ข้ามไปเนื้อหา

ตราประจำพระองค์ในประเทศไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ตราประจำพระองค์ เป็นตราสัญลักษณ์ที่แสดงถึงพระบรมวงศานุวงศ์แต่ละพระองค์ โดยจะนำพระปรมาภิไธยย่อหรือพระนามาภิไธยย่อของแต่ละพระองค์ นำตรามาเป็นสัญลักษณ์ขึ้น พร้อมประดับตกแต่งสัญลักษณ์ ด้วยมงกุฎหรือสัญลักษณ์ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อแสดงถึงพระอิสริยยศของแต่ละพระองค์

ตราสัญลักษณ์พระปรมาภิไธยย่อของพระมหากษัตริย์

[แก้]
ภาพตรา ใช้สำหรับ ลักษณะ หมายเหตุ
สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เป็นรูปพญาครุฑทรงจักร อัญเชิญเพชรลูกขนาดใหญ่เปล่งรัศมี บริเวณกึ่งกลางเพชรประดิษฐานอุณาโลม อันหมายถึงพระโลมาระหว่างพระขนงขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีผู้ให้ความหมายถึงดวงตรานี้ไว้ว่า “ดวงตรามหาเดช” นั้นมีความหมายถึงความสำเร็จ ความเจริญรุ่งเรือง เป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะ ความมีสิริสวัสดิ์ความผาสุก ความเป็นมงคลทั้งต่อตนเองและข้าทาสบริวาร สามารถแก้อาถรรพ์ ปราบปรามอริศัตรูให้แพ้ภัยไปโดยง่าย เป็นมหาเดชานุภาพ มหาเดชบารมีแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ตราพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. (มหาจักรีบรมนาถ รมราชาธิาช) มีพระอุณาโลมเลข ๑ ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎเปล่งรัศมี โดยรูปอักษร "จปร" ทั้งหมดเป็นสีเหลืองทอง อนึ่งยังมีตราพระปรมาภิไธยย่อ ท.ป.ร. (องด้วง รมราชาธิาช) อันปรากฏบนพัดรองที่ระลึกพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พุทธศักราช 2568
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ตราพระปรมาภิไธยย่อ ฉ.ป.ร. (ฉิรมาชาธิราช) มีพระอุณาโลมเลข ๒ ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎเปล่งรัศมี โดยรูปอักษร "ฉปร" ทั้งหมดเป็นสีเขียว (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ; วันพุธ) ตรานี้ปรากฏบนพัดรองที่ระลึก 200 ปีวันคล้ายวันสวรรคต
พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ตราพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. (มหาเษฎาบดินทร์ รมาชาธิราช) มีพระอุณาโลมเลข ๓ ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎเปล่งรัศมี โดยรูปอักษร "จปร" ทั้งหมดเป็นสีเหลือง (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ; วันจันทร์) ตรานี้ปรากฏบนพัดรองที่ระลึก 200 ปีวันพระบรมราชสมภพ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตราพระปรมาภิไธยย่อ ม.ป.ร. (มหางกุฎ รมาชาธิราช) มีอุณาโลมเลข ๔ ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎเปล่งรัศมี โดยรูปอักษร "มปร" ทั้งหมดเป็นสีแสด (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ; วันพฤหัสบดี) ตรานี้ได้แบบจากอักษรพระปรมาภิไธย ด้านหลังของเหรียญรัตนาภรณ์ประจำรัชกาล ซึ่งได้ปรากฏการใช้ตรา บนพุ่มดอกไม้ด้านหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในงานพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานวันพระบรมราชสมภพ และถวายพระราชสมัญญาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562[1]
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตราพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. (มหาจุฬาลงกรณ์ รมาชาธิราช) มีอุณาโลมเลข ๕ ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎเปล่งรัศมี โดยรูปอักษร "จ" เป็นสีชมพู (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ; วันอังคาร) "ป" สีน้ำเงิน (หมายถึง สีประจำพระบรมราชอิสริยยศ พระมหากษัตริย์) และ "ร" สีเหลืองทอง (หมายถึง สีประจำพระบรมราชจักรีวงศ์)

ตรานี้ได้ปรากฎการใช้งานที่เป็นทางการ บนพุ่มดอกไม้ด้านหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในงานพิธีมหามงคลทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561[2]

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ตราพระปรมาภิไธยย่อ ว.ป.ร. (มหาชิราวุธ รมาชาธิราช) มีอุณาโลมเลข ๖ ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎเปล่งรัศมี โดยรูปอักษร "วปร" ทั้งหมดเป็นสีขาบ (สีน้ำเงินแก่) (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ; วันเสาร์)
ตราพระปรมาภิไธยย่อ รร.๖ (สมเด็จพระามาชาธิบดีที่ 6) ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎเปล่งรัศมี ทั้งหมดเป็นสีทอง ภายหลังตามพระราชนิยมของพระองค์ที่ได้ให้ความสำคัญกับพระนาม "รามาธิบดี" ได้ทรงเปลี่ยนพระปรมาภิไธยของพระองค์จาก “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” เถลิงพระปรมาภิไธยใหม่เป็น “พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว” (โดยคงสร้อยท้ายเดิมไว้) หรือ “พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 6” และทรงเปลี่ยนพระปรมาภิไธยย่อจาก “ว.ป.ร.” เป็น “ร.ร.6[3] ซึ่งเป็นตราประจำพระองค์อีกรูปแบบหนึ่งของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ตราพระปรมาภิไธยย่อ ว. (ชิราวุธ) มีพระมหามงกุฎครอบตัว ว โดยเป็นตรากระดาษที่ใช้เป็นส่วนพระองค์ ปัจจุบันยังคงใช้เป็นเครื่องหมายพิเศษสำหรับทหารในกองพันที่ 3 มหาดเล็กรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมทหาราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ตราพระปรมาภิไธยย่อ ป.ป.ร. (มหาระชาธิปก รมาชาธิราช) ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ โดยรูปอักษร "ป" เป็นสีเขียว (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ; วันพุธ) และ "ปร" สีเหลือง (หมายถึง สีประจำพระบรมราชจักรีวงศ์)
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ตราพระปรมาภิไธยย่อ อ.ป.ร. (มหาานันทมหิดล รมาชาธิราช) มีอุณาโลมเลข ๘ ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎเปล่งรัศมี โดยรูปอักษร "อ" เป็นสีแดง (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ; วันอาทิตย์) "ป" สีเหลือง (หมายถึง สีประจำพระบรมราชจักรีวงศ์) และ "ร" สีฟ้า (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก; วันศุกร์)
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตราพระปรมาภิไธยย่อ ภ.ป.ร. (มหาภูมิพลอดุลยเดช รมาชาธิราช) ภายใต้อุณาโลมและพระมหาพิชัยมงกุฎเปล่งรัศมี โดยรูปอักษร "ภ" เป็นสีเหลืองทอง (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ; วันจันทร์) "ป" สีน้ำเงิน (หมายถึง สีประจำพระบรมราชอิสริยยศ พระมหากษัตริย์) และ "ร" สีขาว (หมายถึง สีประจำพระชนมวารตามคติมหาทักษา; วันจันทร์)[4] ปรับแบบตราให้เป็นมาตรฐานของสำนักพระราชวังโดย นายสุนทร วิไล สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร เมื่อราว พ.ศ. 2539
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ตราพระปรมาภิไธยย่อ ว.ป.ร. (มหาชิราลงกรณ รมาชาธิราช) มีอุณาโลมเลข ๑๐ ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎเปล่งรัศมี โดยรูปอักษร "ว" เป็นสีขาว (หมายถึง สีประจำพระชนมวารตามคติมหาทักษา; วันจันทร์) "ป" สีเหลือง (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร; วันจันทร์) และ "ร" สีฟ้า (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง; วันศุกร์) ออกแบบโดย นายสุนทร วิไล ช่างศิลป์ประจำพระองค์ จากกรมศิลปากรพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ตราประจำพระองค์ของพระอัครมเหสี

[แก้]
ภาพตรา ใช้สำหรับ ลักษณะ หมายเหตุ
สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตราพระนามาภิไธยย่อ ส.ผ. (เาวภาผ่องศรี) ภายใต้พระมหามงกุฎ อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ส" เป็นสีชมพู (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระราชสวามี; วันอังคาร) และ "ผ" เป็นสีฟ้าเข้ม (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระราชสมภพ; วันศุกร์)
สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ตราพระนามาภิไธยย่อ ส.ว. (ว่างวัฒนา) ภายใต้พระมหามงกุฎ อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ส" เป็นสีชมพู (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระราชสวามี; วันอังคาร) และ "ว" เป็นสีเขียว (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระราชสมภพ; วันพุธ) ตราพระนามาภิไธยย่อ ส.ว. (ว่างวัฒนา) ภายใต้พระมหามงกุฎ มีรัศมีอยู่เบื้องหลัง
สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี ตราพระนามาภิไธยย่อ ส.ก.ร. (สุนันทากุมารีรัตน์) เหนืออักษรพระนามาภิไธยย่อมีช่อดอกไม้ ภายใต้พระมหามงกุฎ มีช่อใบไม้ไขว้อยู่เบื้องหลัง ตราพระนามาภิไธยย่อ ส. (สุนันทากุมารีรัตน์) ภายใต้มงกุฎขัตติยนารี ซึ่งเคยใช้เป็นตราประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ตราพระนามาภิไธยย่อ ส.ม. (สุขุมาลารศรี) ภายใต้พระมหามงกุฎ มีช่อใบไม้ไขว้อยู่เบื้องหลัง อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ส" เป็นสีฟ้า (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระราชสมภพ; วันศุกร์) และ "ม" เป็นสีชมพู (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระราชสวามี; วันอังคาร)
พระอรรคชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคย์นารีรัตน์ ตราพระนามย่อ ส.น.ร. (เาวภาคย์ารีรัตน์) อักษรพระนามย่อ "ส" เป็นสีชมพู (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระราชสวามี; วันอังคาร) "น" เป็นสีขาว และ "ร" เป็นสีแสด (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันพฤหัสบดี) อักษรพระนามย่อ ส.น.ร (เาวภาคย์ารีรัตน์) ปรากฏบนเครื่องสังเค็ดในงานพระเมรุ ท้องสนามหลวง จ.ศ. 1249 (พ.ศ. 2430) ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์
พระวิมาดาเธอ พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมพระสุทธาสินีนาฏ ปิยมหาราชปดิวรัดา ตราพระนามย่อ ส.ส.ภ. (ายวลีภิรมย์) ภายใต้พระชฎาเดินหน
พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ตราพระนามย่อ ส. (สุวัทนา) ผูกเป็นรูปงู หมายถึง ปีนักษัตร คือ ปีมะเส็งอันเป็นปีประสูติ ภายใต้อุณาโลมเลข ๖ เปล่งรัศมี หมายถึง ทรงเป็นพระวรราชเทวีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6
พระนางเธอ ลักษมีลาวัณ ตราพระนามย่อ ล.ล. (ลักษมีาวัณ) ภายใต้พระมหามงกุฎ อักษรพระนามย่อ "ล" ตัวแรก เป็นสีน้ำเงินเข้ม (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระราชสวามี; วันเสาร์) และ "ล" ตัวที่สอง เป็นสีเหลือง (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันจันทร์) ตราพระลักษมี เป็นตราประจำพระองค์เมื่อ พ.ศ. 2464 ออกแบบโดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ตราประจำพระองค์ พระนางเธอ ลักษมีลาวัณ ปรากฏบนพัดรองงานรับพระสุพรรณบัฏ วันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2464
สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี พระวรราชชายา ตราพระนามย่อ อ. (อินทรศักศจี) ภายใต้นกยูง อักษรพระนามย่อ "อ" เป็นสีชมพู (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันอังคาร)
สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ตราพระนามาภิไธยย่อ ร.พ. (รำไพรรณี) ภายใต้มงกุฎขัตติยนารี อักษรพระนามาภิไธยย่อ "รพ" เป็นสีชมพู (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระราชสมภพ; วันอังคาร)[5]
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตราพระนามาภิไธยย่อ ส.ก. (สิริกิติ์) ภายใต้พระมหามงกุฎ อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ส" เป็นสีฟ้าเข้ม (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระราชสมภพ; วันศุกร์) และ "ก" เป็นสีขาว[6]
สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ตราพระนามาภิไธยย่อ ส.ท. (สุทิดา) ภายใต้มงกุฎขัตติยนารี อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ส" เป็นสีม่วง (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระราชสมภพ; วันเสาร์) และ "ท" เป็นสีเหลือง (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระราชสวามี; วันจันทร์) ออกแบบโดย นายสุนทร วิไล ช่างศิลป์ประจำพระองค์

ตราประจำพระองค์ของพระบรมวงศานุวงศ์

[แก้]
ภาพตรา ใช้สำหรับ ลักษณะ หมายเหตุ
สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ตราพระนามาภิไธยย่อ ม. (หิดล) ภายใต้ตราประจำราชวงศ์จักรีและคล้องอยู่กับพระอนุราชมงกุฎ อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ม" เป็นสีเหลืองทอง[7] ตราพระนามาภิไธยย่อ ม.อ. (หิดลดุลเดช) ภายใต้ตราประจำราชวงศ์จักรีและพระอนุราชมงกุฎ อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ม" และ "อ" เป็นสีเหลืองทอง ปรากฏในตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และบนหน้าบันเรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตราพระนามาภิไธยย่อ ส.ว. (สัาลย์) อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ส" เป็นสีแดง (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระราชสมภพ; วันอาทิตย์) และ "ว" เป็นสีน้ำตาล
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ตราพระจุลมงกุฎเปล่งรัศมีเป็นรูปขนนกการเวก เหนือพระเขนย ภายใต้ปรากฏแถบแพรอักษรข้อความ ร.จ.บ.ต.ว.ห.จ. (ย่อมาจาก "เบํารุงระกูลงศ์ให้ริญ")[8]
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตราพระนามาภิไธยย่อ ส.ธ. (สิรินร) ภายใต้พระชฎาไม่มีกรรเจียกจร อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ส" เป็นสีม่วง (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระราชสมภพ; วันเสาร์) และ "ธ" เป็นสีขาว[9] เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 50 พรรษา พุทธศักราช 2520 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม สถาปนาพระอิสริยยศและพระอิสริยศักดิ์ให้สูงขึ้น "สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์" เฉลิมพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี" (สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี) เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2520

