ชนาธิป สรงกระสินธ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชนาธิป สรงกระสินธ์
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม ชนาธิป สรงกระสินธ์
วันเกิด 5 ตุลาคม ค.ศ. 1993 (21 ปี)
สถานที่เกิด ไทย จังหวัดนครปฐม ประเทศไทย
ส่วนสูง 1.58 ม. (5 ฟุต 2 นิ้ว)
ตำแหน่ง กองกลางตัวรุก / ปีก
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน บีอีซี เทโรศาสน
หมายเลข 18
สโมสรเยาวชน
2010-2011 บีอีซี เทโรศาสน
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2012-ปัจจุบัน บีอีซี เทโรศาสน 81 (11)
ทีมชาติ
2011- ไทย U19 8 (1)
2012 ไทย U23 7 (9)
2012- ไทย 16 (3)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร
นับเฉพาะลงเล่นในประเทศ
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

† ลงเล่น (ประตู)

‡ นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ชนาธิป สรงกระสินธ์ (ชื่อเล่น: เจ) หรือเป็นที่รู้จักกันในฉายา เมสซีเจ เกิดวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2536 เป็นนักฟุตบอลชาวไทย ปัจจุบันเล่นให้กับ บีอีซี เทโรศาสน ใน ไทยพรีเมียร์ลีก

ชนาธิปเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดของทีมชาติไทย ที่ วินเฟรด เชเฟอร์ เรียกตัวเข้าไปในการแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012

ประวัติ[แก้]

ชนาธิป สรงกระสินธ์ เกิดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2536 เป็นชาวจังหวัดนครปฐม พ่อของเขา(ก้องภพ สรงกระสินธ์) สอนให้เล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุได้ 4 ขวบ และเล่นฟุตบอลอย่างจริงจังในขณะอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร และย้ายมาศึกษาต่อที่โรงเรียนเพ็ญสมิทธิ์ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หลังจบชั้นประถม ชนาธิปกลับจังหวัดนครปฐมเพื่อเข้ารับการศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนสามพรานวิทยา ในช่วงนี้เขาได้เล่นฟุตบอลเดินสายกับทีม ซีแอล ไฮสปีด ทีมฟุตบอลเดินสายชื่อดังในจังหวัดนครปฐม ร่วมกับรัชพล นาวันโน ที่ภายหลังกลายเป็นนักเตะทีมชาติไทยอีกคนหนึ่ง

หลังจบชั้น ม.ต้น ชนาธิปจึงย้ายมาศึกษาต่อที่วิทยาลัยเทคโนโลยีพาณิชยการราชดำเนิน และเล่นฟุตบอลให้สถาบันไปด้วย โดยช่วยให้สถาบันของเขาครองถ้วยพระราชทาน โดยได้แชมป์ฟุตบอลนักเรียนกรมพลศึกษา 18 ปี ประเภท ก. ในเดือน มกราคม ปี 2554

ปัจจุบันชนาธิป สรงกระสินธ์ ศึกษาที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ฟุตบอลสโมสร[แก้]

บีอีซี เทโรศาสน[แก้]

ฤดูกาล 2554[แก้]

ในสมัยที่ชนาธิป ยังเล่นฟุตบอลระดับนักเรียน เขาเคยถูกสโมสรทีโอที เอฟซี ปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญาด้วยเพราะรูปร่างเล็กเกินไป ไม่เหมาะจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ก่อนที่จะเป็นสโมสรบีอีซี เทโรศาสน ที่นำตัวเขามาร่วมทีมชุดเยาวชนของสโมสร โดยให้ค่าแรงเดือนละ 10,000 บาท

ชนาธิป อยู่ในทีมชุดเยาวชน U-19 ของสโมสรภายใต้การคุมทีมของแอนดรูว์ ออร์ด โค้ชทีมเยาวชนชาวออสเตรเลีย และสามารถพาทีมเยาวชนของสโมสรคว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ 2011 ได้สำเร็จ โดยในนัดชิงชนะเลิศ วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ที่สนามศุภชลาศัย เขาสามารถพาสโมสรเอาชนะทีมเยาวชน U-19 ของสโมสรบุรีรัมย์-พีอีเอ ไปได้ 5-2 และได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ หลังจบเกมส์

