คัมภีร์ไบเบิล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ไบเบิล)
บทความที่เกี่ยวข้องกับ

Cross Christianity.jpg

 
พระเจ้า
ตรีเอกภาพ :
พระบิดา (พระยาห์เวห์) • พระบุตร (พระเยซู) • พระวิญญาณบริสุทธิ์
ความเชื่อ
เทววิทยาการตกในบาปความรอดการพิพากษาครั้งสุดท้ายหลักข้อเชื่อของอัครทูตบัญญัติ 10 ประการ
คัมภีร์
คัมภีร์ไบเบิล :
ภาคพันธสัญญาเดิมภาคพันธสัญญาใหม่พระวรสาร
นิกาย
ตะวันตก
คาทอลิกโปรเตสแตนต์ (แองกลิคันลูเทอแรนเพรสไบทีเรียนเมทอดิสต์แบ๊บติสต์แอดเวนติสต์)
ตะวันออก
อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ออเรียนทัลออร์ทอดอกซ์
อตรีเอกภาพนิยม
พยานพระยะโฮวามอรมอน
ประวัติ
ประวัติศาสนาคริสต์เปาโลอัครทูตยุคแรกสภาสังคายนาสากลมหาศาสนเภทสงครามครูเสดการปฏิรูปศาสนา
อื่น ๆ
สถานที่สำคัญทางศาสนาวันสำคัญสัญลักษณ์ธงบุคคลนักบุญศิลปะอภิธานศัพท์ศาสนาคริสต์
Category ดูหมวดหมู่

จัดการ: แม่แบบ  พูดคุย  แก้ไข

คัมภีร์ไบเบิล[1] (อังกฤษ: Bible) (มาจากภาษากรีกว่า บิบลิออน แปลว่า หนังสือ) ชาวโปรเตสแตนต์เรียกว่าพระคริสตธรรมคัมภีร์ เรียกโดยย่อว่าพระคัมภีร์ เป็นหนังสือที่บอกเรื่องราวเกี่ยวกับพระยาห์เวห์ มนุษย์ ความบาป และแผนการของพระเจ้าในการช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นจากความพินาศอันเนื่องจากความบาปสู่ชีวิตนิรันดร์ เป็นหนังสือที่บันทึกหลักธรรมคำสอนของศาสนาคริสต์ ซึ่งในบางเล่มมีพื้นฐานมาจากหลักคำสอนของศาสนายูดาห์ของชาวยิว ชาวคริสต์เรียกคัมภีร์ไบเบิลในชื่ออื่น ๆ อีกหลายชื่อเช่น พระวจนะของพระเจ้า (Word of God) หนังสือดี (Good Book) และคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ (Holy Scripture)

คัมภีร์ไบเบิลฉบับภาษาเดนมาร์กของคริสเตียนที่ 3 แห่งเดนมาร์ก พิมพ์ในกรุงโคเปนเฮเกน ในปี ค.ศ. 1550 จำนวน 3,000 เล่ม

คริสตชนทุกคนเชื่อว่าพระคัมภีร์ทุกข้อทุกตอนนั้นมนุษย์เขียนขึ้นโดยการดลใจจากพระเจ้า ประกอบด้วยหนังสือจำนวน 66 หรือ 73 เล่ม (แล้วแต่นิกาย) ประกอบด้วยภาคพันธสัญญาเดิมกับพันธสัญญาใหม่ พันธสัญญาเดิมถูกเขียนขึ้นก่อนที่พระเยซูเจ้าประสูติ ทั้งหมดเขียนเป็นภาษาฮีบรู ยกเว้นส่วนที่เป็นคัมภีร์อธิกธรรม (ยอมรับเฉพาะชาวคาทอลิก) ถูกเขียนด้วยภาษากรีกและภาษาอียิปต์ ส่วนพันธสัญญาใหม่ถูกเขียนขึ้นหลังจากพระเยซูสิ้นพระชนม์แล้ว โดยบันทึกถึงเรื่องราวของพระเยซูตลอดพระชนม์ชีพ รวมทั้งคำสอน และการประกาศข่าวดีแห่งความรอด การยอมรับการทรมาน และการไถ่บาปของมนุษย์โดยพระเยซู การกลับคืนชีพอย่างรุ่งโรจน์ การส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์มายังอัครทูต ประวัติศาสตร์ของคริสตจักรในยุคแรกเริ่ม ภายหลังการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูแล้ว การเบียดเบียนคริสตจักรในรูปแบบต่าง ๆ

