ไมเคิล แคร์ริก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไมเคิล คาร์ริค
Michael Carrick cropped.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ไมเคิล คาร์ริค
วันเกิด 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1981 (36 ปี)
สถานที่เกิด วอลล์เซนด์, อังกฤษ
ส่วนสูง 1.88 เมตร (6.2 ฟุต)[1]
ตำแหน่ง กองกลาง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
หมายเลข 16
สโมสรเยาวชน
1986–1997 วอลล์เซนด์บอยส์คลับ
1997–1998 เวสต์แฮมยูไนเต็ด
สโมสรอาชีพ*
ปี สโมสร ลงเล่น (ประตู)
1998–2004 เวสต์แฮมยูไนเต็ด 136 (6)
1999 สวินดอนทาวน์ (ยืม) 6 (2)
2000 เบอร์มิงแฮมซิตี (ยืม) 2 (0)
2004–2006 ทอตนัมฮอตสเปอร์ 64 (2)
2006– แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 257 (16)
ทีมชาติ
อังกฤษ 18 ปี 4 (0)
2000–2003 อังกฤษ 21 ปี 14 (2)
2006 อังกฤษ ชุดบี 1 (0)
2001– อังกฤษ 31 (0)
  • นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร นับเฉพาะลงเล่นในประเทศ ข้อมูลล่าสุดวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2015.

† ลงเล่น (ประตู).

‡ นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ ข้อมูลล่าสุดวันที่ 15 ตุลาคม 2013

ไมเคิล แคร์ริก (อังกฤษ: Michael Carrick) เกิดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1981 นักฟุตบอลชาวอังกฤษ ปัจจุบันเล่นกับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เล่นตำแหน่งกองกลางรับเป็นกองกลางชั้นเชิงสูงที่ครบเครื่องคนหนึ่ง สร้างสรรค์เกมในแดนตัวเกมให้ทีมสามารถบุกได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเล่นบอลง่าย ๆ แต่มีประสิทธิภาพทำให้เกมรุกและเกมรับของทีมแมนยูเชื่อมต่อกันไม่มีที่ติ

อาชีพค้าแข้ง[แก้]

แคร์ริก เริ่มต้นเล่นฟุตบอลให้กับสโมสรวอลล์เซนด์บอยส์คลับซึ่งเป็นสโมสรที่เคยสร้างนักเตะอย่างแอลัน เชียเรอร์ และปีเตอร์ เบียร์ดสลีย์ ก่อนที่จะเริ่มต้นการเล่นฟุตบอลอาชีพกับสถาบันเยาวชนอันเลื่องชื่อของเวสต์แฮมในปี ค.ศ. 1998 แคร์ริกลงเล่นร่วมกับโจ โคล ได้อย่างโดดเด่นในเกมที่เอาชนะคอเวนทรีซิตีไปอย่างถล่มทลาย 9-0 ในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอยูทคัพ ในปี ค.ศ. 1999 โดยแคร์ริกทำได้ 2 ประตูในนัดนี้

ในฤดูกาล 1999-2000 แคร์ริกถูกยืมตัวไปอยู่กับสวินดอนทาวน์ ฤดูกาลต่อมาเขาถูกยืมตัวอีกครั้งคราวนี้ไปอยู่กับเบอร์มิงแฮมซิตี ผลงานอันยอดเยี่ยมของเขาในการเล่นให้กับเบอร์มิงแฮมในฤดูกาล 2000-2001 ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้ท้าชิงรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ แม้ว่าสุดท้ายแล้วเขาต้องพ่ายแพ้ให้กับสตีเวน เจอร์ราร์ด ของลิเวอร์พูล

แคร์ริก ใช้เวลาส่วนมากในฤดูกาล 2002-2003 พักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บก่อนที่เวสต์แฮม จะต้องตกชั้นไปเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล แทนที่จะย้ายออกจากทีมตามเพื่อนร่วมทีมอย่างโจ โคล, เฟรดี คานูเต และเจอร์เมน ดิโฟ แต่แคร์ริกยังคงอยู่กับเวสต์แฮม ในฤดูกาลแรกที่ลงไปเล่นในดิวิชัน 1 ซึ่งพวกเขาพลาดการได้เลื่อนชั้นกลับคืนสู่พรีเมียร์ชิปไปเพียงนิดเดียวในนัดชิงชนะเลิศของการเพลย์ออฟ แต่แคร์ริกต้องการกลับไปเล่นในพรีเมียร์ชิพจึงย้ายไปร่วมทีมทอตนัมฮอตสเปอร์ในปี ค.ศ. 2004 ด้วยค่าตัว 2.75 ล้านปอนด์

นับตั้งแต่นั้น แคร์ริกก็ฉายแววโดดเด่นอย่างชัดเจน ทักษะการจ่ายบอลและไหวพริบในการเล่นของเขาทำให้เขาเป็นกองกลางที่มีคุณค่ายิ่ง ภายใต้การฝึกสอนของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และสตาฟโค้ชทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด พรสวรรค์ของเขาสามารถพัฒนาต่อไปได้อีก

หลังจากได้ลงเล่นในทีมชาติอังกฤษชุดอายุต่ำกว่า 21 ปีไปแล้ว 14 ครั้ง แคร์ริกก็ได้รับโอกาสในทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2001 กองกลางวัย 19 ปีเป็นตัวสำรองในช่วงพักครึ่งในเกมที่ชนะทีมชาติเม็กซิโก 4-0 ที่สนามไพรด์พาร์กของดาร์บีเคาน์ตี เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติอังกฤษชุดฟุตบอลโลก 2006 และแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถลงเล่นในระดับสูงสุดได้ด้วยการเล่นอย่างใจเย็นในเกมที่ชนะทีมชาติเอกวาดอร์ ซึ่งเขาได้รับหน้าที่เป็นตัวคุมจังหวะเกม

ที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เขาได้สืบทอดเสื้อหมายเลข 16 ต่อจากรอย คีน เขามีรูปแบบการเล่นที่แตกต่างไปจากอดีตกัปตันทีมปีศาจแดง แต่ความคล่องตัว การจ่ายบอล และความสามารถในการครองบอลของเขาจะทำให้เขาเป็นนักเตะคนสำคัญคนหนึ่งในแผงกองกลางของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้อย่างแน่นอน

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ไมเคิล แคร์ริก เกิดที่เมืองวอลล์เซนด์ (Wallsend) และมีพี่ชายหนึ่งคน ปัจจุบันแคร์ริกได้แต่งงานกับลีซา รัฟเฮด (Lisa Roughead) ในวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ. 2007 และมีลูก 2 คน โดยลูกสาวคนโตชื่อลูอีส (Louise) และลูกชายชื่อเจซีย์ (Jacey)

แม้จะเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แต่แคร์ริกมีทีมที่ชื่นชอบเป็นการส่วนตัวคือนิวคาสเซิลยูไนเต็ด[2]

เกียรติประวัติ[แก้]

สโมสร[แก้]

เวสต์แฮมยูไนเต็ด
แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

รางวัลส่วนตัว[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Michael Carrick". ManUtd.com. Manchester United. สืบค้นเมื่อ 23 December 2014. 
  2. หน้า 83, Zoo Sport. นิตยสาร Zoo Weekly ฉบับ Thai Edition: 10 February 2014