ด้วยผลงานที่ดีในทีมเยาวชนของบีอีซี เทโรศาสน ทำให้ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 เขาถูกสมชาย ชวยบุญชุม โค้ชทีมชาติชุดเยาวชนในขณะนั้น เรียกติดทีมชาติไทยชุดเยาวชน 19 ปี แข่งขันรายการชิงแชมป์แห่งชาติเอเซีย 2012 ในรอบคัดเลือก โดยทีมชาติไทยได้แชมป์กลุ่มได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในปีหน้า โดยในรอบคัดเลือกนี้ชนาธิป ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงและยิงประตูให้ทีมชาติไทยชุดเยาวชนอายุ 19 ปีได้ 1 ลูก ในเกมส์ที่ถล่มเยาวชนทีมชาติเกาะกวมไปถึง 13-0 ที่สนามเทพหัสดิน

ฤดูกาล 2555[แก้]

หลังจากแอนดรูว์ ออร์ด โค้ชทีมเยาวชนสามารถคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ 2011 ได้ สโมสรก็ได้แต่งตั้งให้เลื่อนขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่ และแอนดรูว์ ออร์ด ก็นำชนาธิป ที่เคยเล่นในทีมชุดเยาวชนภายใต้การคุมทีมของเขามาอยู่ในทีมชุดใหญ่ด้วย โดยได้รับเบอร์เสื้อหมายเลข 18

ชนาธิป ได้รับโอกาสลงเล่นให้กับต้นสังกัดเป็นครั้งแรก ในเกมส์นัดเปิดสนามไทยพรีเมียร์ลีก 2555 วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555 ที่ทีมของเขาต้องออกไปเยือนสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด ที่สนามยามาฮ่า สเตเดี้ยม โดยชนาธิป ลงเล่นเป็นตัวจริงแต่ทีมของเขาแพ้ไป 2-1 และมายิงประตูแรกได้ในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ในนัดที่ บีอีซี เทโรศาสน ออกไปเยือนสโมสร การท่าเรือไทย เอฟซี ที่สนามแพทสเตเดี้ยม ซึ่งเขาถูกเปลี่ยนลงมาแทนจักรกริช บุญคำ ในครึ่งหลัง โดยในการแข่งขันนัดดังกล่าวเขาทำผลงานให้เป็นที่จดจำของแฟนบอล ด้วยการถูกส่งลงมาในฐานะตัวสำรองแล้วยิงคนเดียว 2 ประตู โดยลูกที่ 2 เป็นการกระชากด้วยความเร็วกว่าครึ่งสนามก่อนจะล็อกหลบวัลลภ แซ่จิ๋ว นายประตูเจ้าบ้านแล้วค่อยๆเลี้ยงบอลผ่านเส้นประตูเข้าไปอย่างเหนือชั้น ทำให้สโมสรบุกมาชนะการท่าเรือถึงถิ่น 2-0

ด้วยวัยเพียง 18 ปี แต่จากฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยม ทำให้ชนาธิป ยึดตำแหน่งภายในทีมได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ขึ้นมาจากทีมเยาวชน โดยในวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เขาได้ลงสนามในรายการโตโยต้า ลีกคัพ 2555 ในรอบ 32 ทีมสุดท้ายซึ่งเป็นการลงเล่นรายการนี้เป็นนัดแรกของเขา ในเกมส์นัดดังกล่าวทีมของเขาต้องออกไปเยือนลำพูน วอร์ริเออร์ ที่สนามแม่กวง สเตเดี้ยม และเขาก็ช่วยให้ทีมชนะ 2-1 ต่อมาในวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เขายิงได้อีก 1 ประตูในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีก ที่บีอีซี เทโรศาสน ต้องออกไปเยือนสโมสรวัวชน ยูไนเต็ด ที่สนามติณสูลานนท์ จ.สงขลา โดยเขายิงประตูให้ทีมขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่ทีมของเขาจะชนะเจ้าบ้านไป 2-1

วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้ลงเล่นฟุตบอลชิงถ้วยไทยคม เอฟเอคัพ เป็นครั้งแรก โดยเป็นเกมส์รอบ 32 ทีมสุดท้าย ที่สโมสรต้องออกไปเยือนพัทยา ยูไนเต็ด ที่สนามกีฬาเทศบาลหนองปรือ โดยเขาเป็นคนเปิดให้กิลเบิร์ต คุมสัน ยิงประตูชัยให้บีอีซี บุกมาชนะ 1-0 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย และต่อมาในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีกวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ระหว่างสโมสรบีบีซียู เอฟซี พบบีอีซี เทโรศาสน ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ชนาธิป ยิงให้ทีมขึ้นนำ 2-1 ก่อนจะจบลงด้วยผลเสมอ 2-2

ชนาธิปได้ลงสนามในฤดูกาลนี้รวม 33 นัด (ไทยพรีเมียร์ลีก 28 นัด,โตโยต้า ลีกคัพ 3 นัด,เอฟเอ คัพ 2 นัด) ยิงในไทยพรีเมียร์ลีกได้ 4 ประตู และบีอีซี เทโรศาสน จบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 จากผลงานและลีลาการเล่นในฤดูกาลนี้ทำให้ชนาธิป สรงกระสินธ์ ได้เล่นให้ทีมชาติไทยชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี ไปแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติเอเซียรอบสุดท้าย ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังจากเคยเล่นในรอบคัดเลือกเมื่อปีที่แล้ว และติดทีมชาติชุดใหญ่ไปแข่งขันซูซูกิ คัพ 2012

ฤดูกาล 2556[แก้]

ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2556 ชนาธิป ถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่ในการแข่งขันฟุตบอลคิงสคัพ ครั้งที่ 42 และได้ลงเล่นเป็นตัวจริงแต่ทำได้เพียงแค่คว้าอันดับ 3 ร่วมกับเกาหลีเหนือ

ในฤดูกาลนี้สโมสรเปลี่ยนแปลงโค้ชเป็นสเตฟาเน่ เด โมล และชนาธิป เริ่มต้นฤดูกาล 2556 ในเกมส์ที่บีอีซี เทโรศาสน บุกไปชนะราชบุรี มิตรผล เอฟซี 1-0 ที่สนามกีฬาจังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 10 มีนาคม โดยเป็นตัวสำรองและถูกส่งลงมาแทนคลีตัน ซิลวา ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกมส์

การยิงประตูแรกในฤดูกาลนี้ของเขาเกิดขึ้นในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีกที่เสมอกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-1 ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมายิงตีเสมอให้กับทีม ซึ่งประตูที่เขายิงได้ในนัดนี้ถือเป็นประตูแรกที่เขายิงได้ต่อหน้าแฟนบอลที่สนามเหย้าของสโมสร

ต่อมาวันที่ 18 สิงหาคม เขายิงในไทยพรีเมียร์ลีกได้อีก 1 ประตู โดยยิงให้บีอีซี เทโรศาสนตีเสมอบางกอกกล๊าส 1-1 ก่อนจะจบลงด้วยการบุกมาชนะ 3-2 ที่สนามลีโอ สเตเดี้ยม แต่ในช่วงท้ายเกมส์เขากลับถูกใบแดงไล่ออกจากสนามเพราะไปมีปัญหากับฟลาเวียง มิเชลินี่ และธีรเทพ วิโนทัยนักเตะของบางกอกกล๊าส โดยถือเป็นการได้ใบแดงครั้งแรกของเขาในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ

วันที่ 27 ตุลาคม เขายิงได้ 1 ประตูในเกมส์เปิดบ้านเสมอเมืองทอง ยูไนเต็ด 2-2 ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา

จบฤดูกาลชนาธิปลงสนาม 28 นัด (ไทยพรีเมียร์ลีก 26 นัด ,เอฟเอคัพ 1 นัด ,ลีกคัพ 1 นัด) ยิงในไทยพรีเมียร์ลีกได้ 3 ประตู พาบีอีซี เทโรศาสนต้นสังกัดคว้าอันดับ 6 ในลีก และถูกเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เรียกติดทีมชาติชุดอายุไม่เกิน 23 ปี แข่งขันในกีฬาซีเกมส์ ที่ประเทศพม่าในเดือนธันวาคม

ฤดูกาล 2557[แก้]

ในช่วงต้นฤดูกาล ชนาธิปต้องพลาดโอกาสในการลงสนาม เนื่องจากได้รับบาดเจ็บกระดูกหน้าแข้งหักจากการลงเล่นให้ทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในกีฬาซีเกมส์ เมื่อปลายปีก่อน และมาได้ลงสนามนัดแรกในฤดูกาลนี้ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ในเกมส์ที่เปิดบ้านเสมอกับสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด 1-1 โดยเป็นตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงมาเล่นในช่วง 20 นาทีสุดท้าย

วันที่ 22 มิถุนายน ชนาธิป ยิงประตูแรกในฤดูกาลนี้ และช่วยให้บีอีซี เทโรศาสนเปิดบ้านเสมอกับเชียงราย ยูไนเต็ด 1-1 ในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีก และนัดต่อมา วันที่ 25 มิถุนายน เขายิงให้ทีมขึ้นนำ 1-0 และจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูได้อีก 1 ลูก ในเกมส์ที่เอาชนะสมุทรสงคราม 2-0 ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา

ชนาธิป สรงกระสินธ์ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของบีอีซี เทโรศาสน และในเกมส์ระหว่างบีอีซี เทโรศาสน เปิดบ้านพบอาร์มี่ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม เขายิงไกลเป็นประตูชัยให้บีอีซี ชนะ อาร์มี่ ยูไนเต็ด 2-0 โดยประตูดังกล่าวเป็นประตูที่ 10 ที่ชนาธิปยิงให้บีอีซี เทโรศาสนในไทยพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของสโมสร

เดือนกันยายน ชนาธิป ถูกเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เรียกตัวติดทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ และพาทีมชาติคว้าอันดับสี่มาครอง

หลังจากกลับมาจากเอเชียนเกมส์ ชนาธิป ลงสนามให้บีอีซี เทโรศาสน ในเกมส์โตโยต้าลีกคัพ รอบชิงชนะเลิศกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดแชมป์เก่า ที่สนามศุภชลาศัย เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2557 และช่วยให้ทีมชนะบุรีรัมย์ไปได้ 2-0 และได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ โดยเป็นแชมป์รายการแรกของเขากับบีอีซี เทโรศาสน

ในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายของฤดูกาล วันที่ 2 พฤศจิกายน ที่พบกับเชียงราย ยูไนเต็ด ชนาธิปยิงได้อีก 1 ประตู แต่จบเกมส์บีอีซีแพ้ไป 2-1 และจบฤดูกาลด้วยอันดับ 3

ทีมชาติ[แก้]

ชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี[แก้]

ชนาธิปลงเล่นในระดับชาติให้ทีมชาติไทยเป็นครั้งแรก ในรายการฟุตบอลเยาวชนอายุ 19 ปีชิงแชมป์เอเชีย 2012 ในรอบคัดเลือกที่ไทยเป็นเจ้าภาพภายใต้การคุมทีมของสมชาย ชวยบุญชุม โดยรอบคัดเลือกไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มอี ร่วมกับทีมเยาวชนอายุ 19 ปีของเกาหลีใต้,ญี่ปุ่น,ไต้หวันและ กวม