ต่อมา เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เฉลิมพระนามาภิไธยตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี” (สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี) เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562
สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ตราพระนามาภิไธยย่อ ภ.ส. (าณุรังษีว่างวงศ์) ภายใต้พระชฎาไม่มีกรรเจียกจร อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ภ" เป็นสีแดง (ตามที่ปรากฏบนแถบอักษรพระนามประจำพระองค์) และ "ส" เป็นสีขาว ถอดแบบจากตราประจำพระองค์ที่ปรากฏบนมณฑปภาณุรังษีอนุสสร ณ วัดเทพศิรินทราวาส ซึ่งเป็นสถานที่บรรจุพระสรีรางคาร
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ อักษรพระยศและพระนามในภาษาอังกฤษ C.F.M.M (Chaofa Maha Mala)
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าพาหุรัตมณีมัย กรมพระเทพนารีรัตน์ ตราพระนามย่อ พ.ม. (าหุรัตณีมัย) ภายใต้ตราจักรีและพระชฎามหากฐิน
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ ตราพระนามย่อ จ.ภ. (จักรพงษ์ภูวนาถ) ภายใต้พระชฎามหากฐินและอุณาโลม ตราพระนามาภิไธย จ.ภ. ภายใต้พระชฎามหากฐินและอุณาโลม ปรากฏบนพัดรองที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เมื่อ พ.ศ. 2463
สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา ตราพระนามย่อ อ.ด. (อัษฎางค์เชาวุธ) ภายใต้พระจุลมงกุฎ ปรากฏบนตู้เทียนชัย เครื่องสังเค็ดพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราไชย ตราพระนามย่อ จ.ธ. (จุฑาธุชราดิลก) ภายใต้อุณาโลมและพระชฎามหากฐิน ปรากฏบนพัดรองที่ระลึกงานพระศพ ตราพระนามย่ออีกรูปแบบหนึ่ง มีเบื้องหลังเป็นธงสามชายไขว้ สอดคล้องกับพระนาม “จุฑาธุช” ปรากฏบนตราประจำราชสกุลจุฑาธุช
สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ตราพระนามย่อ ว.อ. (ไลยลงกรณ์) ภายใต้พระจุลมงกุฎ อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ว" เป็นสีขาว และ "อ" เป็นสีเขียว (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันพุธ)
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสุทธาทิพยรัตน์ กรมหลวงศรีรัตนโกสินทร ตราพระนามย่อ ส.ท. (สุทธาทิพยรัตน์) อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ส" และ "ท"
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ตราพระนามย่อ บ.ส. (ริพัตรสุขุมพันธุ์) ภายใต้ตราจักรีและพระชฎามหากฐิน อักษรพระนามาภิไธยย่อ "บ" และ "ส" เป็นสีเขียว (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันพุธ)
สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ตราพระนามย่อ จ.ภ. (จุฬารณวลัยลักษณ์) ภายใต้พระจุลมงกุฎ อักษรพระนามาภิไธยย่อ "จ" เป็นสีแสด (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันพฤหัสบดี) และ "ภ" เป็นสีขาว โดยมีพระภูษาสีน้ำเงินพันรอบ[10] ตราพระนามย่อ จ.ภ. บน "ธงสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี" มีลักษณะเป็นตราพระนามย่อแบบผสมผสานระหว่าง อักษรพระนามย่อ จ.ภ. มีพระภูษาสีน้ำเงินพันรอบ ในตราพระนามย่อแบบที่ 1 และพระจุลมงกุฎในตราพระนามย่อแบบที่ 2
ตราพระนามย่อ จ.ภ. (จุฬารณวลัยลักษณ์) ภายใต้พระจุลมงกุฎ อักษรพระนามาภิไธยย่อ "จ" เป็นสีแสด (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันพฤหัสบดี) และ "ภ" เป็นสีขาว เรียงตัวกันเป็นรูปหัวใจ มักปรากฏตามอาคารสถานที่ ที่พระราชทานนามอาคาร
ตราพระนามย่อ จ.ภ. (จุฬารณวลัยลักษณ์) ภายใต้พระจุลมงกุฎ อักษรพระนามาภิไธยย่อ "จ" เป็นสีแสด (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันพฤหัสบดี) และ "ภ" เป็นสีขาว ปรากฏใช้บนพวงมาลาส่วนพระองค์
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์ ตราพระนามาภิไธยย่อ จ.ร. (าตุรนต์รัศมี) ภายใต้มงกุฎและตราจักรี (ลักษณะคล้ายพระอนุราชมงกุฎ) ถอดแบบจากตราประจำพระองค์ที่ปรากฏบน จาตุรนตอนุสสารี (มณฑปจาตุรนต์รัศมี) ณ วัดเทพศิรินทราวาส ซึ่งเป็นสถานที่บรรจุพระสรีรางคาร
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ตราพระนามย่อ น. (ริศรานุวัดติวงศ์)
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ตราพระนามย่อ ย.ท. (ยุคลทิฆัมพร) ภายใต้พระชฎามหากฐิน เบื้องหลังเป็นท้องฟ้า รัศมี และดวงดาวคู่ ซึ่งสอดคล้องกับพระนาม “ยุคลทิฆัมพร” ปรากฏบนบัตรรับหนังสืองานพระราชทานเพลิงพระศพ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านภาจรจำรัสศรี ภัทรวดีราชธิดา ตราพระนามย่อ น.จ. (ภาจรจำรัสศรี)
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามาลินีนภดารา ศิรินิภาพรรณวดี กรมขุนศรีสัชนาลัยสุรกัญญา ตราพระนามย่อ ม.น. (าลินีภดารา) รายล้อมด้วยดวงดาว 9 ดวง ซึ่งสอดคล้องกับสร้อยพระนาม “นภดารา“
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้านิภานภดล วิมลประภาวดี กรมขุนอู่ทองเขตขัตติยนารี ตราพระนามย่อ น.น. (นิภาภดล) ภายใต้พระชฎามหากฐิน
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา ตราพระนามย่อ พ.ร. (เชรรัตนาชสุดา) ภายใต้พระชฎามหากฐินและอุณาโลมเลข ๖ หมายถึง เป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 อักษรพระนามาภิไธยย่อ "พ" เป็นสีแดง (หมายถึง เป็นพระราชธิดาเพียงพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จึงใช้สีแดงเป็นสีอักษรพระนามาภิไธยย่อ แทนสีชมพูซึ่งเป็นสีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันอังคาร) และ "ร" เป็นสีขาว[11] พ.ศ. 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเฉลิมพระนามและสถาปนาพระอิสริยศักดิ์พระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เป็น “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา”
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ตราพระนามย่อ ก.ว. (กัลยาณิวัฒนา) ภายใต้พระจุลมงกุฎ อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ก" เป็นสีขาว และ "ว" เป็นสีฟ้า (เป็นสีที่โปรดเป็นการส่วนพระองค์)[12]
พวงมาลาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ จากหนังสืออนุสรณ์คทาวุทธ อินทรทูต ปี 2528
พ.ศ. 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเฉลิมพระนามและสถาปนาพระอิสริยศักดิ์พระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็น “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี”
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ตราพระนามย่อ อ.ร. (อุบลรัตนราชกัญญา) อักษรพระนามาภิไธยย่อ "อ" เป็นสีแดง (หมายถึง เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 จึงใช้สีแดงเป็นสีอักษรพระนามาภิไธยย่อ แทนสีแสดซึ่งเป็นสีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันพฤหัสบดี) และ "ร" เป็นสีขาว[13] ในภาพข่าวในพระราชสำนัก พ.ศ. 2537 ปรากฏตราประจำพระองค์อักษรพระนามาภิไธยย่อ "อ.ร." เป็นสีทอง ล้อมรอบด้วยดอกบัวอันสื่อถึงพระนาม ภายใต้พระชฎามหากฐิน และอุณาโลมเลข ๙ หมายถึง เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ตราพระนามย่อ ส.ส. (โวลี) ยอดพระนามย่อเป็นรูปอุณาโลม อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ส" เป็นสีม่วง (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันเสาร์) และ "ส" เป็นสีขาว[14]
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตราพระนามย่อ พ.ภ. (พัชรกิติยาา) ภายใต้พระจุลมงกุฎ อักษรพระนามาภิไธยย่อ "พ" เป็นสีแสด (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันพฤหัสบดี) และ "ภ" เป็นสีเหลือง (หมายถึง สีประจำวันพระบรมราชสมภพของพระบรมชนกนาถ)
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ตราพระนามาภิไธยย่อ ส.ร. (สิริวัณวรี) ภายใต้พระจุลมงกุฎ อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ส" เป็นสีแสด (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันพฤหัสบดี) และ "ร" เป็นสีเหลือง (หมายถึง สีประจำวันพระบรมราชสมภพของพระบรมชนกนาถ)
สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ตราพระนามาภิไธยย่อ ท.ป. (ทีปังกรรัศมีโชติ) ภายใต้พระจุลมงกุฎ อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ท" เป็นสีฟ้า (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันศุกร์) และ "ป" เป็นสีเหลือง (หมายถึง สีประจำวันพระบรมราชสมภพของพระบรมชนกนาถ)
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ตราพระนามย่อ ท.อ. (เวัญอุไทยวงศ์)
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ เป็นรูปสวัสติกะกลมเวียนขวา (ปลายสวัสติกะเวียนตามเข็มนาฬิกา) หมายถึงพระนามเดิม สวัสดิโสภณ ภายใต้พระชฎาไม่มีกรรเจียกจร และอุณาโลมเลข ๔ หมายถึงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ตราประจำพระองค์แบบไม่มีพระชฎา
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพรหมวรานุรักษ์ ตราประจำพระองค์ ลักษณะเป็นยันต์พรหมวิหาร ภายใต้พระชฎาไม่มีกรรเจียกจร ปรากฏบนพัดรองที่ระลึกบำเพ็ญพระกุศลครบ 60 ปี พ.ศ. 2459
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ตราพระนามย่อ ช.ส.(ชุมพลมโภช) อักษรพระนามย่อ "ช" เป็นสีชมพู (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันอังคาร) และ "ส" เป็นสีขาว ภายใต้พระชฎาไม่มีกรรเจียกจร มีปีกอยู่หลังตราพระนามย่อ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงทิพยรัตนกิริฏกุลินี ตราพระนามย่อ น.พ.ป. (ภาระภา)
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นทิวากรวงษ์ประวัติ ตราพระนามย่อ ก.ศ. (เษมศรีศุภโยค) อักษรพระนามย่อ "ก" เป็นสีแดง และ "ศ" เป็นสีน้ำเงิน ภายใต้พระชฎาไม่มีกรรเจียกจร โดยมีพระภูษาสีเหลืองพันรอบ[15] ตราพระนามย่อก่อนทรงได้รับการสถาปนาเป็นพระองค์เจ้าต่างกรม
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นรูปเทวดาประนมมือไหว้และเหน็บพระขรรค์ มีอักษรพระนามย่อ ด.ร. (ดํารงาชานุภาพ และมีปีประสูติ (2405) กับปีสิ้นพระชนม์ (2486) เป็นตัวเลขอาหรับ กระหนาบซ้ายขวา[16]
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิษฐาสารี ตราพระนามย่อ ป.ส. (ระดิษฐาารี) อักษรพระนามย่อ "ป" และ "ส" เป็นสีครีม ภายใต้พระชฎาไม่มีกรรเจียกจร ปรากฏบนพัดรองที่ระลึกงานพระศพ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ เป็นอักษรพระนามย่อ ก.ด.ภ.น.ห. (ฤษภินิหาร) ภายใต้พระชฎาไม่มีกรรเจียกจร
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีเสาวภางค์ อักษรพระนามย่อ ศ.ส. (รีเาวภางค์) ภายใต้พระชฎา มีพระแสงจักรและพระแสงตรีศูลเบื้องซ้าย และพระมหามงกุฎเบื้องขวา ด้านหลังม้วนกระดาษมีชื่อชัยพฤกษ์ประดับ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรพินทุ์เพ็ญภาค ตราพระนามย่อ อ.พ. (รพินทุ์เพ็ญภาค) อักษรพระนามย่อ "อ" เป็นสีแดง (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันอาทิตย์) และ "พ" เป็นสีเหลือง ปรากฏบริเวณอนุสาวรีย์เจ้าจอมมารดาหม่อมราชวงศ์ย้อย ในรัชกาลที่ 5สุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นไชยาศรีสุริโยภาส ตราพระนามย่อ ส.ป. (สุริยงระยูรพันธุ์) ภายใต้พระจุลมงกุฎ อักษรพระนามย่อ "ส" เป็นสีชมพู (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันอังคาร) และ "ป" เป็นสีขาว
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุฑารัตนราชกุมารี ตราพระนามย่อ จ.ร. (จุฑารัตนาชกุมารี) อักษรพระนามย่อ "จ" เป็นสีน้ำเงิน และ "ร" เป็นสีดำ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงปราจิณกิติบดี ตราพระนามย่อ ป.ว. (ระวิตรวัฒโนดม) อักษรพระนามย่อ "ป" เป็นสีขาว และ "ว" เป็นสีส้ม (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันพฤหัสบดี) ภายใต้พระชฎาไม่มีกรรเจียกจร พระนามย่อ ป.ว. ปรากฏบนพัดรองที่ระลึกงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงปราจิณกิติบดี
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช ตราพระนามย่อ ไขว้ (จิรประวัติวรเดช) อักษรพระนามย่อ "จ" เป็นสีชมพูไขว้กัน (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันอังคาร) ภายใต้พระชฎาไม่มีกรรเจียกจร
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบัณฑรวรรณวโรภาษ ตราพระนามย่อ บ.ว. (บัณฑรวรรณโรภาษ) ปรากฏบนเหรียญที่ระลึกงานพระเมรุ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม ตราพระนามย่อ พ.พ. (เพ็ญพัฒนงษ์) อักษรพระนามย่อ "พ" เป็นสีแดง และ "พ" เป็นสีเขียว (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันพุธ) ภายใต้พระจุลมงกุฎ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร ตราพระนามย่อ ว.ฉ. (วุฒิไชยเลิมลาภ) อักษรพระนามย่อ "ว" และ "ฉ" เป็นสีเขียว (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันพุธ) ภายใต้พระชฎามหากฐินไม่มีกรรเจียกจร
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเยาวภาพงศ์สนิท ตราพระนามย่อ ย.พ. (เาวภางศ์สนิท) อักษรพระนามย่อ "ย" เป็นสีแดง และ "พ" เป็นสีขาว ภายใต้พระชฎาไม่มีกรรเจียกจร ปรากฏบนตำรับสายเยาวภา ของสายปัญญาสมาคม[17]
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศศิพงศ์ประไพ ตราพระนามย่อ ศ.ป. (ศิพงศ์ระไพ) อักษรพระนามย่อ "ศ" เป็นสีแดง และ "ป" เป็นสีขาว ภายใต้พระจุลมงกุฎ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทรทิพยนิภา ตราพระนามย่อ (าทรทิพยนิภา) ภายใต้พระจุลมงกุฎ ตราพระนามย่อ อ สีบานเย็น ภายใต้พระจุลมงกุฎเปล่งรัศมี ปรากฏบนพัดรองที่ระลึก
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอัพภันตรีปชา ตราพระนามย่อ อ.ป. (อัพภันตรีชา) อักษรพระนามย่อ "อ" เป็นสีขาว และ "ป" เป็นสีแดง ปรากฏบนตราโรงเรียนขัตติยานีผดุง
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอดิสัยสุริยาภา ตราพระนามย่อ อ.ส. (ดิสัยสุริยาภา) ภายใต้พระจุลมงกุฎ อักษรพระนามย่อ "อ" เป็นสีฟ้าเข้ม (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันศุกร์) และ "ส" เป็นสีขาว ตราพระนามย่อ อ.ส. ภายใต้พระจุลมงกุฎอีกรูปแบบหนึ่ง เบื้องหลังเป็นอาทิตย์เปล่งรัศมี ปรากฏบนพัดรองที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงพระศพ พ.ศ. 2506
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยาลังการ ตราพระนามย่อ ท.ล. (ทิพยาลังการ) ปรากฏบนเหรียญที่ระลึกประจำพระองค์
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวาปีบุษบากร ตราพระนามย่อ ว.บ. (าปีบุษบากร) ภายใต้เลข ๕ เปล่งรัศมี แสดงถึงการที่ทรงเป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 อักษรพระนามย่อ "ว" เป็นสีแดง "บ" เป็นสีขาว
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเหมวดี ตราพระนามย่อ ห.ว. (เดี) ภายใต้เลข ๕ เปล่งรัศมี แสดงถึงการที่ทรงเป็นพระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 อักษรพระนามย่อ "ห" และ "ว" เป็นสีแดง
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอุรุพงษ์รัชสมโภช ตราพระนามย่อ อ.ร. (อุรุพงษ์รัชสมโภช) ภายใต้พระจุลมงกุฎ
ตราอรุณสุริยเทพสารถี (อรุณเทพบุตร) ตรารูปอรุณสุริยเทพสารถี มีมือถือแพนหางนกยูง
พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ตราพระนามย่อ น.ม.ส. (รัชนีแจ่จรั)[18]
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมเขตรมงคล ตราพระนามย่อ ฉ.ม. (เลิมเขตรงคล) ปรากฏบนพัดรองที่ระลึกเนื่องในงานวันคล้ายวันประสูติครบ 4 รอบ
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี ตราพระนามย่อ ว.ท. (วัลลภาเวี) อักษรพระนามย่อ "ว" เป็นสีขาว และ "ท" เป็นสีแดง
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ตราพระนามย่อ จ.จ. (จุจักรพงษ์)
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ตราพระนามย่อ จ.พ. (จักรพันธ์เพ็ญศิริ) อักษรพระนามย่อ "จ" และ "พ" เป็นสีเหลือง เหนือรูปจักร ปรากฏบนหนังสือที่ระลึกเนื่องในวันพระราชทานเพลิงพระศพ
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุไรรัตนศิริมาน ตราพระนามย่อ จ.ร.ศ. (จุไรรัตนศิริมาน) อักษรพระนามย่อ "จ" เป็นสีแดง "ร" เป็นสีขาว และ "ศ" เป็นสีเขียว
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ตราพระนามย่อ ส.ภ. (สิริาจุฑาภรณ์) ภายใต้รัดเกล้าเปล่งรัศมี อักษรพระนามย่อ "ส" เป็นสีฟ้า (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันศุกร์) และ "ภ" เป็นสีชมพูสด
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ตราพระนามย่อ อ.ก. (ทิตยาทรกิติคุณ) อักษรพระนามย่อ "อ" เป็นสีม่วงเข้ม และ "ก" เป็นสีม่วง (ซึ่งอักษรทั้งหมดหมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันเสาร์)
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา ตราพระนามย่อ ส.ส. (สุทธสิริโภา) ภายในกรอบสีน้ำตาล อักษรพระนามย่อ "ส" และ "ส" เป็นสีฟ้า (ซึ่งอักษรทั้งหมดหมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันศุกร์)
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารำไพประภา ตราพระนามย่อ ร.ป.(รำไพระภา) อักษรพระนามย่อ "ร" และ "ป" เป็นสีเหลือง
พระวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากร ตราพระนามย่อ (านีนิวัต) อักษรพระนามย่อ "ธ" ในหลักฐานต้นฉบับเป็นสีม่วง (หมายถึง สีประจำวันประสูติ; วันเสาร์) ล้อมรอบด้วยกรอบทรงไทย[19]
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทิพยสัมพันธ์ เป็นตราดุนสี อันมีตราภาณุรังษี ซึ่งเป็นตราประจำพระองค์ สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช อันเป็นฉากหลังและอักษรพระนาม ท.ภ. หมายถึงพระนาม “ทิพยสัมพันธ์” และ “าณุรังษี"
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล ตราพระนามย่อ ฉ.ย. (เลิมศึกยุคล) อักษรพระนามย่อ "ฉ" เป็นสีเงิน และ "ย" เป็นสีทอง บนพื้นหลังสีชมพู (หมายถึง สีประจำวันประสูติ; วันอังคาร)
พระวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัฒนา ตราพระนามย่อ ว.ฒ. (วัฒนา) ภายใต้พระชฎาไม่มีกรรเจียกจร ปรากฏบนพระอนุเสาวรีย์ ณ โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล

ตราอาร์มประจำพระองค์ของพระบรมวงศานุวงศ์

[แก้]
ภาพตรา ใช้สำหรับ ลักษณะ หมายเหตุ
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นโล่ตราอาร์มภายใต้มงกุฎและตราจักรี (ลักษณะคล้ายพระอนุราชมงกุฎ) ช่องบนซ้ายเป็นรูปจักรกับตรีศูลบนพื้นสีเหลือง หมายถึงพระบรมราชวงศ์จักรี ช่องบนขวาเป็นรูปพระเกี้ยวบนพื้นชมพู คือพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และช่องล่างเป็นรูปเพชรเปล่งรัศมี มีอุณาโลมอยู่เหนือ คือสัญลักษณ์แทนคำว่า "วชิระ" ซึ่งแทรกอยู่ในพระนาม วชิราวุธ อันสามารถแปลได้เป็น 2 นัย คือ เพชร และ สายฟ้า พื้นตราครึ่งล่างนี้เป็นสีน้ำเงินเข้มขาบ หมายถึงวันเสาร์ อันเป็นสีประจำพระชนมวารตามตำรามหาทักษา[20]
สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เป็นโล่ตราอาร์ม ช่องบนซ้ายเป็นพระมหาพิชัยมงกุฎบนพื้นสีแสด หมายถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นพระบรมอัยกาธิราช ช่องบนขวาเป็นรูปพระเกี้ยวบนพื้นชมพู คือพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ทรงเป็นพระราชบิดา และช่องล่างเป็นรูปอักษรพระนามาภิไธยย่อ ม. อ้างอิงจากสีตราประจำมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ[21] เป็นตราอาร์มสัญลักษณ์ประจำพระองค์ และเป็นตราประจำราชสกุลมหิดล
ช่องบนซ้ายเป็นพระมหาพิชัยมงกุฎบนพื้นสีแสด หมายถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นพระบรมอัยกาธิราช ช่องบนขวาเป็นรูปพระเกี้ยวบนพื้นชมพู คือพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผู้ทรงเป็นพระราชบิดา และช่องล่างเป็นรูปอักษรพระนามาภิไธยย่อ ม. อ้างอิงจากสีตราประจำมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ[21]
สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ตราอาร์มประจำพระองค์ มีโล่แบ่งเป็นสี่ห้อง ห้องบนเป็นตราจักรี ห้องด้านขวาเป็นรูปสิงห์ ห้องด้านซ้ายเป็นรูปพระชฎาไม่มีกรรเจียกจร ห้องด้านล่างเป็นรูปตราราชสกุลภาณุพันธ์ มีรูปบุรุษประคองข้างด้านซ้ายและขวา มีฐานรองเป็นป้ายจารึกคำบาลีเป็นอักษรไทย มีเครื่องยอดเป็นเถากุหลาบภายใต้พระมหามงกุฎเปล่งรัศมี
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ เป็นรูปทรงกลม ตรงกลางเป็นรูปโล่ภายใต้พระชฎาเดินหน ภายในโล่แบ่งออกเป็น 4 ห้อง ช่องบนซ้ายเป็นรูปครุฑจับนาค หมายถึงพระราชลัญจกรในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบิดา ช่องบนขวาเป็นพระแสงจักร, พระแสงตรีศูล และพระกุณฑล หมายถึงพระนามของพระมารดา (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี) ช่องตรงกลางเป็นรูปพระมหามาลา หมายถึงพระนาม (เจ้าฟ้ามหามาลา) ช่องล่างเป็นรูปเชือกบาศพร้อมขอช้างไขว้ และหอกคู่กับของ้าว หมายถึง ทรงเชี่ยวชาญในคชกรรมศาสตร์ ด้านขวาของตราโล่เป็นรูปทหารถือธงสามชายและขอท้ายช้าง ด้านซ้ายของตราโล่เป็นรูปช้างผูกกับเสาตะลุง เบื้องล่างของโล่มีแพรแถบพร้อมภาษิตอักษรขอมว่า "กตญฺญุตาย เสฎฺฐาย สุฎจุ ทฬปฺ ปฎิฎฺฐิโต" แปลว่า "ตั้งมั่นดีแล้วในความกตัญญูอันประเสริฐ"
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ เป็นโล่ตราอาร์มภายใต้พระชฎาไม่มีกรรเจียกจร ช่องบนซ้ายเป็นรูปรูปจักรกับตรีศูลบนพื้นสีเหลือง หมายถึงพระบรมราชวงศ์จักรี ช่องบนขวาเป็นรูปพระมหามงกุฎหมายถึงทรงสืบสายจาก มหามกุฎราชสันตติวงศ์ และช่องล่างเป็นอักษรพระนาม ผูกลายเป็นรูปนาค ด้วยอักษร วรรคบริเวณเป็นนาคนาม รอยขอบโล่เป็นพระสังวาลย์มหาสุราภรณ์ มีเทวดายืนเบื้องซ้ายและขวาของโล่ ช่องล่างเป็นแพรแถบ พร้อมคาถาภาษิตจากพระราชนิพนธ์ขมาพระสงฆ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อันแปลว่า “จงเป็นผู้ไม่ประมาทเถิด"[22] เป็นตราอาร์มสัญลักษณ์ประจำพระองค์ และเป็นตราประจำราชสกุลเทวกุล
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์ เป็นตราดุนสีรูปกลมรี ลายกลางเป็นรูปโล่ภายใต้พระชฎา พระแสงจักร และพระแสงตรีศูล ภายในโล่มุมบนขวาเป็นรูปพระมหามงกุฎ มุมล่างซ้ายเป็นรูปดุล และมีรูปสิงห์บนแถบคาดเฉียงกลางโล่ มีตราอาร์มแผ่นดินซ้อนอยู่ใต้โล่ ปรากฏรูปช้างไอยราพต ช้างเผือก และกริชไขว้บางส่วน เบื้องล่างของโล่คือพระสังวาลมหาจักรีบรมราชวงศ์ เบื้องซ้ายของโล่เป็นรูปพระแสงจักรมีรัศมีโดยรอบ และรูปปีกปักษาวายุภักษ์ (นกการเวก หรือนกการวิก) เบื้องขวาของโล่เป็นพระแสงอัษฎาวุธ ประดับแพรแถบคาถาภาษิตว่า "ทฺวารตฺตเยน สจฺจวา อตฺต ปริหิโต โหติ" ขอบตราโดยรอบมีพระนิพนธ์โคลงสี่สุภาพ ความว่า

ปัญญาตราตริพร้อม ดุจคม เวียดเฮย สติเปนด้ำผสม มั่นแท้ พาหุคือวิริยารมย์ จับฟาด ฟันแฮ คงสารพัดคงแล้ อยู่ด้วยขันตี..."

