ข้ามไปเนื้อหา

ดานีแยล อัลวิส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ดานีแยล อัลวิส
อัลวิสขณะได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมกับบราซิลในโกปาอาเมริกา 2019
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ดานีแยล อัลวิส ดา ซิลวา[1]
วันเกิด (1983-05-06) 6 พฤษภาคม ค.ศ. 1983 (43 ปี)[1]
สถานที่เกิด จูอาเซย์รู รัฐบาเยีย ประเทศบราซิล
ส่วนสูง 1.72 m (5 ft 7 12 in)[2]
ตำแหน่ง แบ็กขวา
สโมสรเยาวชน
1996–1998 จูอาเซย์รู
1998–2001 บาเยีย
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2001–2002 บาเยีย 25 (2)
2002–2008 เซบิยา 175 (11)
2008–2016 บาร์เซโลนา 247 (14)
2016–2017 ยูเวนตุส 19 (2)
2017–2019 ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง 48 (2)
2019–2021 เซาเปาลู 56 (3)
2021–2022 บาร์เซโลนา 14 (1)
2022–2023 สโมสรฟุตบอลชลบุรี 13 (0)
รวม 617 (40)
ทีมชาติ
2003 บราซิล อายุไม่เกิน 20 ปี 17 (0)
2021 บราซิลโอลิมปิก (อายุเกิน) 7 (0)
2006–2022 บราซิล 126 (8)
*นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 22:11, 8 มกราคม ค.ศ. 2023 (UTC)

ดานีแยล อัลวิส ดา ซิลวา (โปรตุเกส: Daniel Alves da Silva; เกิด 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2526) หรือรู้จักกันในชื่อ ดานี อัลวิส (โปรตุเกส: Dani Alves) เป็นอดีตนักฟุตบอลชาวบราซิล เล่นในตำแหน่งแบ็กขวา อัลวิสเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดตลอดกาลในการแข่งขันฟุตบอลในทวีปยุโรป โดยเขาได้แชมป์ถึง 9 ครั้งในการแข่งขันระดับทวีป ตามหลังเพียงเปาโล มัลดีนีเท่านั้น แต่ ณ ปัจจุบันอัลวิสต้องโทษจำคุกที่สเปนเมืองบาเซโลน่าเนื่องจากข่มขืนสาววัยเพียง23ปีที่ผับเป็นเวลาประมาณ 4 ปี[3][4]

ก่อนที่จะเข้าร่วมทีมกับบาร์เซโลนา ในปี พ.ศ. 2551 อัลวิสได้ประสบความสำเร็จอย่างมากมายในระยะเวลา 6 ปีกับเซบิยา ด้วยการช่วยให้ทีมได้แชมป์ยูฟ่าคัพ 2 สมัย และ โกปาเดลเรย์ อีก 1 ครั้ง โดยเขาได้เข้าร่วมกับบาร์เซโลนาด้วยค่าตัว 32.5 ล้านยูโร[5] ซึ่งทำให้เขาเป็นกองหลังที่แพงที่สุดอันดับที่ 3 ตลอดกาล หลังจากนั้นเขาได้เทรเบิลแชมป์กับบาร์เซโลนาตั้งแต่ฤดูกาลแรกและฤดูกาลถัดมา โดยชนะเลิศซูเปร์โกปาเดเอสปัญญา, ยูฟ่าซูเปอร์คัพ และฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก อีกทั้งเขายังช่วยทีมให้ได้แชมป์ซูเปร์โกปาเดเอสปัญญาอีก 2 สมัย, ลาลิกา 5 สมัย และยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก อีก 2 สมัยในฤดูกาลถัดมา ต่อมาในปี พ.ศ. 2559 เขาได้หมดสัญญากับบาร์เซโลนาและย้ายมาร่วมทีมกับยูเวนตุส โดยไม่เสียค่าตัว[6] หลังจากนั้นเขาได้แชมป์เซเรียอา ฤดูกาล 2016–17 และโกปปาอีตาเลีย ฤดูกาล 2016–17 ด้วยเวลาเพียงฤดูกาลเดียว[7] จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2560 เขาได้ย้ายมาร่วมทีมกับปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง โดยไม่เสียค่าตัว[8]

เขาได้ลงเล่นให้กับทีมชาติบราซิลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 โดยอัลวิสมีชื่อในการทำการแข่งขันฟุตบอลโลก 2 ครั้ง และโกปาอาเมริกา 4 ครั้ง

ชีวิตส่วนตัว

[แก้]