พระคัมภีร์เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดของเวลาทั้งหมดที่มียอดขายต่อปีประมาณ 100 ล้านเล่มและได้รับอิทธิพลสำคัญในวรรณคดีและประวัติศาสตร์[2][3][4]

สารบบของคัมภีร์[แก้]

คัมภีร์ไบเบิลไม่ใช่หนังสือเล่มเดียว แต่เป็นชุดหนังสือหลายเล่มที่เขียนโดยผู้เขียนหลายคนและหลายช่วงเวลา แล้วได้รวมกันเป็นสารบบจึงเรียกว่าสารบบของคัมภีร์ (Canon of Scripture) ในปัจจุบันคริสตชนนิกายโรมันคาทอลิกและโปรเตสแตนต์ยึดคัมภีร์ฮีบรูต่างสารบบกัน ทำให้คัมภีร์ไบเบิลของทั้งสองนิกายมีเนื้อหาไม่เท่ากัน คริสตจักรโรมันคาทอลิกยึดคัมภีร์ฮีบรูสารบบเซปตัวจินต์ที่มีมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งกำหนดให้คัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมมีหนังสือทั้งหมด 46 เล่ม แต่คริสตจักรฝ่ายโปรเตสแตนต์ยึดสารบบตามสภาแจมเนียที่เกิดขึ้นตอนปลายคริสต์ศตวรรษที่ 1 ซึ่งกำหนดให้คัมภีร์ฮีบรูประกอบด้วยหนังสือ 39 (เพราะตัดคัมภีร์อธิกธรรม 7 ออกไป)[1]

คริสตศาสนิกชนใช้คัมภีร์ฮีบรูของศาสนายูดาห์รวมเข้าในสารบบคัมภีร์ไบเบิลด้วยโดยเรียกว่าพันธสัญญาเดิม แต่สารบบของคัมภีร์ฮีบรูเสร็จสมบูรณ์เมื่อไรกลับไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด มีปรากฏเป็นหลักฐานครั้งแรกในหนังสือบุตรสิรา[5] ซึ่งเขียนขึ้นราว 130 ปีก่อนคริสต์ศักราช ว่าคัมภีร์ฮีบรูประกอบด้วยธรรมบัญญัติ ผู้เผยพระวจนะ และข้อเขียนอื่น ๆ เมื่อคริสต์ศาสนาเกิดขึ้นแล้วหนังสือในสารบบพันธสัญญาเดิมก็ยังไม่ลงตัว เพราะภายในคริสตจักรเห็นไม่ตรงกันว่าควรรับคัมภีร์อธิกธรรมเข้าในสารบบพันธสัญญาเดิมหรือไม่ จนกระทั่งเกิดสภาสังคายนาแห่งฟลอเรนซ์ในปี ค.ศ. 1442 จึงได้ข้อสรุปในคริสตจักรโรมันคาทอลิกว่าให้รวมคัมภีร์อธิกธรรมเข้าในสารบบด้วย[6] เมื่อเกิดการปฏิรูปศาสนาฝ่ายโปรเตสแตนต์ ชาวโปรเตสแตนต์ได้คัดค้านการรวมคัมภีร์อธิกธรรมในสารบบคัมภีร์ไบเบิล คริสตจักรโรมันคาทอลิกจึงตั้งสภาสังคายนาแห่งเทรนต์ (ค.ศ. 1545-63) และสภามีประกาศยืนยันให้ยอมรับคัมภีร์อธิกธรรมว่าเป็นพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ด้วย ผู้ใดไม่ยอมรับให้ผู้นั้นต้องถูกตัดออกจากศาสนจักร[7] ส่วนโปรเตสแตนต์ยังยืนยันไม่รับคัมภีร์อธิกธรรมเพราะยืนยันว่าคริสตจักรโรมันคาทอลิกเพิ่มเติมขี้นมาเอง ซึ่งต่างไปจากเนื้อหาในคัมภีร์ฮีบรูทำให้คัมภีร์ไบเบิลของทั้งสองนิกายต่างสารบบกันมาจนถึงปัจจุบัน