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ เป็นตราดุนสีตรงกลางเป็นรูปสายคันชีพ พร้อมกระเป๋ากระสุนคันชีพ และแถบแพรเครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือกและดวงตรา ภายในวงคันชีพด้านซ้ายเป็นพระแสงจักรและพระแสงตรีศูล สื่อถึงทรงเป็นเจ้านายในมหาจักรีบรมราชวงศ์ ด้านขวาเป็นพระมหามงกุฎ ด้วยทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ด้านล่างเป็นนาคห้าเศียร ด้วยอักษรพระนาม ท วรรคบริวารเป็นนาคนาม วงคันชีพอยู่ใต้พระชฎา เบื้องล่างของตรามีแพรแถบคาดภาษิตอักษรอริยกะ ซึ่งทรงใช้เป็นภาษิตประจำพระองค์ และตรานี้มีลายเครือไม้ประดับ[23] เป็นตราอาร์มสัญลักษณ์ประจำพระองค์ และเป็นตราประจำราชสกุลทวีวงศ์
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร เป็นโล่ตราอาร์มภายใต้พระชฎาไม่มีกรรเจียกจร ช่องบนซ้ายเป็นรูปจักรกับตรีศูลบนพื้นสีเหลือง หมายถึงพระบรมราชวงศ์จักรี ช่องบนขวาเป็นเป็นรูปพระเกี้ยวบนพื้นชมพู คือพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แสดงถึงความเป็นจุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ ช่องล่างกลางเป็นรูปตราประจำพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร เป็นรูปพระขรรค์ประดับด้วยลายช่อกนก อันมีนัยแฝงว่าทรงมีเชื้อสายราชสกุลสนิทวงศ์จากทางฝ่ายพระมารดา เนื่องจากสัญลักษณ์ดังกล่าวนี้เดิมเป็นตราประจำพระองค์ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท องค์ต้นราชสกุลสนิทวงศ์ เป็นตราอาร์มสัญลักษณ์ประจำพระองค์ และเป็นตราประจำราชสกุลรังสิต
เป็นโล่ตราอาร์มภายใต้พระเกี้ยวเปล่งรัศมีวางบนหมอนรอง ลักษณะแบบเดียวกันกับแบบที่ 1
เป็นโล่ตราอาร์ม ลักษณะแบบเดียวกันกับแบบที่ 1
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เป็นโล่ตราอาร์มภายใต้มงกุฎและตราจักรี (ลักษณะคล้ายพระอนุราชมงกุฎ) ช่องบนซ้ายเป็นพระมหาพิชัยมงกุฎบนพื้นสีแสด หมายถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นพระบรมอัยกาธิราช ช่องบนขวาเป็นเป็นรูปพระเกี้ยวบนพื้นชมพู คือพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แสดงถึงความเป็นจุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ และช่องล่างเป็นรูปจักรขัดกับตะบอง หมายถึงราชสกุลจักรพงษ์ โดยคำว่า จักร-ตะบอง เป็นคำพ้องเสียงกับพระนาม "จักรพงษ์" ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ สีพื้นของตราในช่องนี้เป็นสีม่วง หมายถึงวันเสาร์ อันเป็นวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ[24] อนึ่งศิราภรณ์ในตรานี้ในดวงตราจากแหล่งอ้างอิงต้นทางเป็นรูปพระมหาพิชัยมงกุฎ มีเครื่องหมายจักรีอยู่ระหว่างพระกรรเจียกจร

และสีของตรานี้ได้ข้อมูลจากดวงตราที่ปรากฏในย่ามที่ระลึกซึ่งสร้างขึ้นเพื่ออุทิศพระกุศลถวายพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ ซึ่งปัจจุบันเก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑ์วัดบวรนิเวศวิหาร แต่ถ้าอ้างอิงจากพัดรองที่ระลึกซึ่งสร้างขึ้นในวาระอันเกี่ยวเนื่องกับเจ้าฟ้าพระองค์นี้ สีพื้นที่ใช้กับพัดรองมักจะใช้สีดำ อันเป็นสีประจำวันเสาร์ตามหลักการในตำรามหาทักษาอีกสีหนึ่ง

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ เป็นโล่ตราอาร์ม ช่องบนซ้ายเป็นรูปพระตราจักรีบนพื้นสีเหลือง แสดงถึงความเป็นสมาชิกแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ช่องบนขวาเป็นรูปพระเกี้ยวบนพื้นชมพู คือพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และช่องล่างเป็นรูปแผนที่กลุ่มดาว หมายถึงกลุ่มดาวคนคู่ (คือกลุ่มดาวฝาแฝด ในเทพปกรณ์ฝ่ายพราหมณ์-ฮินดู อันได้แก่พระอัศวินยุคลเทพ) สื่อถึงพระนาม "ยุคล" บนพื้นสีน้ำเงินเข้มข้น หมายถึงวันเสาร์ อันเป็นสีประจำพระชนมวารตามตำรามหาทักษา[25]
เป็นโล่ตราอาร์ม ช่องบนซ้ายเป็นพระมหาพิชัยมงกุฎบนพื้นสีแสด หมายถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นพระบรมอัยกาธิราช ช่องบนขวาเป็นรูปพระเกี้ยวบนพื้นชมพู คือพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และช่องล่างเป็นรูปแผนที่กลุ่มดาว หมายถึงกลุ่มดาวคนคู่ (คือกลุ่มดาวฝาแฝด ในเทพปกรณ์ฝ่ายพราหมณ์-ฮินดู อันได้แก่พระอัศวินยุคลเทพ) สื่อถึงพระนาม "ยุคล" บนพื้นสีน้ำเงินเข้มข้น หมายถึงวันเสาร์ อันเป็นสีประจำพระชนมวารตามตำรามหาทักษา[26]
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าสมมติวงศ์วโรทัย กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์ เป็นโล่ตราอาร์ม ช่องบนซ้ายเป็นพระมหาพิชัยมงกุฎบนพื้นสีแสด หมายถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นพระบรมอัยกาธิราช ช่องบนขวาเป็นรูปพระเกี้ยวบนพื้นชมพู คือพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และช่องล่างเป็นรูปโลก[27]
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เป็นโล่ตราอาร์ม ช่องบนซ้ายเป็นพระมหาพิชัยมงกุฎบนพื้นสีแสด หมายถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นพระบรมอัยกาธิราช ช่องบนขวาเป็นรูปพระเกี้ยวบนพื้นชมพู คือพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และช่องล่างเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวเปล่งรัศมีเหนือผืนน้ำ เป็นสัญลักษณ์ประจำพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต รูปเหล่านี้อยู่บนพื้นสีเขียว อันเป็นสีประจำวันประสูติ คือ วันพุธ อนึ่งรูปพระจันทร์เสี้ยวเปล่งรัศมีเหนือผืนน้ำนี้ มีนัยแฝงว่า พระองค์ทรงสืบเชื้อสายทางฝ่ายพระมารดามาจากสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ (ทัต บุนนาค) ด้วยสมเด็จเจ้าพระยาท่านนี้ถือครองตราจันทรมณฑล (ตราพระจันทร์) เป็นตราประจำตำแหน่ง

และยังเป็นตราอาร์มสัญลักษณ์ประจำพระองค์ และเป็นตราประจำราชสกุลบริพัตร

สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา เป็นโล่ตราอาร์ม ช่องบนซ้ายเป็นรูปจักรกับตรีศูลบนพื้นสีเหลือง หมายถึงพระบรมราชวงศ์จักรี ช่องบนขวาเป็นรูปพระเกี้ยวบนพื้นชมพู คือพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และช่องล่างเป็นรูปพระแสงศร 3 องค์บนพื้นสีเขียว คือพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว[28] เนื่องจากภาพต้นฉบับจากพิพิธภัณฑ์พระปกเกล้านั้นวางตำแหน่งของช่องตราจักรีกับตราพระเกี้ยวสลับด้านกัน ซึ่งเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์พระปกเกล้าได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า "อนึ่งเข็มที่นำมาศึกษานั้นพบว่าวางสลับตำแหน่งตราสัญลักษณ์ภายในรูปโล่ คือ ตราข้างซ้ายเป็นรูปพระเกี้ยว ตราข้างขวาเป็นเครื่องหมายพระบรมราชวงศ์จักรี คือ จักรกับตรี จึงสันนิษฐานว่า เป็นชุดที่ทำผิดจากแบบเดิม"
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงอดิศรอุดมเดช เป็นตราอาร์มภายใต้พระชฎาไม่มีกรรเจียกจร ช่องบนซ้ายเป็นรูปพระมหามงกุฎ หมายถึง ทรงสืบสายจาก มหามกุฎราชสันตติวงศ์ ช่องบนขวาเป็นรูปจักรกับตรีศูลบนพื้นสีเหลือง หมายถึง พระบรมราชวงศ์จักรี และช่องล่างเป็นรูปกระต่ายในดวงจันทร์เปล่งรัศมี หมายถึง เจ้าจอมมารดาจันทร์ พระมารดา ด้านซ้ายของตราประกอบด้วยพระแสงกระบี่ หมายถึง หน้าที่ราชการในสายทหารเป็นสำคัญ และฉลองพระองค์ครุย ซึ่งเป็นฉลองพระองค์สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ ด้านขวาเป็นรูปแพะยันตราอาร์ม ด้านล่างเป็นช่อชัยพฤกษ์และแพรแถบที่ระบุพระนามเป็นอักษรขอมว่า “ศุขสวัสดี” เป็นตราอาร์มสัญลักษณ์ประจำพระองค์ และเป็นตราประจำราชสกุลศุขสวัสดิ
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เป็นโล่ตราอาร์มภายใต้พระชฎาไม่มีกรรเจียกจร ช่องบนซ้ายเป็นรูปจักรกับตรีศูลบนพื้นสีเหลือง หมายถึงพระบรมราชวงศ์จักรี ช่องบนขวาเป็นรูปพระมหามงกุฎหมายถึงทรงสืบสายจาก มหามกุฎราชสันตติวงศ์ และช่องล่างมีสายสร้อยเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ พระแสงดาบ วงเวียน และไม้ฉาก[29]
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นโล่ตราอาร์มภายใต้พระจุลมงกุฎช่องบนซ้ายเป็นรูปจักรกับตรีศูลบนพื้นสีเหลือง หมายถึงพระบรมราชวงศ์จักรี ช่องบนขวาเป็นรูปพระเกี้ยว หมายถึงพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ช่องล่างเป็นรูปเป็นภาพพระอาทิตย์ชักราชรถโถงเทียมราชสีห์ หมายถึง ตราประจำพระองค์ เป็นตราอาร์มสัญลักษณ์ประจำพระองค์ และเป็นตราประจำราชสกุลอาภากร
ช่องบนซ้ายเป็นรูปจักรกับตรีศูลบนพื้นสีเหลือง หมายถึงพระบรมราชวงศ์จักรี ช่องบนขวาเป็นรูปพระเกี้ยว หมายถึงพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ช่องล่างเป็นรูปเป็นภาพพระอาทิตย์ชักราชรถโถงเทียมราชสีห์ หมายถึง ตราประจำพระองค์
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนพิทยลาภพฤฒิธาดา ตรารูปโล่ไขว้พระแสงกระบี่และลายช่อพันธุ์พฤกษา ภายใต้พระชฎาภายในโล่แบ่งออกเป็น 3 ห้อง

ห้องซ้ายบนเป็นรูปพระแสงจักรและพระแสงตรีศูล อันเป็นสัญลักษณ์ประจำพระราชวงศ์ ห้องขวาบนเป็นรูปพระมหามงกุฎ สื่อความหมายถึงพระราชบิดา คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ห้องล่างเป็นอักษรพระนามย่อ “ส.บ.” ย่อมาจาก “โสณบัณฑิต” แวดล้อมด้วยคาถาบาลีว่า “ฉัน์โท จ วิริยํ จิต์ตํ วิมํสา จาต์ถสาธิกา” แปลว่า “ความพอใจ ความเพียร ความคิด และความไตร่ตรอง ย่อมยังประโยชน์ให้สำเร็จ”

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ เป็นโล่ตราอาร์ม ช่องบนซ้ายเป็นพระมหาพิชัยมงกุฎบนพื้นสีแสด หมายถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นพระบรมอัยกาธิราช ช่องบนขวาเป็นรูปพระเกี้ยวบนพื้นชมพู คือพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และช่องล่างเป็นรูปจักรขัดกับตะบอง หมายถึงราชสกุลจักรพงษ์ โดยคำว่า จักร-ตะบอง เป็นคำพ้องเสียงกับพระนาม "จักรพงษ์" ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ สีพื้นของตราในช่องนี้เป็นสีม่วง หมายถึงวันเสาร์ อันเป็นวันประสูติของทั้งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ อนึ่งศิราภรณ์ในตรานี้ในดวงตราจากแหล่งอ้างอิงต้นทางเป็นรูปพระชฎามหากฐินปักยี่ก่า
ช่องบนซ้ายเป็นพระมหาพิชัยมงกุฎบนพื้นสีแสด หมายถึงพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นพระบรมอัยกาธิราช ช่องบนขวาเป็นรูปพระเกี้ยวบนพื้นชมพู คือพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และช่องล่างเป็นรูปจักรขัดกับตะบอง หมายถึงราชสกุลจักรพงษ์ โดยคำว่า จักร-ตะบอง เป็นคำพ้องเสียงกับพระนาม "จักรพงษ์" ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ สีพื้นของตราในช่องนี้เป็นสีม่วง หมายถึงวันเสาร์ อันเป็นวันประสูติของทั้งสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร ตราสัญลักษณ์รูปโล่ อยู่ภายใต้พระจุลมงกุฎ ช่องซ้าย คือ รูปจักรกับตรีศูลบนพื้นสีเหลือง หมายถึงพระบรมราชวงศ์จักรี ช่องขวา คือพระเกี้ยว หมายถึงทรงสืบสายจากจุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ บนพื้นหลังสีชมพูเข้ม อันเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ช่องล่าง คือ พระจันทร์เสี้ยวเหนือตราประจำราชสกุลยุคล บนพื้นหลังสีน้ำเงิน[30]
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ลักษณะเป็นตราอาร์ม พื้นโล่แบ่งเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย

หัวโล่ช่องซ้ายบน พื้นสีชมพูเป็นภาพพระเกี้ยว หมายถึง ทรงเป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี

หัวโล่ช่องขวาบน พื้นสีแดง เป็นภาพพระอาทิตย์ชักราชรถโถงเทียมราชสีห์ หมายถึง ทรงเป็นพระโอรสในนายพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

ท้องโล่ช่องล่างสุด เป็นภาพตราจักรสมอปีกพื้นสีน้ำเงินกรมท่า หมายถึง ทรงรับราชการทหารเรือ และทรงครองพระยศนายทหารสัญญาบัตรของกองทัพไทยทั้ง 3 เหล่าทัพ (พระยศสุดท้ายเป็นที่พลโท พลเรือโท และพลอากาศโท)

เหนือรูปโล่ดังกล่าวมีชฎาพอกทองคำ เป็นเครื่องหมายแสดงฐานันดรพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ในพระราชวงศ์จักรี
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล ตราสัญลักษณ์รูปโล่ อยู่ภายใต้รูปจักรกับตรีศูลบนพื้นสีเหลือง หมายถึงพระบรมราชวงศ์จักรี ช่องบนซ้าย คือพระเกี้ยว หมายถึงทรงสืบสายจากจุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ บนพื้นหลังสีชมพูเข้ม อันเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (วันอังคาร; สีชมพู) ช่องบนขวา คือพระจันทร์เสี้ยวเหนือตราประจำราชสกุลยุคล ซึ่งเป็นตราประจำพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร บนพื้นหลังสีน้ำเงิน ช่องล่าง คือ ตราพระนามย่อ ฉ.ย. (เลิมศึกยุคล) อักษรพระนามย่อ "ฉ" เป็นสีเงิน และ "ย" เป็นสีทอง บนพื้นหลังสีชมพู (หมายถึง สีประจำวันประสูติ; วันอังคาร)

ตราประจำองค์ของหม่อมเจ้า และตราประจำตัวของราชนิกูล

[แก้]
ภาพตรา ใช้สำหรับ ลักษณะ หมายเหตุ
หม่อมหลวงบัว กิติยากร อักษรย่อ บ.ก. (บักิติยากร) โดยอักษร บ เป็นสีส้ม (หมายถึงสีประจำวันคล้ายวันเกิด; วันพฤหัสบดี) และอักษร ก เป็นสีขาว ปรากฏบนพวงมาลาส่วนตัว พระชนนีในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
หม่อมเจ้าอับศรสมาน กิติยากร อักษรย่อ อ.ส. (ับศรมาน) ปรากฏบนพัดสังเค็ดงานศพ พ.ศ. 2482 พระอัยยิกาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
หม่อมราชวงศ์อดุลกิติ์ กิติยากร อักษรย่อ อ.ก. (ดุลกิติ์) ผูกกันป็นรูปหัวใจ โดยอักษร อ.ก. เป็นสีแดง (หมายถึงสีประจำวันคล้ายวันเกิด; วันอาทิตย์) พระบิดาในพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสุทธนารีนาถ
หม่อมหลวงสราลี กิติยากร นามในอดีต เป็นอักษรย่อ ส.ล. (ราี) โดยอักษร "ส.ล." เป็นสีฟ้า (หมายถึงสีประจำวันคล้ายวันเกิด; วันศุกร์) พระขนิษฐาในพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นสุทธนารีนาถ
หม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร อักษรย่อ อ (อิทธิเทพสรรค์)
หม่อมเจ้าพูนศรีเกษม เกษมศรี อักษรย่อ พ (พูนศรีเกษม) ภายในดวงดารา 6 แฉก
หม่อมเกษมศุภวงศ์ (หม่อมราชวงศ์ขจิต เกษมศรี) นาม ขจิต เกษมศรี ภายในวงกลม
หม่อมเจ้าพันธุประวัติ เกษมสันต์ อักษรย่อ B.
หม่อมเจ้ากรณิกา จิตรพงศ์ อักษรย่อ ก.จ. (รณิกา ิตรพงศ์) ลักษณะไขว้กัน
หม่อมเจ้าดวงจิตร จิตรพงศ์ อักษรย่อ ด.จ. (วงจิตร จิตรพงศ์) โดยตัวอักษร "ด.จ." เป็นสีม่วง ภายในวงกลม
หม่อมราชวงศ์เอมจิตร จิตรพงศ์ อักษรย่อ อ.จ. (เมจิตร จิตรพงศ์) โดยตัวอักษร "อ.จ." เป็นสีแดงภายในกรอบรูปหัวใจ
หม่อมเจ้าอุปลีสาณ ชุมพล อักษรย่อ ช.พ. (อุปลีสาณ ชุล)
หม่อมเจ้าจงจิตรถนอม ดิศกุล นาม จงจิตรถนอม ภายในวงกลม
หม่อมเจ้าชาติชูศักดิ์ ทวีวงศ์ อักษรย่อ ช.ช.ศ. (าติชูศักดิ์)
หม่อมเจ้าอัจฉราฉวี เทวกุล อักษรย่อ อ.ฉ. (อัจฉราวี)
หม่อมเจ้าวงศ์ทิพย์สุดา เทวกุล อักษรย่อ ว.ท. (งศ์ทิพย์สุดา) ภายในวงกลม
หม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา เทวกุล อักษรย่อ พ.จ. (พิจิตรจิราภา)
หม่อมเจ้าสมรศรีโสภา เทวกุล อักษรย่อ ส.ส. (มรศรีโภา)
หม่อมเจ้าอุทัยกัญญา ภาณุพันธุ์ อักษรย่อ อ.ก. (อุทัยกัญญา) โดยตัว อ มีสีชมพู และตัว ก มีสีเขียว เบื้องบนมีตราอาทิตย์อุทัย สื่อถึงสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ต้นราชสกุลภาณุพันธุ์ พระนัดดาในสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช
ท่านหญิงประภาพันธุ์ กรโกสียกาจ อักษรย่อ ป.ภ. (ระาพันธุ์ ) โดยตัว ป มีสีชมพู และตัว ภ มีสีฟ้า เบื้องบนมีตราอาทิตย์อุทัย สื่อถึงสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ต้นราชสกุลภาณุพันธุ์
หม่อมเจ้าวัตนานุวัฒน์ วัฒนวงศ์ อักษรย่อ ว (วัฒนานุวัฒน์) เหนือดอกบัว
หม่อมเจ้าบุญทัดสวัสดี สวัสดิวัตน์ อักษรย่อ บ.ส. (ุญทัดสวัสดี วัสดิวัฒน์) ลักษณะไขว้กัน โดยอักษร บ เป็นสีส้ม และอักษร ส เป็นสีฟ้า
หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ อักษรย่อ ป.ส. (ปุสาณ วัสดิวัฒน์)
หม่อมเจ้าอรชุนชิษณุ สวัสดิวัตน์ อักษรย่อ อ (รชุนชิษณุ) ด้านหลังเป็นรูปสวัสติกะกลมเวียนขวา (ปลายสวัสติกะเวียนตามเข็มนาฬิกา) หมายถึงพระนามเดิมของพระบิดา(สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์)
หม่อมเจ้ายุธิษเฐียร สวัสดิวัตน์ อักษรย่อ ย (ยุธิษเฐียร) ด้านหลังเป็นรูปสวัสติกะกลมเวียนขวา (ปลายสวัสติกะเวียนตามเข็มนาฬิกา) หมายถึงพระนามเดิมของพระบิดา (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์)
หม่อมเจ้าพิมพ์รำไพ โสณกุล อักษรย่อ พ.ร. (ิมพ์ำไพ)
หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ อักษรย่อ อ.ด.ร. (ากาศำเกิง พีพัฒน์)[31]
หม่อมเจ้ามารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร อักษรย่อ ม.ม.ศ. (หม่อมเจ้าารศีสุขุมพันธ์ุ) โดยอักษร "ม.ม.ศ" เป็นสีม่วง ปรากฏเป็นตราประจำมูลนิธิหม่อมเจ้าหญิงมารศีสุขุมพันธุ์ บริพัตร
หม่อมเจ้าดวงทิพโชติแจ้งหล้า อาภากร อักษรย่อ ด.จ. (วงทิพย์โชติแ้งหล้า) ลักษณะเป็นรูปหัวใจ
หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล อักษรย่อ ฉ.ศ. (เลิม ศึก) โดยอักษร "ฉ" เป็นสีเงิน และ อักษร "ศ" เป็นสีทอง
เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2567 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สถาปนา พลเอก หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล ขึ้นเป็น "พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล" จึงมีการเปลี่ยนตราประจำพระองค์เป็นแบบปัจจุบัน
หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล อักษรย่อ ฑิ.ย. (ฑิฆัมพร ยุคล) โดยผูกเรียงเป็นรูปกระต่าย อันเป็นปีนักษัตรที่ทรงประสูติ คือ ปีเถาะ
หม่อมเจ้ามงคลเฉลิม ยุคล อักษรย่อ ม.ฉ. (งคลเลิม) โดยอักษร "ม" เป็นสีส้ม และอักษร "ฉ" เป็นสีขาว
หม่อมเจ้าฐิติพันธุ์ ยุคล อักษรย่อ ฐ.ย. (ฐิติพันธุ์ ยุคล)[32]
รังษีนภดล ยุคล อักษรย่อ ร.ย. (รังษีนภดล ยุคล) โดยอักษร "ร.ย." เป็นสีน้ำเงิน ปรากฏเป็นตราประจำมูลนิธิหม่อมเจ้าหญิงรังษีนภดล ยุคล
อักษรย่อ ร.ย. (รังษีนภดล ยุคล) โดยอักษร "ร" เป็นสีเขียว และอักษร "ย" เป็นสีเหลือง ภายใต้อุณาโลม ปรากฏเป็นตราประจำมูลนิธิช้างป่ารอยต่อห้าจังหวัด ในหม่อมเจ้ารังษีนภดล ยุคล
หม่อมเจ้าพรพิมลพรรณ รัชนี อักษรย่อ พ.พ.น. (พิมลพรรณ รัชนี)
จันทร์เจริญ รัชนี อักษรย่อ จ.จ.ร. (จันทร์เริญ รัชนี) ภายในวงกลม

