เดวิด เบคแคม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก เดวิด เบ็คแฮม)
Jump to navigation Jump to search
เดวิด เบคแคม
Beckswimbledon.jpg
เบคแคมในปี 2014
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม เดวิด รอเบิร์ต โจเซฟ เบคแคม
วันเกิด 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1975 (43 ปี)
สถานที่เกิด เลย์ตันสโตน, ลอนดอน, อังกฤษ
ส่วนสูง 6 ft 0 in (1.83 เมตร)[1]
ตำแหน่ง กองกลาง
สโมสรเยาวชน
ทอตนัมฮอตสเปอร์
บริมสดาวน์โรเวอร์ส
1991–1993 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
1993–2003 แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 265 (62)
1995 เพรสตันนอร์ทเอนด์ (ยืม) 5 (2)
2003–2007 เรอัลมาดริด 116 (13)
2007–2012 ลอสแอนเจลิส แกแลกซี 98 (18)
2009 เอซี มิลาน (ยืม) 18 (2)
2010 เอซี มิลาน (ยืม) 11 (0)
2013 ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง 10 (0)
รวม 523 (97)
ทีมชาติ
1992–1993 อังกฤษ U18 3 (0)
1994–1996 อังกฤษ U21 9 (0)
1996–2009 อังกฤษ 115 (17)

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น

† ลงเล่น (ประตู)

เดวิด รอเบิร์ต โจเซฟ เบคแคม[note 1] (อังกฤษ: David Robert Joseph Beckham) OBE เกิดวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1975 เป็นอดีตนักฟุตบอลชายชาวอังกฤษ เขาเคยเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด, เพรสตันนอร์ทเอนด์, เรอัลมาดริด, เอซี มิลาน, แอลเอ กาแล็กซี่ และปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง และเคยเล่นให้กับฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ ในปี 1996 จนถึง ปี 2009 และเคยเป็นกัปตันทีมของทีมชาติอังกฤษด้วย

เบคแคมเป็นนักเตะหนึ่งในสี่คนที่เล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มากกว่า 100 นัด เขายังเป็นนักเตะที่เล่นให้ทีมชาติอังกฤษ 113 ครั้ง มากที่สุดเป็นอันดับ 2 และเป็นคนอังกฤษเพียงคนเดียวที่ทำประตูได้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 3 ครั้ง ใน ฟุตบอลโลก 1998, 2002 และ 2006 โดยยิงประตูให้ทีมชาติรวมทั้งหมด 17 ประตู

เบคแคมได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นนายทหารแห่งจักรวรรดิบริเตน (Officer of the Order of the British Empire) จากสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2[2]

ซึ่งชื่อเสียงของเบคแคมนั้นคนทั่วโลกรู้จักเขาเป็นอย่างดีทั้งรุ่นต่อรุ่นโดยผลงานของเขาสามารถสร้างชื่อเสียงไว้มากมายทั้งใน ฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ และการค้าแข้งให้กับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ในวันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 2013 (พ.ศ. 2556) เดวิด เบคแคม ประกาศที่จะเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพหลังจากที่การแข่งขันลีก 1 ของฝรั่งเศส (Ligue 1) ฤดูกาล 2012-13 ภายใต้สโมสร ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง สิ้นสุดลง [3]

ประวัติ[แก้]

เดวิด เบคแคม เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1975 (พ.ศ. 2518) ที่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยวิพพส์ครอสส์ ในเขตเมือง เลย์ตันสโตน เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ เขาเป็นลูกชายของ ซานดรา จีออร์จีนา ทำอาชีพช่างเสริมสวย และ เดวิด เอดเวิร์ด อลัน "เทด" เบคแคม" ทำอาชีพเป็นพ่อครัวอาชีพ เขาจบการศึกษาจาก โรงเรียน ชิงฟอร์ด ฟาวน์ดาทีออน และได้สมัครเป็นนักฟุตบอลฝึกหัดไปอยู่ในค่ายเยาวชนฟุตบอลของ สโมสรฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์ และจากนั้นได้ย้ายไปอยู่เปรสตันนอร์ธเอ็นด์ และได้ย้ายไปร่วมเป็นนักเตะเยาวชนของ สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