ส่วนสารบบของพันธสัญญาใหม่ก็ได้ข้อสรุปล่าช้าเช่นกัน เพราะหนังสือทุกเล่มในพันธสัญญาใหม่เขียนขึ้นหลังการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู ในระยะแรกเอกสารเหล่านี้ใช้เป็นบทอ่านที่เผยแพร่กันในคริสตจักร[8] บางเอกสารเช่น จดหมายของเปาโลได้รับการยอมรับจากอัครทูตซีโมนเปโตรว่าเป็นเอกสารที่เขียนโดยการดลใจจากพระเจ้า หนังสือที่เป็นพระวรสารก็ได้รับการยอมรับตั้งแต่ศาสนาคริสต์ยุคแรก [9] แต่รายชื่อของหนังสือในสารบบพันธสัญญาใหม่ก็ยังไม่ปรากฏชัดเจน แต่ละเล่มยังได้รับการยอมรับไม่พร้อมกัน เช่น พระวรสารทั้ง 4 เล่มและจดหมายของเปาโลได้รับการยอมรับตั้งแต่ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 3 และมีการยอมรับหนังสือวิวรณ์ในคริสต์ศตวรรษที่ 3 หนังสือฮีบรูได้รับการยอมรับในคริสต์ศตวรรษที่ 4 นอกจากนี้หนังสือบางเล่มเป็นที่ยอมรับเข้าสารบบพันธสัญญาใหม่โดยคริสตจักรในท้องถิ่นหนึ่งแต่ไม่ได้รับการยอมรับในท้องถิ่นอื่น เช่น จดหมายของนักบุญบารนาบัส หนังสือของเคลเมนต์ เป็นต้น จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 5 คริสตชนทุกกลุ่มจึงมีคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่เป็นสารบบเดียวกัน[10]

ภาคพันธสัญญาเดิม[แก้]

ภาคพันธสัญญาเดิม (The Old Testament) ในคริสตจักรโรมันคาทอลิกประกอบด้วยหนังสือทั้งหมดจำนวน 46 เล่ม และโปรเตสแตนต์มี 39 เล่ม แบ่งได้เป็นสี่ส่วนใหญ่ ดังนี้

  • หมวดเบญจบรรณ ประกอบด้วยหนังสือปฐมกาล จนถึง หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติ
  • หมวดประวัติศาสตร์ ประกอบด้วยหนังสือโยชูวา จนถึง หนังสือเอสเธอร์
  • หมวดปรีชาญาณ ประกอบด้วยหนังสือโยบ จนถึง หนังสือเพลงโซโลมอน
  • หมวดประกาศก ประกอบด้วยหนังสืออิสยาห์ จนถึง หนังสือมาลาคี
  1. หนังสือปฐมกาล กล่าวถึงการทรงสร้างโลกของพระเจ้า ประวัติของมนุษย์รุ่นแรกๆ บนโลก
  2. หนังสืออพยพ กล่าวถึงการอพยพของชาวอิสราเอลออกจากประเทศอียิปต์ มาตั้งถิ่นฐาน ซึ่งมีการนำโดยโมเสส
  3. หนังสือเลวีนิติ กล่าวถึงบัญญัติของพระเจ้าที่ให้กับวงศ์วานอิสราเอล กฎเกณฑ์ต่างๆในการดำเนินชีวิตของชาวอิสราเอล โดยผ่านทางโมเสส