อัลวิสเกิดในจูอาเซย์รู เป็นเมืองหนึ่งในรัฐบาเยีย ประเทศบราซิล มีบิดาชื่อ ดูมิงโกส อัลวิส ดา ซิลวา ประกอบอาชีพชาวนา โดยเขาเล่นฟุตบอลกับเพื่อนในละแวกบ้าน พ่อของเขาชื่นชอบในกีฬาฟุตบอลเช่นกัน จึงก่อตั้งทีมฟุตบอลขึ้นมา โดยอัลวิสในขณะที่อายุเพียง 6 ปี เล่นในตำแหน่งปีก แต่เขาทำประตูได้น้อยมาก พ่อของเขาจึงให้เขามาเล่นในตำแหน่งแบ็กขวา และเป็นตำแหน่งที่เขาเล่นมาจนถึงปัจจุบัน[9]

สโมสร

[แก้]

บาเยีย

[แก้]

อัลวิสลงเล่นฟุตบอลอาชีพครั้งแรกกับอีสปอร์เตคลูเบบาเยีย ในนัดที่พบกับปารานาคลูเบ ในการแข่งขันกังเปโอนาตูบราซีเลย์รูแซรียีอา ซึ่งบาเยียชนะ 3–0 โดยอัลวิสจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้ถึง 2 ครั้งและช่วยให้ทีมได้อีก 1 จุดโทษ โดยหัวหน้าผู้ฝึกสอน อีวาริสตู จี มาเซดู ได้ไว้วางใจให้เขาเป็นผู้เล่นตัวจริงของทีมในหลังจากนั้น โดยเขาได้แชมป์กังเปโอนาตูบาเยียนู 2 สมัย จากฟอร์มการเล่นที่ดีทำให้เขาได้ถูกยืมตัวไปเล่นให้กับเซบิยา ในฤดูกาล 2002[10]

เซบิยา

[แก้]

หลังจากลาลิกา ในฤดูกาล 2002–03 ด้วยสัญญายืมตัวจากบาเยีย อัลวิสได้ลงเล่นในการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์โลก 2003 และช่วยให้ทีมชาติบราซิลได้แชมป์ ซึ่งเขาเป็น 1 ใน 3 ผู้เล่นที่ดีที่สุดของการแข่งขัน ทำให้เซบิยาเปลี่ยนจากสัญญายืมตัวเป็นสัญญาซื้อขาดแทน

ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2549 เซบิยาได้ยืนยันที่จะขายอัลวิสให้กับลิเวอร์พูล แต่ลิเวอร์พูลไม่พึงพอใจที่เซบิยาตั้งราคาในการขายอยู่ที่ประมาณ 8 ล้านปอนด์[11] หลังจากนั้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 เขาได้เซ็นสัญญาใหม่กับเซบิยา โดยเป็นสัญญา 6 ปีถึงปี พ.ศ. 2555 ซึ่งเขาประสบความสำเร็จในลาลิกา ฤดูกาล 2006–07 โดยลงเล่น 47 นัด ทำประตูได้ 5 ประตู และลงเล่นในการแข่งขันยูฟ่าคัพ ทุกนัด และช่วยให้ทีมเป็นแชมป์ในฤดูกาลนั้น

หลังจากนั้นเขาได้รับสัญชาติสเปน ซึ่งจะช่วยให้สโมสรได้รับผลประโยชน์จากโควตาผู้เล่นนอกอียู และทำให้ง่ายต่อขอใบอนุญาตในการทำงานและการลงเล่นให้กับสโมสรในกลุ่มสหภาพยุโรป[12]

ในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2550 อัลวิสได้ให้สัมภาษณ์กับสปอร์ทีวีว่าเขาต้องการที่จะย้ายออกจากเซบิยาไปอยู่กับสโมสรที่ใหญ่กว่าในยุโรป จึงทำให้เขาเป็นข่าวกับเชลซี ว่าให้ความสนใจในการดึงตัวเขาไปร่วมทีม ต่อมาในวันที่ 8 สิงหาคม อัลวิสได้ยืนยันเองว่าผู้จัดการของเขาได้อยู่ที่ประเทศอังกฤษและกำลังจัดการเจรจากับเชลซี เหลือเพียงการยินยอมจากเซบิยาเท่านั้น

ในวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2550 เซบิยาได้ปฏิเสธข้อเสนอจากเชลซีซึ่งไม่เปิดเผยค่าตัว ซึ่งคาดว่าเชลซีได้ยื่นข้อเสนอมาต่ำกว่าที่คาดไว้[13] อัลวิสได้ออกเปิดเผยว่า โฆเซ มารีอา เดล นีโด ประธานสโมสรเซบิยา ได้กังวลว่าเชลซีได้ทำการเซ็นสัญญากับฮูเลียนู เบลเล็ตตี ฟุลแบ็กชาวบราซิล ด้วยค่าตัวที่ต่ำกว่ามาก[14] หลังจากการเสียชีวิตของอันโตนีโอ ปูเอร์ตา เพื่อนร่วมทีมเซบิยา ทำให้อัลวิสตัดสินใจที่จะอยู่ช่วยทีมต่อไป

บาร์เซโลนา

[แก้]
อัลวิส ในนัดที่พบกับรูบินคาซัน ในการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2008–09

ในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 อัลวิสได้เข้าร่วมทีมกับบาร์เซโลนา หลังที่จากลาเซบิยาด้วยน้ำตาและกล่าวว่าอยากที่จะกลับมาเล่นอีกครั้ง และกล่าวอีกว่าเขามาอยู่กับเซบิยาในขณะที่กำลังเด็กและกำลังที่จะลาจากด้วยการเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว โดยค่าตัวอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 23 ล้านปอนด์ และค่าตัวตามฟอร์มการเล่นอีก 7 ล้านปอนด์ ทำให้เขาเป็นหนึ่งในกองหลังที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็น 1 ใน 3 ผู้เล่นที่แพงที่สุดที่บาร์เซโลนาซื้อเข้าร่วมทีม โดยเขาเซ็นสัญญา 4 ปีกับสโมสร ด้วยค่าตัวในการยกเลิกสัญญาถึง 90 ล้านยูโร อัลวิสลงเล่นนัดแรกในนัดที่พบกับวิสวาการ์กุฟ ในการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบคัดเลือกรอบที่ 3 ในวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2551[15] เขาลงเล่นในลาลิกา นัดแรกในนัดเปิดสนามพบกับนูมันเซีย ในวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2551[16] อย่างไรก็ดี เขาไม่ได้ลงเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกนัดชิงชนะเลิศซึ่งชนะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 2–0 เนื่องจากเขาได้รับโทษแบนใบเหลืองในนัดก่อนหน้า ซึ่งฤดูกาลนั้นบาร์เซโลนาได้เทรเบิลแชมป์ หลังจากได้แชมป์ลาลิกาและโกปาเดลเรย์

อัลวิสและเมสซิ ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2011 นัดชิงชนะเลิศ

ในฤดูกาลที่สองกับบาร์เซโลนา สโมสรได้แชมป์ลาลิกาและฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก หลังจากนั้นในฤดูกาล 2010–11 เขายังช่วยให้ทีมได้แชมป์ลาลิกา 3 ฤดูกาลติดต่อกัน

ในวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 อัลวิสได้ลงเล่นในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ ครั้งแรก และช่วยให้บาร์เซโลนาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 3–1 ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ โดยเป็นแชมป์ยุโรปครั้งที่ 4 ของสโมสร ในฤดูกาล 2011–12 อัลวิสเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ทีมได้แชมป์โกปาเดลเรย์และฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก หลังจากนั้นในฤดูกาล 2012–13 อัลวิสได้แชมป์ลาลิกาครั้งที่ 4 จาก 5 ฤดูกาลหลังจากเขาย้ายมาบาร์เซโลนา ในฤดูกาล 2013–14 อัลวิสได้เปลี่ยนมาสวมเสื้อหมายเลข 22 ซึ่งเป็นหมายเลขเก่าของเอริก อาบีดาล และเขายังเสนอที่จะบริจาคตับของเขาในการช่วยรักษาอาบีดาลจากโรคมะเร็งตับ[17] ในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558 อัลวิสได้ลงเล่นเป็นผู้เล่นตัวจริงในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2015 และทำให้สโมสรได้แชมป์ยุโรปสมัยที่ 5 ด้วยการชนะยูเวนตุส 3–1 ที่โอลึมพีอาชตาดีอ็อน ในเบอร์ลิน[18][19] ทำให้บาร์เซโลนาสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการได้เทรเบิลแชมป์จากฟุตบอลลีก, ฟุตบอลถ้วย และฟุตบอลยุโรป ถึง 2 สมัย โดยมีอัลวิส, ลิโอเนล เมสซิ, อันเดรส อินิเอสตา, ชาบี, ฌาราร์ต ปิเก, เปโดร และเซร์ฆิโอ บุสเกตส์ เป็นผู้เล่นที่อยู่ในชุดเทรเบิลแชมป์ทั้ง 2 สมัน ในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2558 อัลวิสได้เซ็นสัญญา 2 ปีกับบาร์เซโลนา ทำให้เขาจะอยู่กับสโมสรไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2560 พร้อมเงื่อนไขที่อาจจะขยายสัญญาเพิ่มในปีถัดไป[20]

