ธีรเทพ วิโนทัย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวกับนักฟุตบอล สำหรับความหมายอื่น ดูที่ ลีซอ
ธีรเทพ วิโนทัย
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม ธีรเทพ วิโนทัย
วันเกิด 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1985 (29 ปี)
สถานที่เกิด กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
ส่วนสูง 1.72 ม. (5 ฟุต 8 นิ้ว)
ตำแหน่ง กองหน้า, ปีก
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน เพื่อนตำรวจ
หมายเลข 14
สโมสรเยาวชน
2001–2002 โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
2002–2004 คริสตัลพาเลซ
2005–2006 เอฟเวอร์ตัน
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2006–2008 บีอีซี เทโรศาสน 65 (22)
2009–2010 เคลีร์เซ 6 (3)
2009–2010 เมืองทอง ยูไนเต็ด (ยืมตัว) 23 (4)
2010 บีอีซี เทโรศาสน (ยืมตัว) 8 (3)
2011 บีอีซี เทโรศาสน 15 (9)
2012-2013 บางกอกกล๊าส 25 (8)
2014-ปัจจุบัน เพื่อนตำรวจ
ทีมชาติ
1998-2001 ไทย ยู17 8 (0)
2001–2004 ไทย ยู19 14 (11)
2001–2007 ไทย ยู23 16 (9)
2005- ไทย 50 (17)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร
นับเฉพาะลงเล่นในประเทศ
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 18 March 2010

† ลงเล่น (ประตู)

‡ นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 29 February 2012

ธีรเทพ วิโนทัย หรือ ลีซอ (เกิด 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528) นักฟุตบอลชาวไทย ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจ ใน ไทยพรีเมียร์ลีก และได้รับเลือกเป็นผู้เล่นตัวจริงให้กับทีมชาติไทย ลีซอเริ่มโด่งดังและเป็นที่รู้จักจากการลงเล่นฟุตบอลทีมชาติไทยชุดแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 21 23 และ24 ส่วนซีเกมส์ครั้งที่ 22 เป็นเพียงแค่ตัวสำรอง ในซีเกมส์ครั้งที่ 23 สามารถทำแฮตทริกได้ในนัดชิงชนะเลิศที่พบกับเวียดนาม ช่วยให้ทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองในการแข่งขันซีเกมส์ 8 สมัยซ้อน ยิงประตูให้กับทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปีในกีฬาซีเกมส์ได้รวมทั้งสิ้น 14 ประตู

ประวัติ

ลีซอเป็นบุตรของ นายเทพไชย วิโนทัย ผู้สื่อข่าวกีฬาหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และนางพรสมจิต วิโนทัย มีน้องชาย 1 คน คือวัชรเทพ วิโนทัย

จบการศึกษาชั้นอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนเบรนต์วูด เมืองเอสเส็กซ์ อังกฤษ (Brentwood School, Essex, England)

การเล่นฟุตบอล

เริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรก ตั้งแต่อายุ 8 ปี ขณะเรียนอยู่ชั้น ป.3 และมี อาจารย์ทองแดง หรุ่นขำ เป็นผู้สอนฟุตบอลท่านแรก ลงแข่งขันฟุตบอลนักเรียนของกองทัพอากาศ เป็นรายการแรก และได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โดยต่อมา ได้นำทีมคว้าแชมป์ นอร์เวย์คัพ 3 สมัยซ้อน

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 ได้เซ็นสัญญากับทีมชุดเยาวชนสโมสรฟุตบอลคริสตัลพาเลซ ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 เซ็นสัญญากับทีมชุดเยาวชนสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตัน เป็นนักฟุตบอลเยาวชน 1 ใน 3 คน ที่ได้ร่วมโครงการ "ช้างไทยไปเอฟเวอร์ตัน"

นอกจากนี้ ลีซอยังเป็นนายแบบโฆษณาโทรศัพท์มือถือ วัน-ทู-คอล!, เป๊ปซี่, ไนกี้ และยาสีฟันใกล้ชิด

สโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน (1)

ในปี พ.ศ. 2549 ลีซอร่วมทีมฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกครั้งแรกกับทีมสโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน ลีซอยิงประตูแรกให้ทีมได้ในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีกโดยเปิดบ้านเอาชนะทีมสโมสรฟุตบอลสุพรรณบุรี 5-0 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2549 จากนั้นก็เป็นกำลังสำคัญของทีมเรื่อยมา และยิงในลีกได้ 10 ประตูหลังจบฤดูกาล 2550 (ฤดูกาล 2549-2550)