เบคแคมแต่งงาน เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 กับ วิคตอเรีย อดัมส์ นักร้องสาวของวงสไปซ์ เกิร์ลส ฉายา "Posh Spice" ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนอย่างมาก ทั้งคู่ถูกเรียกจากสื่อว่า "Posh and Becks" และชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันทั่วไป

ครอบครัวเบคแคมมีลูกชาย 3 คน และลูกสาว 1 คน คือ บรุคลิน โจเซฟ เบคแคม (เกิด 1999) โรมีโอ เจมส์ เบคแคม (เกิด 2002) ครูซ เดวิด เบคแคม (เกิด 2005) และ ฮาร์เปอร์ เซเว่น (เกิด 2011) [4]

ชีวิตในวงการฟุตบอล[แก้]

แมนยูไนเต็ด[แก้]

เบคแฮมได้เซ็นสัญญาเยาวชนกับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1991 เค้าเป็นหนึ่งในเด็กที่ถูกสอนโดย เอริค แฮร์ริสัน เค้าได้พาทีมได้แชมป์เอฟเอคัพรุ่นเยาวชน ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ 1992 และชุดแมนยูในตอนนั้นรู้จักในฐานะ ยุคของ 92 เค้าลงสนามครั้งแรกในฐานะตัวสำรอง ในลีค คัฟ ในวันที่ 23 กันยายน ค.ศ.1992 เค้าเซ็นสัญญานักฟุตบอลอาชีพในวันที่ 23 มกราคม ค.ศ.1993

ยืมตัวเพรสตันนอร์ทเอนด์[แก้]

เค้าได้ไปร่วมกับสโมสรฟุตบอลเพรสตันนอร์ทเอนด์ ในสัญญายิมตัวในฤดุกาล 1994-1995 เพื่อได้รับประสบการณ์ตัวจริง เค้ายังยิงประตูจากการเตะมุมอีกด้วย

แมนยูไนเต็ด[แก้]

หลังจากการกลับมาเค้าก็ได้ลงสนามเป็นตัวจริงครั้งแรกในพรีเมียร์ลีกในวันที่ 2 เมษายน ค.ศ.1995 แต่เกมนัดนั้นเสมอ 0-0

ฟุตบอลโลก 2006[แก้]

เบคแคมมีส่วนในการทำประตูในรอบแรกของฟุตบอลโลก 2006 และยิงได้ในนัดที่พบกับเอกวาดอร์ ในรอบที่สอง ทำให้เขาเป็นผู้เล่นอังกฤษคนแรกที่ทำประตูได้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 3 ครั้ง อย่างไรก็ตามในการแข่งขันกับโปรตุเกสในรอบถัดมา เบคแคมบาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัวออกในครึ่งหลัง และอังกฤษแพ้ดวลจุดโทษให้กับโปรตุเกสอีกครั้ง

หลังจากตกรอบฟุตบอลโลก เบคแคมประกาศลาออกจากตำแหน่งกัปตันทีมชาติอังกฤษ เพื่อเปิดทางให้รุ่นน้องคนอื่นเข้ามารับหน้าที่นี้แทน

แอลเอ แกแลกซี[แก้]

หลังจากที่ยุคของกาลาคติคอสหมดลง เดวิด เบคแคม ได้เซ็นสัญญากับทางแอลเอ แกแลกซีสโมสรเมเจอร์ลีกในสหรัฐอเมริกาด้วยค่าเหนื่อยแพงถึง 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ[5] [6] เดวิด เบคแคมมีส่วนทำให้คนในประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มหันมาดูฟุตบอลกันมากขึ้น ชีวิตค้าแข้งที่เมเจอร์ลีกในสหรัฐอเมริกาของเขาดูเหมือนจะราบรื่นได้ไม่นาน เพราะเขาไม่ค่อยพอใจกับชีวิตค้าแข้งที่เมเจอร์ลีกเท่าไหร่ เดวิด เบคแคมบอกทางผ่านสื่อว่าการที่ได้ไปเล่นให้กับเมเจอร์ลีกในสหรัฐอเมริกานั้นสำหรับดาราอาจจะใช่ แต่สำหรับนักฟุตบอลที่แท้จริงนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และหลังจากนั้นเค้าได้ถูกยืมตัวให้กับทางสโมสรฟุตบอลเอซี มิลานจึงทำให้เค้าคิดที่จะกลับมาเล่นให้กับสโมสรใหญ่ๆ อีกครั้ง