  4. หนังสือกันดารวิถี กล่าวถึงการที่ชาวอิสราเอล ต้องผจญความทุกข์ในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งนำโดยโมเสส
  5. หนังสือเฉลยพระธรรมบัญญัติ เป็นการสรุปพระธรรมบัญญัติและกล่าวตักเตือนประชากรอิสราเอลให้เชื่อฟังพระเจ้าโดยโมเสส ก่อนที่โมเสสจะเสียชีวิต
  6. หนังสือโยชูวา กล่าวถึงประวัติอิสราเอล ในสมัยที่ โยชูวา ซึ่งเป็นผู้เผยวจนะต่อจากโมเสส
  7. หนังสือผู้วินิจฉัย
  8. หนังสือนางรูธ กล่าวถึงหญิงสาวนางหนึ่งที่มีความประพฤติดี
  9. หนังสือซามูเอล ฉบับที่ 1
  10. หนังสือซามูเอล ฉบับที่ 2
  11. หนังสือพงษ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 ประวัติของประเทศอิสราเอลและกษัตริย์อิสราเอลรวมทั้งราชวงศ์ ฉบับที่ 1
  12. หนังสือพงษ์กษัตริย์ ฉบับที่ 2 ประวัติของประเทศอิสราเอลและกษัตริย์อิสราเอลรวมทั้งราชวงศ์ ฉบับที่ 2
  13. หนังสือพงศาวดาร ฉบับที่ 1 เนื้อหาเดียวกับพงษ์กษัตริย์ แต่ถูกเขียนจากบุคคลที่ต่างกัน และมุมมองต่างกัน (ฉบับที่ 1)
  14. หนังสือพงศาวดาร ฉบับที่ 2 เนื้อหาเดียวกับพงษ์กษัตริย์ แต่ถูกเขียนจากบุคคลที่ต่างกัน และมุมมองต่างกัน (ฉบับที่ 2)
  15. หนังสือเอสรา
  16. หนังสือเนหะมีย์
  17. หนังสือเอสเธอร์ *
  18. หนังสือโยบ
  19. หนังสือสดุดี รวบรวมบทเพลง และคำสรรเสริญพระเจ้า จากกษัตริย์หลายพระองค์ของอิสราเอล เช่นกษัตริย์ดาวิด
  20. หนังสือสุภาษิต รวบรวมคำสอน คำสุภาษิต ของชาวอิสราเอลจากบุคคลหลายคนที่สำคัญ เช่นกษัตริย์โซโลมอน
  21. หนังสือปัญญาจารย์
  22. หนังสือเพลงซาโลมอน
  23. หนังสืออิสยาห์ เป็นพยากรณ์การประสูติของพระเยซู
  24. หนังสือเยเรมีย์
  25. หนังสือเพลงคร่ำครวญ
  26. หนังสือเอเสเคียล
  27. หนังสือดาเนียล*
  28. หนังสือโฮเซยา
  29. หนังสือโยเอล
  30. หนังสืออาโมส
  31. หนังสือโอบาดีห์
  32. หนังสือโยนาห์
  33. หนังสือมีคาห์
  34. หนังสือนาฮูม
  35. หนังสือฮาบากุก
  36. หนังสือเศฟันยาห์
  37. หนังสือฮักกัย
  38. หนังสือเศคารียาห์
  39. หนังสือมาลาคี
  40. หนังสือโทบิต **
  41. หนังสือยูดิธ **
  42. หนังสือมัคคาบี ฉบับที่ 1 **
  43. หนังสือมัคคาบี ฉบับที่ 2 **
  44. หนังสือปรีชาญาณ **
  45. หนังสือบุตรสิรา **
  46. หนังสือบารุค **

