ดานีแยล อัลวิส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ดานีแยล อัลวิส
07 07 2019 Final da Copa América 2019 (48226649586) (cropped).jpg
อัลวิสขณะได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมกับบราซิลในโกปาอาเมริกา 2019
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ดานีแยล อัลวิส ดา ซิลวา[1]
วันเกิด 6 พฤษภาคม ค.ศ. 1983 (37 ปี)
สถานที่เกิด จูอาเซย์รู, บาเฮีย, บราซิล
ส่วนสูง สคริปต์ลูอาผิดพลาด ใน มอดูล:Convert บรรทัดที่ 272: attempt to index local 'cat' (a nil value)[2]
ตำแหน่ง แบ็กขวา
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
เซาเปาโล
หมายเลข 10
สโมสรเยาวชน
1996–1998 จูอาเซย์รู
1998–2001 บาเอีย
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2001–2002 บาเอีย 25 (2)
2002–2008 เซบิยา 175 (11)
2008–2016 บาร์เซโลนา 247 (14)
2016–2017 ยูเวนตุส 19 (2)
2017–2019 ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง 48 (2)
2019– เซาเปาโล 0 (0)
ทีมชาติ
2003 บราซิล อายุไม่เกิน 20 ปี 7 (0)
2006– บราซิล 115 (8)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้กับสโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ. 2019
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้กับทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 2019

ดานีแยล อัลวิส ดา ซิลวา (โปรตุเกส: Daniel Alves da Silva; เกิด 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2526) หรือรู้จักกันในชื่อ ดานี อัลวิส (โปรตุเกส: Dani Alves) เป็นนักฟุตบอลชาวบราซิล เล่นในตำแหน่งแบ็กขวาให้กับเซาเปาโล และทีมชาติบราซิล อัลวิสเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดตลอดกาลในการแข่งขันฟุตบอลในทวีปยุโรป โดยเขาได้แชมป์ถึง 9 ครั้งในการแข่งขันระดับทวีป ตามหลังเพียงเปาโล มัลดีนีเท่านั้น[3][4]

ก่อนที่จะเข้าร่วมทีมกับบาร์เซโลนา ในปี พ.ศ. 2551 อัลวิสได้ประสบความสำเร็จอย่างมากมายในระยะเวลา 6 ปีกับเซบิยา ด้วยการช่วยให้ทีมได้แชมป์ยูฟ่าคัพ 2 สมัย และ โกปาเดลเรย์ อีก 1 ครั้ง โดยเขาได้เข้าร่วมกับบาร์เซโลนาด้วยค่าตัว 32.5 ล้านยูโร[5] ซึ่งทำให้เขาเป็นกองหลังที่แพงที่สุดอันดับที่ 3 ตลอดกาล หลังจากนั้นเขาได้เทรเบิลแชมป์กับบาร์เซโลนาตั้งแต่ฤดูกาลแรกและฤดูกาลถัดมา โดยชนะเลิศซูเปร์โกปาเดเอสปัญญา, ยูฟ่าซูเปอร์คัพ และฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก อีกทั้งเขายังช่วยทีมให้ได้แชมป์ซูเปร์โกปาเดเอสปัญญาอีก 2 สมัย, ลาลิกา 5 สมัย และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก อีก 2 สมัยในฤดูกาลถัดมา ต่อมาในปี พ.ศ. 2559 เขาได้หมดสัญญากับบาร์เซโลนาและย้ายมาร่วมทีมกับยูเวนตุส โดยไม่เสียค่าตัว[6] หลังจากนั้นเขาได้แชมป์เซเรียอา ฤดูกาล 2016–17 และโกปปาอีตาเลีย ฤดูกาล 2016–17 ด้วยเวลาเพียงฤดูกาลเดียว[7] จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2560 เขาได้ย้ายมาร่วมทีมกับปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง โดยไม่เสียค่าตัว[8]

เขาได้ลงเล่นให้กับทีมชาติบราซิลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 โดยอัลวิสมีชื่อในการทำการแข่งขันฟุตบอลโลก 2 ครั้ง และโกปาอาเมริกา 4 ครั้ง

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

อัลวิสเกิดในจูอาเซย์รู เป็นเมืองหนึ่งในรัฐบาเอีย ประเทศบราซิล มีบิดาชื่อ ดูมิงโกส อัลวิส ดา ซิลวา ประกอบอาชีพชาวนา โดยเขาเล่นฟุตบอลกับเพื่อนในละแวกบ้าน พ่อของเขาชื่นชอบในกีฬาฟุตบอลเช่นกัน จึงก่อตั้งทีมฟุตบอลขึ้นมา โดยอัลวิสในขณะที่อายุเพียง 6 ปี เล่นในตำแหน่งปีก แต่เขาทำประตูได้น้อยมาก พ่อของเขาจึงให้เขามาเล่นในตำแหน่งแบ็กขวา และเป็นตำแหน่งที่เขาเล่นมาจนถึงปัจจุบัน[9][10]