เอซี มิลาน[แก้]

เมื่อครึ่งหลังฤดูกาลในปี 2008-2009 ของสโมสรฟุตบอลเอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งอิตาลี ได้ทำการยืมตัว เดวิด เบคแคม มาเล่นให้กับทีมจนจบฤดูกาล ซึ่งเขามีส่วนร่วมในการทำประตูมากมายให้กับสโมสรฟุตบอลเอซี มิลาน จนทำให้ทีมได้รองแชมป์ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา

ความหวังที่ เดวิด เบคแคม ต้องการมาเล่นให้กับยักษ์ใหญ่แห่งอิตาลีอย่างสโมสรฟุตบอลเอซี มิลานนั้น สิ่งเดียวที่เค้าหวังคือการที่จะได้ลงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษในศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งเค้ารู้ตัวดีว่าถ้าเล่นในเมเจอร์ลีกต่อ นั่นจะทำให้ เดวิด เบคแคม ไม่สามารถโชว์ผลงานเท่าที่คาดคิดไว้ได้ เบคแคมจึงตัดสินใจทำทุกวิถีทางเพื่อให้มาเล่นกับสโมสรฟุตบอลเอซี มิลานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้ในสิ่งที่เค้าต้องการและนั่นทำให้เค้ากับทางแอลเอ แกแลกซีมีเรื่องบาดหมางกัน แต่ในที่สุดก็ทำข้อตกลงกันได้คือ หลังจากที่ เดวิด เบคแคม หมดสัญญาการยืมตัวจากสโมสรฟุตบอลเอซี มิลานในฤดูกาลปี 2008-2009 แล้ว เดวิด เบคแคม จะกลับไปเล่นให้กับแอลเอ แกแลกซี ทันทีและหลังจากหมดฤดูกาลกับทางแอลเอ แกแลกซี เดวิด เบคแคม จะกลับมาเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลเอซี มิลาน อีกครั้งในฐานะนักเตะของสโมสรฟุตบอลเอซี มิลาน ซึ่งคาดว่าจะกลับมาในเดือนพฤศจิกายนในปี 2009

ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง และ แขวนสตั๊ด[แก้]

เมื่อวันที่ 29 มกราคม ค.ศ. 2013 เบคแคมได้เริ่มกลับมาฝึกฟุตบอลกับสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอลและได้มีข่าวว่าทางอาร์เซนอลจะเซ็นสัญญากับเบคแคมเป็นผู้เล่นของสโมสรแต่ก็ได้ถูกปฏิเสธไปอย่างเป็นทางการจากอาร์แซน แวงแกร์ ผู้จัดการทีมของอาร์เซนอล โดยแวงแกร์ได้บอกกับสื่อว่าเหตุที่เขาให้เบคแคมมาฝึกซ้อมกับสโมสรอาร์เซนอลคือเพื่อให้เบคแคมได้ฝึกสภาพร่างกายของเขาเท่านั้นไม่ได้มีการเซ็นสัญญากันอย่างเป็นทางการ.[7][8] สโมสรฟุตบอลปารีแซ็ง-แฌร์แม็งจึงได้เปิดตัวเขาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2013 โดยนัดแรกของเบคแคมกับปารีแซ็ง แฌร์แม็งคือในนัดที่พับกับ ออแล็งปิกเดอมาร์แซย์ ซึ่งเขาได้ลงเล่นมาเล่นในฐานะตัวสำรองให้กับสโมสรในนาทีที่ 76 และเขายังเป็นผู้เล่นคนที่ 400 ของสโมสรปารีแซ็ง-แฌร์แม็งอีกด้วย.[9] ในวันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 2013 เบคแคมและเพื่อนร่วมสโมสรสามารนำปารีแซ็ง-แฌร์แม็งคว้าแชมป์ลีกเอิงได้สำเร็จด้วยเอาชนะ ออแล็งปิกลียอแน ไป 1-0 แล้วได้คว้าแชมป์ลีกเอิงเป็นสมัยแรกของเบคแคมและสมัยที่สามของสโมสร.[10][11]

