อีเอฟแอลคัพ 2017 นัดชิงชนะเลิศ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
อีเอฟแอลคัพ 2017 นัดชิงชนะเลิศ
Wembley Stadium, illuminated.jpg
สนามกีฬาเวมบลีย์ จะเป็นเจ้าภาพในนัดชิงชนะเลิศ
รายการอีเอฟแอลคัพ ฤดูกาล 2016–17
วันที่26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017
สนามสนามกีฬาเวมบลีย์, ลอนดอน
ผู้เล่นยอดเยี่ยม
ประจำนัด
ซลาตัน อีบราฮีมอวิช (แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด)
ผู้ตัดสินอันเดร มาร์ริเนอร์ (เวสต์มิดแลนด์ส)[1]
ผู้ชม85,264 คน
2016
2018 →

การแข่งขัน ฟุตบอลลีกคัพ 2017 นัดชิงชนะเลิศ หรือ อีเอฟแอลคัพ 2017 นัดชิงชนะเลิศ เป็นการแข่งขันฟุตบอลที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017 ระหว่าง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และ เซาแทมป์ตัน ที่ สนามกีฬาเวมบลีย์ ในกรุงลอนดอน, ประเทศอังกฤษ.[2] มันเป็นนัดชิงชนะเลิศของ อีเอฟแอลคัพ ฤดูกาล 2016–17. นัดชิงชนะเลิศจะเป็นนัดชิงชนะเลิศลีกคัพครั้งแรกภายใต้ชื่อที่ใช้ในการแข่งขันที่มีชื่อว่า อีเอฟแอล คัพ ตามชื่อจากการถอนตัวของผู้สนับสนุน แคปิตอล วัน และเปลี่ยนชื่อของ เดอะ ฟุตบอล ลีก เป็นเดอะ อิงลิช ฟุตบอล ลีก (อีเอฟแอล).[3] ทีมที่ชนะเลิศจะได้ผ่านเข้าสู่รอบคัดเลือกรอบสามของ ยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดูกาล 2017–18.[4]

เส้นทางสู่นัดชิงชนะเลิศ[แก้]

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด[แก้]

รอบ คู่แข่งขัน ผล
3 นอร์แทมป์ตันทาวน์ (A) 3–1
4 แมนเชสเตอร์ซิตี (H) 1–0
5 เวสต์แฮมยูไนเต็ด (H) 4–1
รอบรองชนะเลิศ ฮัลล์ซิตี (H) 2–0
ฮัลล์ซิตี (A) 1–2
สัญลักษณ์: (H) = สนามเหย้า; (A) = สนามเยือน.

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด, ในฐานะสโมสรจากพรีเมียร์ลีกได้มีส่วนร่วมใน ยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดูกาล 2016–17, เริ่มต้นการแข่งขันในรอบที่สามโดยที่พวกเขาได้ถูกจับสลากออกไปเยือนทีมจาก ฟุตบอลลีกวัน นอร์แทมป์ตัน ทาวน์. ที่ สนามกีฬาซิกซ์ฟีลด์ส แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ชนะ 3-1 โดยการทำประตูของ ไมเคิล แคร์ริก, อันเดร์ เอร์เรรา และ มาร์คัส แรชฟอร์ด.[5] ในรอบที่สี่พวกเขาได้ถูกจับสลากมาพบกับคู่อริตลอดกาลจากเมือง แมนเชสเตอร์ แมนเชสเตอร์ซิตี ที่สนามเหย้าของพวกเขาที่ โอลด์แทรฟฟอร์ด, แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เอาชนะไปได้ 1–0 มาจากประตูของ ควน มาตา.[6] ในรอบก่อนรองชนะเลิศพวกเขาได้ถูกจับสลากมาพบกับทีมจากพรีเมียร์ลีก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด, โดยพวกเขาก้าวเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จด้วยการเอาชนะไปได้ 4–1 มาจากคนละสองประตูของ ซลาตัน อีบราฮีมอวิช และ อ็องตอนี มาร์ซียาล แม้จะไม่มีผู้จัดการทีมอย่าง โชเซ มูรีนโย จะโดนโทษแบนห้ามคุมทีมข้างสนามก็ตาม.[7]

ในรอบรองชนะเลิศสองนัด, พวกเขาได้ถูกจับสลากพบกับทีมจากพรีเมียร์ลีก ฮัลล์ ซิตี. แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ชนะเลกแรกที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ไปก่อน 2–0 มาจากมาตาและ มารวน แฟลายนี[8] และแพ้ในเกมเลกที่สอง 2–1 ที่สนาม เคคอม สเตเดียม ถึงแม้จะมีประตูจาก ปอล ปอกบา ก็ตามแต่ช่วยให้ทีมก้าวเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศด้วยผลรวมสองนัด 3–2.[9]

เซาแทมป์ตัน[แก้]

รอบ คู่แข่งขัน ผล
3 คริสตัลพาเลซ (H) 2–0
4 ซันเดอร์แลนด์ (H) 1–0
5 อาร์เซนอล (A) 0–2
รอบรองชนะเลิศ ลิเวอร์พูล (H) 1–0
ลิเวอร์พูล (A) 0–1
สัญลักษณ์: (H) = สนามเหย้า; (A) = สนามเยือน.