สโมสร[แก้]

บาเอีย[แก้]

อัลวิสลงเล่นฟุตบอลอาชีพครั้งแรกกับอีสปอร์เตคลูเบบาเอีย ในนัดที่พบกับปารานาคลูเบ ในการแข่งขันกังเปโอนาตูบราซีเลย์รูแซรียีอา ซึ่งบาเอียชนะ 3–0 โดยอัลวิสจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้ถึง 2 ครั้งและช่วยให้ทีมได้อีก 1 จุดโทษ โดยหัวหน้าผู้ฝึกสอน อีวาริสตู จี มาเซดู ได้ไว้วางใจให้เขาเป็นผู้เล่นตัวจริงของทีมในหลังจากนั้น โดยเขาได้แชมป์กังเปโอนาตูบาเอียนู 2 สมัย จากฟอร์มการเล่นที่ดีทำให้เขาได้ถูกยืมตัวไปเล่นให้กับเซบิยา ในฤดูกาล 2002[11]

เซบิยา[แก้]

หลังจากลาลิกา ในฤดูกาล 2002–03 ด้วยสัญญายืมตัวจากบาเอีย อัลวิสได้ลงเล่นในการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์โลก 2003 และช่วยให้ทีมชาติบราซิลได้แชมป์ ซึ่งเขาเป็น 1 ใน 3 ผู้เล่นที่ดีที่สุดของการแข่งขัน ทำให้เซบิยาเปลี่ยนจากสัญญายืมตัวเป็นสัญญาซื้อขาดแทน

ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2549 เซบิยาได้ยืนยันที่จะขายอัลวิสให้กับลิเวอร์พูล แต่ลิเวอร์พูลไม่พึงพอใจที่เซบิยาตั้งราคาในการขายอยู่ที่ประมาณ 8 ล้านปอนด์[12] หลังจากนั้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 เขาได้เซ็นสัญญาใหม่กับเซบิยา โดยเป็นสัญญา 6 ปีถึงปี พ.ศ. 2555 ซึ่งเขาประสบความสำเร็จในลาลิกา ฤดูกาล 2006–07 โดยลงเล่น 47 นัด ทำประตูได้ 5 ประตู และลงเล่นในการแข่งขันยูฟ่าคัพ ทุกนัด และช่วยให้ทีมเป็นแชมป์ในฤดูกาลนั้น

หลังจากนั้นเขาได้รับสัญชาติสเปน ซึ่งจะช่วยให้สโมสรได้รับผลประโยชน์จากโควตาผู้เล่นนอกอียู และทำให้ง่ายต่อขอใบอนุญาตในการทำงานและการลงเล่นให้กับสโมสรในกลุ่มสหภาพยุโรป[13]

ในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2550 อัลวิสได้ให้สัมภาษณ์กับสปอร์ทีวีว่าเขาต้องการที่จะย้ายออกจากเซบิยาไปอยู่กับสโมสรที่ใหญ่กว่าในยุโรป จึงทำให้เขาเป็นข่าวกับเชลซี ว่าให้ความสนใจในการดึงตัวเขาไปร่วมทีม ต่อมาในวันที่ 8 สิงหาคม อัลวิสได้ยืนยันเองว่าผู้จัดการของเขาได้อยู่ที่ประเทศอังกฤษและกำลังจัดการเจรจากับเชลซี เหลือเพียงการยินยอมจากเซบิยาเท่านั้น

ในวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2550 เซบิยาได้ปฏิเสธข้อเสนอจากเชลซีซึ่งไม่เปิดเผยค่าตัว ซึ่งคาดว่าเชลซีได้ยื่นข้อเสนอมาต่ำกว่าที่คาดไว้[14] อัลวิสได้ออกเปิดเผยว่า โฆเซ มารีอา เดล นีโด ประธานสโมสรเซบิยา ได้กังวลว่าเชลซีได้ทำการเซ็นสัญญากับฮูเลียนู เบลเล็ตตี ฟุลแบ็กชาวบราซิล ด้วยค่าตัวที่ต่ำกว่ามาก[15] หลังจากการเสียชีวิตของอันโตนีโอ ปูเอร์ตา เพื่อนร่วมทีมเซบิยา ทำให้อัลวิสตัดสินใจที่จะอยู่ช่วยทีมต่อไป

บาร์เซโลนา[แก้]