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ค.ศ. 2013 เบคแคมได้ออกมาประกาศให้แกสื่อมวลชนว่าเขาจะเกษียณจากอาชีพนักฟุตบอลอย่างเป็นทางการในการจบอาชีพการเล่นฟุตบอลที่ ประเทศฝรั่งเศส.[12][13]

ในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2013 เบคแคมได้ลงเล่นนัดสุดท้ายในบ้านของฤดูกาลให้กับปารีแซ็ง-แฌร์แม็งและนัดสุดท้ายในการเล่นฟุตบอลอาชีพของเขาด้วยการพบกับ สโมสรฟุตบอลแบรสต์ ทื่ปาร์กเดแพร็งส์ โดยในนัดนี้ การ์โล อันเชลอตตี ผู้จัดการทีมของปารีแซ็ง-แฌร์แม็งได้ให้เบคแคมได้ลงเป็นตัวจริงและเป็นกัปตันทีมของปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 82 และหลังจากจบการแข่งขัน ปารีแซ็ง-แฌร์แม็งก็สามารถเอาชนะไปได้ 3-1 และคว้าแชมป์ลีกเอิงอย่างเป็นทางการ.[14] และทำให้เบคแคมเป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษคนแรกที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของแต่ละประเทศได้ถึง 4 ประเทศ คือ อังกฤษ, สเปน, อิตาลี และฝรั่งเศส

ทีมชาติ[แก้]

เบคแคมได้เริ่มเล่นให้กับ ฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1996 ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกในนัดที่พบกับ ฟุตบอลทีมชาติมอลโดวา.[15]

เบคแคมได้ลงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลก 1998รอบคัดเลือกและเขาก็ได้เป็นหนึ่งในผู้เล่นของทีมชาติอังกฤษที่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ ประเทศฝรั่งเศส,[16]

ในปี ค.ศ. 2012 เบคแคมได้มีชื่อติด ฟุตบอลทีมชาติบริเตนใหญ่ชั่วคราว ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2012. ประเภทกีฬาฟุตบอล โดยเขาได้ถูกเรียกตัวจากผู้จัดการทีมชาวอังกฤษอย่าง สจวร์ต เพียชร์.[17]

สถิติ[แก้]

สโมสร ฤดูกาล ลีก ฟุตบอลถ้วย ลีกคัพ ยุโรป อื่นๆ1 รวม
ลงเล่น ประตู ช่วยทำประตู ลงเล่น ประตู ช่วยทำประตู ลงเล่น ประตู ช่วยทำประตู ลงเล่น ประตู ช่วยทำประตู ลงเล่น ประตู ช่วยทำประตู ลงเล่น ประตู ช่วยทำประตู
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 1992–93 0 0 0 0 0 0 1 0 0 0 0 0 0 0 0 1 0 0
1993–94 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0
เปรสตัน นอร์ทเอนด์ (ยืมตัว) 1994–95 5 2 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 5 2 0
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 1994–95 4 0 0 2 0 0 3 0 0 1 1 0 0 0 0 10 1 0
1995–96 33 7 3 1 2 0 2 0 0 0 0 40 8
1996–97 36 8 2 1 0 0 0 10 2 1 1 49 12
1997–98 37 9 1 4 2 0 0 0 8 0 1 0 50 11 1
1998–99 34 6 7 1 1 0 12 2 2 1 0 55 9 2
1999–00 31 6 2 0 0 0 12 2 0 5 0 0 48 8 2
2000–01 31 9 1 2 0 0 0 0 12 0 1 0 46 9 1
2001–02 28 11 0 1 0 0 0 0 13 5 3 1 0 43 16 3
2002–03 31 6 9 3 1 0 5 1 0 13 3 2 0 0 0 52 11 11
รวม 265 62 13 24 6 12 1 83 15 7 10 1 399 87 20
เรอัลมาดริด 2003–04 32 3 0 4 2 0 7 1 1 2 1 1 45 7 2
2004–05 30 4 2 0 0 0 8 0 3 0 0 0 38 4 5
2005–06 31 3 10 3 1 0 7 1 2 0 0 0 41 5 12
2006–07 23 3 6 2 1 0 6 0 0 0 0 0 31 4 6
รวม 116 13 18 9 4 0 28 2 6 2 1 1 155 20 25
ลอสแอนเจลิสแกแลกซี 2007 5 0 2 0 0 0 2 1 1 7 1 3
2008 25 5 6 0 0 0 0 0 0 25 5 6
มิลาน (ยืมตัว) 2008–09 18 2 5 0 0 0 0 0 0 2 0 0 20 2 5
ลอสแอนเจลิสแกแลกซี 2009 11 2 3 0 0 0 4 0 0 15 2 3
มิลาน (ยืมตัว) 2009–10 11 0 1 0 0 0 2 0 0 0 0 0 13 0 1
รวม 29 2 6 0 0 0 2 0 0 2 0 0 33 2 6
ลอสแอนเจลิสแกแลกซี 2010 7 2 3 0 0 0 3 0 0 10 2 3
2011 26 2 11 0 0 0 3 0 2 29 2 13
2012 5 1 2 0 0 0 6 0 2 0 0 0 11 1 4
รวม 81 12 33 0 0 0 6 0 2 13 1 8 98 13 43
รวมทั้งหมด 494 91 70 33 10 0 12 1 0 121 17 15 21 3 9 684 122 94