ชนาธิป ลงสนามในนัดแรกของการแข่งขันรอบคัดเลือก วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ในเกมส์ที่ทีมชาติไทยชนะเกาหลีใต้ 1-0 ที่สนามเทพหัสดิน โดยถือเป็นการลงเล่นให้ทีมชาติไทยในระดับเยาวชนเป็นครั้งแรกของเจ้าตัวด้วย และมายิงได้ 1 ประตู ในเกมส์ถล่มทีมชาติกวม 13-0 เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 โดยการแข่งขันในรอบคัดเลือก ชนาธิป สรงกระสินธ์ ทำผลงานกับทีมชาติไทยชุดอายุ 19 ปี ได้อย่างยอดเยี่ยมสามารถคว้าแชมป์กลุ่มได้สำเร็จ ด้วยการชนะทีมชาติเกาหลีใต้ 1-0 ,ชนะไต้หวัน 1-0,ชนะกวม 13-0 และเสมอญี่ปุ่น 0-0 ได้เข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม

โดยในการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนอายุ 19 ปีชิงแชมป์เอเชียรอบสุดท้ายที่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไทยอยู่ในกลุ่ม บี ร่วมกับเกาหลีใต้, จีน และอิรัก ซึ่งการแข่งขันทั้ง 3 นัด จะแข่งที่สนามกีฬาฟูไจราห์ คลับ เมืองฟูไจราห์ โดยไทยลงแข่งขันนัดแรกกับทีมชาติจีน ในวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ชนาธิป สามารถผ่านบอลให้ วรนาถ ทองเครือ เข้าไปยิงประตูได้ และช่วยให้ทีมชาติไทยเอาชนะจีนไปได้ 2-1 ต่อมาในการแข่งขันกับเยาวชนทีมชาติเกาหลีใต้ วันที่ 5 พฤศจิกายน ไทยกลับแพ้ไป 1-2 และการแข่งขันนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม วันที่ 7 พฤศจิกายน ไทย แพ้ อิรักไป 0-3 ตกรอบในที่สุด

ชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 23 ปี[แก้]

เดือน ธันวาคม พ.ศ. 2556 เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ได้เรียกชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ขณะนั้นเคยเล่นให้ทีมชาติชุดใหญ่มาแล้วในยุคของวินฟรีด เชเฟอร์ มาเป็นหนึ่งในผู้เล่นทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในแข่งขันซีเกมส์ 2013 ที่กรุงเนปยีดอ ประเทศพม่า

โดยชนาธิป ลงเล่นในซีเกมส์เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2556 ในการแข่งขันนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มที่ทีมชาติไทย เอาชนะ ทีมชาติติมอร์-เลสเต ไป 3-1 โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทน ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ในช่วง 25 นาทีสุดท้าย ซึ่งในการแข่งขันซีเกมส์ 2013 นี้ ชนาธิป รับบทบาทเป็นผู้เล่นตัวสำรองที่มักจะถูกส่งลงสนามเพื่อสร้างสรรค์เกมส์รุกในช่วงครึ่งหลังอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งสามารถทำผลงานได้อย่างดี โดยได้เล่นเป็นตัวจริง 1 นัด ในเกมส์ที่เสมอกับทีมชาติกัมพูชา 0-0 และสามารถช่วยให้ทีมชาติไทยผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

ในนัดชิงชนะเลิศกับทีมชาติอินโดนีเซีย ชนาธิป สรงกระสินธ์ ต้องพลาดโอกาสลงเล่นเนื่องจากได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าแข้ง แต่ทีมชาติไทยก็เอาชนะไปได้ 1-0 คว้าเหรียญทองไปครองได้สำเร็จ

ทีมชาติชุดใหญ่[แก้]

ชนาธิป ได้ลงสนามให้ทีมชาติไทยชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในการแข่งขันนัดอุ่นเครื่องกับทีมชาติภูฏาน เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ที่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาในครึ่งหลังและทีมชาติไทยชนะไป 5-0

จากนั้นวินฟรีด เชเฟอร์ได้คัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นชุดเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 และได้รองแชมป์