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระสังฆราช

[แก้]

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระสังฆราช จะประกอบด้วย อักษรพระนามอยู่ภายใต้ เศวตฉัตร (ฉัตรขาว) 3 ชั้น สำหรับสมเด็จพระสังฆราชที่เป็นสามัญชน อยู่ภายใต้ฉัตรตาดเหลือง 5 ชั้น สำหรับสมเด็จพระสังฆราชที่ได้รับการสถาปนาที่ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า และอยู่ภายใต้เบญจปฎลเศวตฉัตร (ฉัตรขาว 5 ชั้น) ซึ่งเป็นเครื่องประกอบพระอิสริยยศ ของเจ้านายชั้นพระบรมวงศ์ ผู้ทรงดำรงสมณศักดิ์ในตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า

ภาพตรา ใช้สำหรับ ลักษณะ หมายเหตุ
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ตราประจำพระองค์ เป็นรูปตราประจำราชวงศ์จักรี รูปจักรและตรีศูลอยู่กึ่งกลาง ขนาบข้างด้วยฉัตร 5 ชั้น หมายถึง ทรงเป็นพระราชวงศ์ในราชวงศ์จักรี เหนือขึ้นไปด้านบนเป็นรูปเบญจปฎลเศวตฉัตร (ฉัตรขาว 5 ชั้น) ซึ่งเป็นเครื่องประกอบพระอิสริยยศ ของเจ้านายชั้นพระบรมวงศ์ผู้ทรงดำรงสมณศักดิ์ในตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า ด้านล่างตราประจำราชวงศ์จักรี มีพระนาม "วาสุกรี" มีแถบแพรเป็นรูปพญานาคล้อมรอบตราประจำราชวงศ์จักรี หมายถึง พระนาม "วาสุกรี" ในแถบแพร มีข้อความ "สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส"
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ตราประจำพระองค์ เป็นรูปเบญจปฎลเศวตฉัตร (ฉัตรขาว 5 ชั้น) ซึ่งเป็นเครื่องประกอบพระอิสริยยศ ของเจ้านายชั้นพระบรมวงศ์ผู้ทรงดำรงสมณศักดิ์ในตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า ตราประจำพระองค์บนหมอนมหาสมณุตมาภิเษก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีมหาสมณุตมาภิเษก พระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมสมเด็จพระปวเรศวริยาลงกรณ์ เมื่อ พ.ศ. 2434 นอกจากนี้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพัดแฉกตาดพิเศษและตาลปัตรพื้นแพรเหลืองปักตราเบญจปฎลเศวตรฉัตรถวายเป็นเครื่องยศแล้ว ยังโปรดเกล้าฯ ให้สร้างบาตรและหมอนประดับตราเช่นเดียวกันนั้นถวายอีกด้วย
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ปุสฺสเทวมหาเถร) ตราพระนามย่อ ส.ป. โดยอักษร ส ย่อมาจากพระนาม “า” เป็นสีแดง และอักษร ป ย่อมาจากฉายา “ปุสฺสเทโว” เป็นสีส้ม อยู่ภายใต้เศวตฉัตร 3 ชั้น เหนือฉัตรชั้นที่ 1 มีเลข ๙ ประดิษฐานอยู่ หมายถึง เป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (มนุสฺสนาคมหาเถร) ตราประจำพระองค์ เป็นรูปเพชรเปล่งรัศมี อยู่ภายใต้เบญจปฎลเศวตฉัตร (ฉัตรขาว 5 ชั้น) ซึ่งเป็นเครื่องประกอบพระอิสริยยศ ของเจ้านายชั้นพระบรมวงศ์ผู้ทรงดำรงสมณศักดิ์ในตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ที่ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ (สิริวฑฺฒนมหาเถร) ตราพระนามย่อ ช.ส. (ชินวรสิริวัฒน์) อักษรย่อ "ช" เป็นสีฟ้า (หมายถึงสีประจำวันประสูติ : วันศุกร์) และ "ส" เป็นสีทอง (หมายถึง เป็นสีอาสนะประจำตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช และสีของกาสาวพัสตร์ เป็นสมณคุณ) ภายใต้เบญจปฎลเศวตฉัตร (ฉัตรขาว 5 ชั้น) เหนือฉัตรชั้นที่ 5 ประดิษฐานพระพุทธรูป ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้า
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ติสฺสเทวมหาเถร) ตราพระนามย่อ อ.พ.ต. โดยอักษร อ ย่อมาจาก “ริยวงศาคตญาณ” ราชทินนามสำหรับสมเด็จพระสังฆราชที่เป็นสามัญชน เป็นสีเหลือง อักษร พ ย่อมาจากพระนาม “แ” เป็นสีเขียว และอักษร ต ย่อมาจากฉายา “ติสฺสเทโว” เป็นสีแดงเลือดหมู อยู่ภายใต้เศวตฉัตร 3 ชั้น
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (สุจิตฺตมหาเถร) ตราพระนามย่อ เป็นรูปเพชร ภายใต้ฉัตรตาดเหลือง 5 ชั้น สำหรับสมเด็จพระสังฆราชที่ได้รับการสถาปนาที่ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า เหนือยอดฉัตร มีมีอุณาโลมใต้รูปเพชรเปล่งรัศมี อันสื่อถึงพระฉายานาม "วชิรญาณวงศ์"
อักษรพระนามย่อ วญว.สจ. (สมเด็จพระชิราณงศ์ สุจิตฺโต) ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ตามที่ปรากฏในพระราชฉายาบัฏ เลขที่ 1582 ลงวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2499 ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเจ้าพระองค์นั้นทรงออกไว้ เพื่อประทานพระสมณฉายา "ภูมิพโล ภิกขุ" แก่พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (กิตฺติโสภณมหาเถร) ตราพระนามย่อ อ.ป.ก. โดยอักษร อ ย่อมาจาก “ริยวงศาคตญาณ” ราชทินนามสำหรับสมเด็จพระสังฆราชที่เป็นสามัญชน อักษร ป ย่อมาจากพระนาม “ลด” และอักษร ก ย่อมาจากฉายา “กิตฺติโสภโณ” และหมายถึงสกุลเดิมของพระองค์คือ “เตุทัต” อยู่ภายใต้เศวตฉัตร 3 ชั้น
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (ญาโณทยมหาเถร) ตราประจำพระองค์ เป็นรูปเศวตฉัตร (ฉัตรขาว) 3 ชั้น ซึ่งเป็นเครื่องยศของของ สามัญชน ผู้ดำรงสมณศักดิ์ในตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อุฏฺฐายมหาเถร) ตราพระนามย่อ จ.อ. โดยอักษร จ ย่อมาจาก "วน" ประดิษฐานอยู่เหนือธรรมจักร อักษร อ ย่อมาจากพระนาม "อุฏฺฐายี" ประดิษฐานอยู่ตรงกลางธรรมจักร สื่อถึงทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราช โดยอักษรพระนามย่อทั้งหมดอยู่ภายในกรอบพุ่มข้าวบิณฑ์ ภายใต้เศวตฉัตร 3 ชั้น ซึ่งเป็นเครื่องยศของของสามัญชน ผู้ดำรงสมณศักดิ์ในตำแหน่ง สมเด็จพระสังฆราช
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ (วาสนมหาเถร) ตราพระนามย่อ ว.ว.น. ภายใต้ฉัตรตาดเหลือง 5 ชั้น เหนือฉัตรชั้นที่ 1 ประดิษฐานพระพุทธรูป ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้า
  • อักษร "ว" ตัวแรก มาจากพระนาม “าสน์” เป็นสีเหลือง
  • อักษร "ว" ตัวที่สอง มาจากฉายา “าสโน” เป็นสีแดง
  • อักษร "น" มาจากพระชาติภูมิเดิม ที่ประสูติมาในสกุล “นิลประภา” เป็นสีเขียว
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (สุวฑฺฒนมหาเถร) ตราพระนามย่อ ญ.ส.ส. ภายใต้ฉัตรตาดเหลือง 5 ชั้น
  • อักษร "ญ" มาจากพระนาม “สมเด็จพระาณสังวร” พระราชทินนามขณะทรงดำรงตำแหน่งพระสมณศักดิ์สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งได้รับพระราชทานใช้เป็นกรณีพิเศษ เป็นสีฟ้า (ผงคราม) ซึ่งเป็นสีประจำวันประสูติ (วันศุกร์)
  • อักษร "ส" ตัวแรก มาจาก “สมเด็จพระสังฆราช” เป็นสีเหลือง หมายความว่า ทรงเป็นสกลมหาสังฆปริณายก องค์ประมุขแห่งคณะสงฆ์
  • อักษร "ส" ตัวที่สอง มาจาก “กลมหาสังฆปริณายก” เป็นสีขาว หมายความว่าทรงบริสุทธิ์วิเศษเป็นศรีศุภมงคลในพระบวรพุทธศาสนา
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อมฺพรมหาเถร) ตราพระนามย่อ อ.อ.ป. ภายใต้เศวตฉัตร 3 ชั้น
  • อักษร "อ" ตัวแรก เป็นสีแดง (หมายถึง พระนามของพระองค์ "อัมพร" และเป็นสีประจำวันคล้ายวันประสูติ; วันอาทิตย์)
  • อักษร "อ" ตัวที่สอง เป็นสีเหลือง (หมายถึง พระฉายานามของพระองค์ "มฺพโร" และเป็นสีอาสนะประจำตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช และสีของกาสาวพัสตร์ เป็นสมณคุณ)
  • อักษร "ป" เป็นสีฟ้าเทา (หมายถึง นามสกุลของพระองค์ "ระสัตถพงศ์" และเป็นสีประจำจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นชาติภูมิ)[33]

ตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ในวาระพิเศษ

[แก้]

ตราสัญลักษณ์ในช่วงวาระพิเศษนี้จะปรากฏในช่วงเวลาต่าง ๆ ที่เป็นช่วงเวลาสำคัญของพระมหากษัตริย์ พระราชินี พระราชวงศ์ และ สมเด็จพระสังฆราช พระสนมต่าง ๆ เป็นต้น เช่น วันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ระลึกวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ วันประสูติ วันที่ระลึกวันคล้ายวันประสูติ และ พิธีสมโภชการขึ้นครองราชย์ครบรอบช่วงเวลาต่าง ๆ วันที่ระลึกบรมราชาภิเษกสมรส และ วันที่ระลึกอภิเษกสมรส วันคล้ายวันสวรรคต สิ้นพระชนม์และทิวงคต

ภาพตรา วาระโอกาส ใช้สำหรับ ลักษณะ หน่วยงานที่ออกแบบและผู้ออกแบบ
วันปราบดาภิเษก สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ครบ 257 ปี 28 ธันวาคม 2567 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เป็นรูปครุฑล้อมด้วยรัตนมณี ด้านบนเหนือพระมาลาเป็นจักรรัตนะ ภายในดวงตราเพชรประดิษฐาน อุณาโลมตรงใจกลาง และรูปครุฑยุดนาค เป็นลายพระราชลัญจกรในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย นายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร
งานเฉลิมพระเกียรติ 258 ปี แห่งการพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย 24 กุมภาพันธ์ 2568 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รูปพระครุฑพ่าห์ยุดนาคด้านอัดสีทองพระราชลัญจกรประจำพระองค์ ประดิษฐานในกรอบทองเนื่องประดับครุทธิกานต์รัตนชาติมหามงคลเสน่ห์ อุดมโภคทรัพย์ อันคายแล้วพื้นเขียวสนิมทอง (นาคสวาสดิ์) สีวันพระบรมราชสมภพ (วันพุธ) เบื้องบนเป็นพระมหามงกุฎ ประกอบพระแสง จักร-ตรี ว่าทรงเป็นพระมหากษัตริยาธิราชสถิตในพระบรมราชวงศ์จักรี ด้านข้างกรอบพระลัญจกรซ้าย - ขวา มีพระยาเศวตกุญชรและพระยาเศวตไอยราพระยาช้างเผือกเอกคู่พระบารมี ได้มาแต่ต้นรัชพรรษาขนาบด้วยฉัตรขาวขลิบทองทำนองวิธีโบราณประกอบพระบรมขัติยราชอิศริยยศ มีเลขมหามงคลสมัยครบ 258 ปี อยู่เบื้องล่างมีแพรแถบสีเสนอักษรทอง"ที่รฦกการบำเพ็ญกุศลถวายแด่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เนื่องในมงคลสมัยวันพระบรมราชสมภพครบ 258 ปี" นายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร
งานเฉลิมพระเกียรติ 200 ปี แห่งการพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 18 ตุลาคม 2547 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อักษรพระปรมาภิไธย ม.ป.ร. สีแสดขอบทอง (สีวันพระบรมราชสมภพ; วันพฤหัสบดี) อยู่ตรงกลาง มีเส้นโค้ง 9 เส้น สีทองเชื่อมต่อกันเป็นวงกลมล้อมรอบพระปรมาภิไธย มปร พื้นสีน้ำเงิน (สี สถาบันพระมหากษัตริย์) เบื้องบนมีพระมหาพิชัยมงกุฎเปล่งรัศมี เป็นพระราชสัญลักษณ์ ของพระบรมนามาภิไธยว่า "มงกุฎ" ซึ่งเป็นศิราภรณ์สำคัญของพระมหากษัตริย์อยู่ในเครื่อง เบญจราชกกุธภัณฑ์ ภายในพระมหาพิชัยมงกุฎมีพระอุณาโลม มีฉัตรบริวาร 5 ชั้นขนาบ ข้างทั้ง 2 ข้าง มีแถบแพรผ้าสีเหลืองโอบโดยรอบสองข้างพระปรมาภิไธย บอกชื่องาน "ครบ ๒๐๐ ปี แห่งการพระบรมราชสมภพ ๑๘ ต.ค. ๒๕๔๗" โดยมีเลข 200 อยู่ตรงกลาง[34] นายสุเมธ พุฒพวง สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
งานเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวาระ 200 ปี นับแต่ทรงพระผนวช 7 กรกฎาคม 2567 อักษรพระปรมาภิไธย ม.ป.ร. สีแสดขอบทอง (สีวันพระบรมราชสมภพวันพฤหัสบดี) อยู่ตรงกลาง มีเพชรประดับตามตัวอักษร บนพื้นหลังสีน้ำเงิน (สี สถาบันพระมหากษัตริย์) ในกรอบรูปเพชร สื่อถึงสมณฉายานาม "วชิรญาโณ" อยู่บนธรรมจักรเปล่งแสง ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ และอุณาโลมเลข ๔ เป็นพระราชสัญลักษณ์ ของพระบรมนามาภิไธยว่า "มงกุฎ" ซึ่งเป็นศิราภรณ์สำคัญของพระมหากษัตริย์อยู่ในเครื่อง เบญจราชกกุธภัณฑ์ ใต้ตราสัญลักษณ์ มีพระสมณฉายานาม "วชิรญาโณ" และมีข้อความ ๒๐๐ ปี นับแต่ทรงพระผนวช ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๗ นายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
พระราชพิธีทวีธาภิเศกในรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระอุนาโลม ภายใต้พระอุณหิศ มีความหมายถึง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงพระนามเดิมว่า เจ้าฟ้ามงกุฎ พระอุณหิศก็คือพระมงกุฎ

พระจุลมงกุฎ (พระเกี้ยว) มีความหมายถึง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงมรพระนามเดิมว่า เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ ครุฑยึดนาค มีความหมายถึงพระบรมราชสัญลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศล้านภาลัย ผู้เป็นพระบรมราชอัยกา ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระแสงขรรค์ไชยศรีและธารพระกรไขว้ มีความหมายถึง เครื่องราชกกุธภัณฑ์ เนื่องในวโกาส ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติราชาภิเศก เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2411 การเชิญเครื่องราชกกุธภัณฑ์ทั้งสองนี้ เพื่อแสดงว่าเป็นของสำหรับพระราชาธิบดี

สายสร้อย เป็นรูปดอกประจำยามอยู่เบื้องใต้โล่ คือสังวาลย์เครื่องราชอิสริยาภรณ์ สำหรับพระมหากษัตริย์ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลอันสำคัญอย่างยิ่ง[35]