อัลวิส ในนัดที่พบกับรูบินคาซาน ในการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2008–09

ในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 อัลวิสได้เข้าร่วมทีมกับบาร์เซโลนา หลังที่จากลาเซบิยาด้วยน้ำตาและกล่าวว่าอยากที่จะกลับมาเล่นอีกครั้ง และกล่าวอีกว่าเขามาอยู่กับเซบิยาในขณะที่กำลังเด็กและกำลังที่จะลาจากด้วยการเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว โดยค่าตัวอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 23 ล้านปอนด์ และค่าตัวตามฟอร์มการเล่นอีก 7 ล้านปอนด์ ทำให้เขาเป็นหนึ่งในกองหลังที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็น 1 ใน 3 ผู้เล่นที่แพงที่สุดที่บาร์เซโลนาซื้อเข้าร่วมทีม โดยเขาเซ็นสัญญา 4 ปีกับสโมสร ด้วยค่าตัวในการยกเลิกสัญญาถึง 90 ล้านยูโร อัลวิสลงเล่นนัดแรกในนัดที่พบกับวิสวาการ์กุฟ ในการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบคัดเลือกรอบที่ 3 ในวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2551[16] เขาลงเล่นในลาลิกา นัดแรกในนัดเปิดสนามพบกับนูมันเซีย ในวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2551[17] อย่างไรก็ดี เขาไม่ได้ลงเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกนัดชิงชนะเลิศซึ่งชนะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 2–0 เนื่องจากเขาได้รับโทษแบนใบเหลืองในนัดก่อนหน้า ซึ่งฤดูกาลนั้นบาร์เซโลนาได้เทรเบิลแชมป์ หลังจากได้แชมป์ลาลิกาและโกปาเดลเรย์

อัลวิสและเมสซิ ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2011 นัดชิงชนะเลิศ

ในฤดูกาลที่สองกับบาร์เซโลนา สโมสรได้แชมป์ลาลิกาและฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก หลังจากนั้นในฤดูกาล 2010–11 เขายังช่วยให้ทีมได้แชมป์ลาลิกา 3 ฤดูกาลติดต่อกัน

ในวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 อัลวิสได้ลงเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ ครั้งแรก และช่วยให้บาร์เซโลนาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 3–1 ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ โดยเป็นแชมป์ยุโรปครั้งที่ 4 ของสโมสร

ในฤดูกาล 2011–12 อัลวิสเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ทีมได้แชมป์โกปาเดลเรย์และฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก หลังจากนั้นในฤดูกาล 2012–13 อัลวิสได้แชมป์ลาลิกาครั้งที่ 4 จาก 5 ฤดูกาลหลังจากเขาย้ายมาบาร์เซโลนา

ในฤดูกาล 2013–14 อัลวิสได้เปลี่ยนมาสวมเสื้อหมายเลข 22 ซึ่งเป็นหมายเลขเก่าของเอริก อาบีดาล และเขายังเสนอที่จะบริจาคตับของเขาในการช่วยรักษาอาบีดาลจากโรคมะเร็งตับ[18]

ในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558 อัลวิสได้ลงเล่นเป็นผู้เล่นตัวจริงในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2015 และทำให้สโมสรได้แชมป์ยุโรปสมัยที่ 5 ด้วยการชนะยูเวนตุส 3–1 ที่โอลึมพีอาชตาดีอ็อน ในเบอร์ลิน[19] ทำให้บาร์เซโลนาสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการได้เทรเบิลแชมป์จากฟุตบอลลีก, ฟุตบอลถ้วย และฟุตบอลยุโรป ถึง 2 สมัย โดยมีอัลวิส, ลิโอเนล เมสซิ, อันเดรส อินิเอสตา, ชาบี, ฌาราร์ต ปิเก, เปโดร และเซร์ฆิโอ บุสเกตส์ เป็นผู้เล่นที่อยู่ในชุดเทรเบิลแชมป์ทั้ง 2 สมัน

ในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2558 อัลวิสได้เซ็นสัญญา 2 ปีกับบาร์เซโลนา ทำให้เขาจะอยู่กับสโมสรไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2560 พร้อมเงื่อนไขที่อาจจะขยายสัญญาเพิ่มในปีถัดไป[20]

หลังจากบาร์เซโลนาตกรอบด้วยการแพ้อัตเลติโกเดมาดริด ในการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2015–16 รอบ 8 ทีม อัลวิสได้โพสต์วิดีโอลงอินสตาแกรม โดยเขาปลอมเป็นภรรยาของเขาและปลอบใจเขาจากการที่พ่ายแพ้ ทำให้ลุยส์ เอนริเก ไม่เลือกเขาลงสนามในการแข่งขันนัดถัดมากับบาเลนเซีย[21]

