ตับอักเสบ บี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Hepatitis B
Hepatitis-B virions.jpg
Electron micrograph of hepatitis B virus
สาขาวิชา Infectious disease, gastroenterology
อาการ None, yellowish skin, tiredness, dark urine, abdominal pain[1]
ภาวะแทรกซ้อน Cirrhosis, liver cancer[2]
ระยะฟักตัว Symptoms may take up to 6 months to appear[1]
ระยะดำเนินโรค Short or long term[3]
สาเหตุ Hepatitis B virus spread by some body fluids[1]
Risk factors Intravenous drug use, sexual intercourse, dialysis, living with an infected person[1][4]
Diagnostic method Blood tests[1]
การป้องกัน Hepatitis B vaccine[1]
การรักษา Antiviral medication (tenofovir, interferon), liver transplantation[1]
ความชุก 356 million (2015)[3]
Deaths 65,400 direct (2015), >750,000 (total)[1][5]

ตับอักเสบ บี (อังกฤษ: Hepatitis B) เป็นการอักเสบของเซลล์ตับที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ชนิดบี (HBV)

การติดต่อ[แก้]

เชื้อไวรัสตับอักเสบ บี สามารถติดต่อทาง เลือด น้ำเชื้อ และน้ำหลั่งอย่างอื่น เช่น น้ำเหลือง ท่านสามารถรับเชื้อได้โดยวิธี

มีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเชื้อโดยไม่ได้สวมถุงยาง การจูบกันจะไม่ติดต่อถ้าปากไม่มีแผล ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ใช้เข็มสักตามตัวหรือสีที่ใช้สักตามตัวร่วมกัน และการเจาะหู ใช้แปรงสีฟันร่วมกัน มีดโกน ที่ตัดเล็บ แม่ที่มีเชื้อสามารถติดต่อไปยังลูกได้ขณะคลอด ถ้าแม่มีเชื้อลูกมีโอกาสได้รับเชื้อ 90 %และให้นมตัวเอง ถูกเข็มตำจากการทำงาน รักร่วมเพศกับผู้ที่มีเชื้ออยู่ โดยการสัมผัสกับ เลือด น้ำเลือด น้ำคัดหลั่ง โดยผ่านเข้าทางบาดแผล เชื้อนี้จะไม่ติดต่อกันทางลมหายใจ อาหาร หรือน้ำดื่ม การให้นม การจูบกัน

อาการ[แก้]

การติดเชื้ออย่างเฉียบพลันของไวรัสตับอักเสบบีเกี่ยวโยงกับไวรัสตับอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งเป็นโรคที่มีอาการตั้งแต่การป่วยโดยทั่วไป การไม่อยากอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดตามร่างกาย ไข้อ่อน ๆ และปัสสาวะสีเข้ม จากนั้นอาการอาจพัฒนาเป็นโรคดีซ่าน โดยมีบันทึกว่าอาการคันเป็นหนึ่งในตัวชี้ถึงอาการของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบทุกสายพันธุ์ อาการป่วยจะคงอยู่ไม่กี่สัปดาห์และจากนั้นผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการดีขึ้น มีเพียงไม่กี่คนที่อาการอาจพัฒนาสู่อาการตับวายและอาจเสียชีวิต การติดเชื้ออาจไม่แสดงอาการจึงทำให้ผู้ป่วยอาจไม่รู้ตัว[6]

การติดเชื้อแบบเรื้อรังของไวรัสตับอักเสบบีอาจไม่แสดงอาการ หรืออาจก่อให้เกิดการติดเชื้อตับเรื้อรัง (ตับอักเสบเรื้อรัง) ไปจนถึงโรคตับแข็งในเวลาหลายปี การติดเชื้อชนิดนี้เพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งเซลล์ตับ (มะเร็งตับ) อย่างมาก ทั่วทวีปยุโรป โรคไวรัสตับอักเสบบีและซีเป็นต้นเหตุของโรคมะเร็งเซลล์ตับในประมาณ 50% ของผู้ป่วย[7][8] คนที่เป็นพาหะนำโรคแบบเรื้อรังได้รับคำแนะนำให้งดการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเป็นตัวการเพิ่มความเสี่ยงของโรคตับแข็งและมะเร็งตับ ไวรัสตับอักเสบบีถูกพบว่าเกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาของ membranous glomerulonephritis (MGN)[9]

อาการอื่นที่ไม่เกี่ยวกับตับพบได้ใน 1-10% ของผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ได้แก่ โรค serum-sickness–like โรคโพลีอาเทอร์ไรติส โนโดซา (โรคแพน) เมมเบรนัสโกลเมอรูโลสเคลอโรซิส (membranous glomerulonephritis) และ กลุ่มอาการจานอตตี–กรอสตี[10][11] โรค serum-sickness–like ที่เกิดจากไวรัสตับอักเสบบีมักตามด้วยโรคดีซ่าน[12] อาการได้แก่มีไข้ ผื่นบนผิวหนัง และโรคโพลีอาเทอร์ไรติส โนโดซา[13] ประมาณ 30–50% ของคนที่มีอาการโรคโพลีอาเทอร์ไรติส โนโดซาเป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบ[14] โรคไตที่มาจากไวรัสตับอักเสบพบได้ในผู้ใหญ่บางส่วน ทว่าส่วนใหญ่แล้วพบในเด็ก[15][16]

