ข้ามไปเนื้อหา

แด็นนิส แบร์คกัมป์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แด็นนิส แบร์คกัมป์
แบร์คกัมป์ใน ค.ศ. 2014
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม แด็นนิส นีโกลาส มารียา แบร์คกัมป์[1]
วันเกิด (1969-05-10) 10 พฤษภาคม ค.ศ. 1969 (57 ปี)[2]
สถานที่เกิด อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์
ส่วนสูง 1.83 เมตร (6 ฟุต 0 นิ้ว)[3]
ตำแหน่ง กองหน้า, กองกลางตัวรุก
สโมสรเยาวชน
1981–1986 อาเอฟเซ อายักซ์
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
1986–1993 อาเอฟเซ อายักซ์ 185 (103)
1993–1995 อินเตอร์มิลาน 52 (11)
1995–2006 อาร์เซนอล 315 (87)
รวม 552 (201)
ทีมชาติ
1989 เนเธอร์แลนด์ ชุดอายุไม่เกิน 21 ปี 2 (0)
1990–2000 เนเธอร์แลนด์ 79 (37)
*นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น

แด็นนิส นีโกลาส มารียา แบร์คกัมป์ (ดัตช์: Dennis Nicolaas Maria Bergkamp) อดีตนักฟุตบอลอาชีพในตำแหน่งกองหน้าของทีมชาติเนเธอร์แลนด์และอีกหลายสโมสร โดยเป็นหนึ่งในตำนานของอาร์เซนอล ในระดับพรีเมียร์ลีก อังกฤษ[4]

ชีวิตช่วงต้น

[แก้]

แบร์คกัมป์เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 1969 ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ชื่อแด็นนิสนั้นเป็นชื่อที่พ่อตั้งให้เพื่อเป็นเกียรติแก่เดนิส ลอว์ อดีตกองหน้าชาวสกอตของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด[5]

อาชีพนักฟุตบอล

[แก้]

แบร์คกัมป์เขาเริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกกับอาเอฟเซ อายักซ์ สโมสรบ้านเกิด จากนั้นจึงย้ายไปสโมสรอินเตอร์มิลานที่อิตาลีเมื่อฤดูร้อน ค.ศ. 1993 เขาติดทีมชาติครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 1990 ในนัดที่เนเธอร์แลนด์แพ้อิตาลีในบ้านไป 0–1

แด็นนิส แบร์คกัมป์ ย้ายไปที่เล่นที่อังกฤษกับอาร์เซนอล และกลายมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมในตำแหน่งกองหน้า เมื่อสามารถทำพาทีมเป็นดับเบิลแชมป์โดยครองทั้งพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพในฤดูกาล 1997–98 รวมทั้งได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของสมาคมผู้สื่อข่าวอังกฤษใน ค.ศ. 1998 ด้วย ซึ่งในช่วงเวลานั้น อาร์เซนอลประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดจนกลายมาเป็นทีมชั้นนำทีมหนึ่งของเกาะอังกฤษ เทียบเท่าแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและลิเวอร์พูล ซึ่งในฤดูกาลที่ 2001–2 อาร์เซนอลก็ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

ในฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเนเธอร์แลนด์ได้อันดับ 4 ในการแข่งขันครั้งนั้น แบร์คกัมป์ก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของทีมด้วย โดยเป็นผู้ยิงประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บในนัดที่พบกับอาร์เจนตินาในรอบตัดเชือก ซึ่งแบร์คกัมป์รับลูกโยนยาวจากฟรังก์ เดอ บูร์ และยิงไกลเข้าประตูไป ส่งผลให้เนเธอร์แลนด์ชนะอาร์เจนตินาและเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายไป ซึ่งลูกนี้ได้รับการโหวตจากแฟนฟุตบอลว่าเป็นหนึ่งในลูกยิงที่สวยที่สุดตลอดกาลของฟุตบอลโลกด้วย อีกทั้งในกลางปี ค.ศ. 2017 ซึ่งครบรอบวาระการก่อตั้งพรีเมียร์ลีกครบ 25 ปี ลูกยิงของแบร์คกัมป์ในฤดูกาล 2001–02 ที่ยิงใส่นิวคาสเซิลยูไนเต็ด ในการเล่นที่สนามเซนต์เจมส์พาร์ก เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 2002 ที่แบร์คกัมป์รับลูกส่งต่อจากรอแบร์ ปีแร็ส ด้วยเท้าซ้าย และกลับตัว 360 องศา หนีการประกบของนิคอส ดาบิซาส กองหลังของนิวคาสเซิลยูไนเต็ด และบรรจงยิงเข้าประตูไปสวนตัวของเชย์ กิฟเวน ผู้รักษาประตู ไปอย่างสวยงาม ได้รับการโหวตจากแฟนฟุตบอลมากถึงร้อยละ 31 ให้เป็นลูกยิงที่สวยที่สุดของพรีเมียร์ลีก โดยสำนักข่าวบีบีซี[6]