หมายเหตุ

ในเครื่องหมาย * จำนวนบทและข้อพระคัมภีร์ของนิกายโปรเตสแตนต์จะมีน้อยกว่าของนิกายโรมันคาทอลิก และนิกายออร์ทอดอกซ์

ในเครื่องหมาย ** เป็นคัมภีร์สารบบที่สอง มีใช้ในนิกายโรมันคาทอลิกกับนิกายออร์ทอดอกซ์ ซึ่งโปรเตสแตนต์จะไม่ยอมรับหนังสือ 7 เล่มนี้ และได้ตัดออกไปตั้งแต่การปฏิรูปศาสนา เนื่องจากเนื้อหามองว่าขัดแย้งกับพระคัมภีร์ก่อนหน้าและขัดแย้งกับคัมภีร์ฮีบรูทั้ง 24 เล่ม

ภาคพันธสัญญาใหม่[แก้]

พันธสัญญาใหม่ (The New Testament) เป็นชุดหนงสือที่ถูกเขียนขึ้นภายหลังจากการประสูติของพระเยซู มีจำนวน 27 เล่ม แบ่งได้เป็นห้าส่วนใหญ่ ดังนี้

  • หมวดพระวรสาร ประกอบด้วยพระวรสารนักบุญมัทธิว จนถึง พระวรสารนักบุญยอห์น
  • หมวดประวัติศาสตร์ ประกอบด้วยหนังสือกิจการของอัครทูต
  • หมวดจดหมายของเปาโล ประกอบด้วยจดหมายนักบุญเปาโล ถึงชาวโรม จนถึง จดหมายถึงชาวฮีบรู
  • หมวดจดหมายทั่วไป ประกอบด้วยจดหมายของนักบุญยากอบ จนถึง จดหมายของนักบุญยูดา
  • หมวดวิวรณ์ ประกอบด้วยหนังสือวิวรณ์
  1. พระวรสารนักบุญมัทธิว
  2. พระวรสารนักบุญมาระโก
  3. พระวรสารนักบุญลูกา
  4. พระวรสารนักบุญยอห์น
  5. หนังสือกิจการของอัครทูต ในหนังสือนี้ ได้เน้นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของคริสตจักรในยุคแรกเริ่ม ภายหลังการกลับคืนพระชนม์ชีพของพระเยซู อัครทูตได้เผยแพร่ศาสนาคริสต์ต่อมา โดยได้เล่าถึงการต้อนรับบ้าง การกีดกันบ้าง การเบียดเบียนพระศาสนจักรในรูปแบบต่างๆบ้าง นอกจากนั้น จะได้พบเรื่องราวของบุคคลสำคัญในศาสนาบางคนเช่น การเป็นปฐมมรณสักขีของ นักบุญสเทเฟน และที่สำคัญคือ การเบียดเบียนคริสตจักร และการกลับใจของนักบุญเปาโล
  6. จดหมายนักบุญเปาโล ถึงชาวโรม
  7. จดหมายนักบุญเปาโล ถึงชาวโครินธ์ ฉบับที่ 1
  8. จดหมายนักบุญเปาโล ถึงชาวโครินธ์ ฉบับที่ 2
  9. จดหมายนักบุญเปาโล ถึงชาวกาลาเทีย
  10. จดหมายนักบุญเปาโลถึงชาวเอเฟซัส
  11. จดหมายนักบุญเปาโลถึงชาวฟีลิปปี
  12. จดหมายนักบุญเปาโล ถึงชาวโคลิสี
  13. จดหมายนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกา ฉบับที่ 1
  14. จดหมายนักบุญเปาโลถึงชาวเธสะโลนิกา ฉบับที่ 2
  15. จดหมายนักบุญเปาโลถึงทิโมธี ฉบับที่ 1
  16. จดหมายนักบุญเปาโลถึงทิโมธี ฉบับที่ 2
  17. จดหมายนักบุญเปาโล ถึงทิตัส
  18. จดหมายนักบุญเปาโล ถึงฟิโลโมน
  19. จดหมายถึงชาวฮีบรู
  20. จดหมายของนักบุญยากอบ
  21. จดหมายของนักบุญเปโตร ฉบับที่ 1
  22. จดหมายของนักบุญเปโตร ฉบับที่ 2
  23. จดหมายของนักบุญยอห์น ฉบับที่ 1
  24. จดหมายของนักบุญยอห์น ฉบับที่ 2
  25. จดหมายของนักบุญยอห์น ฉบับที่ 3
  26. จดหมายของนักบุญยูดา
  27. หนังสือวิวรณ์ โดยยอห์นแห่งปัทมอส คริสตชนเชื่อว่าเป็นคนเดียวกับยอห์นอัครทูต แต่ทางวิชาการเห็นว่าเป็นคนละคนกัน

การแปลและการแก้ไขคำแปลคัมภีร์ไบเบิลในภาษาไทย[แก้]

คัมภีร์ไบเบิล หรือที่เรียกว่า พระคริสตธรรมคัมภีร์ ประกอบด้วยหนังสือ 66 เล่ม โดยแบ่งเป็นภาคพันธสัญญาเดิม 39 เล่ม และภาคพันธสัญญาใหม่ 27 เล่ม

การแปลพระคัมภีร์ไทยเริ่มจากนิกายโปรเตสเตนต์[11] โดยมิชชันนารีคู่แรกที่มาเมืองไทย คือ ดร.คาร์ล กู๊ดสลาฟ และ ศจ.จาค็อบ ทอมลิน จากสมาคมมิชชันแห่งลอนดอน ได้เข้ามาประกาศข่าวประเสริฐเป็น กลุ่มแรก โดยมาถึงเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ค.ศ.1828

ศตวรรษที่ 19 ยุคแห่งการแปลพระคัมภีร์[12]

