ชาร์ลี ออสติน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ชาร์ลี ออสติน
Charlie Austin 2015.jpg
ออสตินกับการเล่นให้กับควีนส์พาร์กเรนเจอส์ ในเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 2015 นัดที่พบกับเชลซี
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม ชาร์ลส์ ออสติน
(Charles Austin)[1]
วันเกิด 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1989 (29 ปี)[1]
สถานที่เกิด ฮังเกอร์ฟอร์ด, อังกฤษ
ส่วนสูง 6 ft 2 in (1.88 เมตร)[1]
ตำแหน่ง กองหน้า
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
เซาแทมป์ตัน
หมายเลข 10
สโมสรเยาวชน
เรดิง
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2006–2007 คินต์เบอรีเรนเจอส์ 27 (20)
2007–2008 ฮังเกอร์ฟอร์ดทาวน์ 30 (5)
2008–2009 พูลทาวน์ 42 (48)
2009–2011 สวินดอนทาวน์ 54 (31)
2011–2013 เบิร์นลีย์ 82 (41)
2013–2016 ควีนส์พาร์กเรนเจอส์ 82 (45)
2016– เซาแทมป์ตัน 12 (3)

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 16:09, 20 December 2014 (UTC)

† ลงเล่น (ประตู)

ชาร์ลี ออสติน (อังกฤษ: Charlie Austin) นักฟุตบอลอาชีพชาวอังกฤษ ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหน้า ให้กับเซาแทมป์ตัน ในพรีเมียร์ลีก ของอังกฤษ มีชื่อเสียงโด่งดังมาก่อนในฐานะผู้เล่นของควีนส์พาร์กเรนเจอส์

ประวัติช่วงต้น[แก้]

ชาร์ลี ออสติน มีชื่อจริงว่า ชาร์ลส์ ออสติน (Charles Austin[1]) เกิดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1989 ที่เมืองฮังเกอร์ฟอร์ด ในมณฑลบาร์กเชอร์ ประเทศอังกฤษ เริ่มต้นหัดเล่นฟุตบอลกับทีมเยาวชนของเรดิง จากนั้นในวัย 14 ปี ได้ย้ายออกมา ด้วยเหตุผลที่มีรูปร่างเล็กเกินไป ออสตินจึงย้ายไปสังกัดคินต์เบอรีเรนเจอส์ และฮังเกอร์ฟอร์ดทาวน์ ซึ่งเป็นสโมสรท้องถิ่น ในปี ค.ศ. 2008 ด้วยวัย 19 ปี ออสตินได้เริ่มต้นใหม่กับแทตแชมทาวน์ แต่ทว่าไม่มีโอกาสได้ลงเล่นแม้แต่นัดเดียว เพราะครอบครัวได้ย้ายไปอาศัยยังเมืองบอร์นมัท ณ ที่นั่น ออสตินได้เลือกเล่นให้กับพูลทาวน์ ซึ่งเป็นสโมสรกึ่งอาชีพในระดับที่เทียบได้กับดิวิชัน 9 พร้อมกับควบคู่กับการทำงานเป็นช่างก่อสร้างไปด้วย และกับสโมสรนี้ออสตินยิงได้ถึง 48 ประตู ิในการเล่น 48 นัด เมื่อฤดูกาล 2008–09 ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าในการเล่นให้กับสโมสรกึ่งอาชีพนั้น ทำไปด้วยความชื่นชอบส่วนตัว ไม่ได้มีการเซ็นสัญญาอย่างจริงจังแต่อย่างใด

ฟุตบอลอาชีพ[แก้]

ฤดูกาล 2009–10[แก้]

ต่อมาก่อนเริ่มฤดูกาล 2009–10 ชาร์ลี ออสติน ได้ถูกจับตาจากแมวมองของสวินดอนทาวน์ และได้ย้ายมาสังกัดเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 2009 ด้วยการลงเล่นในฟุตบอลโทรฟีในฐานะตัวสำรองในนาทีที่ 88 และจากนั้นจึงได้รับดอกาสในลีกในนาทีที่ 70 กับนัดที่ไปเยือนนอริชซิตี และในวันที่ 21 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน ออสตินก็สามารถยิงประตูแรกในระดับการเล่นอาชีพได้สำเร็จในนาทีที่ 3 กับการเล่นกับคาร์ไลล์ยูไนเต็ด อีก 3 วันต่อมา ออสตินก็ได้รับโอกาสให้ลงเล่นเป็นตัวจริง และยิงประตูได้อีกในนาทีที่ 59 ซึ่งเป็นประตูที่ทำให้ต้นสังกัดชนะฮัดเดอส์ฟีลด์ทาวน์ไป 2-1 รวมทั้งหมดยิงไป 10 ประตู จากการลงสนามเล่นเป็นตัวจริง 11 นัด

ฤดูกาล 2010–11, 2011–12, 2012–13[แก้]