ในปี พ.ศ. 2551 ลีซอโชว์ฟอร์มโดดเด่นอย่างมากทั้งในทีมชาติและสโมสร โดยยิงประตูในลีกได้ 12 ประตูในฤดูกาลเดียว (ฤดูกาล 2551) ทำให้ทีมสโมสรฟุตบอลเคลีร์เซ จากเบลเยียม แสดงความสนใจในการคว้าตัวไปร่วมทีม

สโมสรฟุตบอลเค. ลีร์เซ่

ในปี พ.ศ. 2551 ลีซอได้เซ็นสัญญาร่วมทีมสโมสรฟุตบอลเค. ลีร์เซ่ จากลีกดิวิชั่น 2 ของเบลเยี่ยมแบบไม่มีค่าตัว เป็นเวลา 1 ปีครึ่ง เป็นนักเตะไทยคนที่ 2 ที่ได้เล่นในลีกเบลเยี่ยมต่อจากเอกชัย โพนทองถิ่น ที่เคยเล่นกับทีมลียง ซันจี ลุด ทีมระดับดิวิชั่น 3 ระหว่างปี พ.ศ. 2535-2537

ในปี พ.ศ. 2552 หลังย้ายมาเล่นในลีกเบลเยี่ยมลีซอยิงประตูแรกและประตูเดียวให้ทีมได้ในเกมส์ลีกโดยเปิดบ้านเอาชนะ โอลิมปิก ชาร์เลอรัว 3-1 เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2552 และวันที่ 21 กรกฎาคม 2552 ลีซอตัดสินใจย้ายกลับประเทศไทยมาร่วมทีมสโมสรฟุตบอลเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ก่อนปิดตลาดซื้อ-ขาย นักเตะเพียง 5 นาที หลังจากที่เขามีโอกาสได้ลงตัวจริงให้ เคลีร์เซ น้อยมาก โดยเป็นสัญญายืมตัว 1 ปีในราคา 2 ล้านบาทเศษ

สโมสรฟุตบอลเมืองทองฯ ยูไนเต็ด

ในปี พ.ศ. 2552 ลีซอยิงประตูแรกในการลงสนามนัดแรกให้ทีมได้ในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีกโดยเปิดบ้านเอาชนะทีมสโมสรฟุตบอลทีโอที 3-0 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2552 โดยเขาเป็นคนยิงประตูให้ทีมขึ้นนำ 2-0 และยิงในลีกได้ 2 ประตูหลังจบฤดูกาล 2552

ในปี พ.ศ. 2553 ลีซอลงสนามและยิงประตูให้กับทีมได้ในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีก 2 ประตู, ไทยเอฟเอคัพ 2 ประตู, และเอเอฟซีคัพ 2 ประตู แต่ในเลกสองลีซอตัดสินใจย้ายกลับมาร่วมทีมสโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน หลังจากที่เขามีโอกาสได้ลงตัวจริงให้ทีมเมืองทองฯ ยูไนเต็ดน้อยมาก โดยนัดสุดท้ายที่ลงเล่นให้ทีมสโมสรฟุตบอลเมืองทองฯ ยูไนเต็ด เขาเป็นตัวสำรองและลงสนามใน 10 นาทีสุดท้าย และยิงประตูชัยให้ทีมในนาทีที่ 85 ทำให้เอาชนะทีมสโมสรฟุตบอลการท่าเรือไทย 1-0

สโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน (2)

ในปี พ.ศ. 2553 ลีซอกลับมาเล่นให้ทีมสโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสนอีกครั้ง และยิงในลีกได้ 5 ประตูหลังจบฤดูกาล 2553 (สโมสรฟุตบอลเมืองทองฯ ยูไนเต็ด 2 ประตู, สโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน 3 ประตู)

ในปี พ.ศ. 2554 ลีซอได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีมสโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน ในตอนแรกพาทีมที่ตกไปอันดับที่ 9 ในฤดูกาลที่แล้ว กลับมาทำผลงานได้ดีในฤดูกาลนี้ โดยขึ้นไปสูงสุดอันดับที่ 2 ของตาราง ยิงในลีกไปถึง 3 ประตู แต่ต้องมาประสบปัญหาบาดเจ็บกระดูกหน้าแข้งซ้ายร้าวจนต้องหยุดพักไปหลายนัดในฤดูกาลนี้ และยิงในลีกได้ 6 ประตูหลังจบฤดูกาล 2554

แฟนๆสโมสรฟุตบอลบีอีซี เทโรศาสน เรียกเขาว่า เจ้าชายมังกรไฟ

สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส เอฟซี

ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 ลีซอได้เข้าเซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลให้กับสโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส เขาทำประตูแรกของเขากับสโมสรบางกองกล๊าสได้ในนัดที่บางกองกล๊าสพบกับสโมสรฟุตบอลเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งผลออกมาเสมอกันไป 2-2 ที่สนาม เอสซีจี สเตเดียม และในนัดสุดท้ายของฤดูกาล 2555 ในการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีกลีซอสามารถทำประตูได้ในนัดที่บางกองกล๊าสบุกไปชนะ สโมสรฟุตบอลวัวชน ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 1-5[1]