  • หนังสือ"พระกิตติคุณลูกา" ตีพิมพ์ในปี ค.ศ.1834 แปลโดย ดร.คาร์ล กู๊ดสลาฟ และ ศจ.จาค็อบ ทอมลิน จากสมาคมมิชชันแห่งลอนดอน (พระคัมภีร์ไทยเล่มแรก)
  • หนังสือ"พระกิตติคุณมัทธิว" ตีพิมพ์ในปี ค.ศ.1834 แปลโดย ศจ.ดร.จอห์น เทเลอร์ โจนส์ จากคณะอเมริกันแบ็พติสต์
  • หนังสือ"พระกิตติคุณมัทธิวและพระกิตติคุณลูกา" ตีพิมพ์ร่วมกันในปี ค.ศ.1834 แปลโดย ศจ.ดร.จอห์น เทเลอร์ โจนส์ และ ดร.คาร์ล กู๊ดสลาฟ (พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่เล่มแรก)
  • หนังสือ"พระกิตติคุณทั้งสี่เล่ม" ตีพิมพ์ในปี ค.ศ.1842 แปลโดย ศจ.ชาร์ล โรบินสัน จากคณะอเมริกันบอร์ด ออฟ คอมมิชชันเนอร์ ฟอร์ ฟอเร็นมิชชัน (ตีพิมพ์พระคัมภีร์ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดย ดร.แดน บีช บรัดเลย์ เป็นผู้ตั้งโรงพิมพ์ครั้งแรกในไทย)
  • หนังสือ"พระกิตติคุณทั้งสี่เล่ม" ตีพิมพ์ในปี ค.ศ.1850 แปลใหม่โดย ศจ.สเทเฟน แมทตูน จากคณะเพรสไบทีเรียน
  • หนังสือ"พระกิตติคุณมัทธิว" ตีพิมพ์ในปี ค.ศ.1850 แก้ไขคำแปลโดย ศจ.ดร.จอห์น เทเลอร์ โจนส์ ศจ.ชาร์ล โรบินสัน และสมาคมพระคริสตธรรมอเมริกัน (การแก้ไขคำแปลครั้งแรก)
  • หนังสือ"พระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม" ตีพิมพ์ในปี ค.ศ.1883 แปลโดย สมาคมพระคริสตธรรมอเมริกันและคณะมิชชันต่างๆ (คนไทยมีพระคัมภีร์ไทยทั้งภาคพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่เป็นครั้งแรก)

ศตวรรษที่ 20 ยุคแห่งการแก้ไขคำแปล[13]

  • หนังสือ"พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940" หรือ "พระคัมภีร์คริสเตียน ฉบับแปลโลกใหม่" เริ่มแปลในปี ค.ศ.1920 ตีพิมพ์ในปี ค.ศ.1940 ใช้เวลาในการแปล 20 ปี (ปัจจุบันพิมพ์ครั้งที่ 83 : 2014)

แปลโดย สมาคมพระคริสตธรรมไทย โดยมีคณะกรรมการคือ ศจ.พอล เอกิน, อจ.เปลื้อง สุทธิคำ, อจ.ทองสุก มังกรพันธ์, อจ.เจริญ สกุลกัน, อจ.เจริญ วิชัย และ อจ.สุข พงศ์น้อย

การแก้ไขยึดพระคัมภีร์ภาษาอังกฤษฉบับ KJV (King James Version) เป็นหลัก (พระคัมภีร์ฉบับนี้เป็นที่นิยมในกลุ่มพยานพระยะโฮวาในปัจจุบัน)

  • หนังสือ"พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1971" หรือ "TH1971" เริ่มแปลในปี ค.ศ.1954 ตีพิมพ์ในปี ค.ศ.1971 ใช้เวลาในการแปล 17 ปี (ฉบับสุดท้ายพิมพ์ครั้งที่ 30 : ตุลาคม 2013)

แปลโดย สหสมาคมพระคริสตธรรมสากล และสมาคมพระคริสตธรรมไทย โดยมีคณะกรรมการ 3 ชุด คือ 1.กรรมการยกร่างคำแปล โดยมี อจ.ศรัณย์ ชัยรัตน์, อจ.ดับบลิว ทอมป์สัน, อจ.เฮอร์เบิร์ท เกรทเธอร์ และอจ.ฟรานซิส ซีรี ทำหน้าที่ยกร่างคำแปลใหม่ 2.กรรมการตรวจสอบ ช่วยตรวจสอบสิ่งที่ผู้ยกร่างแก้ไข จำนวน 8 ท่าน 3.กรรมการที่ปรึกษา จะคอยให้การสนับสนุนและชี้แนะแนวทางการแก้ไข จำนวน 25 ท่าน

การแก้ไขพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมใช้พระคัมภีร์ภาษาอังกฤษฉบับ RSV (Revised Standard Version) และ ASV (American Standard Version) เทียบกับสำเนาโบราณภาษาฮีบรู การแก้ไขพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ใช้ RSV (Revised Standard Version) เทียบกับสำเนาโบราณภาษากรีก เป็นหลัก (พระคัมภีร์ฉบับนี้เป็นที่นิยมในกลุ่มของนิกายโปรเตสแตนต์ในปัจจุบัน และนิกายคาทอลิกร่วมใช้เป็นการชั่วคราว)