ในฤดูกาล 2010–11 แม้ออสตินจะได้รับบาดเจ็บจากอาการไหล่หลุดเมื่อเดือนกันยายน แต่ทว่าก็ยังยิงประตูได้ถึง 17 ลูก จากการลงเล่นทั้งหมด 27 นัด ต่อมาออสตินได้ย้ายไปสังกัดเบิร์นลีย์ จากการที่ได้รับการจับตามองจากหลายสโมสรในระดับแชมเปียนชิป ที่เบิร์นลีย์ ชาร์ลี ออสตินยิงในการลงเล่นถึง 8 นัดติดต่อกัน เป็นสถิติสูงสุดของสโมสรเท่ากับเรย์ พอยน์เตอร์ ที่ทำไว้ตั้งแต่ฤดูกาล 1958–59 และทำลายสถิติอีกด้วยการเป็นผู้เล่นที่ยิงประตูถึง 20 ประตูต่อฤดูกาลได้เร็วที่สุดในการลงเล่นเพียงนัดที่ 17 ของฤดูกาลเท่านั้น โดยสถิติเก่าเป็นของ เบรด ฟรีแมน ที่ทำไว้ตั้งแต่ฤดูกาล 1911–12 จนจบฤดูกาล ออสตินยิงไปทั้งสิ้น 20 ประตู จากการเล่นที่โดดเด่นเช่นนี้จึงได้รับการจับตามองจากหลายสโมสรในระดับพรีเมียร์ลีก และในเดือนกันยายน ค.ศ. 2013 เบิร์นลีย์ก็ได้ตัดสินใจขายตัวออสตินให้กับฮัลล์ซิตี แต่ทว่าการซื้อขายนี้ก็ไม่เกิดขึ้น เนื่องจากเจ้าตัวไม่ผ่านการตรวจร่างกาย หลังจากนั้นควีนส์พาร์กเรนเจอส์ ก็ได้ติดต่อมา จึงได้ย้ายไปสังกัดด้วยสัญญา 3 ปี กับค่าตัวที่ไม่เปิดเผย แต่คาดการณ์ว่าอยู่ที่ 4 ล้านปอนด์ และทำให้ควีนส์พาร์กเรนเจอส์ได้เลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก ด้วยการยิงไปทั้งสิ้น 20 ประตู

ฤดูกาล 2014–15[แก้]

ในฤดูกาล 2014–15 ชาร์ลี ออสตินยังคงเล่นได้อย่างโดดเด่น ในปลายปี ค.ศ. 2014 ก่อนสิ้นปีไม่นาน ออสตินทำแฮตทริกให้กับสโมสร ในการพบกับเวสต์บรอมมิชอัลเบียน ทั้งที่ถูกนำไปก่อนถึง 0-2 กลับมาพลิกเอาชนะไปได้ ซึ่งนับเป็นสถิติการทำแฮตทริกครั้งแรกของสโมสรในรอบ 21 ปี จากครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1993 และกลายเป็นผู้ยิงประตูในฤดูกาลนี้มากเป็นอันดับ 3 ก่อนสิ้นปี คือ ยิงได้ทั้งสิ้น 11 ประตู รองจากเซร์คีโอ อะกูเอโร ของแมนเชสเตอร์ซิตี และเดียโก โกสตา ของเชลซี ซึ่งเป็นสโมสรระดับยักษ์ใหญ่ และได้รับการคาดหมายว่าจะได้ติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ในอนาคตอันใกล้นี้[2]

ฤดูกาล 2015–16[แก้]

แต่เมื่อจบฤดูกาลแล้ว ควีนส์พาร์กเรนเจอส์ต้องตกชั้นลงไปเล่นในแชมเปียนชิป จนกระทั่งในต้นปี ค.ศ. 2016 ออสตินได้ย้ายมาอยู่กับเซาแทมป์ตัน และลงเล่นนัดแรกในนัดที่ 23 ในฐานะตัวสำรองที่เปลี่ยนลงมาในนาทีที่ 79 ที่สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด พบกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และเป็นผู้โหม่งนำชัยชนะมาให้เซาแทมป์ตันได้ 0-1 ในนาทีที่ 87 [3]

ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2016 ที่การซื้อขายตัวผู้เล่นได้เปิดอีกครั้ง ออสตินได้ย้ายมาอยู่กับเซาแทมป์ตันด้วยค่าตัวที่คาดว่า 4 ล้านปอนด์ ด้วยสัญญา 4 ปีครึ่ง[4]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 Hugman, Barry J., ed. (2010). The PFA Footballers' Who's Who 2010–11. Mainstream Publishing. p. 28. ISBN 9-781845-966010. 
  2. หน้า 20 กีฬา, ชาร์ลี ออสติน จากคนโบกปูน สู่อนาคตทีมชาติอังกฤษ โดย หมึกบอล. เดลินิวส์ฉบับที่ 23,814: วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 2 ปีมะเมีย
  3. "Manchester United 0-1 Southampton". BBC Sport. 23 January 2016. สืบค้นเมื่อ 23 January 2016. 
  4. "เสริมเกมรุก!นักบุญคว้า’ออสติน’ร่วมทัพสัญญา 4 ปีครึ่ง". one2ball. January 16, 2016. สืบค้นเมื่อ September 1, 2016. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]