หลังจากบาร์เซโลนาตกรอบด้วยการแพ้อัตเลติโกเดมาดริด ในการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2015–16 รอบ 8 ทีม อัลวิสได้โพสต์วิดีโอลงอินสตาแกรม โดยเขาปลอมเป็นภรรยาของเขาและปลอบใจเขาจากการที่พ่ายแพ้ ทำให้ลุยส์ เอนริเก ไม่เลือกเขาลงสนามในการแข่งขันนัดถัดมากับบาเลนเซีย[21]

Wikinews
Wikinews
วิกิข่าว มีข่าวเกี่ยวกับบทความ:
Alves to leave FC Barcelona

ในวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2559 โรเบร์โต เฟร์นันเดซ เลขาธิการด้านเทคนิกของบาร์เซโลนา ได้ประกาศว่าอัลวิสจะสิ้นสุดสัญญาและออกจากทีมในช่วงฤดูร้อนหลังจากลงเล่นให้กับสโมสรถึง 8 ปี[22] อย่างไรก็ดี สัญญามีผลจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2560 แต่บาร์เซโลนาอนุญาตให้อัลวิสย้ายออกจากทีมโดยไม่มีค่าตัว

ถูกจับกุมในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ

[แก้]

ในวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566 อัลเวสถูกตำรวจคาตาลันจับกุมและคุมขังโดยไม่มีการประกันตัวในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ ข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นที่ไนต์คลับบาร์เซโลนาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565 ผู้ร้องเรียนได้ยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2566 El Periódico de Catalunya รายงานว่าผู้ร้องเรียนกล่าวหาตำรวจและศาลว่าหลังจากบริกรพาเธอไปพบอัลเวส ที่บริเวณวีไอพีของไนต์คลับ อัลเวสให้เธอสัมผัสอวัยวะเพศของเขาสองครั้งโดยไม่เต็มใจ จากนั้นจึงสั่งให้เธอตามเขาเข้าไปในห้องน้ำของไนต์คลับ และ ขัดขวางเธอไม่ให้ออกจากห้องน้ำ โยนเธอลงบนพื้น ตบเธอ พยายามบังคับให้เธอร่วมรักกับเขา วางเธอพิงอ่างล้างหน้า จากนั้นย้ายเธอไปที่ห้องน้ำ ข่มขืนเธอและหลั่งน้ำอสุจิ จากข้อมูลของ El Periódico น้ำอสุจิที่ตรงกับ DNA ของอัลเวสถูกเก็บจากตัวอย่างจากภายในช่องคลอดของผู้ร้องเรียน จากชุดชั้นในของเธอ จากชุดของเธอ และจากพื้นห้องน้ำ ผู้ร้องเรียนได้รับการบันทึกโดยโรงพยาบาลว่าได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าซึ่งสอดคล้องกับข้อกล่าวหาของเธอ และผู้ตรวจสอบพบรอยนิ้วมือ 7 รอย รอบห้องน้ำซึ่งตรงกับเหตุการณ์ของผู้ร้องเรียน

ในด้านอัลเวสได้ให้เรื่องราวที่แตกต่างกันอย่างน้อยสี่เรื่อง ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 El Periódico ได้ให้รายละเอียดสามรอบ ในรอบแรก อัลเวสบอกกับสื่อ Antena 3 ว่าเขาไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ และกล่าวหาว่าเธอพยายามทำให้มีชื่อเสียงด้วยการกล่าวหาเธอ เขาบอกเป็นนัยว่าเขาเข้าไปในห้องน้ำโดยไม่รู้ว่าเธอกำลังใช้ห้องน้ำอยู่ แต่สิ่งนี้ขัดแย้งกับภาพจากกล้องวงจรปิด หลังจากเข้าใจว่ามีการรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดเขาและบัญชีข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งของหลักฐาน อัลเวสเปลี่ยนเรื่องราวของเขาในศาล ในรอบที่สอง อัลเวสยอมรับว่าเขาเข้าห้องน้ำก่อนผู้หญิงคนนั้น และภายในห้องน้ำ เขาถ่ายอุจจาระในห้องน้ำโดยมีผู้หญิงอยู่ข้างๆ และไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เมื่ออัลเวสถูกถามว่าทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงอยู่ในห้องน้ำเล็กๆ กับเขาเป็นเวลา 15 นาทีโดยไม่ทำอะไรเลย ทำไมน้ำอสุจิของเขาถึงอยู่บนพื้นห้องน้ำ อัลเวสก็เปลี่ยนเรื่องอีกครั้ง ในรอบที่สาม เขาบอกว่าผู้หญิงคนนั้นได้เลียเขาในห้องน้ำ ในวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2566 อัลเวสให้การในศาลถึงเหตุการณ์ในรูปแบบอื่น โดยอ้างว่าเขามีเพศสัมพันธ์โดยยินยอมกับผู้หญิงในระหว่างเหตุการณ์นั้น อัลเวสยังบอกด้วยว่าก่อนหน้านี้เขาปฏิเสธกิจกรรมทางเพศเพราะเขาแต่งงานแล้ว