ประตูในนามทีมชาติ[แก้]

# Date Venue Opponent Score Result Competition Reports
1. 26 June 1998 Stade Félix Bollaert, Lens ธงชาติโคลอมเบีย โคลอมเบีย 2–0 2–0 1998 FIFA World Cup [18]
2. 24 March 2001 Anfield, Liverpool ธงชาติฟินแลนด์ ฟินแลนด์ 2–1 2–1 2002 FIFA World Cup Qual. [19]
3. 25 May 2001 Pride Park, Derby ธงชาติเม็กซิโก เม็กซิโก 3–0 4–0 Friendly match [20]
4. 6 June 2001 Olympic Stadium, Athens ธงชาติประเทศกรีซ กรีซ 2–0 2–0 2002 FIFA World Cup Qual. [21]
5. 6 October 2001 Old Trafford, Manchester ธงชาติประเทศกรีซ กรีซ 2–2 2–2 2002 FIFA World Cup Qual. [22]
6. 10 November 2001 Old Trafford, Manchester ธงชาติสวีเดน สวีเดน 1–0 1–1 Friendly match [23]
7. 7 June 2002 Sapporo Dome, Sapporo ธงชาติอาร์เจนตินา อาร์เจนตินา 1–0 1–0 2002 FIFA World Cup [24]
8. 12 October 2002 Tehelné pole, Bratislava ธงชาติสโลวาเกีย สโลวาเกีย 1–1 2–1 UEFA Euro 2004 Qual. [25]
9. 16 October 2002 St Mary's Stadium, Southampton Flag of the Republic of Macedonia มาซิโดเนีย 1–1 2–2 UEFA Euro 2004 Qual. [26]
10. 29 March 2003 Rheinpark Stadion, Vaduz ธงชาติลิกเตนสไตน์ ลิกเตนสไตน์ 2–0 2–0 UEFA Euro 2004 Qual. [27]
11. 2 April 2003 Stadium of Light, Sunderland ธงชาติตุรกี ตุรกี 2–0 2–0 UEFA Euro 2004 Qual. [28]
12. 20 August 2003 Portman Road, Ipswich ธงชาติโครเอเชีย โครเอเชีย 1–0 3–1 Friendly match [29]
13. 6 September 2003 Gradski, Skopje Flag of the Republic of Macedonia มาซิโดเนีย 2–1 2–1 UEFA Euro 2004 Qual. [30]
14. 18 August 2004 St James' Park, Newcastle ธงชาติยูเครน ยูเครน 1–0 3–0 Friendly match [31]
15. 9 October 2004 Old Trafford, Manchester ธงชาติเวลส์ เวลส์ 2–0 2–0 2006 FIFA World Cup Qual. [32]
16. 30 March 2005 St James' Park, Newcastle ธงชาติอาเซอร์ไบจาน อาเซอร์ไบจาน 2–0 2–0 2006 FIFA World Cup Qual. [33]
17. 25 June 2006 Gottlieb-Daimler-Stadion, Stuttgart ธงชาติเอกวาดอร์ เอกวาดอร์ 1–0 1–0 2006 FIFA World Cup [34]

เกียรติประวัติ[แก้]

สโมสร[แก้]