ปีพ.ศ. 2556 ได้เล่นในฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงสคัพ ครั้งที่ 42 ปี พ.ศ. 2556 ที่จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีทีมที่เข้าร่วมแข่งขันคือเกาหลีเหนือ,สวีเดน และฟินแลนด์

ในการแข่งขันนัดแรกที่ทีมชาติไทยพบทีมชาติฟินแลนด์ เมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556 ที่สนามสมโภช 700 ปีจังหวัดเชียงใหม่ ชนาธิป ลงเล่นเป็นตัวจริง แต่จบด้วยการแพ้ฟินแลนด์ 1-3 ทำให้ต้องชิงที่ 3 กับเกาหลีเหนือ โดยการแข่งขันนัดชิงที่ 3 วันที่ 26 มกราคม ชนาธิปลงเล่นเป็นตัวจริงอีกครั้ง ก่อนจะเสมอกันไป 2-2 คว้าอันดับ 3 ร่วมไปครอง

ในการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ชนาธิปเล่นได้อย่างโดดเด่น และเป็นผู้เล่นที่ถูกจับตามองในการแข่งขันครั้งนี้ ในนัดชิงชนะเลิศที่ ไทย พบกับ มาเลเซีย ทางมาเลเซียระบุว่าชนาธิปเป็น 1 ใน 3 ผู้เล่นของไทยที่ต้องระวัง (อีก 2 คน คือ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ และ ชาริล ชับปุยส์) ในการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 ที่ไทยเป็นฝ่ายแพ้ไป 3-2 แต่โดยผลการแข่งขันรวมแล้ว ไทยชนะไป 4-3 ชนาธิปเป็นผู้ยิงประตูที่ 2 ให้กับไทยได้ในนาทีที่ 86 จากลูกยิงนอกเขตโทษ ทำให้ไทยได้แชมป์รายการนี้ไปเป็นสมัยที่ 4 และเป็นแชมป์ครั้งแรกในรอบ 12 ปี นอกจากแล้ว ชนาธิป ยังได้รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมในรายการนี้ไปอีกด้วย[1]

เกียรติประวัติ[แก้]

รางวัลระดับสโมสร[แก้]

รางวัลระดับทีมชาติ[แก้]

รางวัลส่วนตัว[แก้]

  • นักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยม สยามโกลเดนบอล: 1
2554
2555
  • ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำการแข่งขันโตโยต้า ลีกคัพ 2557: 1
2557
2557[1]

ผลงานการทำประตูในระดับนานาชาติ[แก้]

รายการคะแนนและผลการทำประตูของไทย
ประตูที่ วันที่ สถานที่ คู่แข่งขัน คะแนน ผล การแข่งขัน
1 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ธงชาติคูเวต คูเวต 1–3 1–3 เอเชียนคัพ 2015 รอบคัดเลือก
2 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556 สนามเหอเฝยโอลิมปิกสปอร์ตเซ็นเตอร์ เหอเฝย์ ประเทศจีน Flag of the People's Republic of China จีน 4–1 5–1 เกมอุ่นเครื่อง[2][3]
3 10 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ ฟิลิปปินส์ 3–0 3–0 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014
4 20 ธันวาคม พ.ศ. 2557 สนามกีฬาแห่งชาติบูกิตจาลีล กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มาเลเซีย มาเลเซีย 3–2 4–3 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 หน้า 1 ต่อ 9, ได้กำลังใจจากในหลวง 'ช้างศึก' สู้ยิบตา ครึ่งหลังฮึดชนะมาเลย์ประตูรวม 4-3 พลิกคว้าแชมป์ซูซูกิคัพสุดยิ่งใหญ่ !. เดลินิวส์ฉบับที่ 23,810: วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 2 ปีมะเมีย
  2. Sport - Manager Online - ซิโก้นำ ช้างศึก บุกถล่มจีน 5-1
  3. บอลไทยอุ่นเครื่องเจ๋งบุกถล่มจีนเละคาบ้าน 5-1 ประเดิมซิโก้คุมทัพชุดใหญ่

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]