รูปแบบการเล่น

[แก้]

แด็นนิส แบร์คกัมป์ เป็นผู้เล่นกองหน้าที่มีความสุขุมเยือกเย็น ไม่ค่อยปรากฏอารมณ์ฉุนเฉียวในเวลาเล่น มีรูปแบบการเล่นที่สวยงามและเฉียบคม กล่าวกันว่าเป็นผู้เล่นกองหน้าที่ดีที่สุดของเนเธอร์แลนด์นับตั้งแต่มาร์โก ฟัน บัสเติน เป็นต้นมา และถือเป็นผู้เล่นคนสำคัญของในประวัติศาสตร์ของอาร์เซนอลเคียงคู่กับตีแยรี อ็องรี[4] จึงได้รับฉายาจากแฟนฟุตบอลชาวไทยว่า "เพชฌฆาตภูเขาน้ำแข็ง" ซึ่งมาจากฉายาในภาษาอังกฤษว่า "Iceberg" (แปลว่า ภูเขาน้ำแข็ง)

ชีวิตส่วนตัว

[แก้]

เจ้าตัวอ้างว่าเป็นโรคกลัวเครื่องบิน (aerophobia) ไม่อาจเดินทางได้ด้วยมีเครื่องบินเป็นพาหนะ ดังนั้นเวลาเดินทางไปในสถานที่ต่าง ๆ จะใช้รถยนต์หรือไม่ก็เรือแทน ทำให้เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งในการเดินทางไปเล่นฟุตบอลในการแข่งขันระดับนานาชาติ

สื่อ

[แก้]

แบร์คกัมป์ปรากฏตัวในซีรีส์วิดีโอเกมฟีฟ่าของอีเอสปอตส์ โดยปรากฏบนปกเกมฟีฟ่า 99 ฉบับนานาชาติ[7] และมีชื่อติดทีมตำนานอัลติเมตในฟีฟ่า 14 ด้วย[8]

สถิติอาชีพ

[แก้]

ทีมชาติ

[แก้]
แบร์คกัมป์ก่อนลงเล่นเกมทีมชาติใน ค.ศ. 1996
การลงเล่นและการทำประตูแบ่งตามทีมชาติและปี[9]
ทีมชาติปีลงเล่นประตู
เนเธอร์แลนด์ 199043
199152
1992117
199364
1994116
199551
1996106
199754
199893
199951
200080
รวม7937

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Dennis Bergkamp: Profile". worldfootball.net. HEIM:SPIEL. 7 กรกฎาคม 2014. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. "Dennis Bergkamp: Overview". ESPN. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. "Dennis Bergkamp: Overview". Premier League. สืบค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2020.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. 1 2 Coleman, Nick (22 กรกฎาคม 2006). "There was only one Dennis Bergkamp". The Independent. London. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 2012-03-06. สืบค้นเมื่อ 13 ธันวาคม 2011.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. "Dennis is worth wait in gold; The FA Cup quarter-finals: Bergkamp has not played too often, but he's still producing masterpieces". Evening Standard. London. 8 มีนาคม 2002. สืบค้นเมื่อ 28 เมษายน 2012.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)[ลิงก์เสีย] (ต้องรับบริการ)
  6. หน้า 23, ประตูยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก. "ตะลุยฟุตบอลโลก" โดย หมวดแซม. ไทยรัฐปีที่ 68 ฉบับที่ 21755: วันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2560 แรม 11 ค่ำ เดือน 9 ปีระกา
  7. "International FIFA 13 Covers". fifauteam.com. 24 สิงหาคม 2012. สืบค้นเมื่อ 18 มีนาคม 2015.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  8. Suszek, Mike (20 สิงหาคม 2013). "FIFA 14 getting legendary players for Ultimate Team on Microsoft consoles". Engadget. สืบค้นเมื่อ 25 สิงหาคม 2020.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. "Dennis Bergkamp". National Football Teams. Benjamin Strack-Zimmermann. สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2010.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

บทความที่อ้างถึง

  • Gouw, P. (2009). Griekse atleten in de Romeinse Keizertijd: 31 v. Chr. – 400 n. Chr. Amsterdam: Amsterdam University Press. ISBN 978-90-5629-576-9.
  • Palmer, Myles (2008). The Professor: Arsène Wenger. London: Virgin Books. ISBN 978-0-7535-1097-1.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]