งานเฉลิมพระเกียรติ 100 ปี แห่งการสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 23 ตุลาคม 2553 อักษรพระปรมาภิไธย จ.ป.ร. ประดิษฐานอยู่ใจกลางตรา หมายถึง พระองค์ทรงสถิตอยู่ในใจ ไพร่ฟ้าประชากร ดังเลข ๑๐๐ ในหัวใจสีชมพู ด้านล่าง แบบลวดลายไทย หมายถึง ความ เป็นไทย เอกลักษณ์ไทย แพรแถบประดิษฐ์อักษร "๑๐๐ ปี แห่งการสวรรคตของพระบาท สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" สีที่ใช้ได้แก่ สีชมพู คือ สีประจำวันพระบรมราชสมภพ สีน้ำเงิน หมายถึงพระมหากษัตริย์ สีเหลือง แทนแสงสว่าง สีทองนั้นด้วยพระองค์เปี่ยม คุณค่าหา ผู้ใดเปรียบ สีเขียว คือความสดชื่น เกษมสำราญ[36] ไม่ปรากฎนามผู้ออกแบบ
งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตครบ 100 ปี 25 พฤศจิกายน 2568 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว อักษรพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ว.ป.ร. อันหมายถึง วชิราวุธ ปรมราชาธิราช บนพื้นสีดำอันเป็นสีประจำกายแห่งพระเสาร์ เทพนพเคราะห์ประจำวันเสาร์ซึ่งเป็นวันพระบรมราชสมภพ เบื้องบนประดิษฐานพระมหาพิชัยมงกุฎประกอบพระตราวชิระ ขนาบด้วยสัปตปฏลเศวตฉัตรวงแหวนรอบอักษรพระปรมาภิไธย มีข้อความว่า "เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคตครบ ๑๐๐ ปี ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๘" เบื้องล่างเป็นแพรแถบมีเลข ๑๐๐ ขนาบด้วยเลข ๒๔๖๘ และ ๒๕๖๘ ซึ่งหมายถึงพุทธศักราช แสดงถึงปีแห่งการสวรรคตที่เวียนมาบรรจบครบ ๑๐๐ ปี นางวราภรณ์ เชิดชู สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพครบ 100 ปี 20 กันยายน 2568 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร อักษรพระปรมาภิไธย อ.ป.ร. อันหมายถึง อานันทมหิดล ปรมราชาธิราช พื้นอักษรสีทอง ภายในกรอบวงกลมพื้นสีแดงอันเป็นสีของวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพ ภายในกรอบประดับเพชร ๑๒ ดวง หมายถึง ทรงดำรงสิริราชสมบัติ ๑๒ ปี พื้นหลังสีน้ำเงินเป็นสีของขัตติยกษัตริย์ เบื้องบนประดิษฐานพระมหาพิชัยมงกุฎประกอบด้วยเลข ๘ อันเป็นเลขมหามงคลประจำรัชกาล เบื้องหลังพระมหาพิชัยมงกุฎประดิษฐานพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แสดงถึงพระบรมราชอิสริยยศของสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราช ขนาบด้วยสัปตปฏลเศวตฉัตร เบื้องล่างมีเลข ๑๐๐ หมายถึง วันคล้ายวันพระบรมราชสมภพครบ ๑๐๐ ปี แพรแถบขอบขลิบทองพื้นสีหงชาด (ชมพู) ปลายแถบเป็นรูปเศียรพระโค สื่อถึงปีฉลูนักษัตรอันเป็นปีพระบรมราชสมภพ มีข้อความว่า "เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพครบ ๑๐๐ ปี" เบื้องล่างสุดมีข้อความว่า "๒๐ กันยายน ๒๕๖๘" นายปริญญา บุญฤทธิ์ นายช่างศิลปกรรมปฏิบัติงาน สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 5 ธันวาคม 2530 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตราสัญลักษณ์ประกอบด้วยรูปครุฑพ่าห์ ซึ่งหมายถึงรัฐบาลและปวงชนชาวไทย เทิด พระแสงจักร และตรี อันเป็นพระราชสัญลักษณ์ประจำพระบรมราชจักรีวงศ์ กลางวงจักร มี อักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร และเลข 9 ประจำรัชกาลปัจจุบัน อยู่ภายใต้พระมหาพิชัย มงกุฎเปล่งรัศมีสองข้างซ้ายและขวา มีรูปคชสีห์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายแทนข้าราชการฝ่ายทหาร กับราชสีห์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายแทนข้าราชการฝ่ายพลเรือน ประคองฉัตรเครื่องสูง 7 ชั้น สำหรับ ประกอบพระบรมราชอิสริยยศ สมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าเบื้องล่างมีแพรแถบ จารึกอักษรข้อความว่า "พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๐" นายพินิจ สุวรรณบุณย์ นายช่างองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร
พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ตราสัญลักษณ์ประกอบด้วย พระราชลัญจกรประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประดิษฐานอยู่กึ่งกลาง และมีเครื่อง เบญจราชกกุธภัณฑ์ คือ พระมหาพิชัยมงกุฎ พระแสงขรรค์ชัยศรี ธารพระกรชัยพฤกษ์ พัด วาลวิชนีและพระแสจามรี และฉลองพระบาทเชิงงอน ประกอบอยู่โดยรอบ พร้อมฉัตร 7 ชั้น ประดับอยู่ซ้ายและขวา มีแพรแถบจารึกอักษรข้อความว่า "พระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก วันที่ ๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๓๑" นายสุนทร วิไล นายช่างกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร
พระราชพิธีกาญจนาภิเษก พุทธศักราช 2539 ตราสัญลักษณ์ประกอบด้วย พระราชลัญจกรประจำพระองค์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นหลักสำคัญ มีตราพระบรม ราชจักรีวงศ์ และพระมหาพิชัยมงกุฎอยู่ด้านบน เป็นเครื่องแสดงถึงความเป็นพระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ มีพานเครื่องสูง 2 ชั้น ที่มักอยู่ในมโนภาพของผู้คน ทั่วไป เมื่อนึกถึงสัญลักษณ์ของรัฐธรรมนูญ อันเป็นเครื่องหมายแสดงถึงการปกครองใน ระบอบประชาธิปไตย โดยมีช้าง 2 เชือก เทินตราพระราชลัญจกร อยู่ภายใต้พระเศวตฉัตร นางสาววิยะดา เจริญสุข
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 ตราสัญลักษณ์พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ประกอบด้วย อักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ อยู่ตรงกลาง ประดิษฐานอยู่เหนือพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ เป็นการแสดงความหมายว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนไทยทั้งชาติ ทรงเป็นที่ยึดเหนี่ยว และเป็นที่เคารพบูชาอย่างสูงสุดของประชาชน สีเหลืองของอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร เป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพ อยู่บนพื้นวงกลมสีน้ำเงิน ซึ่งหมายถึงพระมหากษัตริย์ ล้อมรอบด้วย ตราพระแสงจักร และมีเลข ๙ บนอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร ซึ่งหมายถึง ทรงเป็น พระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ มีสัปตปฎลเศวตฉัตร ประกอบอยู่ 2 ข้าง ซ้ายและขวา และมีนพปฎลมหาเศวตฉัตร ประดิษฐานอยู่เบื้องบนสุดเส้นกรอบรอบนอก ที่ออกแบบให้มีลักษณะ เป็น 4 แฉก หรือ 4 ส่วน แทนประชาชนชาวไทย ทั่วทุกภาคของประเทศ ที่อยู่ภายใต้ พระบรมโพธิสมภารของพระองค์ ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข สีพื้นจึงเป็นสีเขียว อันแสดงถึงความสงบร่มเย็น และอุดมสมบูรณ์ มีดอกบัว 4 ดอก แทรกตรงกลางระหว่างแฉกทั้ง 4 แสดงความหมายเป็นการเทิดทูนบูชา ในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบรัศมีสีทองโดย รอบ เปรียบได้ดังพระบุญญาบารมี พระมหากรุณาธิคุณ และ น้ำพระราชหฤทัย ที่แผ่ไพศาลไปทั่วทุกทิศ ทั้งในและต่างประเทศทั่วโลก ยังความปลาบปลื้ม มาสู่พสกนิกรทุกหมู่เหล่าเบื้องล่าง ออกแบบเป็นแพรแถบสีน้ำเงิน แสดงข้อความ “พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒” นายนิรันดร์ ไกรสร โดยทรงพระกรุณาโปรด เกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานตราสัญลักษณ์ดังกล่าว (ซึ่งเป็นแบบที่ได้รับรางวัลที่ 1 ในการประกวดตราสัญลักษณ์ฯ โดยกรมศิลปากร)
พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พ.ศ. 2543 เป็นตราพระราชลัญจกรประจำพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นรูปปทุมอุณาโลม มีอักขระ "อุ" แบบอักษรขอมอยู่กลาง ล้อมรอบด้วยกลีบบัว อันเป็นพฤกษชาติที่เป็นสิริมงคลในพุทธศาสนา ตราอุณาโลมมีรูปร่างคล้ายสังข์ทักษิณาวรรต (สังข์เวียนขวา) อยู่ในกรอบลายกนก เริ่มใช้คราวพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อ พ.ศ. 2328

และพระราชลัญจกรประจำพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นรูปพระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ประกอบด้วยวงจักร กลางวงจักรมีอักขระเป็น "อุ" หรือ "เลข 9" รอบวงจักรมีรัศมีเปล่งออกโดยรอบ เหนือจักรเป็นรูปเศวตฉัตร 7 ชั้น ฉัตรตั้งอยู่บนพระที่นั่งอัฐทิศ แปลความหมายว่า มีพระบรมเดชานุภาพในแผ่นดิน โดยที่วันบรมราชาภิเษก ตามโบราณราชประเพณี ได้เสด็จประทับเหนือพระที่นั่งอัฐทิศ สมาชิกรัฐสภาถวายน้ำอภิเษกจากทิศทั้ง 8 นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่พระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย ทรงรับน้ำอภิเษกจากสมาชิกรัฐสภา แทนที่จะรับจากราชบัณฑิตดั่งในรัชกาลก่อน องค์พระราชลัญจกรนี้เป็นตรากลมรีรูปไข่แนวตั้ง กว้าง 5 เซนติเมตร สูง 6.7 เซนติเมตร

พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พุทธศักราช 2549 ตราสัญลักษณ์ประกอบด้วย อักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร สีเหลืองนวลทอง อันเป็นสีประจำ พระชนมวาร ขลิบรอบตัวอักษรด้วยสีทอง บนพื้นสีน้ำเงินเจือทอง อันเป็นสีประจำพระ ราชวงศ์ ล้อมด้วยเพชร อันเป็นเอกแห่งรัตนะ หมายความว่า เหล่านักปราชญ์ ราชกวีสำคัญ อีกบรรดาช่างอันมีชื่อ พระยาช้างสําคัญ นางงาม เหล่าทแกล้วทหาร ข้าราชบริพาร อันยอด ฝีมือ ในการปฏิบัติราชการอย่างสุจริตยิ่ง เหล่านี้ เปรียบด้วยเพชร อันมีชื่อว่ารัตนะ แวดล้อม ประดับพระเกียรติยศ แห่งพระมหากษัตริยาธิราชพระองค์นั้น อันเหนือยิ่งกว่าเพชร อันได้ ชื่อว่ารัตนะทั้งปวง คือพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงสถิตเป็นเพชรอันยอดค่ายิ่งในดวงใจราษฎร์ ทรงบำบัดทุกข์ผดุงสุข เป็นที่พึ่งอันเกษมสุขร่มเย็นแก่ปวงพสกนิกร ซึ่งต่างเชื้อชาติศาสนา ในพระราชอาณาจักรของพระองค์ อนึ่ง อักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร นี้ ประดิษฐานบน พระที่นั่งภัทรบิฐ ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎประกอบพระอุณาโลม - แวดล้อมด้วยพระแสง ขรรค์ชัยศรี และพระแส้หางช้างเผือก ทอดสอดอยู่ในกงพระที่นั่งภัทรบิฐเบื้องซ้ายแห่งพระ มหาพิชัยมงกุฎ - มีธารพระกร และพัชนีฝักมะขาม ทอดสอดอยู่เบื้องขวาแห่งกงพระที่นั่ง ภัทรบิฐ อันประดิษฐานบนฐานเขียง ซึ่งทอดฉลองพระบาทประดิษฐานอยู่ เหล่านี้รวมเรียกว่า เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ประกอบด้วยสิ่งอันแสดงความเป็นกษัตริย์ทั้ง 5 คือ พระมหาพิชัยมงกุฎ พระแสงขรรค์ชัยศรี ธารพระกร พัดวาลวิชนี และ พระแส้ และ ฉลองพระบาท อันมีความหมายถึง ปีแห่งการเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติ ล่างลงมา เป็นแพรแถบสีชมพูขลิบทอง เขียนอักษรสีทอง ความว่า "ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี พุทธศักราช ๒๕๔๙" ปลาย แห่งแพรแถบ ผูกเป็นภาพกระบี่ธุช เป็นวานรภายขาว มือถือก้านลายซุ้ม อันเป็นกรอบลาย ของตราสัญลักษณ์ฯ อยู่ด้านขวา ส่วนด้านซ้ายปลายแพรแถบ ผูกเป็นภาพพระครุฑพ่าห์ เป็นครุฑหน้าขาว กายสีเสนปนทอง มือถือก้านลายกรอบแห่งตราสัญลักษณ์ฯ พื้นภาพตรา สัญลักษณ์ฯ ทั้งหมดสีเขียวปนทอง อันหมายถึง สีอันเป็นเดชแห่งวันพระบรมราชสมภพ และ ยังหมายถึง สีของความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ แห่งผืนภูมิประเทศ ที่ทรงปกครองทำนุบำรุง อย่างหนักยิ่ง มาตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติมา ณ บัดนี้ ถึงมหามงคลสมัย ที่จะเฉลิมฉลองพระเกียรติ ในการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี อันยาวนานที่สุดในประเทศไทยและยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์องค์ใดในประเทศไทย นายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร นายช่างสิบหมู่กรมศิลปากร
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ตราสัญลักษณ์ประกอบด้วย พระราชลัญจกรประจำพระองค์ รัชกาลที่ 9 เป็นภาพพระที่นั่ง อัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ ประกอบด้วยวงจักร กลางวงจักรมีอักขระเป็นอุณาโลม รอบวงจักร มีรัศมีเปล่งออกโดยรอบ เหนือวงจักรเป็นพระเศวตฉัตร 7 ชั้น ตั้งอยู่บนพระที่นั่งอัฐทิศ อุทุมพรราชอาสน์ อันหมายถึง พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ มีพระบรมเดชานุภาพเป็นใหญ่ ในแผ่นดิน โดยในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระองค์ได้ประทับเหนือพระที่นั่งอัฐทิศ อุทุมพรราชอาสน์ ตามโบราณราชประเพณี และสมาชิกรัฐสภาได้ถวายน้ำอภิเษกจากทิศทั้ง แปดเป็นครั้งแรกแทนราชบัณฑิต ส่วนพระแท่นลานั้นโรยด้วยดอกพิกุลเงินพิกุลทอง 9 ดอก พระราชลัญจกรล้อมรอบด้วยเพชร 80 เม็ด หมายถึงพระชนมพรรษา 80 พรรษา ด้านบน พระราชลัญจกรเป็นพระมหาพิชัยมงกุฎ อันเป็นเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศของ พระมหากษัตริย์ และเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นสมเด็จพระบรมราชาธิราช ภายในพระ มหาพิชัยมงกุฎเป็นเลข 4 หมายถึงรัชกาลที่ 9 พระมหาพิชัยมงกุฎนั้นอยู่ด้านหน้าพระ นพปฎลมหาเศวตฉัตรซึ่งอยู่กึ่งกลาง และขนาบข้างด้วยพระเศวตฉัตร 7 ชั้น อันเป็นเครื่อง แสดงพระราชอิสริยยศอันยิ่งใหญ่ของพระมหากษัตริย์ ด้านล่างพระราชลัญจกรเป็นเลข 80 หมายถึงพระองค์มีพระชนมพรรษา 80 พรรษา ถัดจากเลขไทยลงมาเป็นแพรแถบบอก ชื่องาน "พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐" แพรแถบนอกจากบอกชื่องานพระราชพิธีแล้ว ยังรองรับประคองพระเศวตฉัตรด้วย นายสุเมธ พุ่มพวง นักวิชาการช่างศิลป์ 7 กลุ่มงานศิลป ประยุกต์ กลุ่มจิตรกรรมศิลปประยุกต์และลายรดน้ำ กรมศิลปากร
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 ตราสัญลักษณ์ประกอบด้วย อักษรพระปรมาภิไธยย่อ ภปร สีเหลืองทอง อันเป็นสีประจำ วันพระบรมราชสมภพ ขลิบรอบด้วยสีทอง อยู่กลางตราสัญลักษณ์ฯ บนพื้นวงกลมสีน้ำเงิน ล้อมรอบด้วยกรอบโค้งเรียบสีเหลืองทอง หมายถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนไทยทั้งชาติ ด้านบนอักษรพระปรมาภิไธยย่อ เป็นอุณาโลมเลข ๙ หมายถึงพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ โดยตัวเลขนั้นอยู่ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ อันเป็นเครื่อง ประกอบพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ไทย และเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็น สมเด็จพระบรมราชาธิราช ถัดลงมาสองข้างซ้ายขวาของอักษรพระปรมาภิไธยย่อ มีลายพุ่ม ข้าวบิณฑ์สีทอง ซึ่งมีสัปตปฎลเศวตฉัตรประดิษฐานอยู่เบื้องบน ด้านนอกสุดเป็นกรอบโค้ง มี ลวดลายสีทองบนพื้นสีเขียว ซึ่งเป็นเดชแห่งวันพระบรมราชสมภพ และยังหมายถึงความ มั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ และความสงบร่มเย็น ด้านล่างอักษรพระปรมาภิไธยย่อ เป็นภาพกระต่าย สีขาวทรงเครื่อง อยู่ในลักษณะกำลังก้าวย่าง หมายถึงเครื่องหมายประจำนักษัตรปีเถาะ ซึ่ง ตรงกับปีมหามงคลนี้ โดยภาพกระต่ายอยู่บนพื้นสีน้ำเงิน มีลายกระหนกสีทองประกอบ หมายถึงความเจริญรุ่งเรืองของราชอาณาจักรไทย ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร เบื้องล่าง ตราสัญลักษณ์ฯ เป็นแพรแถบสีชมพูขลิบทอง มีตัวอักษรสีทองความว่า "พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔" นายศิริ หยูแดง โดยการจัดประกวดของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว
งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี พ.ศ. 2559 ตราสัญลักษณ์ประกอบด้วย อักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. สีเหลืองนวลทอง เป็นสีประจำวันพระบรมราชสมภพ ขอบริมอักษรสีทองบนพื้นสีขาบเข้ม (น้ำเงินแก่) เป็นสีประจำสถาบันพระมหากษัตริย์ ภายในกรอบลายทองปนนากมีลายเนื่องสีทองมากกว่า 70 ดวง เป็นการถวายพระพร ให้ทรงสถิตดำรงในสิริราชสมบัติมากกว่าปีที่ 70 ให้สถาพรโดยสวัสดีเป็นอเนกอนันต์ ยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใด อักษรพระปรมาภิไธย ภ.ป.ร. และกรอบลาย ทองปนนากนี้สถิตอยู่ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ ประกอบพระอุณาโลมสีทอง แวดล้อมด้วย พระแสงขรรค์ชัยศรี และพระแสจามรีอยู่เบื้องซ้ายแห่งพระมหาพิชัยมงกุฎ มีธารพระกร และพัชนีฝักมะขาม อยู่เบื้องขวา มีฉลองพระบาททอดอยู่ที่ปลายพระแสงและธารพระกรนั้น เบื้องล่าง รวมเรียกว่าเครื่องเบญจสิริราชกกุธภัณฑ์ เป็นนิมิตหมายแห่งการฉลองสิริราชสมบัติ ล่างลงมาเป็นแพรแถบสีหงชาด (ชมพู) ขลิบทอง เขียนอักษรสีทอง ความว่า ฉลองสิริราชสมบัติครบ ๗๐ ปี ปลายด้านขวาของแพรแถบระบุ พ.ศ. ๒๔๘๙ อันเป็นปีที่เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ปลายด้านซ้ายของแพรแถบระบุ พ.ศ. ๒๕๕๙ แสดงกาลเวลาที่ล่วงมา 70 ปีตราบจนปัจจุบัน นายสมชาย ศุภาลัยที่ภูเก็ต สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 28 กรกฎาคม 2555 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ตราสัญลักษณ์ประกอบด้วย อักษรพระนามาภิไธย ม.ว.ก. ภายในวงรีแนวนอนสีเขียวขอบทอง ภายใต้พระอนุราชมงกุฎ อันเป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ภายในพระอนุราชมงกุฎเป็นพระแสงจักรและแสงตรีศูลเครื่องหมายแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ พระอนุราชมงกุฎ นั้นประดิษฐานอยู่ด้านหน้าพระสัปตปฎลเศวตฉัตร เบื้องล่างอักษรพระนามาภิไธย ม.ว.ก. เป็นเลข ๖๐ หมายถึง มีพระชนมพรรษา 60 พรรษา ถัดลงมาเป็นผ้าแพรแถบ มีปลายด้านบนเป็นพญานาค อันหมายถึง ปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ ซึ่งมีพญานาคเป็นเครื่องหมายแห่งปีมะโรงนักษัตร รองรับองค์ประกอบของตราสัญลักษณ์ฯ ทั้งหมด ภายในผ้าแพรแถบมีข้อความว่า "พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๕" นายสุเมธ พุ่มพวง สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ตราสัญลักษณ์ประกอบด้วย อักษรพระปรมาภิไธย วปร อยู่ตรงกลาง พื้นอักษรสีขาวขอบเดินทอง อันเป็นสีของวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันพระบรมราชสมภพ ภายในอักษรประดับเพชร ตามความหมายแห่งพระนามมหาวชิราลงกรณ อักษร วปร อยู่บนพื้นสีขาบ (น้ำเงินเข้ม) อันเป็นสีของขัตติยกษัตริย์ ภายในกรอบพุ่มข้าวบิณฑ์สีทอง สอดสีเขียว อันเป็นสีซึ่งเป็นเดชแห่งวันพระบรมราชสมภพ กรอบทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ อัญเชิญมาจากกรอบที่ประดิษฐานพระมหาอุณาโลม อันเป็นพระราชลัญจกรประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ แวดล้อมด้วยเครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ อันเป็นเครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ และเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นสมเด็จพระบรมราชาธิราช ได้แก่ พระมหาพิชัยมงกุฎพร้อมอุณาโลมประกอบเลขมหามงคลประจำรัชกาล อยู่เบื้องบน พระแสงขรรค์ชัยศรีกับพระแส้จามรี ทอดไขว้อยู่เบื้องขวา ธารพระกรกับพัดวาลวิชนี ทอดไขว้อยู่เบื้องซ้าย และฉลองพระบาทเชิงงอน อยู่เบื้องล่าง พระมหาพิชัยมงกุฎ หมายถึง ทรงรับพระราชภาระอันหนักยิ่งของแผ่นดินเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน พระแสงขรรค์ชัยศรี หมายถึงทรงรับพระราชภาระปกป้องแผ่นดิน ให้พ้นจากภยันตราย ธารพระกร หมายถึง ทรงดำรงราชธรรมเพื่อค้าจนบ้านเมืองให้ผาสุกมั่นคง พระแส้จามรี กับพัดวาลวิชนี หมายถึง ทรงขจัดปัดเป่าความทุกข์ยากเดือดร้อนของอาณาประชาราษฎร์ ฉลองพระบาท เชิงงอน หมายถึง ทรงทำนุบำรุงปวงประชาทั่วรัฐสีมาอาณาจักร เบื้องหลังพระมหาพิชัยมงกุฎประดิษฐาน พระมหาเศวตฉัตรอันมีระบายขลิบทองจงกลยอดฉัตรประกอบรูปพรหมพักตร์อันวิเศษสุด ระบายชั้นล่างสุดห้อยอุบะจำปาทองแสดงถึงพระบารมีและพระบรมเดชานุภาพที่ปกแผ่ไปทั่วทิศานุทิศ เบื้องล่างกรอบอักษรพระปรมาภิไธยมีแถบแพรพื้นสีเขียว ถนิมทอง ขอบขลิบทอง มีอักษรสีทองความว่า "พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒" ปลายแถบแพรเบื้องขวามีรูปคชสีห์กายม่วงอ่อน ประคองฉัตร 7 ชั้น หมายถึงข้าราชการฝ่ายทหาร เบื้องซ้ายมีรูปราชสีห์กายขาวประคองฉัตร 7 ชั้น หมายถึงข้าราชการฝ่ายพลเรือน ผู้ปฏิบัติราชการสนองงานแผ่นดินอยู่ด้วยกัน ข้างคันฉัตรด้านในทั้งสองข้าง มีดอกลอยกนกนาค แสดงถึงปีมะโรงนักษัตรอันเป็นปีพระบรมราชสมภพ สีทอง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรืองยิ่งของประเทศชาติและประชาชน ไม่ปรากฎนามผู้ออกแบบ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง ออกแบบ และได้โปรดเกล้าฯ ให้กรมศิลปากรจัดทำตราสัญลักษณ์
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567ตราสัญลักษณ์ของพระราชพิธีนี้ ประกอบด้วย อักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. อยู่ตรงกลาง อักษร ว ใช้สีขาวนวล สีแห่งวันจันทร์วันพระบรมราชสมภพ ตามคติมหาทักษา อักษร ป ใช้สีเหลือง วันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และอักษร ร ใช้สีฟ้า วันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อยู่บนรูปทรงของเพชร อันหมายถึง พระปรมาภิไธย “มหาวชิราลงกรณ” เพชรสีขาบ (สีน้ำเงินแก่อมม่วง) อันเป็นสีของพระมหากษัตริย์ ภายนอกกรอบของเพชร ประกอบด้วยแถบสีเขียว ซึ่งเป็นสีแห่งเดชวันพระบรมราชสมภพ ประดับด้วยเพชร 72 เม็ด หมายถึง พระชนมพรรษา 72 พรรษา เบื้องบนของตราสัญลักษณ์ ประดับพระมหาพิชัยมงกุฎ แสดงถึงการทรงเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ เบื้องหลังพระมหาพิชัยมงกุฎประดิษฐานพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แสดงถึงพระบรมเดชานุภาพแผ่กระจายไปไกลทั่วทุกหนแห่ง เพื่อปกป้องคุ้มครองและช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ทั่วทั้งแผ่นดิน ยอดจงกลฉัตรประกอบรูปพรหมพักตร์ ดอกจำปาทองห้อยระบายชั้นล่างนพปฎลมหาเศวตฉัตร 8 ดอก หมายถึง พระบารมีแผ่ไปทั่วทั้ง 8 ทิศ เลข 10 ไทย ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ หมายถึง พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เบื้องล่างปลายแถบแพร เบื้องขวามีรูปคชสีห์กายสีม่วงชมพูประคองฉัตร 7 ชั้น หมายถึงข้าราชการฝ่ายทหาร เบื้องซ้ายมีรูปราชสีห์กายขาวประคองฉัตร 7 ชั้น หมายถึง ข้าราชการฝ่ายพลเรือน ผู้ปฏิบัติราชการสนองงานแผ่นดิน เบื้องล่างประกอบด้วยลวดลายพญานาคกายสีเขียว อันแสดงถึงนักษัตรปีมะโรงอันเป็นปีพระบรมราชสมภพ แพรแถบสีส้มขลิบทองซึ่งเป็นสีแห่งมูละของวันพระบรมราชสมภพ ภายในแพรแถบมีข้อความว่า "พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗" ใต้อักษรพระปรมาภิไธย ประกอบด้วยตัวเลข ๗๒ หมายถึงพระชนมพรรษา ลวดลายเฟื่องอุบะและลวดลายดอกรวงผึ้ง ดอกไม้ประจำพระองค์มีสีทอง อันหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองของประชาชนและประเทศชาตินายวิริยะ ชอบกตัญญู จิตรกรปฏิบัติการ สังกัดกลุ่มจิตรกรรม สำนักช่างสิบหมู่กรมศิลปากร
พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พ.ศ. 2568 ตราสัญลักษณ์ ประกอบด้วยพระบรมราชสัญลักษณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พื้นสีน้ำเงิน ประดิษฐานคู่กับอักษรพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. (มหาวชิราลงกรณ ปรมราชาธิราช) ในกรอบพุ่มเข้าบิณฑ์ พื้นสีน้ำเงิน ระหว่างเบื้องบนดวงพระตราทั้งคู่ มีพระแสงจักร - ตรี หมายถึง ทรงเป็นสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราช ในพระบรมราชจักรีวงศ์ ด้านล่างมีรูปเศียรนาคด้านอัด หมายถึง พระนักษัตรปีมะโรง อันเป็นปีพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ว่าทรงเจริญพระชนมพรรษาเสมอกัน ดวงพระตราทั้งสองนั้นประดิษฐานอยู่ในปทุมอุณาโลม อันเป็นพระบรมราชสัญลักษณ์แห่งปฐมบรมราชวงศ์บนพื้นสีเขียว อันเป็นวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ขนาบด้วยฉัตรขาวแบบโบราณอันเนื่องด้วยตราพระราชลัญจกรประจำรัชกาลปัจจุบัน เบื้องบนสุดประดิษฐานพระมหาพิชัยมงกุฎ เบื้องล่างเป็นแพรแถบเศียรนาคสื่อถึงพระนักษัตรปีพระบรมราชสมภพของทั้งสองพระองค์ มีอักษรสีทองความว่า “พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช” บนพื้นสีน้ำเงินแสดงสีขัตติยชาติ เบื้องล่างสุด เป็นกรอบลายนาคมีอักษรสีเงินความว่า “๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๘” บนพื้นสีหงชาด (ชมพู) อันเป็นสีซึ่งเป็นอายุแห่งวันพระบรมราชสมภพ นางสาวเพ็ชสุภา รัตนเพชร
งานฉลอง 150 ปี วันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 1 มกราคม 2557 สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อักษรพระนามาภิไธยย่อ ส.ผ. เป็นประธาน เหนือพระนามาภิไธยเป็นพระมหามงกุฎ พระนามาภิไธย ล้อมรอบด้วยดอกกุหลาบ ถัดจากดอกกุหลาบลงมา เป็นอักษรข้อความรองรับภาษาไทยว่า "งานฉลอง 150 ปี วันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง" และ ภาษาอังกฤษว่า "The Celebration of the 150th Anniversary of the Birth of Her Majesty Queen Saovabhag Phongsri of The Fifth Reign" นายสุเมธ พุฒพวง สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
งานฉลอง 150 ปี วันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า 10 กันยายน 2555 สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า อักษรพระนามาภิไธยย่อ ส.ว. เป็นประธาน มีดอกกุหลาบอยู่ในอักษรพระนามาภิไธยย่อ เหนือพระนามาภิไธยเป็นพระมหามงกุฎ มีรัศมีอยู่เบื้องหลัง ถัดมามีข้อความภาษาไทยว่า "ครบ150 ปี วันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า" ภาษาอังกฤษว่า "The Celebration of the 150th Anniversary of the Birth of Her Majesty Queen Sir Savarindira. The Queen Grandmother of Thailand" นายสุเมธ พุฒพวง สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
งานฉลอง 108 ปี วันประสูติพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี 15 เมษายน 2556 พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ตราพระนามย่อ ส. (สุวัทนา) ผูกเป็นรูปงู หมายถึง ปีนักษัตร คือ ปีมะเส็งอันเป็นปีประสูติ ภายใต้อุณาโลมเลข ๖ เปล่งรัศมี หมายถึง ทรงเป็นพระวรราชเทวีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ภายใต้ฉัตรตาดทอง 5 ชั้น มีช่อใบไม้ไขว้อยู่เบื้องหน้า และเบื้องล่างมีแพรแถบ “๒๔๔๘-๒๕๕๖”[37]

พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ 12 สิงหาคม 2535

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงสัญลักษณ์ประกอบด้วยอักษรพระนามาภิไธยย่อ สก. ล้อมด้วยสายสร้อยห้อยมหาจักรีภายใต้พระมหามงกุฎและพระศเวตฉัตร 7 ชั้น ขนาบด้วยพระเศวตฉัตร 5 ชั้น เบื้องล่างมีแถบผ้าแพรสีชมพูชื่องานพระราชพิธีพระมหามงกุฎ พระสัปตปฎลเศวตฉัตรและพระเศวตฉัตร 5 ชั้น อันเป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยศักดิ์ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาไว้ในตําแหน่งสมเด็จพระบรมราชินีนาถ อักษรพระนามาภิไธยย่อ สก. รอบนอกล้อมด้วยสายสร้อยห้อยมหาจักรี ซึ่งเป็นเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ สําหรับพระมหากษัตริย์และสมเด็จพระบรมราชินีนาถนายสุเมธ พุฒพวง สํานักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 12 สิงหาคม 2547 อักษรพระนามาภิไธยย่อ ส.ก. ประดิษฐานภายใต้พระมหามงกุฎในกรอบลายไทยบนพื้นสีฟ้า อันเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ (วันศุกร์) มีพระสัปตปฎลเศวตฉัตรประดับทั้งด้านซ้ายและ ขวา เบื้องล่างเป็นแถบแพรชมพูขลิบทอง มีตัวอักษรความว่า "พระราชพิธีมหามงคลเฉลิม พระชนมพรรษา ๖ รอบ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๔๗ พระมหามงกุฎ และพระสัปตปฎลเศวตฉัตร เป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยศักดิ์ ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรด กระหม่อมสถาปนาไว้ในตำแหน่ง สมเด็จพระบรมราชินีนาถ นายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร สำนักช่างสิบหมู่ กรม ศิลปากร
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 อักษรพระนามาภิไธย ส.ก. อยู่ภายในวงรี ด้านบนเป็นพระมหามงกุฎ ภายในพระมหามงกุฎ เป็นพระแสงจักรและพระแสงตรีศูล มีเครื่องราชอิสริยาภรณ์โบราณมงคลพระมหาสังวาล นพรัตนราชวราภรณ์ล้อมรอบวงรี ขนาบข้างด้วยพระสัปตปฎลเศวตฉัตร ด้านล่างวงรีเป็น เลขไทย 80 อยู่ในรูปทรงของเพชร ถัดลงมาเป็นผ้าแพรแถบอักษรข้อความ "พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕" ในการพระราชพิธีบรม ราชาภิเษก วันที่ 5 พฤษภาคม 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรด เกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระราชินี เป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี แล้ว พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ นายสุเมธ พุฒพวง สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 สิงหาคม 2559 อักษรพระนามาภิไธย ส.ก. อักษร ส. ถมสีครามเข้ม สีแห่งวันพระราชสมภพ อักษร ก. ถมสีขาว เป็นสีเดชแห่งวันพระราชสมภพ อักษรพระนามาภิไธย ส.ก. มีพระมหามงกุฎสีทอง ประดิษฐานอยู่เบื้องบน ภายใต้พระมหามงกุฎประดิษฐานพระแสงจักรตรีว่าทรงสถิตอยู่ใน พระบรมราชจักรีวงศ์ พระนามาภิไธย ส.ก. อยู่ภายในกรอบวัชรรัตน์ 7 ดวง ว่า ทรงเจริญพระชนมพรรษาได้ 7 รอบ มีพื้นสมอคราม เป็นสีประจำวันพระราชสมภพ นอกกรอบวัชรรัตน์ อลงกรณ์ประกอบหน้าราชหงส์ทองอยู่ทั้งซ้ายขวา ว่าทรงงามสง่าดังราชหงส์ทองหน้าราช หงส์มีกระหนกแนบ ห้อยพวงดอกไม้ทิพย์อันมีดอกไม้ในพระนามเป็นอาทิ มีพรรณมอคราม ปนทอง ถัดออกไปเป็นขอบเขียนอักษรสีทอง ความว่า "พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๕๕๙" ระบายพื้นด้วยสีหงชาดอันเป็นสิริแห่งวันพระราชสมภพ เพื่อ เฉลิมพระเกียรติในอภิลักขิตสมัยที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาบรรจบครบ 84 พรรษา ดังมีเลข มหามงคลนั้นอยู่ใต้อักษรพระนามาภิไธยประกอบเถาไม้ทิพย์ชื่อ จิตรลดา ตามตำราว่าเป็น เครือเถาไม้ทิพย์มีอยู่ในจิตรลดาวัน พระราชอุทยาน 1 ใน 4 แห่งของพระอินทร์ หมายว่า สมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงเนานิเวศน์สถาน ชื่อพระตำหนักจิตรลดารโหฐานอันเป็นที่ ประทับ เถาไม้นี้ว่าเป็นเถาไม้แห่งความหวังดุจดังสมเด็จพระบรมราชินีนาถทรงเป็นความ หวังแห่งปวงชนราษฎรพ้นจากความยากไร้ด้วยพระมหากรุณาธิคุณ อันมีโครงการศิลปาชีพ เป็นอาทิอาณาประชาราษฎร์จึงน้อมใจถวายพระพรให้ทรงเจริญพระชนม์ยิ่งยืนนาน นายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร สำนักช่างสิบหมู่ กรม ศิลปากร
พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 อักษรพระนามาภิไธย ส.ก. อยู่ภายในกรอบรูปหัวใจพื้นสีฟ้า อักษร "ส" สีฟ้า เป็นสีประจำวันพระราชสมภพ อักษร "ก" สีขาวเป็นสีเดชของวันพระราชสมภพ พื้นกรอบสีชมพูลายดอก มะลิ สีชมพูเป็นสีแห่งศรีของวันพระราชสมภพ ดอกมะลิเป็นดอกไม้มงคลสัญลักษณ์วันแม่ แห่งชาติ ด้านบนเป็นพระมหามงกุฎภายในประดิษฐานพระแสงจักร และพระแสงตรี สื่อถึง ทรงอยู่ในพระบรมราชจักรีวงศ์ ขนาบซ้าย ขวา พระมหามงกุฎด้วยพระสัปตปฎลเศวตฉัตร ฉัตรขาว 7 ชั้น เป็นฉัตรประกอบพระราชอิสริยยศของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง การนำดอกมะลิมาร้อยเรียงเป็นมาลัยลายเกลียวรูป หัวใจรอบอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. สื่อถึง การร้อยเรียงดวงใจอย่างกลมเกลียวถวาย พระองค์ผู้ทรงเป็นแม่ของแผ่นดิน ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจชาวไทยทั้งชาติ และผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐยิ่งต่อลูกคือประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าให้พ้นจากความทุกข์ยาก และมีอาชีพเลี้ยงตน รูปลายหงส์ประคองฉัตร ซ้าย ขวา หมายถึงพระสิริโฉมสง่างามสูงค่า ดังหงส์ ลวดลายไทย หมายถึงพระปรีชาชาญยิ่งด้านศิลปวัฒนธรรม พระราชทานกำเนิดศิลปาชีพ และทรงส่งเสริมเอกลักษณ์ของชาติไทยให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ทั้งในและต่างประเทศ เลขไทย 90 ภายใต้มาลัยหัวใจ หมายถึงเลขมงคลอันเป็นอภิลักขิตสมัยที่ทรง เจริญพระชนมพรรษาบรรจบครบ 90 พรรษา ผ้าแพรแถบสีฟ้าอักษรบอกชื่องาน "พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๙๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๕" นายเกียรติศักดิ์ สุวรรณพงศ์ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
ฉลอง 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 1 มกราคม - 31 มกราคม 2543 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ตราพระนามาภิไธย ส เป็นสีแดง ว เป็นสีเหลือง ภายใต้มีข้อความฉลอง 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 1 มกราคม - 31 มกราคม 2543 โดยมักปรากฎตรานี้บนธงพื้นสีขาว หรืออาคารหรือสิ่งของอันเกี่ยวด้วยวาระโอกาสนี้
ครบรอบวันสิ้นพระชนม์ 100 ปี พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ 19 พฤษภาคม 2566 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตัวเลข ๑๐๐ ไทย หมายถึงครบรอบวันสิ้นพระชนม์ 100 ปี ตัวอักษรเป็นสีน้ำเงินอันเป็นสีของกองทัพเรือ 2 ยอดคลื่นใต้ตัวเลขหมายถึงพื้นที่ทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ปลายคลื่นด้านท้ายเป็นสีแดงซึ่งเป็นสีประจำพระองค์ เกลียวคลื่นด้านท้ายสื่อถึงความเคารพศรัทธาพระองค์ท่านยังคงเดินหน้าต่อไป ตรงกลางเลข ๐ มีรูปพระอาทิตย์ทรงรถอันเป็นตราประจำพระองค์
พระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 6 รอบ 24 พฤศจิกายน 2540 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา อักษรพระนาม พ.ร. ประดิษฐานในกรอบอาร์มพื้นสีม่วงซึ่งเป็นสีประจำวันพระบรมราช สมภพ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และประจำวันประสูติ พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ผู้เป็นพระชนกและพระชนนี (วันเสาร์)

รอบๆมีแพรแถบ จารึกอักษรข้อความว่า "ฉลองพระชนมายุ 6 รอบ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี 24 พฤศจิกายน 2540"

พระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 80 พรรษา 24 พฤศจิกายน 2548 อักษรพระนาม พ.ร. ประดิษฐานในกรอบอาร์มพื้นสีเหลือง รอบๆมีแพรแถบสีเทา จารึกอักษรข้อความว่า "24 พฤศจิกายน 2548 พระชนมายุ 80 พรรษา"
พระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 7 รอบ 24 พฤศจิกายน 2552 อักษรพระนาม พ.ร. ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี อักษรสีทอง หมายถึงความเจริญพระชนมายุอันเป็นสวัสดิมงคลยืนยาวถึง 84 พรรษา แสดง ถึงพระจริยวัตรอันงามพิสุทธิ์ ยืนยงดังทองนพคุณอันโอภาสที่ไม่อาจปรวนแปรสีเป็นอื่น ประดิษฐานในกรอบอาร์มประดับลายเฟื่องสีทอง พื้นสีม่วงซึ่งเป็นสีประจำวันพระบรมราช สมภพ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และประจำวันประสูติ พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ผู้เป็นพระชนกและพระชนนี (วันเสาร์) อักษรพระนามในรูปอาร์มนั้น ประดิษฐานอยู่ภายใต้พระชฎามหากฐิน อันแสดงถึงพระอิสริยยศสมเด็จเจ้าฟ้า ประกอบพระ อุณาโลมอุตราวรรต เลียนลักษณะเลข ๖ หมายถึงพระราชธิดาในรัชกาลที่ 6 อยู่บนพระโค ซึ่งเป็นเทพพาหนะของพระอิศวร สื่อความหมายว่าสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ เป็นพระราชธิดา ของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเปรียบได้ดั่งพระอิศวรซึ่งทรงแบ่งภาคมาเป็นพระมหากษัตริย์ ไทย และทรงเป็นเจ้าฟ้า ซึ่งในพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ พราหมณ์จะได้สวด สรรเสริญพระอิศวรและเปิดศิวาลัยไกรลาส เป็นราชประเพณีเฉพาะพระบรมวงศ์ผู้ทรงพระ อิสริยยศนี้ พระโคนั้นทรงเครื่องอย่างพระโคต้น พื้นตัวขาว เป็นรูปประจำพระนักษัตรคือปี ฉลู ประดับวลัยที่เขนง (เขา) ห้อยพู่อุบะหู ประดับตาบหน้า ตาบอก และตุ้งติ้งอุบะทอง ใบ เทศที่ตะโพก เท้าหน้าและหลัง เขนงและกีบเท้าสีทอง คาดแถบแพรสีหงชาด (สีชมพู) อัน เป็นสีประจำวันประสูติ (วันอังคาร) ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ มีอักษรบอกงานความว่า "ฉลองพระชนมายุ ๗ รอบ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๒" ตัวอักษรทองตัดขอบสีแสด ซึ่งเป็นสีที่ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอฯ โปรด ทั้งยังเป็นสีศรีของวันประสูติ นายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร สำนักช่างสิบหมู่ กรม ศิลปากร
งานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติครบ 100 ปี 24 พฤศจิกายน 2568 อักษรพระนาม พ.ร. ภายในกรอบลายทองและเงินรูปหัวใจประดับเพชร พื้นสีหงชาด (ชมพู) เป็นสีของวันอังคาร ซึ่งเป็นวันประสูติ กรอบอักษรพระนามอยู่ภายใต้พระชฎามหากฐิน อันเป็นเครื่องแสดงถึงพระอิสริยยศชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า ประกอบอุณาโลมอุตราวรรตเลียนแบบลักษณะเลข ๖ หมายถึงทรงเป็นพระราชธิดาในรัชกาลที่ ๖ เบื้องซ้ายและขวาประกอบด้วยเบญจปฏลเศวตฉัตรระบายขลิบทอง ๒ ชั้น เบื้องล่างกรอบอักษรพระนามมีเลขมหามงคล ๑๐๐ สีส้ม อันเป็นสีซึ่งเป็นสิริมงคลแห่งวันประสูติ สื่อถึงโอกาสวันคล้ายวันประสูติครบ ๑๐๐ ปี ล่างสุดมีแพรแถบพื้นสีหงชาด (ชมพู) ขลิบทอง ปลายทั้งสองคล้องคันฉัตร ภายในแพรแถบมีข้อความว่า "เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติครบ ๑๐๐ ปี ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๘" นายปัญญา โพธิ์ดี สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
งานฉลอง 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ 6 พฤษภาคม 2566 สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี อักษรพระนามาภิไธย ก.ว. อักษร ก สีขาว อักษร ว สีเขียวอันเป็นสีทรงโปรดส่วนพระองค์ โดยอักษรพระนามาภิไธย ก.ว. อยู่ภายใต้พระจุลมงกุฎ เบื้องหลังเป็นสัตตปฎลเศวตฉัตรระบายขลิบทองแผ่ลวด 3 ชั้น ชั้นล่างสุดห้อย อุบะจําปาทอง อันเป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ เบื้องล่างมีข้อความว่า "ฉลอง 100 ปี วันประสูติ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์" นายสุเมธ พุฒพวง สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
พระราชพิธีฉลองพระชนมายุ 5 รอบ 2 เมษายน 2558 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อักษรพระนามาภิไธย ส.ธ. ภายในกรอบสุพรรณเบญจเพชรรัตน์ อักษร ส. สีม่วงชาดแก่ อักษร ธ สีขาวบนพื้นสีม่วงครามอ่อน เป็นสีวันพระราชสมภพ ดวงเพชรรัตน์ 5 ดวงหมายถึง ทรงเจริญพระชนมายุ 5 รอบ โดยอักษรพระนามาภิไธย ส.ธ. อยู่ภายใต้พระชฎาพระกลีบปัก พระยี่ก่าทองไม่ประกอบพระกรรเจียกจร เบื้องหลังพระชฎามีพระบวรเศวตฉัตร (พระสัตตปฎลเศวตฉัตร) คือ ฉัตรขาว 7 ชั้น แต่ละชั้นมีระบายขลิบทองแผ่ลวด 3 ชั้น ชั้นล่างสุดห้อย อุบะจําปาทอง เป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมราชกุมารีทั้งสองข้าง กรอบพระนามาภิไธยมีรูปเทพยดา พระกรหนึ่งประคองเชิญพระสัตตปฎลเศวตฉัตร พระกร หนึ่งกระชับเถาว์บัวทองไว้ขัดพระขรรค์ ทรงเศวตพัสตราภรณ์เขียนทอง เทพยดาข้างเลข ๖ (ด้านซ้าย) ทรงพระชฎาเดินหนปักพระยี่ก่าดอกไม้ทองทัดพระกรรเจียกจร และเทพยดา ข้างเลข ๐ (ด้านขวา) ทรงพระชฎามหากฐิน (พระชฎาห้ายอด) ปักพระยี่ก่าดอกไม้ทองทัด พระกรรเจียกจร หมายถึง เทพยดาทรงมาบริรักษ์เฉลิมฉลองในมหามงคลกาลนี้ ให้ทรง เจริญพระสิริสวัสดิ์พูนพิพัฒน์พระเกียรติยศยิ่ง พันสิ่งสรรพทุกข์โรคันตรายทั้งปวง สำหรับ เถาว์บัวทอง หมายถึง ทรงเนาวนิเวศน์ นามว่า "สระปทุม" ใต้กรอบพระนามาภิไธย มีเลขมหามงคล 60 ว่าทรงพระเจริญพระชนมายุ 60 พรรษาบนพื้นสีหงสบาท (ส้มอ่อนหรือสีเท้าหงส์) เป็นสีวันพฤหัสบดี ในคัมภีร์พระไสยศาสตร์ว่า เป็นมงคลอายุของวันพระราชสมภพ ถัดลงมา มีเชิงลายถมสีหงชาด (ชมพู) เขียนอักษรไทยยอดสีทองว่า "ฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ" และ “๒ เมษายน ๒๕๕๘" บนห้องลายพื้นสีขาวถัดลงมา สะท้อนถึงทรงเชี่ยวชาญด้านอักษร โบราณและการโบราณคดีทั้งปวงด้วย นายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
งานฉลองพระชนมายุ 90 พรรษา สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร 3 ตุลาคม 2546 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร อักษรพระนามย่อ ญ.ส.ส. ซึ่งอักษร ญ. หมายถึง สมเด็จพระญาณสังวร อันเป็นราชทินนาม ใช้สีฟ้าอันเป็นสีประจำวันประสูติ (วันศุกร์) อักษร ส. ตัวแรก หมายถึงสมเด็จพระสังฆราช อันเป็นชื่อยศทางพระศาสนา ใช้สีขาว หมายถึง พระพุทธศาสนา อักษร ส. ตัวที่ 2 หมายถึง สกลมหาสังฆปริณายก (ประมุขของสงฆ์) ใช้สีเหลือง