  • แอลเอ แกแลกซี
    • MLS Supporters' Shield 2 สมัย : 2010, 2011
    • MLS Cup 2 สมัย : 2011, 2012
    • MLS Western Conference
      • Winners (Regular Season) 3 สมัย: 2009, 2010, 2011
      • Winners (Playoffs) 3 สมัย: 2009, 2011, 2012
  • ปารีส แซงต์ แชร์กแมง
    • ลีกเอิง 1 สมัย : 2012-13

ทีมชาติ[แก้]

  • ทีมชาติอังกฤษ
    • Tournoi de France 1 สมัย : 1997
    • FA Summer Tournament 1 สมัย : 2004

เกียรติประวัติส่วนตัว[แก้]

  • นักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำเดือน (1): สิงหาคม 1996 พรีเมียร์ลีกอังกฤษ
  • นักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ (1): 1996-97
  • FWA Tribute Award: 2008
  • Sir Matt Busby Player of the Year (1): 1996-97
  • UEFA Club Footballer of the Year (1): 1998-99
  • UEFA Club Midfielder of the Year (1): 1998-99
  • Premier League 10 Seasons Awards (1992-93 ถึง 2001-02):
    • Domestic & Overall Team of the Decade
    • Goal of the Decade (vs. Wimbledon, 17 สิงหาคม 1996)
  • UEFA Team of the Year 2003
  • Real Madrid Player of the Year (1): 2005-06
  • PFA Team of the Year (4): 1996-97,1997-98,1998-99,1999-2000
  • BBC Sports Personality of the Year (1): 2001
  • ฟีฟ่า 100
  • ESPY Award – Best Male Soccer Player: 2004
  • ESPY Award – Best MLS Player: 2008
  • English Football Hall of Fame: 2008
  • BBC Sports Personality of the Year Lifetime Achievement Award (1): 2010
  • MLS Comeback Player of the Year Award (1): 2011
  • Major League Soccer Best XI: 2011

รางวัลพิเศษ[แก้]

  • Officer in the Order of the British Empire by Queen Elizabeth II: 2003
  • United Nations Children's Fund (UNICEF) Goodwill Ambassador (2005-ปัจจุบัน)
  • "Britain's Greatest Ambassador" – 100 Greatest Britons awards
  • The Celebrity 100, number 15 – Forbes, 2007
  • Number 1 on the list of the 40 most influential men under the age of 40 in the UK – Arena, 2007
  • Time 100: 2008
  • Gold Blue Peter Badge winner, 2001
  • Do Something Athlete Award, 2011

เชิงอรรถ[แก้]

  1. ชื่อ Beckham ในภาษาอังกฤษ ตัวอักษร h ไม่ออกเสียง (IPA: ['bɛkəm])

อ้างอิง[แก้]