ในปี พ.ศ. 2556 ลีซอได้รับเลือกให้เป็นกัปตันทีมสโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส เอฟซี

ผลงานกับสโมสร

ทำประตูในนามทีมชาติ

# วันที่ สถานที่ พบ ประตู ผล รายการ
1. 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 พังงา ไทย ธงชาติลัตเวีย ลัตเวีย 1-1 เสมอ 1-1 คิงส์คัพ 2005 ครั้งที่ 36
2. 26 มีนาคม พ.ศ. 2549 ชลบุรี ไทย Flag of the Philippines ฟิลิปปินส์ 2-0 ชนะ 5-0 อุ่นเครื่อง
3. 26 มีนาคม พ.ศ. 2549 ชลบุรี ไทย Flag of the Philippines ฟิลิปปินส์ - ชนะ 5-0 อุ่นเครื่อง
4. 8 ตุลาคม พ.ศ. 2550 กรุงเทพ ไทย ธงชาติมาเก๊า มาเก๊า 4-1 ชนะ 6-1 ฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก
5. 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ไซตามะ ญี่ปุ่น ธงชาติญี่ปุ่น ญี่ปุ่น 1-1 แพ้ 1-4 ฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก
6. 15 มีนาคม พ.ศ. 2551 คุนหมิง จีน Flag of the People's Republic of China จีน 1-1 เสมอ 3-3 อุ่นเครื่อง
7. 15 มีนาคม พ.ศ. 2551 คุนหมิง จีน Flag of the People's Republic of China จีน 3-2 เสมอ 3-3 อุ่นเครื่อง
8. 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 กรุงเทพ ไทย ธงชาติเนปาล เนปาล 5-0 ชนะ 7-0 อุ่นเครื่อง
9. 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 กรุงเทพ ไทย ธงชาติเนปาล เนปาล 7-0 ชนะ 7-0 อุ่นเครื่อง
10. 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 กรุงเทพ ไทย ธงชาติอิรัก อิรัก 1-0 ชนะ 2-1 อุ่นเครื่อง
11. 2 มิถุนายน พ.ศ. 2551 กรุงเทพ ไทย ธงชาติบาห์เรน บาห์เรน 2-2 แพ้ 2-3 ฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก
12. 20 ธันวาคม พ.ศ. 2551 กรุงเทพ ไทย ธงชาติอินโดนีเซีย อินโดนีเซีย 1-1 ชนะ 2-1 เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2008
13. 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 กรุงเทพ ไทย ธงชาติปากีสถาน ปากีสถาน 4-0 ชนะ 4-0 อุ่นเครื่อง
14. 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 กรุงเทพ ไทย ธงชาติซีเรีย ซีเรีย 1-1 เสมอ 1-1 อุ่นเครื่อง
15. 8 กันยายน พ.ศ. 2553 นิวเดลี อินเดีย ธงชาติอินเดีย อินเดีย 1-0 ชนะ 2-1 อุ่นเครื่อง
16. 15 มกราคม พ.ศ. 2555 กรุงเทพ ไทย ธงชาติเกาหลีใต้ เกาหลีใต้ 1-1 แพ้ 1-3 คิงส์คัพ 2012 ครั้งที่ 41
17. 26 มกราคม พ.ศ. 2556 เชียงใหม่ ไทย ธงชาติเกาหลีเหนือ เกาหลีเหนือ 1-0 เสมอ 2-2 คิงส์คัพ 2013 ครั้งที่ 42

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

อ้างอิง


รายชื่อนักฟุตบอลทีมชาติไทย ชุด เอเชียนเกมส์ 2006
นริศ ทวีกุล - ธาดา คีละลาย - ปรัชญ์ สมัครราษฎร์ - นพพล ปิตะฝ่าย - ธฤติ โนนศรีชัย - เกียรติประวุฒิ สายแวว - ดัสกร ทองเหลา - กิตติพล ปาภูงา - สุเชาว์ นุชนุ่ม - ธนา ชะนะบุตร - ไกรสร ปั้นเจริญ - ณัฐพงษ์ สมณะ - เอกพันธ์ อินทเสน - ธีรเทพ วิโนทัย - อานนท์ สังข์สระน้อย - สุรีย์ สุขะ - สุธี สุขสมกิจ - โกสินทร์ หทัยรัตนกุล - หัตฐพร สุวรรณ - เทวฤทธิ์ จุลสม - อภิชาติ ผลพูน


โค้ช - ชาญวิทย์ ผลชีวิน