เหนืออักษรย่อมีเศวตฉัตร 3 ชั้น หมายถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาเทียบเท่าพระองค์เจ้า เป็นพื้นสีขาว คาดแถบทอง 2 เส้น ฉัตรล่างประดับอุบะจำปาสีทอง ด้านล่างอักษรพระนามย่อมีตัวเลข ๙๐ ไทย หมายถึงทรงเจริญพระชนมายุ 90 พรรษา ด้านล่างตัวเลขมีแพรแถบบรรจุข้อความ “พระชนมายุ ๙๐ พรรษา ๓ ต.ค. พ.ศ. ๒๕๔๖”

นายสุเมธ พุฒพวง สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
งานฉลองพระชันษา 96 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก 3 ตุลาคม พ.ศ. 2552 พระนามย่อ ญ.ส.ส. อักษร "ญ" มาจากพระนาม “สมเด็จพระาณสังวร” พระราชทินนามขณะทรงดำรงตำแหน่งพระสมณศักดิ์สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งได้รับพระราชทานใช้เป็นกรณีพิเศษ เป็นสีฟ้า (ผงคราม) ซึ่งเป็นสีประจำวันประสูติ (วันศุกร์) อักษร "ส" ตัวแรก มาจาก “สมเด็จพระสังฆราช” เป็นสีเหลือง หมายความว่า ทรงเป็นสกลมหาสังฆปริณายก องค์ประมุขแห่งคณะสงฆ์ อักษร "ส" ตัวที่สอง มาจาก “กลมหาสังฆปริณายก” เป็นสีขาว หมายความว่าทรงบริสุทธิ์วิเศษเป็นศรีศุภมงคลในพระบวรพุทธศาสนา เศวตฉัตร 3 ชั้น หมายถึง เครื่องประกอบพระอิสริยยศ เทียบชั้น พระองค์เจ้า ที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาสถาปนา เป็นฉัตร 3 ชั้น พื้นสีขาวระบายฉัตรคาดด้วยแถบสีทอง 2 เส้น ฉัตรชั้นล่าง ประดับด้วยอุบะจำปาสีทอง แถบชื่องานมีข้อความว่า "ฉลองพระชันษา ๙๖ ปี ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ " ปลายแถบเป็นรูปช้าง หมายถึง พระสกุลเดิม คชวัตร พื้นหลังสีฟ้า หมายถึงสีวันประสูติ ซุ้มเรือนแก้ว ล้อมตราสัญลักษณ์ เป็นสิ่งมงคลสิ่งหนึ่งในมงคล ๑๐๘ นายอนันต์ชัย เฟื่องนคร
งานฉลองพระชันษา 100 ปี สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร 3 ตุลาคม 2556 อักษรพระนาม ญ.ส.ส. ย่อมาจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก อักษร ญ. สีฟ้า (ผงคราม) หมายถึงวันประสูติ คือวันศุกร์ อักษร ส. สีขาว หมายความว่าทรงบริสุทธิ์วิเศษเป็นศรีศุภมงคลในพระบวรพุทธศาสนา อักษร ส. สีเหลือง หมายความว่าทรงเป็นสกลมหาสังฆปริณายกองค์ประมุขแห่งคณะสงฆ์

อักษรพระนาม ญ.ส.ส. อยู่ภายใต้เศวตฉัตร ๓ ชั้น อันเป็นเครื่องยศสมณศักดิ์ สำหรับสมเด็จพระสังฆราช รูปอักษรพระนามและฉัตรอยู่ภายในมณฑลประภา คือรัศมีพระเจ้า หมายความว่าทรงเป็น ผู้ปราศจากมลทิน อันสืบวงศ์ของพระชินสีห์บรมศาสดา มีรูปช้างไอยราวัตชูครอบรัศมีมณฑลอยู่ หมายถึงทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และหมายถึงทรงอุบัติในสกุลคชวัตร

ใต้รูปช้างไอยราวัต มีเลขมหามงคล ๑๐๐ หมายถึงทรงเจริญพระชันษายืนยาวนานกว่า สมเด็จพระสังฆราซองค์อื่นใดในอดีตที่ผ่านมา ด้านล่างสุดผูกเป็นแพรแถบสีหงชาด (ชมพู) ขอบขลิบทองปลายทั้งสองเป็นช่อกระหนก มีข้อความอักษรสีทองว่า “การฉลองพระชันษา ๓ ตุลาคม ๒๕๕๖” ปลายแพรแถบข้างขวาของตราสัญลักษณ์เขียน ๒๔๕๖ เป็นปี พ.ศ. ประสูติ แถบข้างช้ายเขียนปีที่ฉลองพระชันษา ครบ ๑๐๐ ปี พ.ศ.๒๕๕๖

นายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
การพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร 15-17 ธันวาคม 2558 อักษรพระนาม ย่อ ญสส. ญ. หมายถึง “สมเด็จพระญาณสังวร” อันเป็นราชทินนามสำหรับพระองค์ ส. (ตัวแรก) หมายถึง “สมเด็จพระสังฆราช” อันเป็นชื่อยศทางพระศาสนา ส. (ตัวที่สอง) หมายถึง “สกลมหาสังฆปริณายก” อันเป็นชื่อตำแหน่งหน้าที่ทางการคณะสงฆ์ คือ ประมุขหรือผู้นำของสงฆ์หมู่ใหญ่ทั้งมวล เหนืออักษรพระนามย่อมีเศวตฉัตร 3 ชั้น หมายถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนาเทียบเท่าพระองค์เจ้า คาดด้วยแถบสีทอง 2 เส้น ฉัตรล่าง ประดับด้วยอุบะจำปาสีทองล้อมรอบด้วยดอกไม้ทิพย์รัศมีพรรณกระจ่างไปทั่วทิศานุทิศ หมายถึง พระเกียรติคุณ พระธรรมคุณ พระกรุณาธิคุณ พระเมตตาคุณ ย่อมรุ่งเรืองอยู่มิสิ้นสุด ฯ สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร
งานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ 26 มิถุนายน 2566 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) อักษรพระนาม ออป ของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ภายใต้เศวตฉัตรสามชั้นห้อยอุบะจำปาทองตามพระอิสริยยศ ประดิษฐานในกรอบ ลักษณะอย่างเสาศิลาหลักมหาสีมา สื่อความหมายว่าทรงเป็นหลักชัย แห่งพุทธจักรไทย และทรงเป็นเจ้าอาวาส วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พื้นสีแดงหมายถึง วันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันประสูติ มีเลข ๙๖ แสดงพระชนมายุ ผูกผสานเป็นลวดลายแวดล้อมด้วย ดอกปทุมขาว 4 ดอกหมายถึงพระจริยวัตรอันงามบริสุทธิ์ตลอด 6 รอบพระนักษัตร รองรับ ด้วยแพรแถบสีชมพูซึ่งเป็นสีเดชแห่งพระชนมวาร และแสดงถึงพระฐานะเจ้าอาวาสพระ อาราม ประจำรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หลังผืนแพรเป็นสีเหลือง หมายถึงตำแหน่ง สกลมหาสังฆปริณายก และเป็นสีอายุแห่งพระชนมวาร บรรจุข้อความ บอกงานว่า "ฉลองพระชนมายุ ๘ รอบ ๒๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๖"

ตราสัญลักษณ์ประจำพระองค์ในพระอิสริยยศเดิม

[แก้]

ตราประจำพระองค์พระมหากษัตริย์

[แก้]

ตราประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุฬาลงกรณ์เกล้าเจ้าอยู่หัว

[แก้]

ตราพระประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุฬาลงกรณ์เกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นตราพระปรมาภิไธยย่อ ส.พ.ป.ม.จ.๕ (พระบาทมเด็จระรมินทรหาจุฬาลงกรณ์ พระจุฬาลงกรณ์เกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5) เป็นตราพระปรมาภิไธยสำหรับพระราชอิสริยยศในช่วงการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ 1 ด้วยพระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระจุฬาลงกรณ์เกล้าเจ้าอยู่หัว โดยหลังจากการบรมราชาภิเษกครั้งที่ 2 ก็ทรงเปลี่ยนไปใช้ตราพระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. แต่ตราพระปรมาภิไธยย่อนี้ก็ยังปรากฏการใช้งานในหลายแห่ง เช่น ซุ้มประตูพระราชวังดุสิต ปกแขนของเครื่องแบบทหารกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์

ตราประจำพระองค์พระราชวงศ์

[แก้]

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร

[แก้]

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นตราที่มีปรากฏพบทั้งหมดด้วยกัน 3 รูปแบบ มี 2 รูปแบบที่ปรากฏบนพัดรองที่ระลึกที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ทรงโปรดให้สร้างขึ้นในงานฉลองพระชันษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร มีทั้งหมดด้วยกัน 2 เล่ม เล่มหนึ่งปักเป็นตราเพชรใต้จุลมงกุฎ อีกเล่มหนึ่งปักเป็นอักษรพระนามาภิไธยย่อ ม.ว. ภายใต้จุลมงกุฎมีหมอนรอง หรือพระเกี้ยว

ตราประจำพระองค์ ม.ว.

[แก้]

เป็นตราพระนามาภิไธยย่อ ม.ว. (หาชิราวุธ) ภายใต้แพรแถบที่มีอักษรย่อว่า ร.จ.บ.ต.ว.ห.จ. (ย่อมาจาก "เบํารุงระกูลงศ์ให้ริญ") อยู่ภายใต้จุลมงกุฎที่มีหมอนรอง หรือพระเกี้ยว เปล่งรัศมีช่อชัยพฤกษ์ โดยมีตราจักรีอยู่บริเวณกึ่งกลางของหมอนรองจุลมงกุฎ หรือพระเกี้ยว อักษรพระนามาภิไธยย่อ "มว" เป็นสีเหลือง ปรากฏพบในพัดรองที่ระลึกงานฉลองพระชันษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ครบ 2 รอบ มโรงนักษัตร (24 พรรษา) 1 มกราคม ร.ศ. 123 (พ.ศ. 2447)[38]

ตราเพชรใต้จุลมงกุฎ

[แก้]

เป็นตรารูปเพชรเปล่งรัศมี ภายใต้จุลมงกุฎ ปรากฏพบในพัดรองที่ระลึกงานฉลองพระชันษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร ครบ 2 รอบ มโรงนักษัตร (24 พรรษา) 1 มกราคม ร.ศ. 123 (พ.ศ. 2447)[38]

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนศุโขไทยธรรมราชา

[แก้]

เป็นตราพระนามย่อ ป.ศ.(ระชาธิปกศักดิเดชน์) มีลักษณะเป็นศรธนู ตัวอักษรไขว้กับธนู เป็นสีแดง เป็นสีขาว[39]

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ บรมขัตติยราชกุมาร

[แก้]

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ บรมขัตติยราชกุมาร เป็นตราพระนามาภิไธยย่อ ว.ก. (ชิราลงรณ) ภายใต้พระจุลมงกุฎเปล่งรัศมี

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร

[แก้]

ฉบับก่อนพุทธศักราช 2542

[แก้]

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร (แบบเก่า) ตราประจำพระองค์ฉบับที่ 1 เป็นรูปตราอักษรพระนามาภิไธยย่อ ม.ว.ก. (หาชิราลงรณ) ขัดกันเป็นรูปเพชร ภายใต้พระจุลมงกุฎเปล่งรัศมีสายฟ้า อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ม" เป็นสีเขียว "ว" เป็นสีขาว (หมายถึง สีประจำพระชนมวารตามคติมหาทักษา; วันจันทร์) และ "ก" เป็นสีเหลือง (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของสมเด็จพระบรมชนกนาถ; วันจันทร์) ออกแบบโดย หม่อมราชวงศ์มิตรารุณ เกษมศรี เนื่องในการพระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อปี พ.ศ. 2515

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร (แบบเก่า) ตราประจำพระองค์ฉบับที่ 2 เป็นรูปตราอักษรพระนามาภิไธยย่อ ม.ว.ก. (หาชิราลงรณ) ขัดกันเป็นรูปเพชรอยู่ภายในกรอบสีน้ำเงิน ซึ่งอยู่ภายในรูปพระเขนยสีเหลืองอีกชั้นหนึ่ง ภายใต้พระจุลมงกุฎเปล่งรัศมีเป็นรูปขนนก และภายใต้รูปทั้งหมดมีแถบแพรอักษรข้อความ ร.จ.บ.ต.ว.ห.จ. (ย่อมาจาก "เบํารุงระกูลงศ์ให้ริญ") (ตราพระราชลัญจกรในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร แห่งราชอาณาจักรไทย) รูปทั้งหมดประดิษฐานในวงรีสีน้ำเงินของสีทอง

ฉบับหลังพุทธศักราช 2542

[แก้]

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร (แบบใหม่) เป็นตราพระนามาภิไธยย่อ ม.ว.ก. (หาชิราลงรณ) ภายใต้ตราประจำราชวงศ์จักรีและพระอนุราชมงกุฎ อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ม" เป็นสีเหลือง (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของสมเด็จพระบรมชนกนาถ; วันจันทร์) "ว" เป็นสีขาว (หมายถึง สีประจำพระชนมวารตามคติมหาทักษา; วันจันทร์) และ "ก" เป็นสีฟ้า (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระบรมราชชนนี; วันศุกร์)

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา

[แก้]

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ก่อนทรงได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าฟ้าต่างกรม เป็นตราพระนามย่อ ก.ว. (กัลยาณิวัฒนา) โดยไม่มีพระจุลมงกุฎวางไว้ด้านบน ซึ่งอักษรพระนามาภิไธยย่อ "ก" เป็นสีขาว และ "ว" เป็นสีฟ้า (เป็นสีที่โปรดเป็นการส่วนพระองค์)

ตราประจำพระองค์ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

[แก้]

ตราประจำพระองค์ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นตราพระนามาภิไธยย่อ อ.ร. (อุบลรัตน) อักษรพระนามาภิไธยย่อ "อร" เป็นสีทอง ล้อมรอบด้วยดอกบัวอันสื่อถึงพระนาม ภายใต้พระชฎามหากฐินและอุณาโลมเลข ๙ หมายถึง เป็นพระราชธิดาองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ปรากฏในภาพข่าวในพระราชสำนัก ในช่วงพุทธศักราช 2537

ตราประจำพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร

[แก้]

ตราประจำพระองค์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ในระหว่างนั้น ทรงดำรงพระอิสริยยศฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ภายหลังทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ปัจจุบันคือ พลตรีหญิง ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี) เป็นตราพระนามาภิไธยย่อ ศ.ร. (รีรัศมิ์) อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ศ" เป็นสีแสด (หมายถึง สีประจำวันประสูติ) และ "ร" เป็นสีเหลือง (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระราชสวามี)

ตราประจำพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาฯ

[แก้]

ตราประจำพระองค์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาใน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นตราพระนามาภิไธยย่อ ส.ส. (โวลี) อักษรพระนามาภิไธยย่อ "สส" เป็นสีทอง ปรากฏในภาพประทาน[40]

ตราประจำพระองค์พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา

[แก้]

ตราประจำพระองค์พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เป็นตราพระนามาภิไธยย่อ พ.ภ. (พัชรกิติยาา) อักษรพระนามาภิไธยย่อ "พ" เป็นสีแสด (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ) และ "ภ" เป็นสีเหลือง (หมายถึง สีประจำพระราชวงศ์จักรี)

ตราประจำพระองค์พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

[แก้]

ตราประจำพระองค์พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เป็นตราพระนามาภิไธยย่อ ส.ร. (สิริวัณณวรีนารีรัตน์) อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ส" เป็นสีแสด (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ) และ "ร" เป็นสีเหลือง (หมายถึง สีประจำพระราชวงศ์จักรี)

ตราประจำพระองค์หม่อมเจ้าสิริวัณวรี มหิดล

[แก้]

เป็นตราพระนามาภิไธยย่อ ส.ร. (สิริวัณวรี) อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ส" เป็นสีแสด (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันประสูติ) และ "ร" เป็นสีเหลือง (หมายถึง สีประจำวันพระบรมราชสมภพของพระบรมชนกนาถ) ปรากฏบนพวงมาลาของพระองค์จากงานพระราชทานเพลิงศพ คุณพุ่ม เจนเซน

ตราประจำพระองค์พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ

[แก้]

ตราประจำพระองค์พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เป็นตราพระนามาภิไธยย่อ ท.ป. (ทีปังกรรัศมีโชติ) อักษรพระนามาภิไธยย่อ "ท" เป็นสีฟ้า (สีประจำวันศุกร์ วันคล้ายวันประสูติ) และ "ป" เป็นสีเหลือง (สีประจำราชวงศ์จักรี)

ตราประจำองค์หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล

[แก้]

ตราประจำองค์หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล เป็นตราพระนามย่อ ฉ.ศ. (เลิมศึก) อักษรพระนามย่อ "ฉ" เป็นสีเงิน และ "ศ" เป็นสีทอง

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระสังฆราช

[แก้]

ตราประจำพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า

[แก้]

ตราประจำพระองค์พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า เป็นตราพระนามย่อ ช.ส. ภายใต้ฉัตรตาดเหลือง 5 ชั้น

  • อักษร "ช" มาจากพระนามทรงกรม “ชินวรสิริวัฒน์” เป็นสีน้ำเงิน (หมายถึง สีประจำวันประสูติ ; วันศุกร์)
  • อักษร "ส" มาจากพระนามทรงกรม "ชินวรสิริวัฒน์) เป็นสีทอง (หมายถึง เป็นสีอาสนะประจำตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช และสีของกาสาวพัสตร์ เป็นสมณคุณ) ภายใต้ฉัตรตาดเหลือง 5 ชั้น เหนือฉัตรชั้นที่ 5 ประดิษฐานพระพุทธรูป ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธเจ้า

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสน์ วาสโน)

[แก้]

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสน์ วาสโน) เป็นตราพระนามย่อ ว.ว.น. ภายใต้เศวตฉัตร 3 ชั้น

  • อักษร "ว" ตัวแรก มาจากพระนาม “าสน์” เป็นสีเหลือง
  • อักษร "ว" ตัวที่สอง มาจากฉายา “าสโน” เป็นสีแดง
  • อักษร "น" มาจากพระชาติภูมิเดิม ที่ประสูติมาในสกุล “นิลประภา” เป็นสีเขียว

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน)

[แก้]

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) เป็นตราพระนามย่อ ญ.ส.ส. ภายใต้เศวตฉัตร 3 ชั้น

  • อักษร "ญ" มาจากพระนาม “สมเด็จพระาณสังวร” พระราชทินนามขณะทรงดำรงตำแหน่งพระสมณศักดิ์สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งได้รับพระราชทานใช้เป็นกรณีพิเศษ เป็นสีฟ้า (ผงคราม) ซึ่งเป็นสีประจำวันประสูติ (วันศุกร์)
  • อักษร "ส" ตัวแรก มาจาก “สมเด็จพระสังฆราช” เป็นสีเหลือง หมายความว่า ทรงเป็นสกลมหาสังฆปริณายก องค์ประมุขแห่งคณะสงฆ์
  • อักษร "ส" ตัวที่สอง มาจาก “กลมหาสังฆปริณายก” เป็นสีขาว หมายความว่าทรงบริสุทธิ์วิเศษเป็นศรีศุภมงคลในพระบวรพุทธศาสนา

ตราประจำพระองค์ที่ใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน

[แก้]

ตราประจำพระองค์ อ.ด.