  1. "David Beckham". Soccerbase. สืบค้นเมื่อ 9 September 2008. 
  2. ข่าวการแต่งตั้งสมาชิกเครื่องราช
  3. David Beckham: ex-Man Utd, Real Madrid & AC Milan star to retireข่าวจาก [1]
  4. http://www.komchadluek.net/detail/20110711/102799/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B9%87%E0%B8%84%E0%B9%81%E0%B8%AE%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AE%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99.html
  5. ค่าตัวเบคแคม ประมาณ 50 ล้านเหรีญสหรัฐ ไม่ใช่ 250 ล้าน เหมือนที่เป็นข่าว จากอีเอสพีเอ็น
  6. ข่าวการย้ายทีมของเบคแคม ไป ลอสแอนเจลิสแกแลกซี
  7. "Becks back at Arsenal... but Wenger bbc.co.uk/sport/0/football/21281665". BBC. 31 January 2013. 
  8. "Beckham to play for FREE at PSG as England legend reveals that he will donate £170,000-a-week salary to children's charity". Daily Mail. 31 January 2013. http://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-2271133/David-Beckham-play-free-Paris-St-Germain.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 1 February 2013. 
  9. "David Beckham calls his Paris St Germain debut 'perfect' as he helps to set up their win over Marseille". The Telegraph Sport. 25 February 2013. http://www.telegraph.co.uk/sport/football/players/david-beckham/9892078/David-Beckham-calls-his-Paris-St-Germain-debut-perfect-as-he-helps-to-set-up-their-win-over-Marseille.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 3 March 2013 Archived. 
  10. "Beckham claims league title No 10 as PSG win Ligue 1 crown with victory over Lyon". Daily Mail. 12 May 2013. http://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-2323524/David-Beckham-claimed-tenth-league-title-PSG-win-Ligue-1.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 13 May 2013. 
  11. "Beckham's latest league title celebrations marred by rioting PSG fans as police are forced to intervene with tear gas". Daily Mail. 12 May 2013. http://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-2323929/David-Beckhams-title-celebrations-marred-rioting-Paris-Saint-Germain-fans.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 13 May 2013. 
  12. Chick, Alex (16 May, 2013). "Football - David Beckham retires from football". Yahoo! Sport. http://uk.eurosport.yahoo.com/news/football-david-beckham-retires-football-135743830.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 2013-05-16. 
  13. "David Beckham to retire from football at end of season". BBC Sport. 16 May, 2013. http://www.bbc.co.uk/sport/0/football/22558393. เรียกข้อมูลเมื่อ 2013-05-16. 
  14. เปแอสเชฉลองถ้วยแชมป์!อัดแบรสต์สนิ่ม3-1
  15. "Moldova 0 – England 3". englandstats.com. http://www.englandstats.com/matchreport.php?mid=727. เรียกข้อมูลเมื่อ 16 June 2007. 
  16. "England in World Cup 1998 Squad Records". englandfootballonline.com. http://www.englandfootballonline.com/CmpWC/CmpWC1998Squad.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 10 June 2007. 
  17. Team GB: David Beckham left out for football reasons - Stuart Pearce, BBC, 2 July 2012
  18. "– 1998 FIFA World Cup France ™". Fifa.com. http://www.fifa.com/worldcup/archive/edition=1013/results/matches/match=8770/report.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 10 June 2012. 
  19. "– 2002 FIFA World Cup Korea/Japan ™". Fifa.com. http://www.fifa.com/worldcup/archive/edition=4395/preliminaries/preliminary=3835/matches/match=19736/report.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 10 June 2012. 
  20. http://www.thefa.com/England/MensSeniorTeam/Archive.aspx?x=779[ลิงก์เสีย]
  21. "– 2002 FIFA World Cup Korea/Japan ™". Fifa.com. http://www.fifa.com/worldcup/archive/edition=4395/preliminaries/preliminary=3835/matches/match=19742/report.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 10 June 2012. 
  22. "– 2002 FIFA World Cup Korea/Japan ™". Fifa.com. http://www.fifa.com/worldcup/archive/edition=4395/preliminaries/preliminary=3835/matches/match=19747/report.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 10 June 2012. 
  23. http://www.thefa.com/England/MensSeniorTeam/Archive.aspx?x=785[ลิงก์เสีย]
  24. "– 2002 FIFA World Cup Korea/Japan ™". Fifa.com. http://www.fifa.com/worldcup/archive/edition=4395/results/matches/match=43950023/report.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 10 June 2012. 
  25. http://www.thefa.com/England/MensSeniorTeam/Archive.aspx?x=797[ลิงก์เสีย]
  26. http://www.thefa.com/England/MensSeniorTeam/Archive.aspx?x=798[ลิงก์เสีย]
  27. http://www.thefa.com/England/MensSeniorTeam/Archive.aspx?x=800[ลิงก์เสีย]
  28. http://www.thefa.com/England/MensSeniorTeam/Archive.aspx?x=801[ลิงก์เสีย]
  29. http://www.thefa.com/England/MensSeniorTeam/Archive.aspx?x=805[ลิงก์เสีย]
  30. http://www.thefa.com/England/MensSeniorTeam/Archive.aspx?x=806[ลิงก์เสีย]
  31. http://www.thefa.com/England/MensSeniorTeam/Archive.aspx?x=818[ลิงก์เสีย]
  32. "– 2006 FIFA World Cup Germany™". Fifa.com. http://www.fifa.com/worldcup/archive/germany2006/preliminaries/preliminary=8071/matches/match=36621/report.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 10 June 2012. 
  33. "– 2006 FIFA World Cup Germany™". Fifa.com. http://www.fifa.com/worldcup/archive/germany2006/preliminaries/preliminary=8071/matches/match=36632/report.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 10 June 2012. 
  34. "– 2006 FIFA World Cup Germany™". Fifa.com. http://www.fifa.com/worldcup/archive/germany2006/results/matches/match=97410051/report.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 10 June 2012. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]