  • หนังสือ"พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ ประชานิยม" เริ่มแปลในปี ค.ศ.1963 ตีพิมพ์ในปี ค.ศ.1984 ใช้เวลาในการแปล 21 ปี

แปลโดย สมาคมพระคริสตธรรมไทย เป็นการแปลโดยใช้หลักการแปลแบบถอดความ คือแปลความหมายของเนื้อหาให้ถูกต้องเป็นหลักโดยไม่จำเป็นต้องรักษาโครงสร้าง หรือรูปประโยคหรือแม้แต่คำตามต้นฉบับ มีผู้ยกร่างคำแปลหลักสองท่านคือ คุณจิตบรรจง พิมพ์รัตน์ และ ดร.โฮวาร์ด แฮตตัน จากคณะมิชชันโอ เอม เอ็ฟ

การแก้ไขยึดพระคัมภีร์ภาษาอักฤษฉบับ GNB (Good News Bible) เป็นหลัก (พระคัมภีร์ฉบับนี้เป็นที่นิยมในกลุ่มประชาชนทั่วไป)

  • หนังสือ"พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 2011" หรือ "พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน" หรือ "THSV (Thai Standard Version)" เริ่มแปลในปี ค.ศ.1997 ตีพิมพ์ในปี ค.ศ.2011 ใช้เวลาในการแปล 14 ปี (ปัจจุบันพิมพ์ครั้งที่ 3 : พฤศจิกายน 2014)

แปลโดย สมาคมพระคริสตธรรมไทย โดยมีคณะกรรมการ 3 ชุด คือ 1.กรรมการยกร่างคำแปล โดยมี ศจ.โรเบิร์ต คอลลินส์, ศจ.ดร.เสรี หล่อกัณภัย, ดร.วรรณภา เรืองเจริญสุข, อจ.พัชรินทร์ ชัชมนมาศ, อจ.ทองหล่อ วงศ์กำชัย และอจ.ปัญญา โชชัยชาญ ทำหน้าที่ยกร่างคำแปลใหม่ 2.กรรมการตรวจทานโดยนักลีลาภาษา และ 3.กรรมการที่ปรึกษา จะคอยให้การสนับสนุนและชี้แนะแนวทางการแก้ไข

การแก้ไขพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิมใช้พระคัมภีร์ภาษาฮีบรูและภาษาอาราเมคเป็นหลักในการแปล การแก้ไขพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ใช้พระคัมภีร์ภาษากรีกอย่างเดียว (พระคัมภีร์ฉบับนี้แปลขึ้นมาใหม่จากการร่วมมือกันระหว่างนิกายคาทอลิกและนิกายโปรเตสแตนต์)

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, พิมพ์ครั้งที่ 3, กรุงเทพฯ: ราชบัณฑิตยสถาน, 2552, หน้า 99
  2. "Best selling book of non-fiction". 
  3. "The battle of the books". 
  4. Ash, Russell (2001). Top 10 of Everything 2002. Dorling Kindersley. ISBN 0-7894-8043-3. 
  5. Broderick S. Pabillo, พระคัมภีร์ ฝีพระหัตถ์พระเจ้า ฝีมือมนุษย์, แปลโดย ประธาน ศรีดารุณศีล และมนต์สิงห์ ไกรสมสุข, 2550, หน้า 121
  6. Broderick S. Pabillo, หน้า 123
  7. Broderick S. Pabillo, หน้า 124
  8. คณะผู้เชี่ยวชาญสำนักพิมพ์ไลออน, เจาะโลกพระคัมภีร์, กรุงเทพฯ : กนกบรรณสาร, 2548, หน้า 74
  9. Broderick S. Pabillo, หน้า 125
  10. Broderick S. Pabillo, หน้า 126
  11. สมาคมพระคริสตธรรมไทย Thailand Bible Society
  12. "หนังสืออนุสรณ์ 100 ปี และ 150 ปี การแปลพระคริสตธรรมคัมภีร์เป็นภาษาไทย", สมาคมพระคริสตธรรมไทย
  13. "พระคัมภีร์ไทยมีประวัติความเป็นมาอย่างไร", สมาคมพระคริสตธรรมไทย

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]