เซาแทมป์ตัน, ในฐานะทีมจาก พรีเมียร์ลีก ที่เกี่ยวข้องกับ ยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดูกาล 2016–17, เริ่มต้นการแข่งขันในรอบที่สาม. พวกเขาได้ถูกจับสลากพบกับทีมจากพรีเมียร์ลีก คริสตัล พาเลซ ที่บ้านของเซาแทมป์ตัน. ที่ เซนต์แมรีส์สเตเดียม, พวกเขาชนะ 2–0 จากการทำประตูของ ชาร์ลี ออสติน และ เจค เฮสเค็ธ.[10] ในรอบต่อไปพวกเขาได้ถูกจับสลากพบกับทีมจากพรีเมียร์ลีก ซันเดอร์แลนด์ ที่บ้านของเซาแทมป์ตัน. ที่เซนต์แมรีส์สเตเดียม, พวกเขาชนะ 1–0 เนื่องจากประตูของ ซอฟียาน บูฟัล.[11] ในรอบก่อนรองชนะเลิศพวกเขาได้ถูกจับสลากโดยออกไปเยือนทีมจากพรีเมียร์ลีก อาร์เซนอล. ที่สนาม เอมิเรตส์สเตเดียม, เซาแทมป์ตันชนะด้วยประตูจาก ยอร์ดี กลาซี และ ไรอัน เบอร์ทรันด์.[12] ในรอบรองชนะเลิศทั้งสองนัด, เซาแทมป์ตันถูกจับสลากพบเจอกับเพื่อนร่วมทีมจากพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล. เซาแทมป์ตัน ชนะนัดแรก 1–0 เนื่องมาจากประตูโดย นาทาน เรดมอนด์[13] และชนะ 1–0 นัดเยือนที่สนาม แอนฟีลด์ จากประตูของ เชน ลอง ทำให้รวมผลสองนัดผ่านเข้าสู่นัดชิงชนะเลิศ 2-0.[14] เซาแทมป์ตันอาจจะเป็นทีมแรกที่ได้หานัดชิงชนะเลิศลีกคัพโดยปราศจากการไม่เสียประตูเลย.[15]

นัด[แก้]

รายละเอียด[แก้]

26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017
16:30 GMT
23:30 เวลาไทย
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 3–2 เซาแทมป์ตัน สนามกีฬาเวมบลีย์, ลอนดอน
ผู้ชม : 85,264 คน
ผู้ตัดสิน : อันเดร มาร์ริเนอร์ (เวสต์มิดแลนส์)[1]
อีบราฮีมอวิช Goal 19'87'
ลินการ์ด Goal 38'
รายงาน กับบีอาดีนี Goal 45+1'48'
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด[16]
เซาแทมป์ตัน[17]
GK 1 สเปน ดาบิด เด เคอา
RB 25 เอกวาดอร์ อันโตเนียว บาเลนเซีย
CB 3 โกตดิวัวร์ เอริก บายี
CB 12 อังกฤษ คริส สมอลลิง (c)
LB 5 อาร์เจนตินา มาร์โกส โรโค
CM 21 สเปน อันเดร์ เอร์เรรา โดนใบเหลือง ใน 24 นาที 24'
CM 6 ฝรั่งเศส ปอล ปอกบา
RW 14 อังกฤษ เจสซี ลินการ์ด โดนใบเหลือง ใน 41 นาที 41' Substituted off in the 77 นาที 77'
AM 8 สเปน ควน มาตา Substituted off in the 46 นาที 46'
LW 11 ฝรั่งเศส อ็องตอนี มาร์ซียาล Substituted off in the 90 นาที 90'
CF 9 สวีเดน ซลาตัน อีบราฮีมอวิช
ตัวสำรอง:
GK 20 อาร์เจนตินา เซร์คีโอ โรเมโร
DF 17 เนเธอร์แลนด์ เดลีย์ บลินด์
MF 16 อังกฤษ ไมเคิล แคร์ริก Substituted on in the 46 minute 46'
MF 18 อังกฤษ แอชลีย์ ยัง
MF 27 เบลเยียม มารวน แฟลายนี Substituted on in the 90 minute 90'
FW 10 อังกฤษ เวย์น รูนีย์
FW 19 อังกฤษ มาร์คัส แรชฟอร์ด Substituted on in the 77 minute 77'
ผู้จัดการทีม:
โปรตุเกส โชเซ มูรีนโย
Man Utd vs Southampton 2017-02-26.svg
GK 1 อังกฤษ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์
RB 2 โปรตุเกส แซดริก โซอารึช
CB 3 ญี่ปุ่น มะยะ โยะชิดะ
CB 24 อังกฤษ แจ็ก สตีเฟนส์ โดนใบเหลือง ใน 40 นาที 40'
LB 21 อังกฤษ ไรอัน เบอร์ทรันด์
CM 14 สเปน อูรีออล รูเมว โดนใบเหลือง ใน 18 นาที 18'
CM 8 ไอร์แลนด์เหนือ สตีเวน เดวิส (c) Substituted off in the 90 นาที 90'
RW 16 อังกฤษ เจมส์ วาร์ด-พราวส์
AM 11 เซอร์เบีย ดูชัน ทาดิช Substituted off in the 77 นาที 77'
LW 22 อังกฤษ แนทัน เรดมอนด์ โดนใบเหลือง ใน 56 นาที 56'
CF 20 อิตาลี มาโนโล กับบีอาดีนี Substituted off in the 83 นาที 83'
ตัวสำรอง:
GK 40 ฝรั่งเศส มูเอซ ฮัสเซ็น
DF 12 อุรุกวัย มาร์ติน กาเซเรส
DF 38 อังกฤษ แซม แม็กควีน
MF 19 โมร็อกโก ซอฟียาน บูฟัล Substituted on in the 77 minute 77'
MF 23 เดนมาร์ก ปีแยร์-เอมีล เฮยบีแยร์
FW 7 สาธารณรัฐไอร์แลนด์ เชน ลอง Substituted on in the 83 minute 83'
FW 9 อังกฤษ เจย์ รอดรีเกซ Substituted on in the 90 minute 90'
ผู้จัดการทีม:
ฝรั่งเศส โกลด ปูแอล

ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำนัด

คณะผู้ตัดสิน

กติกา

  • แข่งขัน 90 นาที.
  • ถ้าเสมอกันต้องต่อเวลาพิเศษ 30 นาที.
  • ดวลจุดโทษตัดสินหาผู้ชนะถ้าเสมอกันใน 120 นาที.
  • มีชื่อเปลี่ยนตัวสำรองได้ถึง 7 คน, แต่ใช้เปลี่ยนตัวลงสนามได้เพียงแค่สามคน.

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 "Appointments: Andre Marriner to referee EFL Cup Final". English Football League. 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017. สืบค้นเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017.
  2. "Key Dates". English Football League. สืบค้นเมื่อ 16 ธันวาคม ค.ศ. 2016.
  3. Press Association (12 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015). "Goodbye Football League, hello English Football League: rebranding announced". The Guardian. สืบค้นเมื่อ 25 มกราคม ค.ศ. 2017.
  4. Smith, Peter. "Champions League and Europa League qualification for Premier League teams explained". Sky Sports. สืบค้นเมื่อ 25 มกราคม ค.ศ. 2017.
  5. McNulty, Phil (21 กันยายน ค.ศ. 2016). "Northampton Town 1-3 Manchester United". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 27 มกราคม ค.ศ. 2017.
  6. Reddy, Luke (27 ตุลาคม ค.ศ. 2016). "Manchester United 1-0 Manchester City". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 27 มกราคม ค.ศ. 2017.
  7. Jurejko, Jonathan (30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016). "Manchester United 4-1 West Ham United". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 27 มกราคม ค.ศ. 2017.
  8. Rose, Gary (10 มกราคม ค.ศ. 2017). "Manchester United 2–0 Hull City". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 27 มกราคม ค.ศ. 2017.
  9. Reddy, Luke (26 มกราคม ค.ศ. 2017). "Hull City 2-1 Manchester United (Agg: 2-3)". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 27 มกราคม ค.ศ. 2017.
  10. "Southampton 2–0 Crystal Palace". BBC Sport. 21 กันยายน ค.ศ. 2016. สืบค้นเมื่อ 25 มกราคม ค.ศ. 2017.
  11. "Southampton 1-0 Sunderland". BBC Sport. 26 ตุลาคม ค.ศ. 2016. สืบค้นเมื่อ 25 มกราคม ค.ศ. 2017.
  12. "Arsenal 0-2 Southampton". BBC Sport. 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016. สืบค้นเมื่อ 25 มกราคม ค.ศ. 2017.
  13. McNulty, Phil (11 มกราคม ค.ศ. 2017). "Southampton 1-0 Liverpool". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 25 มกราคม ค.ศ. 2017.
  14. "EFL Cup semi-final: Liverpool v Southampton - Live". BBC Sport. 25 มกราคม ค.ศ. 2017. สืบค้นเมื่อ 25 มกราคม ค.ศ. 2017.
  15. "Liverpool v Southampton: EFL Cup semi-final second leg – live!". The Guardian. สืบค้นเมื่อ 25 มกราคม ค.ศ. 2017.
  16. Thompson, Gemma (26 มกราคม ค.ศ. 2017). "Reds are heading to Wembley". Manchester United F.C. สืบค้นเมื่อ 31 มกราคม ค.ศ. 2017.
  17. "Saints to wear white kit at Wembley". Southampton F.C. 31 มกราคม ค.ศ. 2017. สืบค้นเมื่อ 31 มกราคม ค.ศ. 2017.