การวินิจฉัย[แก้]

การรักษา[แก้]

การติดเชื้อตับอักเสบบีส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา เนื่องจากผู้ติดเชื้อแทบทั้งหมดสามารถกำจัดเชื้อได้เอง มีไม่ถึง 1% ที่อาจต้องได้รับการรักษาในระยะแรกด้วยยาต้านไวรัส ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรง (ตับอักเสบเต็มขั้น) หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง แต่ในทางกลับกันบางครั้งก็จำเป็นต้องให้ยาต้านไวรัสกับผู้ป่วยตับอักเสบบีเรื้อรัง เพื่อลดโอกาสการเกิดตับแข็งและมะเร็งตับ ผู้ป่วยกลุ่มที่ควรได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส เช่น ผู้ติดเชื้อเรื้อรังที่มีระดับเอนไซม์ ALT สูงตลอด และตรวจพบดีเอ็นเอของไวรัสตับอักเสบบี เป็นต้น ระยะในการรักษาอยู่ที่ 6 เดือน ถึง 1 ปี แล้วแต่ชนิดยาและพันธุกรรมของผู้ป่วย

วัคซีนไวรัสตับอักเสบบี

การป้องกัน[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

Classification
V · T · D
External resources


  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 1.7 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ WHO2014
  2. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ pmid17336170
  3. 3.0 3.1 GBD 2015 Disease and Injury Incidence and Prevalence, Collaborators. (8 October 2016). "Global, regional, and national incidence, prevalence, and years lived with disability for 310 diseases and injuries, 1990-2015: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2015.". Lancet 388 (10053): 1545–1602. PMC 5055577 Check |pmc= value (help). PMID 27733282. doi:10.1016/S0140-6736(16)31678-6. 
  4. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ CDC2014T
  5. GBD 2015 Mortality and Causes of Death, Collaborators. (8 October 2016). "Global, regional, and national life expectancy, all-cause mortality, and cause-specific mortality for 249 causes of death, 1980-2015: a systematic analysis for the Global Burden of Disease Study 2015.". Lancet 388 (10053): 1459–1544. PMID 27733281. doi:10.1016/S0140-6736(16)31012-1. 
  6. Terrault N, Roche B, Samuel D (July 2005). "Management of the hepatitis B virus in the liver transplantation setting: a European and an American perspective". Liver Transpl. 11 (7): 716–32. PMID 15973718. doi:10.1002/lt.20492. 
  7. El-Serag HB, Rudolph KL (June 2007). "Hepatocellular carcinoma: epidemiology and molecular carcinogenesis". Gastroenterology 132 (7): 2557–76. PMID 17570226. doi:10.1053/j.gastro.2007.04.061. 
  8. "Hepatocellular carcinoma". New England Journal of Medicine 365 (12): 1118–27. 22 September 2011. PMID 21992124. doi:10.1056/NEJMra1001683.  Unknown parameter |vauthors= ignored (help)
  9. "Lamivudine for the treatment of membranous glomerulopathy secondary to chronic hepatitis B infection". Canadian journal of gastroenterology = Journal canadien de gastroenterologie 19 (10): 625–9. October 2005. PMID 16247526.  Unknown parameter |vauthors= ignored (help)
  10. "Hepatitis B as an immune complex disease". Seminars in Liver Disease 1 (1): 45–57. February 1981. PMID 6126007. doi:10.1055/s-2008-1063929.  Unknown parameter |vauthors= ignored (help)
  11. "Polyarteritis nodosa and extrahepatic manifestations of HBV infection: the case against autoimmune intervention in pathogenesis". Journal of Autoimmunity 16 (3): 269–74. May 2001. PMID 11334492. doi:10.1006/jaut.2000.0502.  Unknown parameter |vauthors= ignored (help)
  12. "The pathogenesis of arthritis associated with viral hepatitis. Complement-component studies". The New England Journal of Medicine 285 (4): 185–9. July 1971. PMID 4996611. doi:10.1056/NEJM197107222850401.  Unknown parameter |vauthors= ignored (help)
  13. "Hepatitis B: the virus and disease". Hepatology (Baltimore, Md.) 49 (5 Suppl): S13–21. May 2009. PMC 2809016. PMID 19399811. doi:10.1002/hep.22881.  Unknown parameter |vauthors= ignored (help)
  14. "Association between polyarteritis and Australia antigen". Lancet 2 (7684): 1149–53. December 1970. PMID 4098431. doi:10.1016/S0140-6736(70)90339-9.  Unknown parameter |vauthors= ignored (help)
  15. "Membranous nephropathy related to hepatitis B virus in adults". The New England Journal of Medicine 324 (21): 1457–63. May 1991. PMID 2023605. doi:10.1056/NEJM199105233242103.  Unknown parameter |vauthors= ignored (help)
  16. "Strong association between membranous nephropathy and hepatitis-B surface antigenaemia in Japanese children". Lancet 2 (8099): 1065–8. November 1978. PMID 82085. doi:10.1016/S0140-6736(78)91801-9.  Unknown parameter |vauthors= ignored (help)