
คะตะกะนะมีสัญลักษณ์ 48 ตัว ในยุคแรกรู้จักในนาม การเขียนของผู้ชาย คะตะกะนะใช้กับคำยืมที่ไม่ได้มาจากภาษาจีนเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งการเลียนเสียง ชื่อจากภาษาอื่น การเขียนโทรเลข และการเน้นคำ (แบบเดียวกับการใช้อักษรตัวใหญ่ในภาษาอังกฤษ) ก่อนหน้านั้นคำยืมทั้งหมดเขียนด้วยคันจิ ใช้ในหลายกรณี ได้แก่
- ใช้เขียนคำที่ยืมมาจากภาษาต่างประเทศ ชื่อชาวต่างประเทศ และชื่อสถานที่ในต่างประเทศซึ่งเป็นวิสามานยนาม เช่น ホテル (โฮะเตะรุ หรือ Hotel)
- ใช้เขียนคำซึ่งเลียนเสียงในธรรมชาติ เช่น ワン ワン (วัง วัง เสียงเห่าของสุนัข)
- ใช้เขียนชื่อญี่ปุ่น (和名) ของสัตว์และแร่ธาตุ เช่น カルシウム (คารุซิอุมุ หรือ แคลเซียม)
- ใช้ในเอกสารใช้ยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง (ใช้ร่วมกับตัวอักษรคันจิ)
- ใช้ในโทรเลข และระบบคอมพิวเตอร์ในช่วงก่อนเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2531 ซึ่งยังไม่มีการใช้ระบบตัวอักษรหลายไบต์ (เช่น ยูนิโคด)
ที่มา
ตัวอักษรคะตะกะนะนั้นถูกสร้างขึ้นในยุคเฮอัน (平安時代) โดยนำมาจากส่วนหนึ่งของตัวคันจิพัฒนามาจาก อักษรจีนที่ใช้โดยพระภิกษุเพื่อแสดงการออกเสียงอักษรจีนที่ถูกต้องเมื่อประมาณ พ.ศ. 1400 ในช่วงแรกมีสัญลักษณ์หลายตัวที่แสดงเสียงเดียวกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป อักษรถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น ราว พ.ศ. 1900 มีสัญลักษณ์ 1 ตัว ต่อ 1 พยางค์เท่านั้น คำว่า คะตะกะนะ หมายถึงอักษรพยางค์ที่เป็นส่วน (ของคันจิ)
ตาราตัวอักษรคะตะกะนะ
| สระ และ พยัญชนะ | yōon | ||||||
| ア อะ | イ อิ | ウ อุ | エ เอะ | オ โอะ | ャ ยะ | ュ ยุ | ョ โยะ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| カ คะ | キ คิ | ク คุ | ケ เคะ | コ โคะ | キャ เคียะ | キュ คิว | キョ เคียว |
| サ ซะ | シ ชิ | ス ซุ | セ เซะ | ソ โซะ | シャ ชะ | シュ ชุ | ショ โชะ |
| タ ทะ | チ ชิ | ツ สึ | テ เทะ | ト โทะ | チャ ชะ | チュ ชุ | チョ โชะ |
| ナ นะ | ニ นิ | ヌ นุ | ネ เนะ | ノ โนะ | ニャ เนียะ | ニュ นิว | ニョ เนียว |
| ハ ฮะ | ヒ ฮิ | フ ฟุ, ฮุ | ヘ เฮะ | ホ โฮะ | ヒャ เฮียะ | ヒュ ฮิว | ヒョ เฮียว |
| マ มะ | ミ มิ | ム มุ | メ เมะ | モ โมะ | ミャ เมียะ | ミュ มิว | ミョ เมียว |
| ヤ ยะ | ユ ยุ | ヨ โยะ | |||||
| ラ ระ | リ ริ | ル รุ | レ เระ | ロ โระ | リャ เรียะ | リュ ริว | リョ เรียว |
| ワ วะ | (ヰ) ウィ วิ | (ヱ) ウェ เวะ | (ヲ) ウォ โวะ | ||||
| ン อึง | |||||||
| ガ กฺงะ | ギ กฺงิ | グ กฺงุ | ゲ เกฺงะ | ゴ โกฺงะ | ギャ เกฺงียะ | ギュ กฺงิว | ギョ เกฺงียว |
| ザ ซะ | ジ จิ | ズ ซุ | ゼ เซะ | ゾ โซะ | ジャ จะ | ジュ จุ | ジョ โจะ |
| ダ ดะ | ヂ จิ | ヅ ดสึ | デ เดะ | ド โดะ | ヂャ จะ | ヂュ จุ | ヂョ โจะ |
| バ บะ | ビ บิ | ブ บุ | ベ เบะ | ボ โบะ | ビャ เบียะ | ビュ บิว | ビョ เบียว |
| パ ปะ | ピ ปิ | プ ปุ | ペ เปะ | ポ โปะ | ピャ เปียะ | ピュ ปิว | ピョ เปียว |
| (ヷ) ヴァ va | (ヸ) ヴィ vi | ヴ vu | (ヹ) ヴェ ve | (ヺ) ヴォ vo | ヴャ vya | ヴュ vyu | ヴョ vyo |
| シェ เชะ | |||||||
| ジェ เจะ | |||||||
| チェ เชะ | |||||||
| ティ ทิ | トゥ ทุ | テュ ทิว | |||||
| ディ ดิ | ドゥ ดุ | デュ ดิว | |||||
| ツァ ตฺซะ | ツィ ตฺซิ | ツェ เตฺซะ | ツォ โตฺซะ | ||||
| ファ ฟะ | フィ ฟิ | フェ เฟะ | フォ โฟะ | フュ ฟิว | |||
ยูนิโคด
| คะตะกะนะ Unicode.org chart (PDF) |
||||||||||||||||
| 0 | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | A | B | C | D | E | F | |
| U+30Ax | ゠ | ァ | ア | ィ | イ | ゥ | ウ | ェ | エ | ォ | オ | カ | ガ | キ | ギ | ク |
| U+30Bx | グ | ケ | ゲ | コ | ゴ | サ | ザ | シ | ジ | ス | ズ | セ | ゼ | ソ | ゾ | タ |
| U+30Cx | ダ | チ | ヂ | ッ | ツ | ヅ | テ | デ | ト | ド | ナ | ニ | ヌ | ネ | ノ | ハ |
| U+30Dx | バ | パ | ヒ | ビ | ピ | フ | ブ | プ | ヘ | ベ | ペ | ホ | ボ | ポ | マ | ミ |
| U+30Ex | ム | メ | モ | ャ | ヤ | ュ | ユ | ョ | ヨ | ラ | リ | ル | レ | ロ | ヮ | ワ |
| U+30Fx | ヰ | ヱ | ヲ | ン | ヴ | ヵ | ヶ | ヷ | ヸ | ヹ | ヺ | ・ | ー | ヽ | ヾ | ヿ |
| คะตะกะนะ ส่วนขยายสัทลักษณ์ Unicode.org chart (PDF) |
||||||||||||||||
| 0 | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | A | B | C | D | E | F | |
| U+31Fx | ㇰ | ㇱ | ㇲ | ㇳ | ㇴ | ㇵ | ㇶ | ㇷ | ㇸ | ㇹ | ㇺ | ㇻ | ㇼ | ㇽ | ㇾ | ㇿ |
อ้างอิง
- ^ Thomas E. McAuley, Language change in East Asia, 2001:90
- ^ 「いろは と アイウエオ」 (ญี่ปุ่น)