[แก้]

ตราประจำพระองค์ที่ใช้ร่วมกันของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ และเจ้าดารารัศมี พระราชชายา เป็นอักษร อ.ด. (ินทวิชยานนท์ ารารัศมี) ไขว้กัน โดยปรากฏตรานี้ในสิ่งของอันเกี่ยวเนื่องด้วยเจ้าดารารัศมี

ตราประจำพระองค์ S.B.C.

[แก้]

ตราประจำพระองค์ที่ใช้ร่วมกันของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ในรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นอักษรย่อที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้ ประกอบด้วยตัวอักษรโรมัน S คือ สดับ B คือ ภูมินทรภักดี และ C คือ จุฬาลงกรณ์ หรือ ตราสัญลักษณ์พิณภายใต้พระจุลมงกุฎกำกับ[41]

ตราประจำพระองค์ จ.ต.ร.ส.

[แก้]

ตราประจำพระองค์ที่ใช้ร่วมกันของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์ และ หม่อมราชวงศ์สว่าง จักรพันธุ์ ชายา เป็นอักษร จ.ต.ร.ส. (ตุรนต์ ว่าง) ไขว้กันภายใต้พระชฎาไม่มีกรรเจียกจร

ตราประจำพระองค์ สวัสติกะ และ อ.ภ.

[แก้]

ตราประจำพระองค์ร่วมของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระสวัสดิวัดนวิศิษฎ์ (รูปสวัสติกะกลมเวียนขวา ปลายสวัสติกะเวียนตามเข็มนาฬิกา) และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภาพรรณี พระชายา (อักษรพระนามย่อ อ.ภ.)

ตราประจำพระองค์ จ.ภ.ว.

[แก้]

ตราประจำพระองค์ที่ใช้ร่วมกันของ สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี และ วีระยุทธ ดิษยะศริน อดีตพระสวามี เป็นอักษร จ.ภ.ว. (จุฬารณ วีระยุทธ์) ปรากฏในภาพข่าวในพระราชสำนักช่วง พ.ศ. 2536 ถึง พ.ศ. 2537

ตราประจำพระองค์ MVS สีม่วง

[แก้]

ตราประจำพระองค์ที่ใช้ร่วมกันของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เป็นอักษรพระนามาภิไธยย่อ MVS ประดิษฐานภายใต้พระอนุราชมงกุฎ (ปัจจุบันคือ พระมหาพิชัยมงกุฎ) อักษรพระนามาภิไธยย่อ MVS ย่อเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า "Maha Vajiralongkorn Suthida" โดยมีความหมายในภาษาไทยว่า "มหาวชิราลงกรณ สุทิดา" โดย "MV" เป็นสีเหลือง (หมายถึง สีประจำวันคล้ายพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว) และ "S" เป็นสีม่วง (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี) ซึ่งสื่อถึงอักษรพระนามาภิไธยที่ใช้ร่วมกับพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยตราสัญลักษณ์จะมีอยู่สองแบบด้วยกัน คือ

แบบที่ 1 ตราสัญลักษณ์ MVS มีตราจักรีภายใต้พระอนุราชมงกุฎ

เป็นตราที่ใช้ร่วมกันในขณะที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็น "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร" และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ครั้งยังทรงเป็น "พลตรีหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา" โดยเริ่มปรากฏใช้ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2557 โดยส่วนมากจะเห็นตราสัญลักษณ์ดังกล่าวปรากฏอยู่บนพวงมาลาหลวงสีม่วง ซึ่งพระราชทานในงานพระราชทานเพลิงศพ และยังมีปรากฏอยู่บนเอกสารข้อความต่าง ๆ เช่นข้อความของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่แสดงความขอบคุณแก่ประชาชนชาวไทยที่เข้าร่วมกิจกรรม Bike for Mom ลงวันที่ 16 สิงหาคม 2558 เป็นต้น

แบบที่ 2 ตราสัญลักษณ์ MVS มีเลข 10 ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ

เป็นตราที่ใช้ร่วมกันในขณะที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็น "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" จนถึงเวลาก่อนการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็น "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" ในปัจจุบัน และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ครั้งทรงเป็น "พลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา" จนถึงเวลาก่อนการประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศเป็น "สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี" ในปัจจุบัน โดยส่วนมากจะเห็นตราสัญลักษณ์ดังกล่าวปรากฏอยู่บนพวงมาลาหลวงสีม่วง ซึ่งพระราชทานในงานพระราชทานเพลิงศพ ในช่วงปี 2559 - 2562 และมีปรากฏใช้ในหลายครั้งจนถึงปัจจุบัน

ตราประจำพระองค์ MVS สีฟ้า

[แก้]

ตราประจำพระองค์ที่ใช้ร่วมกันของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี เป็นอักษรพระนามาภิไธยย่อ MVS ประดิษฐานภายใต้พระอนุราชมงกุฎ (ปัจจุบันคือ พระมหาพิชัยมงกุฎ) อักษรนามย่อ MVS ย่อเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า "Maha Vajiralongkorn Sineenatha" โดยมีความหมายในภาษาไทยว่า "มหาวชิราลงกรณ สินีนาถ" โดย "MV" เป็นสีเหลือง (หมายถึง สีประจำวันคล้ายพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว) และ "S" เป็นสีฟ้า (หมายถึง สีประจำวันคล้ายวันเกิดของเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี) ซึ่งสื่อถึงอักษรพระนามาภิไธยที่ใช้ร่วมกับพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยตราสัญลักษณ์จะมีอยู่สองแบบด้วยกัน คือ

แบบที่ 1 ตราสัญลักษณ์ MVS มีตราจักรีภายใต้พระอนุราชมงกุฎ

เป็นตราที่ใช้ร่วมกันในขณะที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็น "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร" จนประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็น "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" จนถึงปัจจุบัน และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ตั้งแต่ยังเป็น "พันตรีหญิง สินีนาฏ วงศ์วชิราภักดิ์" จนเป็น "เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี" ในปัจจุบัน โดยเริ่มปรากฏใช้ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2562 ซึ่งปรากฏอยู่บนพวงมาลาหลวงสีฟ้า ซึ่งพระราชทานในงานพระราชทานเพลิงศพ และยังมีปรากฏบนภาพวาดฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่น ในหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ พระคาถาพระสุนทรีวาณี ลงวันที่ 28 กรกฎาคม 2562 เป็นต้น ปรากฏในหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ มหาราชปริตร หน้า 43 ลงวันที่ 26 เมษายน 2564 ในช่วงปี 2567 ถึงปัจจุบัน ปรากฏตราสัญลักษณ์นี้บนพวงมาลาหลวงสีฟ้าของเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี

แบบที่ 2 ตราสัญลักษณ์ MVS มีเลข 10 ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ

เป็นตราที่ใช้ร่วมกันในขณะที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็น "สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร" จนประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็น "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" จนถึงปัจจุบัน และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ตั้งแต่ยังเป็น "ท่านผู้หญิงสินีนาฏ วงศ์วชิราภักดิ์" จนเป็น "เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี" ในปัจจุบัน ตราสัญลักษณ์ดังกล่าวปรากฏอยู่บนพวงมาลาหลวงสีฟ้า ซึ่งพระราชทานในงานพระราชทานเพลิงศพ ในช่วงปี 2562 โดยต่อมาในปี 2563 มีการปรากฏตราสัญลักษณ์ดังกล่าวบนภาพวาดฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระราชทานเป็นกำลังใจให้พสกนิกรชาวไทย โดยมีภาพที่ทรงวาดขึ้นลงวันที่ 15, 17, 19 สิงหาคม และวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2563 ตามลำดับ และในภาพวาดฝีพระหัตถ์ สืบสาน (อภิรักษ์) รักษา (อนุรักษ์) ต่อยอด (อภิวัฒน์) ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 และปรากฏบนพวงมาลาหลวงวางหน้าโกศศพสมเด็จพระญาณวชิโรดม วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 ปรากฏบนภาพวาดฝีพระหัตถ์ในหนังสือบทเจริญพระพุทธมนต์ มหาราชปริตร หน้า 43 ลงวันที่ 26 เมษายน 2564 ล่าสุดในเดือน กรกฎาคม 2568 ปรากฏตราสัญลักษณ์นี้บนพวงมาลาหลวงสีฟ้าของเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี

ตราประจำพระราชวังและพระตำหนัก

[แก้]

ตราประจำพระราชวัง

[แก้]

ตราประจำพระราชวังดุสิต

ตราประจำพระราชวังดุสิต เป็นรูปพระโพธิสัตว์ประทับบนบังลังก์ดอกบัว ห้อยพระบาทเหนือบัวบาน พระหัตถ์ซ้ายถือดอกบัวตูมและมีประภามลฑลด้านหลัง มีข้อความด้านล่างว่า "สวนดุสิต"

ตราประจำพระที่นั่ง

[แก้]

ตราประจำพระที่นั่งอัมพรสถาน

ตราประจำพระที่นั่งอัมพรสถาน เป็นรูปเลียนแบบตราประจำครั่งรูปตราอาร์มแผ่นดิน มีข้อความด้านซ้ายและขวาว่า "อัมพรสถาน "

ตราประจำพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์

ตราประจำพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ในพระราชวังบางปะอิน เป็นอักษรพระปรมาภิไธย จ.ป.ร. ภายใต้พระจุลมงกุฎ มีข้อความด้านล่างว่า "พระที่นั่งไอสวรรย์ทิพยอาศน์ เกาะบางปะอิน"

ตราประจำพระตำหนัก

[แก้]

ตราประจำพระตำหนักราชฤทธิ์รุ่งโรจน์

ตราประจำพระตำหนักราชฤทธิ์รุ่งโรจน์ (ปิยนาฏวชิรพัทธ์) พระราชวังดุสิต เป็นอักษร ม.อ.ร. มีอุณาโลมเลข ๑๐ และตราจักรี ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ ปรากฏบนพวงมาลาของท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ ประจำพระตำหนักราชฤทธิ์รุ่งโรจน์

ตราประจำพระตำหนักวชิรพัทธโสภาค

ตราประจำพระตำหนักวชิรพัทธโสภาค(วชิรพัทธโสภา) พระราชวังดุสิต เป็นอักษร ม.ช.ย. มีอุณาโลมเลข ๑๐ และตราจักรี ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ ปรากฏบนพวงมาลาของคุณหญิงชยุตรา วชิรพัทธโสภา ประจำพระตำหนักวชิรพัทธโสภาค

ตราประจำพระตำหนักวัชรพัทธหฤทัย

ตราประจำพระตำหนักวัชรพัทธหฤทัย (วัชรหทัยพัทธ์) พระราชวังดุสิต เป็นอักษร ม.ป.ว. มีอุณาโลมเลข ๑๐ และตราจักรี ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ ปรากฏบนพวงมาลาของคุณหญิงปภัสสร วัชรหทัยพัทธ์ ประจำพระตำหนักวัชรพัทธหฤทัย

ตราประจำพระตำหนักสวนสี่ฤดู

ตราประจำพระตำหนักสวนสี่ฤดู (ทิพยวชิราภักดิ์) พระราชวังดุสิต เป็นอักษร ม.น.ย. มีอุณาโลมเลข ๑๐ และตราจักรี ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ ปรากฏบนสังฆทานพระราชทานของคุณหญิงมนัสสิยา ทิพยวชิราภักดิ์ ประจำพระตำหนักสวนสี่ฤดู

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "ในหลวง มีพระบรมราชโองการถวายพระราชสมัญญา รัชกาลที่ 4 เป็น "พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช"". มติชน. 2019-10-18. สืบค้นเมื่อ 2022-05-10.
  2. "ร.10 โปรดเกล้าฯ จัดพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวาย ร.4 ร.5 ร.9 สมเด็จย่า และ ร.9". แนวหน้า. 2018-10-15. สืบค้นเมื่อ 2022-05-14.
  3. "ตราสัญลักษณ์: สัญลักษณ์ของหน่วยงานต่างๆ ในรามาธิบดี". คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล หอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์รามาธิบดี. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-10-23. สืบค้นเมื่อ 2020-11-25.
  4. Sodacan (2008-05-05), File:Royal Flag of King Rama IX.svg, สืบค้นเมื่อ 2025-11-16
  5. Sodacan (2018-09-17), File:Royal flag of Queen Rambhai Barni.svg, สืบค้นเมื่อ 2025-11-16
  6. Sodacan (2009-05-05), File:Royal Flag of Queen Sirikit.svg, สืบค้นเมื่อ 2025-11-16
  7. "ที่มาของตรามหาวิทยาลัย". มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นเมื่อ 2020-05-27.
  8. "PANTIP.COM : K3422625 พระสัญลักษณ์ในพระองค์ [ประวัติศาสตร์]". topicstock.pantip.com. สืบค้นเมื่อ 2025-11-16.
  9. v, File:Royal Flag of Princess Maha Chakri Sirindhorn.svg (2017-11-20), English: Royal Flag of Princess Maha Chakri Sirindhorn, สืบค้นเมื่อ 2025-11-16
  10. Sodacan (2018-08-30), File:Royal Flag of Princess Chulabhorn Walailak.svg, สืบค้นเมื่อ 2025-11-16
  11. Sodacan (2018-08-30), File:Royal Flag of Princess Bejaratana Rajasuda.svg, สืบค้นเมื่อ 2025-11-16
  12. Sodacan (2018-09-17), File:Royal Flag of Princess Galyani Vadhana.svg, สืบค้นเมื่อ 2025-11-16
  13. HaeProductionsKN (2022-03-29), File:Royal Flag of Princess Ubolratana Rajakanya.svg, สืบค้นเมื่อ 2025-11-16
  14. Sodacan (2018-09-17), File:Royal Flag of Princess Soamsavali.svg, สืบค้นเมื่อ 2025-11-16
  15. "อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมเจ้าวัฒยากร เกษมศรี". www.lungkitti.com. สืบค้นเมื่อ 2025-11-16.
  16. File:คติของฝรั่งเข้ามาเมืองไทย - ดำรงราชานุภาพ - ๒๔๙๓.pdf (PDF), สืบค้นเมื่อ 2025-11-16
  17. "ตำรับสายเยาวภาของสายปัญญาสมาคมในพระบรมราชินูปถัมภ์". library.tcdc.or.th (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2025-11-16.
  18. File:เวตาล - นมส - ๒๔๘๒.pdf (PDF), สืบค้นเมื่อ 2025-11-16
  19. File:อนุสรณ์ ดิเรก ชัยนาม - ๒๕๑๐ b.pdf (PDF), สืบค้นเมื่อ 2025-11-16
  20. "จดหมายเหตุวชิราวุธ (๖๔) : ตำนานวชิราวุธ (๑)". www.vajiravudh.ac.th. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2019-05-17. สืบค้นเมื่อ 2025-11-16.
  21. 1 2 "File:Madame Tussauds Bangkok (29).jpg - Wikimedia Commons". commons.wikimedia.org (ภาษาอังกฤษ). 2018-03-19. สืบค้นเมื่อ 2025-11-16.
  22. File:ประวัติเทวะวงศ์ - ดำรง - ๒๔๖๖.pdf (PDF), สืบค้นเมื่อ 2025-11-16
  23. Thawiwong, English: Phanpricha, English: In Memory of Momratchawong Phanpricha Thawiwong (PDF), สืบค้นเมื่อ 2025-11-16
  24. "เหรียญที่ระลึกเฉลิมพระสุพรรณบัฐ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ และเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ | กรมธนารักษ์". กรมธนารักษ์ : The Treasury Department. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-10-16. สืบค้นเมื่อ 2025-11-16.
  25. "หนังสือตราแผ่นดิน ตราราชสกุล และสกุล อักษรพระนาม และนามย่อ". www.luukaod.com. สืบค้นเมื่อ 2025-11-16.
  26. "ภาพเหรียญที่ระลึกพระราชพิธีเฉลิมพระสุพรรณบัฏสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสมมติวงษ์วโรทัย และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร ร.ศ. 110". www.pralanna.com. สืบค้นเมื่อ 2025-11-16.
  27. Xiengyod~commonswiki (2024-10-13), ไทย: ย่ามที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสมมติวงศ์วโรทัย กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์ บันทึกภาพจากพิพิธภัณฑ์วัดบวรนิเวศวิหาร อาคาร ภ.ป.ร., สืบค้นเมื่อ 2025-11-16
  28. Xiengyod~commonswiki (2019-12-24), ไทย: เข็มตราศักดิเดชน์ เป็นพระตราประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงใช้เป็นการส่วนพระองค์ตั้งแต่ครั้งทรงดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์พระปกเกล้า กรุงเทพมหานคร, สืบค้นเมื่อ 2025-11-16
  29. Xiengyod~commonswiki (2024-10-13), ไทย: พัดรองที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงพระศพพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม สร้างเมื่อ พ.ศ. 2469 บันทึกภาพจากพิพิธภัณฑ์วัดบวรนิเวศวิหาร อาคาร ภ.ป.ร., สืบค้นเมื่อ 2025-11-16
  30. "หนังสืออนุสรณ์ งานพระราชทานเพลิงศพ พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร". www.su-usedbook.com. สืบค้นเมื่อ 2025-11-16.
  31. "กระทู้ก่อนนอน (๓๘)". Pantip. สืบค้นเมื่อ 2025-11-16.
  32. "เหรียญอาจารย์นำ วัดดอนศาลา ปี.2526 ที่ระลึกงานวันประสูติหม่อมเจ้าฐิติพันธุ์ยุคล ." uauction2.uamulet.com. สืบค้นเมื่อ 2025-11-16.
  33. "เผยภาพตราสัญลักษณ์สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่20". โพสต์ทูเดย์. 2017-02-08. สืบค้นเมื่อ 2020-05-27.
  34. "ความหมายสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว". digital.lib.kmutt.ac.th. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-10-05. สืบค้นเมื่อ 2025-11-22.
  35. หนังสือที่ระลึกการจัดงาน 100 ปี โรงเรียนทวีธาภิเศก (พ.ศ. 2538)
  36. "๑๐๐ ปีแห่งการสวรรคตของ "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" พระราชา อันเป็นที่รักยิ่งแห่งราษฎร". www.thairath.co.th. 2010-10-23. สืบค้นเมื่อ 2025-11-22.
  37. "ทูลเกล้าฯ ตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ 5 รอบ 60 พรรษา". Pantip. สืบค้นเมื่อ 2025-11-22.
  38. 1 2 "ตำนานวชิราวุธ (1)". จดหมายเหตุวชิราวุธ. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2020-02-19. สืบค้นเมื่อ 2020-11-08.
  39. "130ปี ประชาธิป 6 (2)". library.stou.ac.th. สืบค้นเมื่อ 2023-08-11. {{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน: |archive-date= (help)CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  40. "เชิญชวนชาวไทยร่วมกันถวายพระพร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ #ทรงพระเจริญ". tnews. 2017-07-13. สืบค้นเมื่อ 2025-09-11.
  41. "ตำรับโบราณจาก เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ในรัชกาลที่ ๕". tnews. 2019-06-13. สืบค้นเมื่อ 2025-11-16.