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 "FIFA Club World Cup UAE 2009 presented by Toyota: List of Players" (PDF). FIFA. 1 December 2009. p. 1. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 28 March 2014. สืบค้นเมื่อ 28 March 2014.
  2. "Dani Alves". FC Barcelona. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 June 2016. สืบค้นเมื่อ 29 December 2018.
  3. UEFA.com. "Messi, Alves among Super Cup record-breakers". UEFA.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-09-10.
  4. Herman, Martyn (2017-06-02). "Serial winner Alves keen to add page to Juventus story". Reuters (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). สืบค้นเมื่อ 2025-09-10.
  5. Memoria 09–10 (PDF) (ภาษาสเปน). สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนา. กันยายน 2553. p. 174. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 15 พฤษภาคม 2555. สืบค้นเมื่อ 2014-04-27.
  6. "Dani Alves è bianconero". juventus.com. 27 June 2016. สืบค้นเมื่อ 27 June 2016.
  7. "Dani Alves' Juventus deal cancelled amid reports of Manchester City move". espnfc.com. 29 June 2017. สืบค้นเมื่อ 29 June 2017.
  8. Christenson, Marcus; Romano, Fabrizio; Jackson, Jamie (2017-07-12). "Dani Alves signs for Paris Saint-Germain after turning down Manchester City". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2025-09-10.
  9. "Daniel Alves - biography, stats, rating, footballer's profile". www.footballtop.com. สืบค้นเมื่อ 2025-09-10.
  10. "Daniel Alves: da Bahia para o sucesso" (ภาษาโปรตุเกส). Esporte Clube Bahia. 26 มิถุนายน 2552. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 6 กรกฎาคม 2554. สืบค้นเมื่อ 7 มกราคม 2011.
  11. "Liverpool cleared to sign Alves" (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2006-06-15. สืบค้นเมื่อ 2025-09-10.
  12. Caroe, Charlie (15 กุมภาพันธ์ 2551). "Alves alerts Chelsea and Tottenham". The Daily Telegraph. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-02-19. สืบค้นเมื่อ 2009-05-11.
  13. "Sevilla snub Chelsea's Alves bid" (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2007-08-16. สืบค้นเมื่อ 2025-09-10.
  14. "Alves reveals Del Nido dismay". www.skysports.com. สืบค้นเมื่อ 2025-09-10.
  15. "Soccernet match stats". ESPNsoccernet. 13 สิงหาคม 2551. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-10-23. สืบค้นเมื่อ 2009-05-11.
  16. "Soccernet match report". ESPNsoccernet. 2 กันยายน 2551. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-10-23. สืบค้นเมื่อ 2009-05-11.
  17. Press, Associated (2013-09-15). "Eric Abidal says Dani Alves offered him part of his liver for transplant". The Guardian (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). ISSN 0261-3077. สืบค้นเมื่อ 2025-09-10.
  18. Spycher, Christoph (2023-04-10). "PG88". memy.com.pl. สืบค้นเมื่อ 2025-09-10.
  19. UEFA.com. "Barcelona see off Juventus to claim fifth title". UEFA.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-09-10.
  20. "Agreement to renew Dani Alves' contract". www.fcbarcelona.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-09-10.
  21. "Luis Enrique benches Dani Alves following his video". Diario AS. 17 เมษายน 2559. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2018-11-24. สืบค้นเมื่อ 2016-04-18.
  22. "Dani Alves to leave FC Barcelona this summer". www.fcbarcelona.com (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-09-10.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]