Wikinews
วิกิข่าว มีข่าวเกี่ยวกับบทความ:
Alves to leave FC Barcelona

ในวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559 โรเบร์โต เฟร์นันเดซ เลขาธิการด้านเทคนิกของบาร์เซโลนา ได้ประกาศว่าอัลวิสจะสิ้นสุดสัญญาและออกจากทีมในช่วงฤดูร้อนหลังจากลงเล่นให้กับสโมสรถึง 8 ปี[22] อย่างไรก็ดี สัญญามีผลจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2560 แต่บาร์เซโลนาอนุญาตให้อัลวิสย้ายออกจากทีมโดยไม่มีค่าตัว

อ้างอิง[แก้]

  1. "FIFA Club World Cup UAE 2009 presented by Toyota: List of Players" (PDF). ฟีฟ่า. 1 ธันวาคม 2552. p. 1. สืบค้นเมื่อ 28 มีนาคม 2557. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  2. "22 Dani Alves". สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา. 4 มกราคม 2558. สืบค้นเมื่อ 4 มกราคม 2558. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  3. "Messi, Alves among Super Cup record-breakers". ยูฟ่า. 11 สิงหาคม 2558. สืบค้นเมื่อ 12 สิงหาคม 2558. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  4. Herman, Martyn (2 มิถุนายน 2557). "Serial winner Alves keen to add page to Juventus story". รอยเตอร์. สืบค้นเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2558. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  5. Memoria 09–10 (PDF) (in Spanish). สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา. กันยายน 2553. p. 174. Archived from the original (PDF) on 15 พฤษภาคม 2555. สืบค้นเมื่อ 28 เมษายน 2557. Check date values in: |accessdate=, |date=, |archivedate= (help)CS1 maint: unrecognized language (link)
  6. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ :0
  7. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ :1
  8. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ :2
  9. "Biography". Dani Alves — Biography. สืบค้นเมื่อ 14 กรกฎาคม 2557. Check date values in: |accessdate= (help)
  10. "Daniel Alves". FootballTop.com. สืบค้นเมื่อ 14 กรกฎาคม 2557. Check date values in: |accessdate= (help)
  11. "Daniel Alves: da Bahia para o sucesso" (in Portuguese). Esporte Clube Bahia. 26 มิถุนายน 2552. Archived from the original on 6 กรกฎาคม 2554. สืบค้นเมื่อ 7 มกราคม 2554. Unknown parameter |deadurl= ignored (help); Check date values in: |accessdate=, |date=, |archivedate= (help)CS1 maint: unrecognized language (link)
  12. "Liverpool cleared to sign Alves". BBC Sport. 15 มิถุนายน 2549. สืบค้นเมื่อ 27 เมษายน 2552. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  13. Caroe, Charlie (15 กุมภาพันธ์ 2551). "Alves alerts Chelsea and Tottenham". The Daily Telegraph. สืบค้นเมื่อ 11 พฤษภาคม 2552. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  14. "Sevilla snub Alves bid". BBC Sport. 16 สิงหาคม 2550. สืบค้นเมื่อ 7 มกราคม 2554. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  15. "Alves reveals Del Nido dismay". Sky Sports. 24 สิงหาคม 2550. สืบค้นเมื่อ 1 กันยายน 2550. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  16. "Soccernet match stats". ESPNsoccernet. 13 สิงหาคม 2551. สืบค้นเมื่อ 11 พฤษภาคม 2552. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  17. "Soccernet match report". ESPNsoccernet. 2 กันยายน 2551. สืบค้นเมื่อ 11 พฤษภาคม 2552. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  18. "Eric Abidal says Dani Alves offered him part of his liver for transplant". The Guardian. Associated Press. 16 สิงหาคม 2556. สืบค้นเมื่อ 30 สิงหาคม 2557. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  19. "Barcelona see off Juventus to claim fifth title". ยูฟ่า. 6 มิถุนายน 2558. Check date values in: |date= (help)
  20. "Agreement to renew Dani Alves' contract". fcbarcelona.com. 9 มิถุนายน 2558. สืบค้นเมื่อ 9 มิถุนายน 2558. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  21. "Luis Enrique benches Dani Alves following his video". Diario AS. 17 เมษายน 2559. สืบค้นเมื่อ 18 เมษายน 2559. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)
  22. "Dani Alves to leave FC Barcelona this summer". fcbarcelona.com. 2 มิถุนายน 2559. สืบค้นเมื่อ 2 มิถุนายน 2559. Check date values in: |accessdate=, |date= (help)